My First StorySiwaporn Srithab
โรคริดสีดวงทวาร คืออะไร?
  • โรคริดสีดวงทวาร คือ การที่เส้นเลือดดำที่ลำไส้ใหญ่แล้วก็ทวารหนัก มีอาการบวม โป่งพอง และก็มีหลอดเลือดบางส่วนยื่นออกมาจากทวารหนัก โดยเกิดจากหลากหลายต้นสายปลายเหตุ

    ริดสีดวง สามารถแบ่งได้เป็น 2 จำพวก ดังนี้

    * ริดสีดวงภายใน คือ ริดสีดวงทวารที่เกิดเหนือทวารหนักขึ้นไป ปกติจะเส้นเลือดที่โป่งพองจะไม่โผล่ออกมาให้มองเห็นและก็คลำไม่ได้ และไม่ก่อกำเนิดอาการถ้ายังไม่มีภาวะแทรกซ้อน
    [*][b]ริดสีดวงภายนอก[/b] เป็น ริดสีดวงบริเวณปากรอยย่นของทวารหนัก สามารถมองเห็นรวมทั้งลูบคลำติ่งเนื้อที่ปกคลุมเส้นเลือดโป่งพองได้ อาจมีความรู้สึกปวด ด้วยเหตุว่าที่ติ่งเนื้อมีปลายประสาทรับรู้

    อาการโรคริดสีดวง
    ลักษณะของโรคริดสีดวง แบ่งได้ 4 ระยะ โดยความรุนแรงจะเพิ่มตามระยะที่เป็น ตัวอย่างเช่น

    * ระยะที่ 1: มีเส้นเลือดดำโป่งพองในทวารหนัก จะมีเลือดออกออกมาเวลาเบ่งอุจจาระ แล้วก็ถ้าเกิดท้องผูก เลือดก็จะออกมากขึ้น

    * ระยะที่ 2: หัวริดสีดวงทวารโตมากเพิ่มขึ้น เริ่มโผล่ออกมาพ้นทวารหนัก เวลาเบ่งอุจจาระจะออกมาให้เห็นเยอะขึ้นเรื่อยๆ และหดกลับได้เองหลังการขับถ่าย

    * ระยะที่ 3: หัวริดสีดวงทวารจะโผล่ออกมามากกว่าเดิม เวลาไอจาม หรือยกของหนักๆที่จะต้องเกร็งท้อง จะมีการเบ่ง ให้หัวริดสีดวงทวารออกมาด้านนอก และไม่สามารถหดกลับเข้าไปได้เอง จำเป็นต้องใช้นิ้วช่วยดันกลับเข้าไป

    * ระยะที่ 4: หัวริดสีดวงโตมากเพิ่มขึ้น สามารถมองเห็นจากด้านนอกได้ชัดเจน มีลักษณะอาการบวม อักเสบและก็อาการแทรกที่รุนแรงมาก โดยมีเลือดไหลมาเสมอ อาจเป็นน้ำเหลืองเมือกลื่น และมีอุจจาระออกมาได้ ทำให้เกิดความสกปรกรวมทั้งเปียกชื้นตลอด อาจมีอาการคันที่ขอบปากทวารร่วมด้วย บางครั้งอาจเน่าและก็อักเสบเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการได้รับเชื้อได้ง่าย และถ้าเกิดมีเลือดไหลอยู่เรื่อยจะก่อให้ซีดเผือด หมดแรง น้ำหนักตัวลดน้อยลง รวมทั้งมีอาการหน้ามืดได้

    ต้นเหตุหลักของโรคริดสีดวงทวาร

    โรคนี้เกิดได้จากหลายกรณี โดยยิ่งไปกว่านั้นพฤติกรรมการขับถ่ายของแต่ละคน โดยสามารถที่จะทำการแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้

    * ภาวการณ์ท้องผูกเรื้อรัง
    * ท้องเสียบ่อย
    * พฤติกรรมชอบเบ่งอุจจาระอย่างแรง
    * ชอบนั่งอุจจาระเป็นระยะเวลานาน โดยยิ่งไปกว่านั้นคนที่มักเล่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะถ่าย
    * ใช้ยาสวนอุจจาระหรือยาระบายบ่อยเกินความจำเป็น
    * มีสภาวะโรคตับแข็ง ซึ่งมีผลทำให้เลือดดำอุดตัน จนกระทั่งบริเวณเส้นเลือดดำรอบๆทวารโป่งพอง
    * อายุที่มากขึ้นทำให้กล้ามเนื้อหย่อนยาน จนกระทั่งทำให้เบาะรองเลื่อนลงมาจนถึงยื่นออกมาจากทวารหนัก
    * บุคคลในครอบครัวมีประวัติ เคยเป็นโรคริดสีดวงทวารหนัก
    * พฤติกรรมที่ต้องยกของหรือออกแรงเบ่งมากมายๆ

    การรักษาโรคริดสีดวง
    โรคริดสีดวง สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการดังนี้

    * รักษาโรคริดสีดวงด้วยตัวเอง ถ้าเกิดเป็นโรคริดสีดวงในระยะที่ 1 หรือระยะที่ 2 สามารถรักษาให้หายด้วยตนเองได้ โดยการแช่น้ำอุ่นในกะละมังใบใหญ่ เทด่างทับทิมผสมกับน้ำจนถึงแปลงเป็นสีชมพูจาง(หรือแช่น้ำอุ่นสิ่งเดียวได้) ต่อจากนั้นนั่งแช่ลงในกะละมัง 15 - 20 นาที ควรจะทำอีกทั้งก่อนและหลังจากที่ถ่ายอุจจาระ เพื่อช่วยลดอาการอักเสบ และลดการขยายตัวของเส้นเลือดดำรอบๆทวารหนัก

    * เหน็บยารักษาริดสีดวง ยาเหน็บรักษาริดสีดวงมีหลายแบรนด์และหลายอย่าง แต่มีตัวยาคล้ายกัน เสนอแนะให้เลือกยาเหน็บที่มีส่วนผสมของเบนโซเคน 1 กรัม ลาโนลิน 15 กรัม ซึ่งเป็นตัวยาสำคัญสำหรับเพื่อการรักษาโรคริดสีดวง

    * รักษาโดยการฉีดยา ใช้รักษาริดสีดวงด้านในระยะที่ 1 และ 2 แล้วก็ริดสีดวงที่เลือดออกมาก โดยฉีดสารเคมีเข้าไปในตำแหน่งชั้นใต้ผิวหนังบริเวณที่มีขั้วของริดสีดวงอยู่ ทำให้มีการเกิดพังพืดไปอุดกันเส้นเลือดที่ส่งเลือดมาที่ริดสีดวง เลือดจะหยุดไหล และริดสีดวงจะฝ่อท้ายที่สุด แต่ว่าขณะฉีดต้องระมัดระวังไม่ฉีดเข้าริดสีดวงโดยตรง ด้วยเหตุว่าจะทำให้สารเคมีเข้าเส้นเลือด ก่อให้เกิดการแน่นหน้าอก แล้วก็เจ็บท้องด้านบนได้

    * การดูแลและรักษาโดยการใช้ยางรัด โดยการใช้ยางรัดหัวของริดสีดวงที่โผล่ออกมา เพื่อให้มีการขาดเลือด ซึ่งจะมีผลให้หัวของริดสีดวงฝ่อและก็หลุดไปเองตามธรรมชาติ ใช้สำหรับริดสีดวงทวาร ในระยะที่ 1 2 และ 3

    * การผ่าตัด ใช้รักษาริดสีดวงในระยะที่ 3 และ 4 เนื่องจากว่าริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่มากจนกระทั่งไม่สามารถที่จะกลับเข้าไปได้เอง จะต้องรักษาด้วยขั้นตอนการผ่าตัดแค่นั้น ซึ่งการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับจำนวนรวมทั้งประเภทของริดสีดวงทวาร แล้วก็ความชำนาญของศัลยแพทย์ เช่น ริดสีดวง 1 – 2 ตำแหน่ง อาจมีการใช้เครื่องมือพิเศษช่วยสำหรับในการตัดริดสีดวงทวาร โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ไหมเย็บแผล แม้กระนั้นถ้าเกิดมีริดสีดวงทวารตั้งแต่ 3 ตำแหน่งขึ้นไป อาจจะต้องใช้อุปกรณ์สำหรับตัดต่อเยื่อบุไส้จำพวกกลม โดยการตัดและก็เย็บนี้จะเกิดตามแนวเส้นรอบวงของช่องทวารหนัก ซึ่งกระบวนการนี้ มีจุดเด่น คือ สามารถตัดหัวริดสีดวงออกได้ทุกหัว และไม่ทำให้รูทวารหนักแคบลง ผู้เจ็บป่วยจะไม่มีแผลภายนอกเลย อีกทั้งลักษณะของการเจ็บปวดหลังผ่าตัดก็มีไม่มาก

    Tags : ริดสีดวง, รักษาริดสีดวง, อาการปวด
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in