All OS about Fuegoleon and Nozelmrdinosuar
OS At first sight
  • อา-สิ่งมีชีวิตที่โนเซล ซิลวา พี่ชายคนโตของตระกูลซิลวาเกลียดชังและรำคาญที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นฟูเอโกลีออน เวอร์มิเลียน

    เด็กชายผมสีเงินสลวยในชุดลำลองของตระกูลขับให้โนเซล ซิลวายิ่งดูสวยและสง่างามสมกับเป็นเชื้อพระวงศ์ขึ้นไปอีก

    แต่เดิมเเล้วตระกูลชนชั้นสูงอย่างซิลวาไม่เคยต้องเรียนร่วมกับใครแม้กระทั่งตระกูลที่มีชนชั้นเทียบเท่ากัน เว้นก็แต่ตอนนี้มารดาของเขาเห็นว่าควรแก่เวลาที่จะใช้ชีวิตและรู้จักผูกมิตรร่วมกับผู้อื่นไว้บ้างทำให้เขาจำใจต้องตกปากรับคำว่าจะเรียนฝึกฝนเวทย์มนตร์ร่วมกับอีกตระกูลนึงอย่างช่วยไม่ได้

    ครั้งแรกที่เจอกันโนเซลค่อนข้างประหม่า น้องชายคนกลางของตระกูลเวอร์มิเลียนที่มีอายุไล่เลี่ยกับเขาดูดีกว่าที่คิดเอาไว้มาก

    "สวัสดีโนเซล ฉันฟูเอโกลีออนนะ ยินดีที่ได้รู้จัก" รอยยิ้มอบอุ่นของคนตัวสูงตรงหน้าส่งมาให้เขาอย่างไม่คิดปิดบัง-โนเซลไม่รู้ว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับตัวเองแต่รู้สึกเหมือนว่าจะไม่สบาย ใจเขาสั่นทั้งยังร้อนหน้าแปลก ๆ จึงตอบกลับไปแบบสั้น ๆ ฉบับไม่เป็นมิตรกับอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก

    "สวัสดีเวอร์มิเลียน.."

    วันแรกที่เจอกันไม่มีอะไรมากนักแค่เพียงมาแนะนำตัวและสร้างความคุ้นเคย เย็นวันนั้นโนเซลยังได้รู้อีกว่าน้องชายคนกลางของเวอร์มินเลียนมีพี่สาวที่น่ากลัวขนาดไหน-

    หลายวันต่อมาที่ได้เรียนร่วมกันโนเซลก็ได้ค้นพบสิ่งที่เขารำคาญมากที่สุดในชีวิตนั่นก็คือ เสียงร้องงอแงของนายเวอร์มิเลียนคนนั้น ส่วนสาเหตุก็มาจากการที่อีกฝ่ายไม่สามารถควบคุมมานาที่มีอย่างมหาศาลของตัวเองได้และแย่(มาก)หน่อยที่นายคนนั้นมีครอบครองเวทย์แห่งเพลิง-คงไม่ต้องเดาให้ยากว่ารอบตัวของอีกฝ่ายจะลุกท่วมไปด้วยไฟขนาดไหน

    "ฮื่ออ ผ..ผม ผมทำไฟไหม้อีกเเล้ว" เฟโกลีออนร้องไห้ออกมาเสียงดังอย่างไม่อายใครแม้ว่าตอนนี้เปลวเพลิงที่เกิดจากเจ้าตัวจะถูกดับจากหัวหน้าหน่วยอัศวินที่มาสอนเเล้วก็ตามและไม่ว่าจะพยายามปลอบใจมากแค่ไหนอีกฝ่ายก็ยังไม่หยุดร้องไห้จนหมดวัน-และใช่อีกนั่นแหละเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกวัน! โนเซลแทบจะอยากร่ายคาถาปรอทใส่อีกคนให้รู้เเล้วรู้รอด



     
                                        **

    "ท่านแม่ข้าไม่อยากเรียนร่วมกับเจ้าหัวส้มนั่นเเล้ว" เช้าวันหยุดที่โนเซลไม่ต้องไปเรียนเขาจึงถือโอกาสยกเรื่องนี้ไปพูดกับมารดาที่กำลังเล่นกับน้องชายคนเล็กของเขา เมื่อเธอได้ยินคำถามจากลูกชายจึงสบตาเขาเเล้วยิ้มอย่างเอ็นดู

    "ไหนลูกลองบอกเหตุผลกับแม่หน่อยสิจ้ะ" เธอว่าเเล้วยกมือลูบหัวลูกชายคนเล็กที่หลับปุ๋ยในเปลอยู่ด้วยความรักใคร่

    "ก ก็เจ้านั่น-" เขาว่าเสียงเเข็งแต่ก็ต้องหยุดเมื่อโดนสายตามารดาดุซะก่อนเนื่องจากการใช้สรรพนามเรียกอีกฝ่ายแบบนั้น

    "เวอร์มิเลียนน่ะครับ..ผมหมายถึงฟูเอโกลีออนเขา-"

    "เขาเป็นพี่ลูกไม่ใช่เหรอจ้ะ ทำไมเราเรียกพี่เขาห้วนแบบนั้น" เธอว่า

    "ก็เขาไม่เห็นทำตัวเหมือนเป็นพี่ข้าสักนิดนี่ท่านแม่ โซลิดยังขี้แงหน่อยกว่าอีก" โนเซลว่าแถมยังมุ่ยหน้าอีกต่างหาก

    "แม่ว่าลูกพูดเกินไปหรือเปล่า"

    "ข้าพูดจริงนะท่านแม่ ฟูเอโกเลออนร้องไห้งอแงทุกวันเลยเพราะเขายังควบคุมมานาตัวเองไม่ได้เเล้วยังเป็นเวทไฟอีก เขาเลยทำของรอบตัวไฟไหม้หมดเลย-ข้ารำคาญเขาเวลาร้องไห้มาก ๆ ท่านแม่ให้ข้ากลับมาเรียนคนเดียวเถอะนะครับ" โนเซลยกเหตุผลทั้งหมดมาพูดกับมารดาทั้งยังทำสายตาออดอ้อนที่ใครเห็นเป็นต้องใจอ่อนยกเว้นก็แต่..

    "โนเซลฟังแม่นะ แม่รู้ว่าการอยู่ร่วมกับผู้อื่นสำหรับลูกมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมละจ้ะ แต่แม่อยากให้หนูลองพยายามกับฟูเอโกเลออนนะ เเม่สัมผัสได้ว่าเขาเป็นคนดีมากๆคนนึงและในอนาคตเขาอาจจะเป็นอัศวินเวทย์มนตร์ที่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับลูกก็ได้.."

    "แต่ท่านแม่--"

    "เเล้วหนูรู้ใช่ไหมว่าการที่คนเราร้องไห้ไม่ได้แบบว่าพวกเขาจะอ่อนแอ การร้องไห้อาจจะทำให้เขาเข้มแข็งขึ้น และการที่เราร้องไห้มันคือความกล้าหาญที่เรายอมรับความรู้สึกของตัวเอง ถ้าลูกรำคาญเขาเพราะร้องไห้การแก้ปัญหาที่ตรงจุดลูกก็ควรที่จะหาวิธีปลอบเขานะจ้ะ"

    "แต่-แต่ว่าขนาดคุณเทเลเซียยังทำให้เขาหยุดร้องไม่ได้เลยนะครับท่านแม่" โนเซลยกข้อเท็จจริงขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มเมื่อครูที่สอนยังไม่สามารถทำให้ฟูเอโกเลออนหยุดร้องได้เลย

    "อืม อาจจะด้วยช่วงวัยหรือเปล่านะแม่ว่าโนเซลอาจจะมีวิธีปลอบพี่เขาก็ได้" เธอว่าด้วยรอยยิ้มที่สดใสขึ้น

    "ท่านแม่ก็รู้ว่าข้ามนุษย์สัมพันธ์แย่" เด็กน้อยก้มหน้ามองพื้นแทนการสบตากับผู้เป็นมารดา

    "งั้นลูกก็ลองใช้วิธีที่ลูกปลอบโซลิดสิจ้ะ" เธอว่าแค่นั้นส่วนโนเซลก็ยืนเงียบครุ่นคิดกับสิ่งที่มารดาบอก

    ใช้วิธีเดียวกับที่ปลอบโซลิดงั้นเหรอ..? มันจะได้ผลกับนายเวอร์มิเลียนคนนั้นไหมนะ..?


    เช้าวันที่ต้องไปเรียนร่วมกับตระกูลคู่แข่งทำให้โนเซลรู้สึกเบื่อเป็นอย่างมาก เขากำลังคิดว่าอาจจะลองให้สาวใช้ไปหาซื้อไอเทมเวทย์ที่สามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ วันนี้เจ้านั่นต้องร้องไห้อีกแน่ ๆ โนเซลคิดว่าแบบนั้น

    "สวัสดีโนเซล วันนี้อากาศดีนะ" ฟูเอโกเลออนเอ่ยทักโนเซลก่อนอย่างเช่นทุกวันพร้อมทั้งรอยยิ้มอันอบอุ่น ส่วนเขาทำเพียงพยักหน้ารับรู้และตามกลับตามมารยาท "ไง เวอร์มิเลียน"

    บทเรียนวันนี้ยังเป็นการควบคุมมานาของตนเองเหมือนเดิม และเหมือนภาพฉายซ้ำ ฟูเอโกลีออนทำข้าวของรอบตัวไฟไหม้อีกเเล้ว-พร้อมกับการหายตัวไปเหมือนทุกทีของเทเลเซีย นี่เธอจงใจหรือเปล่านะโนเซลเริ่มสงสัย

    " ฉ-ฉันมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมถึงคว..ควบคุมมานาไม่ได้ ฮื่อ"

    "...."

    "ฮื่ออ ฉันทำไฟไหม้จนจะห้องนี้ไม่มีอะไรจะไหม้อีกเเล้วนะ"

    "...."

    "ฉ..ฉันเป็น เป็นอัศวินเวทย์มนตร์ไม่ได้แน่เลย"

    ฟูเอโกเลออนยังคงร้องไห้และระบายความในใจโดยที่ไม่ทันได้สังเกตเห็นโนเซลที่ย้ายตัวเองมายืนอยู่ข้าง ๆ เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ อีกคนเก่งพอจะมีมานาสกินที่ปกป้องร่างกายจากเปลวเพลิงของเขา อีกฝ่ายขยับเขามาใกล้จนไหล่บางสัมผัสกับแขนของเขา

    "นี่..พี่ฟูเอโกเลออนหยุดร้องเถอะนะครับ.."





                                          **

    เทเลเซียกลับมาถึงห้องเรียนเวทย์และประหลาดใจกับลูกศิษย์ทั้งสองคนของเธอ ดูเหมือนวันนี้ฟูเอโกจะทำไฟไหม้เหมือนทุกวันแต่อีกฝ่ายก็ดับมันได้เเล้วและที่เหนือความคาดหมายมากกว่านั้นคือการที่ฟูเอโกไม่ได้ร้องไห้ทั้งยังมีคุณหนูอีกตระกูลยืนกุมมืออยู่ข้าง ๆ

    ความจริงแล้วเทเลเซียจงใจที่จะปล่อยให้เด็กทั้งสองคนเรียนรู้ไปด้วยกันตามลำพัง แม้ว่าโนเซลจะดูเย็นชาและมีกำแพงสูงแค่ไหนแต่ทุกคนที่ฟูเอโกร้องไห้เด็กคนนี้ก็จะมีสายตาเป็นห่วงและคงอยากเขาไปปลอบอยู่ไม่น้อย เธอยิ้มกับภาพตรงหน้าอย่างโล่งใจก่อนจะอนุญาตให้วันนี้ทั้งสองเลิกเรียนเร็วกว่าปกติเนื่องจากเธอต้องขอตัวไปทำธุระด่วนในหน่วยของตัวเอง ทิ้งไว้ก็แต่เด็กหนุ่มสองคนที่ทำท่าเคอะเขินแปลก ๆ

    ความเงียบเข้าครอบคลุมทั้งสองอยู่นานจนฟูเอโกเลออนเป็นฝ่ายทำลายมันลงเสียก่อน

    "ขอบคุณนะโนเซล" น้ำเสียงอบอุ่นเฉกเช่นทุกคนที่โนเซลได้รับ คนสูงกว่าก้าวเท้าเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อมายืนตรงหน้าคนเด็กกว่า โนเซลตกใจจนเผลอถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนจะเงยหน้าตอบด้วยน้ำเสียงขาดห้วง

    "ม ไม่เป็นไรข้าแค่รำคาญเสียงของเจ้าต่างหากละ.."

    ไม่ได้ผิดอย่างที่คาดไว้ เวอร์มิเลียนหัวเราะในลำคอเล็กน้อยแต่ยังมีรอยยิ้มประดับไว้บนใบหน้าหล่อ "ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ.." ฟูเอโกว่า

    "....."

    "แต่ฉันก็ชอบเวลาที่นายเรียกฉันว่าพี่นะโนเซล.." อีกฝ่ายฉีกยิ้มกว้างกว่าปกติ

    "....." คุณหนูตระกูลมิเลียนทำเเค่เพียงหันมองไปทางอื่นเพื่อพยายามซ่อนแก้มแดงระเรื่อของตัวเองเอาไว้

    "งั้นฉันไปก่อนนะโนเซล ขอบคุณมาก ๆ เลยนะ"


    "อ อืม-" โนเซลตอบรับไม่เต็มเสียง เมื่อเห็นอีกคนเดินหลังและกำลังจะก้าวพ้นออกจากประตูไปคนเด็กกว่าจึงพูดออกไปเสียงเบาราวกับพูดกับตัวเอง

    "ว ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะพี่เฟโกเลออน-"



                                       **

    วันนี้วังของตระกูลซิลวาเงียบสงบกว่าปกติเนื่องจากทั้งมารดาและบิดาของพวกเขาออกไปทำภารประกอบกับเป็นช่วงที่อนุญาตให้คนรับใช้ในวังกลับบ้านได้จึงทำให้วันนี้เงียบเป็นพิเศษจะเหลือก็แค่โนเซล เนบรา และน้องชายคนเล็กที่นอนอยู่ในเปล ส่วนเเม่นมก็ดูจะหายไปทำธุระส่วนตัวด้านนอก โนเซลเองก็หมั่นใจว่าเขาดูเเลน้อง ๆ ได้

    พี่ชายคนโตของตระกูลซิลวานั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ ๆ โซลิดที่หลับปุ๋ยอยู่ในเปลจนกระทั่งเนบราเดินเข้าเพื่อเล่นกับน้องแต่ดูเหมือนจะปลุกผิดเวลาทำให้โซลิดงอแงและร้องลั่นวังจนแสบหู ส่วนเนบราก็ไม่เก่งเรื่องการดูแลเด็กจะจับอุ้มน้องมาโอ๋ก็ดูเก้งก้างไปหมดจนโนเซลต้องเข้าไปช่วยจัดการ

    พี่คนโตอุ้มน้อยเล็กต่อจากเนบราแล้วแนบไว้ในอ้อมกอดด้วยความรักใคร่ก่อนจะพูดกล่อมเด็กน้อยให้สงบลง

    "โอ๋ น้องโซลิดคนเก่งของพี่โนเซลไม่ร้องนะครับ เป็นเด็กดีน้า" เสียงทุ้มละมุนของพี่ชายคนโตอย่างโนเซลแทบทำให้เนบราไม่เชื่อสายตาเพราะตั้งแต่เริ่มจำความได้โนเซลก็ดูวางตัวสุขุมกับทุกคนเหลือเกิน และดูเหมือนมันจะได้ผลเมื่อเด็กน้อยเริ่มหยุดร้อง

    "อืม คนเก่งของพี่โนเซลหยุดร้องเเล้ว" เด็กหนุ่มยังคงพูดกล่อมน้องชายด้วยเสียงอ่อนหวาน กระชับอ้อมกอดให้สัมผัสความอุ่นร้อนจากร่างกายก่อนจมูกรั้นจะกดลงบนแก้มใสของคนในอ้อมกอด โนเซลทำอย่างนี้จนกระทั่งโซลิดหลับไปแล้วจะนำน้องชายตัวน้อยไปนอนที่เปลดั่งเดิม พลั้นภาพความทรงจำเมื่อสองสามวันก่อนก็ฉายขึ้นมาในหัว ทำให้โนเซลหน้าร้อนฉ่าอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาสะบัดหัวตัวเองอย่างแรงเพื่อไล่ภาพที่ชวนให้ขวยเขินในหัวออกไปจนทำให้เนบราที่มองอยู่ก่อนนึกสงสัย

    "ท่านพี่เป็นอะไรหรือเปล่า" เนบราถามขึ้น โนเซลหันไปสบตาน้องสาวก่อนจะส่ายหัวแทนคำตอบ

    "แต่หน้าท่านแดง ๆ นะหรือจะเป็นไข้"

    " ข-ข้าคงร้อนละมั้ง ฝากดูโซลิดก่อนนะเดี๋ยวมา" ว่าเสียงตะกุกตะกักอย่างที่ไม่เคยเป็นก่อนเเล้วรีบสาวเท้าออกจากห้องไป

    ฟูเอโกเลออน เวอร์มิเลียน เจ้าบ้านั่นนี่น่ารำคาญที่สุดเลย! ทำไมเจ้านั่นถึงไม่ออกไปจากหัวเขาสักทีกันนะ!















       

                                            *
                                        (แถม)

    "ช่วงนี้ทำไมเจ้าถึงหมกตัวอยู่แต่ในห้องสมุด ข้าชวนไปข้างนอกเจ้าก็เอาแต่ปฎิเสธ" เมลีโอเลโอนาถามน้องชายของเธอที่หมู่นี้เวลาว่างมักจะขลุกตัวอยู่แต่ในห้องสมุดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ก็เดี๋ยวนี้เอาแต่ขลุกตัวอ่านหนังสือและฝึกเวทย์มนตร์ ชวนออกไปเที่ยวไหนก็ปฎิเสธท่าเดียว ดูเหมือนว่าตอนนี้ฟูเอโกจะติดพี่สาวคนนี้น้อยลงเเล้วสิ

    "ข้าหาวิธีที่ทำให้ร้องไห้บ่อย ๆ อยู่นะ" ว่าไว้แค่นั้นเเล้วเดินไปคืนหนังสือไว้ที่ชั้นวางดังเดิมก่อนจะขอตัวไปบ้านซิลวา หลัง ๆ มานี้เมลีออนสังเกตว่าน้องชายตัวเองโตขึ้นมาก แข็งแกร่งขึ้นแต่กลับทำตัวร้องไห้งอแงบ่อย ๆ โดยเฉพาะอยู่ต่อหน้าเจ้าเด็กโนเซล ซิลวาคนนั้น-


    (ความในใจจากนายตระกูลเวอร์มิเลียนคนนั่น)

    นับตั้งแต่วันนั้นฟูเอโกเลออนก็ได้เรียนรู้ว่าเปลวเพลิงของเขานั้นยังอบอุ่นน้อยกว่าอ้อมกอดของโนเซล ซิลวาเสียอีก





                                        (จบ)

    ___________________________________________________




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in