My First StorySiwaporn Srithab
รู้ทันโรคความดันโลหิตสูง มีแนวทางป้องกันอย่างไรให้ถูกทาง
  • ความหมายของภาวะความดันโลหิตสูง
    ก่อนจะรู้จักนิยามของภาวะความดันโลหิตสูง มาทำความรู้จัก "ความดันเลือด" (blood pressure หรือ BP) กันก่อน ความดันโลหิต เป็นความดันจากเลือดแดง ซึ่งตรวจพบได้จากการหมุนเวียนของระบบเลือดภายในฝาผนังเส้นเลือด เป็นตัวชี้ให้เห็นถึงสัญญาณชีพจรว่าร่างกายกำลังปฏิบัติงาน มีการถ่ายเทออกสิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย


    ภาวะความดันโลหิตสูง จึงหมายความว่า การที่ค่าความดันในเส้นโลหิตแดงมีค่าสูงกว่าระดับปกติ ซึ่งแม้ค่าความดันโลหิตยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้รับการดูแลและรักษา จะก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อสถาพทางร่างกายได้ ได้แก่ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ไตวาย ฯลฯ
    ที่มาของโรคความโลหิตเลือดสูง
    สำหรับสิ่งที่ทำให้เกิดการเกิดโรคความดันโลหิตสูงนั้นมีอยู่หลายกรณีด้วยกัน คือ

    * เกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์ ซึ่งโอกาสที่คนในครอบครัวจะเป็นโรคจำพวกนี้เป็นได้สูงมากมาย ถ้าเกิดมีคนภายในครอบครัวเป็นโรคความดันสูงอยู่แล้ว โดยความเสี่ยงจะมากขึ้นแม้เป็นญาติที่ใกล้ชิด

    * มีต้นเหตุมาจากโรคอ้วนหรือร่างกายมีน้ำหนักที่เกินตัว เพราะเหตุว่าโรคชนิดนี้เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นโรคเบาหวาน และโรคเส้นโลหิตต่างๆจนกระทั่งกระตุ้นให้เกิดสภาวะตีบจากไขมันที่ไปเกาะผนังเส้นเลือด เมื่อเกิดโรคชนิดนี้ขึ้นในร่างกาย จะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงตามมาได้ง่าย

    * มีต้นเหตุจากการเป็นโรคไตเรื้อรัง เพราะโรคชนิดนี้จะมีผลถึงการผลิตเอนไซม์ และก็ฮอร์โมนที่มีส่วนสำหรับเพื่อการควบคุมความดันเลือด

    * มีสาเหตุมาจากการมีความประพฤติการสูบยาสูบ เพราะในบุหรี่มีปริมาณพิษอยู่ในควันสูงมากมาย โดยสารพิษนี้จะส่งผลทำให้เกิดการอักเสบ เกิดการตีบตันของเส้นเลือดต่างๆและหลอดเลือดไต ทั้งยังส่งผลต่อเส้นโลหิตหัวใจด้วย

    * เกิดขึ้นจากการดื่มสุรา เพราะเหตุว่าการดื่มสุราจะส่งผลทำให้หัวใจของคนเราเกิดภาวะเต้นเร็วกว่าธรรมดา รวมทั้งมีผลต่อการเป็นโรคความดันเลือดสูงมากถึงโดยประมาณ 50% ของผู้ที่ติดสุรา

    * มีต้นเหตุจากการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มบ่อยๆ เพราะเหตุว่าความเค็มที่ร่างกายได้รับในจำนวนที่มากเหลือเกิน มีส่วนนำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้

    * มีต้นเหตุจากการไม่หมั่นออกกำลังกาย เนื่องจากการไม่ออกกำลังกายจะมีผลต่อการเป็นโรคอ้วน และเบาหวานได้ แม้พบเจอกับโรคทั้งสองชนิดนี้ ก็จะมีผลให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงตามมาได้

    * มีสาเหตุจากผลกระทบของการทานยาอย่างเช่น การทานยาที่อยู่ในกลุ่มสเตียรอยด์


    สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง
    ต้นสายปลายเหตุดังต่อไปนี้สามารถที่จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความดันโลหิตสูงได้


    * อายุ: การเสี่ยงจะมากขึ้นเรื่อยๆตามอายุ โดยยิ่งไปกว่านั้นผู้ชายที่แก่กว่า 45 ปีรวมทั้งหญิงที่อายุมากกว่า 65 ปี
    * เชื้อชาติแอฟริกัน - อเมริกัน: พบว่ามีการเสี่ยงสำหรับการเกิดโรคเร็วกว่าแล้วก็รุนแรงกว่า รวมทั้งหากเกิดภาวะแทรกซ้อนจะอันตรายกว่ามาก
    * ประวัติครอบครัว: ความดันโลหิตสูงมีทิศทางที่จะตกทอดทางพันธุกรรมได้
    * ความอ้วน: โดยยิ่งไปกว่านั้นการอ้วนลงพุง นำมาซึ่งเส้นโลหิตตีบแคบ รวมทั้งทำให้ค่าความดันเลือดสูงขึ้นได้
    * ความประพฤตินั่งๆนอนๆ: การที่ร่างกายชักช้า ไม่ได้ออกกำลังกาย มักมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคอ้วน เบาหวานประเภทที่ 2 และก็อัตราการเต้นของหัวใจที่มากขึ้น ซึ่งทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
    * การสูบบุหรี่และผู้ที่ได้รับควันจากบุหรี่: สารเคมีในบุหรี่สามารถทำลายฝาผนังเส้นเลือดแดงได้ ซึ่งทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง ส่งผลให้เกิดความดันโลหิตที่สูงขึ้น
    * การเลือกกินอาหาร: อาหารบางจำพวกสามารถที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูงได้ ได้แก่
    * ของกินที่มีเกลือโซเดียมสูง ทำให้ร่างกายดูดซับน้ำเข้าไปมากและก็เกิดภาวะความดันโลหิตสูงชั่วคราว
    * ของกินที่มีโพแทสเซียมไม่พอ ทำให้ไม่สามารถที่จะรักษาระดับของโซเดียมในเซลล์ได้ นำมาซึ่งสภาวะโซเดียมเกินในเลือด
    * วิตามินดี การรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีน้อยไปบางทีอาจเพิ่มการเสี่ยงต่อความดันเลือดสูง
    * การดื่มแอลกอฮอล์ ในปริมาณที่มากกว่า 170 มล.สำหรับเพศชาย และ 85 มิลลิลิตรสำหรับหญิง
    * ความเคร่งเครียด: ส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงชั่วคราวได้
    * โรคเรื้อรัง: ได้แก่ โรคไตเรื้อรัง สภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือเบาหวาน
    * การมีท้อง
    * การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด

    จะทราบได้ยังไงว่ามีภาวะความดันโลหิตสูง?
    วิธีเดียวที่จะทราบถึงภาวะความดันโลหิตสูง เป็นการวัดระดับความดันโลหิตเพียงแค่นั้น การวัดที่นิยมกันทั่วๆไปคือการวัดความดันด้วย Stethoscope (เสต็ธโทสโคป) และเครื่องความดันรัดแขน (Blood Pressure Cuff) โดยเจ้าหน้าที่จะนำแผ่นวัดมาพันรัดรอบแขนของคนตรวจในท่านั่ง จากนั้นจะวัดความดันโดยใช้ เกจวัดความดัน (Pressure-measuring Gauge)

    เนื่องด้วยความดันโลหิตจะไม่คงจะระดับตลอดทั้งวัน แพทย์จึงต้องกระทำการตรวจวัดความดัน 2-3 ครั้งเพื่อยืนยันผลของการตรวจ ในบางครั้งแพทย์จำเป็นต้องทำการวัดความดันที่แขนทั้งสองข้างเพื่อเทียบต่างระดับความดัน

    วิธีการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
    ในส่วนของการป้องกันเพื่อไม่ให้เป็นโรคภาวะความดันโลหิตสูงสามารถทำเป็นโดยการหมั่นทานอาหารที่มีสาระ และดูแลตัวเองดังต่อไปนี้

    * กินอาหารที่ให้คุณค่าสารอาหารที่ครบอีกทั้ง 5 หมู่แต่ละวัน โดยกินอาหารแต่ละหมู่ในจำนวนที่สมควร ไม่ทำให้สุขภาพร่างกายเกิดภาวะอ้วน หรือมีน้ำหนักที่เกินเกณฑ์ แล้วก็ควรจะจัดแจงของกินจำพวกที่ให้ไขมัน แป้ง น้ำตาล และก็ของกินรสเค็มทิ้งไป โดยเพิ่มปริมาณของผักและผลไม้ชนิดที่ไม่หวานมากมายแทน
    * ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    * ให้ร่างกายมีเวลาพักผ่อนที่พอเพียง รวมถึงการหมั่นทำให้จิตใจสงบและมีสติยิ่งขึ้น
    * หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี ด้วยเหตุว่าการตรวจหาโรคความดันโลหิตสูงนั้น สามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุ 18-20 ปี เมื่อมีโอกาสเสี่ยงกับโรคดังที่กล่าวถึงมาแล้วจะได้สามารถจัดการได้ทัน โดยการปรึกษาหารือและขอคำแนะนำจากหมอ

    ขอบคุณบทความดีๆ จาก https://www.honestdocs.co/high-blood-pressure

    Tags : ความดันโลหิตสูง
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in