เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
You’re all I see [Jongin x Kyungsoo]Nuynyaloners
SF THE EVE [V]









  • SF
    THE EVE [V]





    *ขอแนะนำ ควรเปิดเพลง The Eve – EXO ระหว่างอ่านไปด้วยนะคะ*

    หมายเหตุ : กรุณาอ่าน THE EVE IV ก่อนนะคะ





    ————————



    Ιφ ψου ωαντ με το βε α σταρ, Ι ωιλλ βε τηε σταρς, φορ ψου.
    Ιφ ψου ωαντ με το βε τηε μοον, Ι ωιλλ βε τηε μοον, φορ ψου.
    Ιφ ψου ωαντ με το βε τηε συν, Ι ωιλλ βε τηε συν, φορ ψου.
    Δο ψου ωαντ με το βε, ορ δο ανψτηινγ φορ ψου.
    Ι'ϝε νεϝερ βεεν σο ηαγγλε τουξηψ βεφορε, βυτ βεξαυσε αλλ τηις ις ηοω Ι εχπρεσσεδ μψ λοϝε το ψου.
    Ι ασκ ονλψ ονε τηινγ φρομ ψου. Ι συστ νεεδ ψου το σμιλε αγαιν, βεξαυσε Ι λικε ψουρ σμιλε τηε μοστ.
    “ ‘Τηε ηεαρτ σηαπεδ σμιλε’ οφ ψουρς ις τηε μοστ βεαυτιφυλ το μψ ηεαρτ.”

    Καιμαριυσ




    If you want me to be a star, I will be the stars, for you.
    If you want me to be the moon, I will be the moon, for you.
    If you want me to be the sun, I will be the sun, for you.
    Do you want me to be, or do anything for you.
    I’ve never been so haggle touchy before, but because all this is how I expressed my love to you
    I ask only one thing from you. I just need you to smile again, because I like your smile the most.
    "'The heart shape smile’ of your is the most beautiful to my heart."

    Kaimarius




    ถ้าเจ้าอยากให้ข้าเป็นดวงดาว ข้าจะเป็นดาวดวงนั้น เพื่อเจ้า
    ถ้าเจ้าอยากให้ข้าเป็นพระจันทร์ ข้าจะเป็นพระจันทร์ดวงนั้น เพื่อเจ้า
    ถ้าเจ้าอยากให้ข้าเป็นพระอาทิตย์ ข้าจะเป็นพระอาทิตย์ดวงนั้น เพื่อเจ้า
    เจ้าอยากให้ข้าเป็นอะไรหรือทำอะไร เพื่อเจ้าแล้ว ข้าไม่เคยคิดเกี่ยงงอนเลยแม้แต่น้อย
    เพราะทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่แสดงออกว่าข้ารักเจ้ามากแค่ไหน
    ข้าขอแค่เพียงอย่างเดียว ขอแค่เจ้ากลับมายิ้มได้อีกครั้ง เพราะว่าข้าชอบรอยยิ้มของเจ้ามากที่สุด
    “รอยยิ้มรูปหัวใจนั้นสวยงามที่สุดสำหรับหัวใจของข้า”


    ไคมาริอัส





    ————————










    ท่ามกลางแสงสว่างจากพระจันทร์และดวงดาวในคืนราตรีนี้ ภายในวิหารหินอ่อนของเทพเจ้าแห่งปัญญานั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของความรักและเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข หัวใจของดีโอเธซัสถูกเติมเต็มด้วยความรักจากไคมาริอัสจนเปี่ยมล้น


    แต่ทว่า ณ อีกฟากฝั่งนึงของโอลิมปิอัส ดินแดนของเหล่าทวยเทพ ภายในวิหารของเทพีแห่งความงามและความรักนั้นเริ่มจะคุกรุ่นไปด้วยไฟของพลังแห่งอารมณ์ด้านลบ ซึ่งอารมณ์นั้นหลายหลากและยากที่จะคาดเดาได้ว่าเจ้าของวิหารแห่งนี้ ภายในจิตใจของนางจะมีความรู้สึกเช่นไรกันแน่


    เทพีอะโครไลติกำลังเดินกลับไปกลับมาบริเวณโต๊ะไม้แกะสลักอันเป็นที่ตั้งของเครื่องประทินโฉมสำหรับอิสตรี เรือนร่างที่สวยงามได้สัดส่วนนั้นเดินไปทางซ้ายทีไปทางขวาที พร้อมๆ กับที่กลีบปากสวยสีชาดขบเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง เรียวมือสวยทั้งสองข้างซึ่งได้รับการดูแลมาอย่างดีนั้นกำลังกำหมัดแน่นจนเจ้าของเรียวมือรู้สึกเจ็บ เพราะปลายเล็บยาวทั้งสี่นิ้วนั้นจิกเข้าที่กลางฝ่ามืออย่างจัง แต่ความเจ็บนี้ดูเหมือนว่าอาจจะไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้จู่ๆ ดวงตากลมโตก็เกิดน้ำใสๆ บริเวณขอบตาขึ้นมาได้เป็นแน่



    ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในใจนั้นเจ็บเสียยิ่งกว่าความเจ็บทางกาย โดยเฉพาะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากความรักด้วยแล้ว…



    กลีบปากบางของเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มนั้นขบเม้มแน่นเสียยิ่งกว่าทุกครั้ง จากบุคลิกและกิริยาภายนอกที่ดูเป็นเทพีผู้อ่อนหวานน่ารัก ในบัดนี้กลับกลายเป็นว่าแทบไม่เหลือโครงเค้าของเทพีผู้อ่อนโยนน่าทะนุถนอมในสายตาของบรรดาทวยเทพอีกต่อไป ดวงตากลมโตคู่สวยแผดกร้าวด้วยความเคียดแค้นและวาวโรจน์ด้วยความโกรธเคือง นั่นเป็นเพราะว่า เมื่อตัวของเธอไปถึงยังวิหารของ 'ท่านพี่ หรือ เทพเจ้าแห่งสงคราม' แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังเพราะที่แห่งนั้นมีแต่ความว่างเปล่าไร้ซึ่งเงาของเทพไคมาริอัสผู้เป็นเจ้าของวิหาร



    ความผิดหวังครั้งที่เท่าไหร่…ข้าไม่เคยจดจำมันได้
    ข้ารู้แค่เพียงว่า…หัวใจของข้าเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ


    ท่านพี่ของข้า ท่านอยู่ที่ใดกันแน่





    “ท่านพี่…ท่านต้องไม่ทอดทิ้งข้า…” เสียงหวานใสเล็ดลอดออกจากริมฝีปากอย่างพึมพำ นัยน์ตาสีน้ำตาลจดจ้องเข้าไปยังกระจกบานใหญ่ เงาสะท้อนเผยให้เห็นว่าเจ้าของใบหน้างดงามหมดจดนั้นกำลังร้องไห้ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างเงียบๆ


    มิอาจรู้ได้ว่ากาลเวลาได้ดำเนินผ่านมาเนิ่นนานเท่าใด แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เทพีแห่งความรักจดจำได้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับท่านพี่ จดจำได้แม้กระทั่ง…ความทรงจำในครั้งแรก ท่ามกลางการประชุมของเทวสภาบนโอลิมปิอัส เทพเจ้าผู้มีเรือนผมสีควันนั้นช่างหล่อเหลาและมีเสน่ห์ทรงอิทธิพลเหลือเกิน เทพีผู้เลอโฉมตกหลุมรักเทวาแห่งสมรภูมิตั้งแต่แรกพบในทันที และนับแต่นั้นมา เทพีอะโครไลติได้ปฎิญาณเอาไว้ในใจว่าหัวใจทั้งดวงของเธอนั้นเป็นของเทพไคมาริอัสไปแล้ว แค่เขาเพียงตนเดียวเท่านั้นที่ครอบครองหัวใจของข้า


    ดูเหมือนว่าเทพกัญญาสามองค์นามว่า ‘มอยเร’ หรือเทพีแห่งพรหมลิขิตและโชคชะตาจะไม่เข้าข้างและอำนวยอวยชัย ใครเล่าจะเชื่อว่า เทพีแห่งความงามผู้ที่เทวาทั้งหลายต่างพากันหลงรักเธอนั้นจะมีความรักที่เกิดขึ้นแต่เธอเพียงฝ่ายเดียว และเทพเจ้าแห่งสงครามเองก็รับรู้ถึงความรักของเธอที่มีต่อเขา แต่ทว่า เทวาผู้หล่อเหลากลับนิ่งเฉย ไม่มีท่าทีตอบกลับ ทำราวกับว่าความรักของเทพีอะโครไลติที่มีต่อเจ้าตัวเป็นเพียงสายลม ถึงจะรู้ว่ามีอยู่ แต่ก็ปล่อยให้พัดผ่านตัวไปเพียงเท่านั้น


    ใช่ว่าเทพีแห่งความงามผู้เลอโฉมจะไม่มีความหวังซะทีเดียว เพราะว่าท่านพี่ของเธอไม่ได้เอ่ยตำหนิเกี่ยวกับการที่ตัวเธอนั้นเฝ้าแวะเวียนไปหาที่วิหารของเทพเจ้าแห่งสงครามอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ซึ่งการที่เธอกระทำการอย่างไม่อายและไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นสตรีเพศเช่นนี้ เป็นไปด้วยจุดประสงค์แค่เพียงเพื่อให้ท่านพี่ได้เห็นว่าตัวเธอนั้นงดงามและมีเสน่ห์มากเพียงใด จนบรรดาทวยเทพทั้งหลายต่างพากันเข้าใจผิดคิดไปต่างๆ นานาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเทพไคมาริอัสผู้แสนหล่อเหลากับเทพีอะโครไลติผู้เลอโฉม แม้ว่าแท้ที่จริงแล้วท่านพี่จะไม่เคยล่วงเกินและแตะต้องเธอเลยก็ตาม


    แต่ทว่า ยิ่งเทพีอะโครไลติพยายามที่จะครอบครองหัวใจของเทพไคมาริอัสมากเท่าไหร่ หัวใจของเทวาผู้หล่อเหลาก็ยิ่งถอยห่างไกลออกไปมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งนานวันผ่านพ้นไป เทพีแห่งความรักก็ได้รับรู้ความจริงบางอย่าง ถึงแม้ว่าเทพเจ้าแห่งสงครามจะไม่เคยปริปาก แต่สายตาของเขาเวลามองไปที่เทพเจ้าอีกองค์นั้นในเวลาประชุมสภาเทพโอลิมปิอัสนั้น มันแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ท่านพี่มีเทวาเป็นผู้ครอบครองหัวใจของเขาอยู่แล้ว



    แม้ว่าความงามของเธอจะทำให้บุรุษเพศตกหลุมรักอย่างง่ายดาย แต่ทว่า..ความงามของข้าก็ไม่อาจทำให้ข้าได้เป็นเจ้าของหัวใจของเขาได้เลยแม้แต่น้อย นี่คือ..ความจริงอันแสนโหดร้ายอีกประการที่ข้าไม่ยากที่จะยอมรับมัน




    “พะ..พระนาง พระนางเพคะ” เทพีธาเลีย ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในเทพบริวารของเทพีอะโครไลติได้เดินเข้ามาในห้องบรรทมด้วยอาการตัวสั่นงันงก เนื่องจากภาพที่เห็นจากเงาสะท้อนของกระจกนั้นช่างน่ากลัวเหลือเกิน


    “เรื่องที่ข้าให้เจ้าไปสืบ ได้ความมาแล้วหรือ ธาเลีย” เทพีผู้เลอโฉมยกเรียวมือสวยขึ้นเพื่อปาดน้ำตาที่หลั่งออกมาความเจ็บปวดในใจออกไป จากนั้นจึงหันมามองเทพีบริวารที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก


    ขออย่าให้สิ่งที่ข้าคาดเดาเอาไว้เกิดเป็นความจริงขึ้นมาเลย…



    “เพคะ”


    “ว่าอย่างไร เจอตัวท่านพี่ของข้ารึไม่”


    “เจอเพคะ เทพเจ้าแห่งสงครามอยู่ที่วิหารของเทพเจ้าแห่งปัญญา พระองค์ประทับอยู่บนบัลลังก์โดยมีเทพดีโอเธซัสอยู่ในอ้อมแขนของเทพไคมาริอัส พะ..เพคะ”



    สุดท้าย…สิ่งที่ข้าคาดเดาเอาไว้ก็เป็นความจริง
    สุดท้าย…ในหัวใจของท่าน ก็ไม่เคยมีข้าอยู่ข้างในนั้นเลยตั้งแต่แรก
    ไม่สิ…ท่านคงไม่เคยคิดแม้แต่จะเปิดประตูให้ข้าได้เข้าไปเสียด้วยซ้ำ




    จากฝ่ามือที่วางแนบไปกับพื้นผิวไม้ของโต๊ะที่ตั้งเครื่องประทินโฉม บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นการกำหมัดแน่นจนปลายเล็บทั้งสี่จิกเข้าเนื้อฝ่ามืออีกครั้ง


    ปึง!

    ท่านจะรักใครไม่ได้! และท่านจะรักมันไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด! ท่านจะต้องรักแต่เพียงข้า แค่ข้าคนเดียวเท่านั้น!





    น้ำตาหยดสุดท้ายจากดวงตาคู่สวยร่วงเผลาะลงกับพื้นไม้ เรียวมือสวยถูกยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่อาบแก้มอีกครั้ง เทพีผู้เลอโฉมสูดลมหายใจเข้าและผ่อนลมหายใจออกอย่างช้าๆ อยู่สักพักเพื่อเรียกสติสัมปชัญญะให้กลับคืนสู่ร่างกาย


    ความรัก ความเจ็บปวด และความแค้น ความรู้สึกเหล่านี้เทพีอะโครไลติคิดตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง…บางอย่างที่จะทำให้หัวใจของเทพเจ้าแห่งสงครามจะต้องจดจำความเจ็บปวดและความทรมานนี้ไปตลอดจวบจนสิ้นความอมตกาล




    “ธาเลีย เจ้าจงไปตามหานางปิศาจอีคิดน่ามาพบข้า แล้วจงบอกแก่นางว่าข้าจะรอที่ริมหาดทรายของเกาะเมืองทริอัมในเวลาย่ำรุ่งของวันพรุ่งนี้”


    “เพคะ”


    “อ้อ อย่าให้ใครรู้เป็นอันขาดว่าข้าลักลอบพบกับนางปิศาจตนนี้ ถ้าเกิดว่ามีเทพตนใดรู้เข้าละก็…เจ้าจะถูกข้าสาปให้กลายเป็นนกกระสาอย่างแน่นอน เข้าใจรึไม่เล่า” เทพีอะโครไลติทำเสียงแค่นหัวเราะในลำคอก่อนที่จะหันมาส่งรอยยิ้มหวานหยดให้กับเทพีผู้รับใช้ของเธอ


    “พะ..เพคะ มะ..หม่อมฉันขอทูลลา” เทพีธาเลียพยายามเก็บความหวาดกลัวเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ไม่อาจสามารถควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นยามเอ่ยวาจาตอบผู้เป็นนายไปได้ หลังจากนั้นจึงรีบย่ำเท้าเดินออกจากห้องบรรทมของเทพีอะโครไลติเพื่อไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย ถึงแม้ว่าลึกๆ ในส่วนของจิตใจไม่ปรารถนาที่จะทำก็ตาม


    .
    .
    .






    ณ เมืองเธรซ


    เมืองเธรซ (Thrace - Τηραξε) เมืองที่มีเขตชายแดนติดกับดินแดนของชนชาวป่าเถื่อนทางตอนเหนือ ที่ตั้งของเมืองนี้อยู่ทางตอนตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศชนชาวกอลลิอัส (Gollius - Γολλιυσ) และทางตอนใต้ของเมืองนี้มีชายฝั่งติดกับทะเลอีเจียน ทะเลดำ และทะเลมาร์มารา พื้นที่ของเมืองนี้ปกคลุมไปด้วยป่าทึบและทุ่งกว้างประกอบกับติดเทือกเขาสูงใหญ่ ทำให้มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นสลับชื้นและแห้งแล้งตลอดปี ถือว่าเป็นเมืองที่เงียบสงบและน่าอยู่อาศัยมากเลยทีเดียว…ถ้าไม่มีสงคราม ด้วยสาเหตุอันเนื่องมาจากสงครามนี้เองที่ทำให้ชาวเมืองเธรซต้องวิงวอนร้องขอให้เทพเจ้าไคมาริอัสมาเป็นองค์เทพเจ้าผู้คุ้มครองเมืองนี้


    ไคมาริอัสกำลังประทับอยู่บนบัลลังก์อยู่ในวิหารประจำเมืองนี้เพื่อผ่อนคลายอิริยาบถและความเมื่อยล้าอันเนื่องมาจากเพิ่งสิ้นสุดการประชุมวางแผนการรบภายในกองทัพเพื่อสู้กับศึกสงครามระหว่างชายแดนทางตอนเหนือของเมืองนี้ ถึงแม้ว่าการประชุมวางแผนสู้รบจะไม่หนักหนาอะไร แต่เทพเจ้าผู้มีเรือนผมสีควันกลับรู้สึกว่ามันช่างเหนื่อยล้าเสียเหลือเกิน คงเป็นเพราะว่าเขารู้สึกไม่สบายใจและภายในหัวขบคิดเกี่ยวกับเรื่องคำพยากรณ์ที่เทพเฮลิออสได้บอกกับเทวาตัวน้อยของเขาตลอดเวลา


    ไคมาริอัสกลัว..กลัวว่าดีโอเธซัสจะเป็นอะไรไป เทพเจ้าแห่งสงครามไม่อยากให้เทพเจ้าแห่งปัญญาต้องเผชิญกับความเจ็บปวดด้วยตัวลำพัง ถ้าเทพเจ้าองค์นี้สามารถเลือกหนทางได้ เขาจะขอเผชิญหน้าและแบกรับความเจ็บปวดแทนเทวาผู้เป็นที่รักไว้ที่ตัวเขาเองเสียยังจะดีกว่า



    ดวงเนตรสีอำพันมองออกไปนอกวิหารเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ให้จิตใจสงบลงเสียบ้าง แต่กลับพานพบกับสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาว้าวุ่นและกังวลใจเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะจู่ๆ บนผืนท้องนภาที่เคยเป็นสีฟ้าสวยนั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง คล้ายสีเลือด



    กริ๊ง…


    “เสียงอะไรน่ะ?” ไคมาริอัสเอ่ยถามอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ เพราะว่าภายในวิหารมีเพียงแค่เขาเท่านั้น และต้นเสียงไม่น่าจะอยู่ภายในวิหาร น่าจะเป็นเสียงที่มาตามสายลม




    กรุ๊งกริ๊ง…กรุ๊งกริ๊ง….



    ‘ไคมาริอัส เจ้าอยู่ที่ไหน’




    เสียงทุ้มนุ่มของเทวาผู้เป็นที่รักซึ่งลอยมาตามลมนั้นช่างแผ่วเบาและไร้เรี่ยวแรง เสียงนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทและทำให้หัวใจของไคมาริอัสเต้นระรัว ดวงตาสีอำพันเริ่มเบิกกว้างและสอดส่ายไปมาอย่างผู้ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร เขารู้แค่เพียงว่า เขาต้องหาเทวาตัวน้อยให้เจอ


    “ดีโอเธซัส!!” และจู่ๆ ภาพที่เคยเห็นผ่านดวงตาก็พลันเปลี่ยนเป็นภาพของทุ่งดอกไม้กว้างที่แม้แต่เทพเจ้าอย่างเขาก็ไม่เคยไปสถานที่นั้นมาก่อน กลีบดอกไม้ปลิวลอยละล่องตามกระแสของลมที่พัดผ่าน แต่ทว่าเหล่ากลีบผกามาศนั้นมีหยดสีแดงคล้ายสีของโลหิตแต่งแต้มเป็นดวงๆ และเมื่อไล่สายตาเพื่อมองหาเทวาตัวน้อยไปเรื่อยๆ …หัวใจของเทพเจ้าแห่งสงครามกระตุกวูบ ราวกับว่ามีใครเข้ามากระชากฉกชิงหัวใจของเขาออกจากร่างเพื่อนำไปย่ำยีอย่างไม่เหลือชิ้นดี


    จู่ๆ ตรงบริเวณที่เทพเจ้าหนุ่มรูปงามกำลังยืนหันรีหันขวางอยู่นั้นเกิดหมอกควันสีขาวหนาทึบ โอบอุ้มเรือนร่างกำยำของเทวาแห่งสมรภูมิเอาไว้พร้อมกับเสียง ‘กรุ๊งกริ๊ง’ ของกระดิ่งปริศนาที่ยังคงดังก้องอยู่ภายในโสตประสาทตลอดเวลา


    และเทพเจ้าแห่งสงครามก็หายตัวไปพร้อมกับหมอกควันสีขาวที่เริ่มสลายตัวลง






    ดวงอาทิตย์ยามเย็นสาดแสงสีแดงอ่อนส่องสว่างไปทั่วท้องนภา และเมื่อได้เห็นในทุ่งดอกไม้กว้างเช่นนี้ด้วยแล้ว ช่างสวยงามเหลือเกินสำหรับมนุษย์และเทพเจ้าองค์อื่นๆ แต่คงไม่ใช่กับเทพเจ้าผู้มีเรือนผมสีควันอย่างแน่นอน


    ไคมาริอัสทำได้แค่ภาวนาวิงวอนร้องขอในใจต่อองค์เจ้าแม่จีอาอย่างสิ้นหวัง เทพเจ้าแห่งสงครามต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการออกแรงก้าวขาแต่ละขาที่หนักอึ้ง ราวกับขาของเขานั้นถูกคำสาป ยิ่งก้าวเข้าไปใกล้มากขึ้นเท่าไหร่ หัวใจของไคมาริอัสก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่าทวีคูณ เหมือนกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยกระหน่ำแทงหัวใจของเขาซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น



    เรือนร่างของดีโอเธซัสที่เทพเจ้าแห่งสงครามเคยตระกองกอดนั้นช่างซีดเซียวและไร้สีเลือด แต่ทว่า…เรือนร่างที่ขาวดังหิมะนั้นกลับจมอยู่ในแอ่งโลหิตแดงฉาน เหมือนกับกลีบดอกไม้บางกลีบที่ร่วงหล่นตกอยู่ข้างๆ
    ดวงตาคู่สวยสีเทาที่เคยมองมาที่เขาด้วยความรักที่เอ่อล้น..บัดนี้กลับปิดสนิท
    เลือดสีแดงเข้มยังคงไหลทะลักออกจากปากแผล..แผลที่เกิดจากหอกที่ปักอยู่กลางแผ่นหลัง
    กลิ่นลมหายใจของดอกไอริสที่เคยหอมหวาน ในตอนนี้กลับถูกแทรกซึมด้วยกลิ่นคาวโลหิตจนแทบจะจางหายและแทบจะสัมผัสไม่ได้เสียด้วยซ้ำ




    เจ็บปวดเหลือเกิน


    ถ้ามีหนทางที่เป็นไปได้ ข้า…ขอรับความเจ็บปวดนี้แทนเจ้า


    ข้ายอมทนทรมาน มันคงดีกว่าที่ข้าจะต้องทนเห็นเจ้าเจ็บปวดเช่นนี้


    เทวาตัวน้อยของข้า




    และไคมาริอัสไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่า…น้ำใสๆ จากกระบอกตาได้ไหลลงอาบแก้มเสียแล้ว







    “ดีโอเธซัส!!!”


    เทพเจ้าแห่งสงครามถลาเข้าหาร่างของเทพเจ้าแห่งปัญญาที่นอนคว่ำจมกองเลือดอย่างไม่ได้สติ โดยหาได้สนใจว่าตนจะเปรอะเปื้อนโลหิตหรือไม่ เลือดที่ทะลักออกจากปากแผลอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหย่อนนั้นทำให้เทวาหนุ่มตัวสั่นและทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ไคมาริอัสสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อเรียกสติให้กลับคืน หลังจากนั้นจึงใช้พลังจากสองฝ่ามือดึงหอกยาวออกมาและหักท่อนไม้ให้เหลือแค่ส่วนปลายหอกแหลมเอาไว้กับตัวเพื่อใช้ในการหาตัวตนที่ลอบทำร้ายเทวาตัวน้อยของเขา


    ไคมาริอัสช้อนร่างที่ซีดเซียวและหลับไหลไม่มีสติให้อยู่ในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา ฝ่ามือร้อนลูบใบหน้าสวย ริมฝีปากอิ่มของเทพเจ้าแห่งปัญญาแทบไม่มีสีเลือดเหมือนดั่งเคย อุณหภูมิอันเย็นเยียบทำให้ลมหายใจของเขาแทบขาดห้วง และหัวใจของเทพเจ้าแห่งสงครามแทบแตกสลายเมื่อเรียวนิ้วสัมผัสกับปลายจมูกโด่งมนแล้วพบว่า…ลมหายใจของดีโอเธซัสช่างแผ่วเบาเหลือเกิน


    เทพเจ้าผู้มีนัยน์ตาสีอำพันล้วงมือเข้าไปในถุงที่เหน็บอยู่ข้างเอวเพื่อหยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่อยู่ข้างในออกมา ภายในขวดแก้วนั้นมีเม็ดยากลมๆ ซึ่งยานี้ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บอันเนื่องมาจากบาดแผลที่ถูกทำร้ายหรือผ่านคมหอกคมดาบได้ เขาดึงจุกไม้ออก เทเม็ดยาลงบนฝ่ามือและหยิบมันเข้าปากของเขา ก่อนที่ไคมาริอัสจะก้มลงประกบริมฝีปากรูปหัวใจเพื่อป้อนยาจากปากของเขาไปสู่ปากของดีโอเธซัส


    เมื่อแน่ใจแล้วว่าตัวยานั้นได้เข้าสู่ปากของเทวาตัวน้อยแล้วจริงๆ ไคมาริอัสจึงผละริมฝีปากออกอย่างช้าๆ พร้อมกับหอบหายใจเล็กน้อยเพื่อกอบโกยอากาศ แววตาสีอำพันสั่นระริกเช่นเดียวกันกับฝ่ามือร้อนลูบไล้ไปตามเนื้อตัวและใบหน้าของเทวาผู้หลับไหลไม่ได้สติ



    “ดีโอเธซัส…”



    “เทวาตัวน้อย…ข้าอยู่นี่แล้ว”




    ตอนนี้อุณหภูมิของร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนอุ่นขึ้นบ้างแล้ว โลหิตสีแดงหยุดไหล แต่ปากแผลยังไม่สมานเป็นเนื้อเดียวกันและลมหายใจยังแผ่วเบาอยู่


    “เหตุใดเจ้าถึงยังไม่ฟื้น..” เทพเจ้าแห่งสงครามเอ่ยขึ้นมาเบาๆ เนื่องจากยาที่เขาป้อนให้เทพเจ้าแห่งปัญญานั้นเป็นยาที่มีฤทธิ์แรง และผู้ใดที่ได้กินยานี้แค่เพียงเม็ดเดียวก็สามารถฟื้นคืนสติได้


    หรือว่า…คมหอกนั่นจะอาบยาพิษเอาไว้



    เมื่อมีความคิดเช่นนี้แล้ว เทพเจ้าหนุ่มจึงลุกขึ้นยืนพร้อมๆ กับที่ลำแขนแกร่งทั้งสองข้างอุ้มประคองร่างเล็กที่ยังคงไม่ได้สติขึ้นมา หมอกควันสีขาวปรากฎขึ้นอีกครั้ง ห้อมล้อมเรือนร่างของเทพเจ้าทั้งสององค์นี้เอาไว้


    และหมอกควันสีขาวก็สลายตัวลงพร้อมๆ กับที่เทพเจ้าแห่งสงครามและเทพเจ้าแห่งปัญญาได้หายตัวไป







    ณ ท้องพระโรงภายในวิหารขององค์จอมราชันย์แห่งเทพ



    “พระบิดา หม่อมฉัน…”


    “เจ้ามาทำอะไรที่วิหารของข้า ไคมาริอัส แล้วนั่น…ดีโอเธซัสเป็นอะไรไป?!” องค์ซิอุสที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำเอ่ยถามเทพเจ้าแห่งสงครามที่ตอนนี้ได้มายืนอยู่ต่อหน้าองค์จอมเทพด้วยสุรเสียงที่ตกใจ เนื่องจากภายในอ้อมแขนของไคมาริอัสนั้นมีเทพเจ้าแห่งปัญญาโอรสองค์โปรดซึ่งหลับไหลไม่ได้สติอยู่


    “หม่อมฉัน…มีเรื่องจะขอร้องพระองค์” คราวนี้ น้ำเสียงของเทพเจ้าแห่งสงครามอ่อนลงแตกต่างไปจากทุกครั้งที่เข้าพบจอมเทพ และสีหน้าของเขาก็ดูเจ็บปวด


    “โอรสดื้อรั้นจอมเอาแต่ใจอย่างเจ้าน่ะเหรอจะมีจิตใจมาขอร้องข้า ข้าคงหูฝาดเสียแล้วสิ” องค์ซิอุสเอ่ยตอบด้วยสุรเสียงที่แฝงด้วยความน้อยใจเล็กๆ อันเนื่องมาจากโอรสองค์โตที่เกิดแต่เทพีเทร่าองค์นี้มักจะต่อว่าต่อขานจอมเทพและเข้าข้างมารดาอย่างเทพีเทร่าเสียมากกว่า ในข้อหาที่เทพทุกองค์ต่างก็รับรู้โดยทั่วกันหมด


    “พระบิดา…ได้โปรด ข้าขอร้อง” หัวใจที่เจ็บปวดของไคมาริอัสทำให้กว่าที่เขาจะเอื้อนเอ่ยออกมาแต่วลีนั้น ช่างยากลำบากกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยพูดมาในชีวิต เทพเจ้าไม่เคยยอมก้มหัวขอร้องใคร แม้แต่พระบิดาของเขาเองก็ตาม



    แต่ทว่า..ในครั้งนี้ ต่อให้เขาต้องก้มหัว คุกเข่า หรือถูกสั่งให้ไปตาย เขาก็ยอมหมดทั้งสิ้น แล้วแต่องค์จอมเทพจะบัญชา

    ขอแค่..ขอแค่ดีโอเธซัสฟื้น




    องค์ซิอุสรับรู้ได้ว่า โอรสองค์นี้กำลังเจ็บปวด
    และรับรู้ได้ด้วยญาณว่า ไคมาริอัสกับดีโอเธซัสต่างตนต่างมีความรักที่ลึกซึ้งให้แก่กัน…ยากที่จะแยกพวกเขาให้พรากจาก





    “ว่ามาสิ ไคมาริอัส”


    “ได้โปรด ทำอย่างไรก็ได้ ช่วยรักษาเขาที พระบิดา..ได้โปรด ข้าขอร้องท่าน”


    ความเงียบที่เกิดจากองค์ซิอุสยังไม่ยอมเอ่ยปากตกลงตามคำร้องขอของโอรสนั้น บีบรัดหัวใจในอกให้เจ็บมากยิ่งขึ้นเท่าทวี ไคมาริอัสกระชับอ้อมแขนที่โอบอุ้มดีโอเธซัสไว้แน่นเสียยิ่งกว่าเดิมและก้มลงฝังใบหน้าลงกับหน้าผากมนของร่างเล็กที่ยังคงหลับไหลไม่ฟื้นคืนสติ



    “เจ้า..รักดีโอเธซัสจริงๆ หรือ” องค์ซิอุสเอ่ยถามด้วยสุรเสียงที่อ่อนลง


    “พะยะค่ะ ข้า…รักดีโอเธซัสอย่างสุดหัวใจ” ไคมาริอัสเงยหน้าขึ้น ตอบคำถามจากองค์จอมเทพด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น


    “…”


    “ข้ารักเขา ด้วยความสัตย์จริง”










    Talk

    เรา กลับมาแล้ววววววววววววววววววววววว
    คิดถึงเรามั้ย ;-;

    จริงๆ ในตอนแรก เราคิดว่าเราอาจจะไม่แต่งต่อแล้วล่ะ เพราะว่ามันท้อ ไม่มีกำลังใจ ไม่ใช่ว่ามันแต่งยากเกินไปหรืออะไรนะ แต่มัน..เมื่อเราเข้าไปดูบล็อคฟิคตัวเองในเด็กดีหรือในแท็กทวิต ยอดหวีดมันน้อยมากจริงๆ จนทำเราท้อไปหลายวันเลย

    ดังนั้น ถ้าอ่านจนจบแล้ว เราขอเวลาสักไม่เกิน 5 นาที คอมเม้นท์ในเด็กดีหรือไปหวีดต่อในแท็ก #รักแห่งไคซู หน่อยนะ…

    สุดท้าย ขอบคุณไรท์เตอร์ #50คิมไค ที่ช่วยขัดเกลารูปประโยคภาษาอังกฤษให้นะฮับ



    หมายเหตุ: นี่คือแผนที่เมืองเธรซในแผนที่กรีก






เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in