My First StorySiwaporn Srithab
ทุกเนื้อหาเกี่ยวกับ “ยาฆ่าเชื้อ” รวมครบอีกทั้งเชื้อแบคทีเรีย รา ไวรัส
  • เมื่อเอ่ยถึงคำว่า “ยาฆ่าเชื้อ”  โดยทั่วไปแล้วชอบซึ่งก็คือยาต้านเชื้อแบคทีเรีย หรือ “ยาปฏิชีวนะ” ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย (Antibiotic drug) โดยตัวยาบางทีอาจออกฤทธิ์ยั้งการแบ่งตัวของเชื้อแบคทีเรีย (Bacteriostatic) ทำให้แบคทีเรียอ่อนแรง ไม่สามารถเพาะพันธุ์และเจริญเติบโตได้ จนถึงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถกำจัดเชื้อออกไปจากร่างกายได้ หรือออกฤทธิ์ทำลายเชื้อแบคทีเรีย (Bactericidal) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างก็ได้

    ยาปฏิชีวนะมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากว่าสามารถใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีคุณภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พบว่าเกิดปัญหาด้านการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียหลายประเภท เนื่องด้วยการใช้ยาเกินจำเป็น แล้วก็ใช้อย่างไม่เหมาะสม ตัวอย่างเช่นนำไปรักษาโรคติดเชื้อที่เกิดขึ้นจากเชื้ออันอื่นนอกจากแบคทีเรีย อาทิเช่น รา เชื้อไวรัส ทำให้ยาที่เคยออกฤทธิ์ดีสำหรับการทำลายหรือยับยั้งเชื้อนั้นๆใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป

    เมื่อพูดถึงคำว่า “ยาฆ่าเชื้อ” โดยทั่วไปแล้วมักจะหมายความว่ายาต้านเชื้อแบคทีเรีย หรือ “ยาปฏิชีวนะ” ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย (Antibiotic drug) โดยตัวยาอาจออกฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อแบคทีเรีย (Bacteriostatic) ทำให้แบคทีเรียอ่อนล้า ไม่สามารถเพาะพันธุ์และเจริญเติบโตได้ กระทั่งระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถกำจัดเชื้อออกไปจากร่างกายได้ หรือออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Bactericidal) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งคู่อย่างก็ได้

    ยาฆ่าเชื้อ มีอะไรบ้าง?
    ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย (Antibiotic Drug)
    ยาต้านเชื้อแบคทีเรียสามารถแบ่งตามการออกฤทธิ์ต่อเชื้อแบคทีเรียได้เป็น 2 ชนิด ดังเช่น


    ยาที่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรีย (Bactericidal)



    ยาที่ออกฤทธิ์ทำลายเชื้อแบคทีเรียยังแบ่งย่อยลงไปได้อีก ตามการออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ดังต่อไปนี้


    * การสร้างผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรีย

    ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ขัดขวางการผลิตฝาผนังเซลล์ของแบคทีเรีย ซึ่งแบคทีเรียดูเหมือนจะทุกประเภท (ละเว้นไมโคพลาสมา (Mycoplasma)) จะมีผนังหุ้มรอบเซลล์ เพื่อเซลล์แข็งแรงและก็อาจจะรูปร่างอยู่ได้ ฤทธิ์ของยาจะมีผลให้เซลล์แตกแล้วก็ตายทันที
    กลุ่มนี้เป็นยาที่ออกฤทธิ์กว้าง สามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิด แต่ชอบส่งผลทำลายเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกมากกว่าแกรมลบ เพราะเหตุว่าผนังเซลล์ของแบคทีเรียแกรมบวกมีความซับซ้อนน้อยกว่าแกรมลบ ยาจึงเข้าไปในฝาผนังเซลล์แบคทีเรียแกรมบวกได้ง่ายดายกว่า
    ยากลุ่มนี้มีความปลอดภัยต่อคนสูงที่สุด ด้วยเหตุว่าไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพร่างกายของคน เหตุเพราะเซลล์ของคนไม่มีผนังเซลล์


    * กลุ่มยาที่ออกฤทธิ์รบกวนเยื่อหุ้มเซลล์ของแบคทีเรีย

    ยาปฏิชีวนะบางประเภทส่งผลเปลี่ยนคุณลักษณะของเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้การแลกเปลี่ยนสารต่างๆที่อยู่ในเซลล์และอยู่นอกเซลล์ของแบคทีเรียเปลี่ยนไปจากปกติ เชื้อแบคทีเรียก็เลยตายสุดท้าย ยาที่ออกฤทธิ์ผ่านกลไกนี้จัดว่าเป็นพิษต่อเซลล์ของคนมากกว่ายาในกรุ๊ปอื่น เนื่องด้วยเซลล์ของคนก็มีเยื่อหุ้มเซลล์เช่นกัน ยาก็เลยมีผลต่อการทำงานของเยื่อหุ้มเซลล์ของคนด้วย แต่ไม่เป็นผลมากมายเท่าเยื่อหุ้มเซลล์ของแบคทีเรีย

    ตัวอย่างยาที่ออกฤทธิ์รบกวนเยื่อหุ้มเซลล์ของเชื้อแบคทีเรีย อาทิเช่น โพลิมิกซิน บี (Polymyxin B) โคลิสติน (Colistin) หรือ โพลิมิกซิน อี (Polymyxin E) แอมโฟเทอริซิน บี (Amphotericin B) กรามิซิดิน (Gramicidin) เป็นต้น


    * ยาที่ออกฤทธิ์ยั้งการแบ่งตัวของเชื้อแบคทีเรีย (Bacteriostatic)

    ยาที่ออกฤทธิ์ยั้งการแบ่งตัวของเชื้อแบคทีเรียสามารถแบ่งย่อยออกตามการออกฤทธิ์ ดังต่อไปนี้

    * กลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ทำให้การสร้างโปรตีนของเชื้อแบคทีเรียไม่ปกติ

    ยาฆ่าเชื้อมีกลไกทำให้แบคทีเรียไม่สามารถที่จะสร้างโปรตีนได้ จึงส่งผลให้แบคทีเรียหยุดการเจริญเติบโตแล้วก็หยุดการแบ่งตัว แต่เชื้อแบคทีเรียจะยังไม่ตายในทันที ถ้าเกิดคนป่วยที่ใช้ยากลุ่มนี้มีภูมิคุ้มกันแข็งแรง ก็จะสามารถกำจัดเชื้อออกไปจากร่างกายได้เอง หรือบางทีอาจจำเป็นต้องใช้ยาสม่ำเสมอระยะหนึ่งจึงจะสามารถกำจัดเชื้อได้ ยายับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อย ตามตำแหน่งที่ยาไปมีผลต่อการทำงานของไรโบโซม


    * การสร้างกรดนิวคลิอิก (Nucleic acid)

    กรดนิวคลิอิกเป็นองค์ประกอบของสารพันธุกรรมดีเอ็นเอ ซึ่งจำเป็นต่อการเติบโตแล้วก็การแบ่งตัวของแบคทีเรีย เมื่อแบคทีเรียไม่อาจจะสร้างดีเอ็นเอได้ ก็เลยไม่สามารถที่จะเจริญเติบโตและก็แบ่งตัวได้ กลไกอย่างนี้มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย แต่ว่าไม่ได้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ


    * กรุ๊ปยาที่ออกฤทธิ์รบกวนกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์

    กรรมวิธีเมตาบิลึซึม คือกรรมวิธีสร้างและสลายสารต่างๆในเซลล์ ซึ่งเป็นกระบวนที่เกิดอยู่ตลอดเวลา ถ้าเกิดกรรมวิธีพวกนี้ถูกขัดขวาง จะส่งผลทำให้แบคทีเรียหยุดการเติบโตแล้วก็ขยายพันธุ์

    ถึงแม้คนธรรมดาทั่วไปจะรู้จักคำว่า “[b][i]ยาฆ่าเชื้อ[/i][/b]” ในความหมายของยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ดังที่ได้ชี้แจงเนื้อหาไปข้างต้น แต่ว่าความเป็นจริงแล้ว “เชื้อ” ประเภทอื่นนอกเหนือจากแบคทีเรียก็ยังมีอีก ตัวอย่างเช่น เชื้อไวรัส รา ทั้งคู่จะต้องใช้ยาต้านโดยยิ่งไปกว่านั้น จึงจะกำจัดหรือยับยั้งเชื้อสำเร็จ

    https://www.honestdocs.co/all-information-about-disinfectant

    Tags : แบคทีเรีย, การใช้ยา
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in