My First StorySiwaporn Srithab
ตกขาวคืออะไร
  • ตกขาว มีลักษณะเป็นมูกใสๆหรือเป็นสีขาว หลั่งออกมาจากต่อมต่างๆข้างในปากมดลูกแล้วก็ผนังช่องคลอด พบบ่อยได้บ่อยมากในหญิงวัยเจริญพันธุ์ ตกขาวอาจก่อให้ผู้หญิงจำนวนมากหมดความเชื่อมั่น และก็ยังก่อให้เกิดอาการระคายบริเวณจุดซ่อนเร้นด้วย ธรรมดาตกขาวจะมีจำนวนมากช่วงไข่ตกในระยะกลางของรอบเดือนแล้วจะหายไป รวมทั้งกลับมาอีกครั้งในช่วงใกล้มีรอบเดือน

    ความแตกต่างระหว่างตกขาวปกติรวมทั้งตกขาวผิดปกติ

    * ตกขาวปกติ หรือตกขาวธรรมดา ขึ้นกับปริมาณฮอร์โมนผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงตามรอบระดู ธรรมดาจะไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่ทำให้เกิดอาการคัน และไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆร่วมด้วย เช่น เป็นไข้ ปวดท้อง หรือขัดเบา ตกขาวจะมีปริมาณเล็กน้อยเพื่อให้ช่องคลอดเปียกชื้นและก็อาจมีกลิ่นบ้างตามลักษณะกลิ่นตัวของแต่ละคน


    * ตกขาวไม่ปกติ จะมีปริมาณตกขาวมากขึ้นผิดปกติอย่างชัดเจน โดยมีลักษณะ สี รวมทั้งกลิ่นเปลี่ยนไปจากเดิม จากธรรมดาที่มักใส ไม่มีสี ก็กลายเป็นสีเหลือง หรือสีเขียว ข้นเป็นก้อน เป็นมูกเลือด มีหนอง มีฟองปนออกมาจำนวนมาก หรือมีกลิ่นเหม็นคล้ายปลาเน่า อีกทั้งยังมีลักษณะอาการคันแล้วก็ปวดแสบปวดร้อนที่รอบๆปากช่องคลอด รวมทั้งเป็นไข้ รู้สึกปวดท้องน้อย ขัดเบา และมีอาการเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์


    สีของตกขาวบอกถึงอะไร

    * ตกขาวเป็นน้ำ หรือมูกใส

    เป็นอาการธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับสตรีทุกคน โดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนกึ่งกลางของรอบเดือนที่มีการตกไข่ซึ่งจะมีจำนวนตกขาวมาก แม้กระนั้นถ้าตกขาวเป็นน้ำและไหลเป็นฟองรวมทั้งมีลักษณะคันร่วมด้วย อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรืออาการอักเสบด้านในช่องคลอดได้


    * ตกขาวเป็นก้อนสีขาว

    มีสาเหตุจากการติดเชื้อราที่มีชื่อว่า "แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida albicans)" ส่งผลให้ตกขาวมีลักษณะเป็นก้อนสีขาวข้น หรือสีเหลืองขาวเหมือนนมบูด มีกลิ่นเหม็นแต่ว่าไม่คาว อาจทำให้เยี่ยวแสบขัด หรือแสบคันในบางครั้ง ชอบเกิดกับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือใช้ยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานานๆ


    * ตกขาวสีเหลือง

    สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุดังต่อไปนี้


    * การติดเชื้อไวรัส มีสีเหลืองรวมทั้งมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ เกิดขึ้นจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เชื้อไวรัสจากโรคเริม ทำให้มีตุ่มน้ำใสๆขนาดเล็ก และก็จะแตกออกเปลี่ยนเป็นแผลแสบคัน
    * การติดเชื้อแบคทีเรีย จุดเด่นที่สังเกตได้ชัดเจนคือ มีกลิ่นคาวปลาแล้วก็อาจมีอาการคันร่วมด้วย ซึ่งมักมีสาเหตุจากการรับเชื้อผ่านทางเพศสัมพันธ์
    * การติดเชื้อรา มีเหตุมาจากการติดเชื้อราแคนดิดา อัลบิแคนส์
    * การติดเชื้อหนองใน มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า “ไนซีเรียโกโนเรียอี (Neisseria gonorrhoeae)" ทำให้มีจำนวนตกขาวมากขึ้น ลักษณะเป็นหนองสีเหลือง หรืออาจมีสีเขียวคละเคล้า ส่งผลให้มีกลิ่นเหม็นแต่ว่าไม่คัน อีกทั้งยังเป็นเหตุให้ปวดแสบขณะปัสสาวะได้
    * การติดเชื้อพยาธิในมดลูก ส่วนมากมักทำให้ตกขาวมีสีเขียว แต่บางครั้งก็ทำให้เป็นสีเหลืองได้ด้วยเหมือนกัน อีกทั้งยังมีต้นเหตุอื่นๆเช่น การติดเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า Chlamydia อาการปากมดลูกอักเสบ หรือช่องคลอดอักเสบ แต่เจอได้ไม่บ่อยเท่าสาเหตุอื่นๆที่กล่าวมาข้างต้น


    * ตกขาวสีเขียว

    มีเหตุมาจากการติดเชื้อพยาธิประเภทโปรโตซัวที่มีชื่อว่า “ทริโคโมแนส วาจินาลิส” (Trichomonas vaginalis) ซึ่งมักมีสาเหตุจากการมีเพศสัมพันธ์ ตกขาวประเภทนี้ทำให้มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว เป็นฟอง มีลักษณะอาการคันแล้วก็แสบแดงที่รอบๆอวัยวะเพศ ผู้ป่วยบางรายจะมีลักษณะเยี่ยวขัดแล้วก็มีตกขาวมากไม่ปกติ นอกจากนั้นแบคทีเรียบางจำพวกยังสามารถทำให้ตกขาวมีสีเขียวได้ แต่ว่าจะไม่มีอาการคันและไม่มีกลิ่นซึ่งอาจไม่ต้องรักษา


    * ตกขาวสีเทา

    เกิดจากการลดลงของแบคทีเรียประเภท "แลคโตบาซิลไล (Latobacilli)" ซึ่งมีฤทธิ์ยั้งการเติบโตของแบคทีเรียก่อโรคในมดลูก ทำให้แบคทีเรียก่อโรคมีปริมาณมากขึ้นกระทั่งช่องคลอดเกิดการอักเสบ ตกขาวประเภทนี้มีสีขาวคละเคล้าเทาอ่อนแล้วก็มีกลิ่นเหม็นคล้ายกับกลิ่นปลาเค็ม ทั้งมักมีกลิ่นรุนแรงหลังหมดประจำเดือนใหม่ๆหรือหลังมีเซ็กส์ ตกขาวสีเทาสอดคล้องกับปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคอย่าง เช่น การคุมกำเนิดด้วยห่วงอนามัย การสวนล้างช่องคลอด การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ และการรับประทานยาปฏิชีวนะตลอดเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆฯลฯ


    * ตกขาวสีน้ำตาล

    อาจเป็นเพราะเลือดไหลผิดปกติปนออกมากับตกขาว ตัวอย่างเช่น อาการเลือดออกจากการตกไข่ที่มักเกิดขึ้นในช่วง 2 อาทิตย์หลังมีระดูวันแรก โดยอาจมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย หรือไม่ก็ได้ อาการเลือดออกจากรอบเดือนที่มาช้า หรือมาไม่ตรงรอบ เลือดไหลที่เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งชอบเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ 3 หลังจากที่มีระดูวันแรก แม้กระนั้นไม่มีลักษณะของการปวดท้อง มีลักษณะเป็นเลือดสีน้ำตาลที่จำนวนไม่เท่าไรนัก นอกจากนี้ในกรณีที่มีเลือดไหลจากการตั้งครรภ์นอกมดลูกก็อาจทำให้มีอาการเลือดไหลกระปริบกระปรอยและก็มีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย รวมถึงอาจเกิดจากการรับเชื้อที่ช่องคลอด หรือปากมดลูก ก็เลยทำให้มีกลิ่นเหม็นและมีสีน้ำตาลคละเคล้าจากเลือดเก่า


    * ตกขาวสีชมพู

    พบได้บ่อยในหญิงหลังคลอด ซึ่งเกิดจากการลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก หรือบางทีอาจจะเป็นสีของเลือดที่เรียกว่า “เลือดล้างหน้าเด็ก” ที่เป็นสีชมพูซีดๆ

    ตกขาวบางทีอาจดูเหมือนกับว่าคือเรื่องธรรดาที่เกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน แต่ถ้ามีอาการผิดปกติก็ไม่ควรละเลยเนื่องจากอาจเป็นสัญญาณเตือนให้พวกเราต้องระวังเกี่ยวกับสุขลักษณะ ที่สำคัญควรหมั่นสังเกตตัวเองให้เพิ่มมากขึ้น ถ้าหากไม่มั่นใจควรเข้ารับการปรึกษาจากสูติ-นรีแพทย์ เพื่อการดูแลรักษาที่ถูกต้องรวมทั้งยอดเยี่ยม

    https://www.honestdocs.co/causes-and-symptoms-leucorrhoea

    ที่มา : https://www.honestdocs.co/causes-and-symptoms-leucorrhoea

    Tags : แบคทีเรีย, ประจำเดือน
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in