My First StoryNan Papermategroup
รีวิวประสบการณ์ไหว้เจ้าขอผัวของเจ๊อารี
  • เห็นว่าช่วงนี้ฮิตกันมากเลยฮะ รีวิวจากผู้ใช้จริงผู้ไหว้จริง ไม่มีหน้าม้ารับจ้างรีวิว บอกว่าวัดที่ฮ่องกงศักดิ์สิทธิ์มาก ใครเหงาอยู่ต้องหายเหงาใครอยากมีผัวต้องได้มี เราก็นึกสังวรณ์ในอดีตที่ผ่านมาพบว่านี่ก็ไปไหว้อยู่หลายครั้งเหมือนกันนะ เลยลองมารีวิวให้ฟังว่าที่ไหนเป็นยังไงบ้าง

     

    1.พระตรีมูรติ บริเวณ ข้าง Central World

    เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นคับ สมัยยังเป็นวัยรุ่นตั้งแต่สมัยที่ World Trade เปลี่ยนมาเป็น Central World ใหม่ๆ (นานโขอยู่) ไปเดินเล่นแถวCentral World กับรุ่นน้องคนหนึ่ง ประเด็นคือตั้งใจไปเดินห้างช่วงนั้นเรื่องการขอพรเรื่องความรักจากพระตรีมูรติก็เป็นที่นิยมกันแล้วเราเดินผ่านเห็นเขาไหว้ ก็เลยไหว้บ้าง เผื่อว่าจะได้อะไรดีๆแน่นอนว่าสิ่งที่ขอจะเรื่องอาไร๊สำหรับวัยรุ่น ก็ขอเรื่องความรักเท่านั้นแหละแม้ว่าต่อมาจะมีการบอกว่าจริงแล้วพระตรีมูรตินั้นท่านไม่ใช่เทพที่โฟกัสด้านความรักแต่ท่านคือ ระศิวะ 5 เศียร ที่เรียกว่าปาง ‘ปัญจมุขี’ เทพผู้ขจัดโรคร้าย อ่ะ ! ก็ว่ากันไปเนาะ

    แล้วผลเป็นไง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อฮะ! ไหว้เสร็จปุ๊ป หมุนตัว 360 องศาเดินไปหาที่นั่งพักขา ใช้เวลาไม่เกิน 10นาที น้องที่ไปด้วยบอกเผยความในใจบอกชอบเรา เฮ้ย ! อะไรยังไง คือน้องเขาเป็นเพศเดียวกันกับเรา จริงๆเราไม่ได้มีปัญหาว่าเพศอะไรชอบก็คือชอบ รักก็คือรัก ตอนนั้นจำไม่ได้แล้วว่าตอบหรืออธิบายไปว่าอย่างไร รู้แต่ว่าเราไม่ได้ชอบเขาแบบคนรักยังไงก็เป็นพี่น้องกันดีกว่านะ (พี่น้องอีกละ !)และเรื่องนี้มันก็นานมาก เจ๊ก็จำไม่ได้ว่าเรื่องราวมันจบยังไงเหมือนกัน

     

    2.เทพทันใจ กรุงย่างกุ้ง พม่า (Nat bo bo gyi)

    เรื่องมีอยู่ว่า

    วันนั้นคับไปพม่ากับเพื่อนในช่วงวันเข้าพรรษาพอดี คนเยอะมากทั้งคนพม่าเองและคนไทย  ด้วยความที่เป็นเทศกาลเข้าพรรษาสาธุชนคับคั่งมากคับ ฝนตก พื้นลื่น คนเยอะ ขยะเกลื่อนพื้น พอคนเยอะก็เหม็นขี้เต่าฝูงชนอากาศไม่พอหายใจ อุณหภูมิที่ค่อนข้างอบอ้าวเพราะฝนตกๆหยุดๆตกสลับกันไปมา ไม่เกรนขึ้นอีกคับผมสภาพเจ๊เองค่อนข้างแย่ แต่เทพทันใจนี่ถือเป็น The Must Placeแห่งหนึ่งที่ใครไปก็มักจะไปไหว้อธิษฐานขอสิ่งต้องประสงค์ไหว้แล้วต้องเอาหน้าผากของเราไปแตะนิ้วชี้ท่าน เสร็จแล้วเอาเงินเสียบไว้ปกติแล้วเป็นที่ไม่ชอบพิธีการอะไรเยอะ การไหว้ก็คือการแสดงเคารพอย่างหนึ่งแต่ว่าในรายละเอียดแล้วจะถูกผิดอย่างไรเจ๊ก็ไม่แน่ใจ เพราะไปเอง ไม่มีใครให้ถาม (ต่อให้ไปกับไกด์เจ๊ก็ไม่ทำตามอยู่ดีถ้าเจ๊รู้สึกว่ากรรมวิธีมันเยอะเกินไป)การไหว้ครั้งที่ 2 นี้ก็ห่างจากครั้งแรกนับ 10 ปี ซึ่งใช่แล้วหละ  เจ๊ยังโสดอยู่ เจ๊ไม่ชัวร์ว่าอธิษฐานอะไรไปบ้างแต่มั่นใจว่าเรื่องผู้ต้องเป็นหนึ่งในเรื่องที่อธิษฐาน

    แล้วผลเป็นไง

    หนนี้นอกจากเจ๊ไม่ได้อะไรเลยแล้วเจ๊ยังต้องเสียเพื่อนที่สนิทที่สุดคนหนึ่งในชีวิตไปเลย เพราะเหตุว่าทะเลาะกันหลังจากกลับจากทริปแต่ไม่ต้องห่วงเจ๊ วันเวลามีส่วนช่วยให้ความโกรธลดน้อยลงไปได้ มีสติมากขึ้นคนเราโตมากขึ้นก็มักจะคิดอะไรได้เอง ไม่ต้องห่วงเจ๊ เจ๊คืนดีกับเพื่อนแล้ว


     

    3.  วัดเยี่ยไห่ชิง (Yueh Hai Ching Temple) สิงคโปร์

    เรื่องมีอยู่ว่า

    วันนั้นคับเจ๊โล้ร่างพังๆ นั่งรถไฟไปขึ้นสถานี Raffles Place โดยที่สถานีนั้นอยู่นอกเส้นทางการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆในสิงคโปร์ตามกำหนดการส่วนตัวของเจ๊แต่ในเมื่อเรามาถึงสิงคโปร์แล้ว บัตร Ez Pass ก็เติมเงินแล้วทำไมล่ะ เราต้องใช้ให้คุ้ม สละเวลาออกนอกพิพิธภัณฑ์สัก 30 นาทีเพื่อชีวิตที่ดีกว่าอีก 30 ปี (ถ้าได้ตามที่ขอ) เจ๊ว่าคุ้มค่ามากๆ เขาเล่ากันว่าวัดนี้เป็นวัดเต๋าที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองสิงคโปร์ ที่ผ่านมานะคะ ชีวิตเจ๊ วัดเต๋าก็เข้าไปขอผู้เทพเจ้าแขกก็ไปขอผู้ นั่งอธิษฐานขอพลังแห่งจิตจักรวาลส่งผู้ดีๆมาให้ เจ๊ก็ทำ เจ๊ยังไม่เคยได้ผู้กับเขาสักทีมาครั้งนี้เจ๊มาดมั่น ขอแต่เรื่องความรักอย่างเดียวเท่านั้นไม่ขออย่างอื่นเพราะว่าเริ่มมีเค้าโครงขึ้นมาเลือนลางในห้วงของความรู้สึก (ว้าว !)

    แล้วผลเป็นไง

    เห็นผลเป็นอัศจรรย์ผ่านไปไม่ถึง 2 วัน เครื่องบินยังไม่ทันได้บินกลับเมืองไทย ก็มีข้อความส่งมาจากผู้จริงๆก็เป็นเพื่อนที่รู้จักกันก่อนอยู่นานแล้ว เจ๊ก็บิ๊วด์ให้ตื่นเต้นไปงั้นแหละเสร็จแล้วปั๊บ ก็คุยงุงิกันอยู่พักนึง หลังจาก มันก็คือเพลงเศร้า เตรียมหยิบไวโอลินขึ้นมาสีเลยจ้า หลังจากนั้นสักพักผู้ก็หายไป ไม่ใช่หายเฉยๆเพราะโกรธกัน หรือทะเลาะอะไรเลย แต่หายเฉยๆแบบติดต่อไม่ได้อะ เจ๊ก็ไม่มีเงื่อนงำ เหมือนกันว่า อะไร ยังไง ชีวิตเล่นตลกกับเจ๊หรือเปล่า ? โชคชะตาแกล้งเจ๊มั้ย ? หรือเจ๊ถูกสาป ? จริงอยู่เป็นเพื่อนกันแต่หายไปเฉยๆ แบบนี้ก็โหดร้ายพอควร ทุกวันนี้ได้ยินคำว่า Piccadilly Circus ไม่ได้, ได้ยินคำว่าพิพิธภัณฑ์ Tate Modern ไม่ได้, ได้ยินคำว่าวังบัคกิ้งแฮม นี่ไม่ได้เลย เจ๊จะนึกถึงสถานที่ที่เคยไปเดินชิวด้วยกัน เสร็จเราปั๊บจะมีก้อนสะอื้นติดอยู่ที่คอ ตาจะเริ่มร้อนๆ แล้วเจ๊ก็วิ่งไปร้องไห้ในห้องน้ำ


     

    4.วัดหวังต้าเซียน (WongTai Sin Temple) ฮ่องกง

    เรื่องมีอยู่ว่า

    วันนั้นคับไปฮ่องกง ขำๆ บังเอิญว่ามีโอกาสไปก็ไป แต่ไม่ได้ศึกษาเส้นทางเลยว่าไปตรงไหนสถานที่เที่ยวอะไรบ้าง ได้แต่ตามๆเขาไป ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้ไปวัดนี้แต่ก็อย่างว่าแหละ สถานที่ที่เป็น The must placeก็คงไม่สามารถจะหลุดพ้นจากโปรแกรมทัวร์ไปได้ เจ๊จะได้มีโอกาสไปไหว้ขอพรจากท่าน  เทพเจ้าหยุคโหลว(เทพเจ้าแห่งความรัก) ผู้ผูกด้ายแดง สตอรี่ท่านโรแมนติคมากๆ  คือ ตอนไปนี่ไม่ตั้งใจเลยนะแต่ตอนอธิษฐานนี่ตั้งใจสุดๆ ขอความรักเหมือนเดิม ทำกระบวนการถูกต้องเป๊ะๆ ทุกอย่างเพราะคราวนี้มีไกด์แนะนำ

    แล้วผลเป็นไง

     อันนี้ยังตอบไม่ได้เพราะเพิ่งกลับมาไม่กี่วัน ในเบื้องต้น เจ๊ไม่หวังอะไรมากแค่เจ๊ไม่อยากร้องไห้จนต้องวิ่งไปอ๊วกอีกแล้ว


    ถ้า  จะสรุปแบบชาวฟัคโกสต์ ที่ชอบวิพากษ์ทุกปรากฏการณ์ในพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ (แต่การมองการวิเคราะห์มนุษย์เรา มันก็ต้องมีมุมมองทางวัฒนธรรม ด้วยมั้ยอะ ? ) ก็คงบอกว่า  ถ้าเราไม่มั่นใจในคุณค่าของตัวเองแล้วจะไปไหว้วอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือ ขอร้องให้ผู้เห็นคุณค่าในตัวเรามันคงจะเป็นไปไม่ได้ เราต้องเห็นคุณค่าของตัวเองก่อน ส่วนการแมทช์ไม่แมทช์กับใครนั้น มันเป็นปัจจัยภายนอกเราเป็นสิ่งซึ่งควบคุมไม่ได้ อีกอย่างนึงในกระบวนทัศน์ของคนที่ฉลาดๆเขาจะมองว่าเรื่องพวกนี้มันงมงาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คืออะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ มันคือสิ่งที่มนุษยฺสร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของความเชื่อในแต่ละสังคมแต่ละสิ่งแวดล้อม ถ้างี้ ฝรั่งไม่มีความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแนวๆของการขอความรักนี้เขาก็ไม่ต้องมีผัวมีเมีย กันพอดี

     

    แต่ถ้า จะให้สรุป แบบเจ๊ๆชาวตลาดคนหนึ่ง ที่พอจะมีประสบการณ์เดินทางแล้วแอบแว๊บไปขอผู้บ้างในบางครั้ง  บางคราว เจ๊อยากจะสรุปว่า เราไม่สามารถที่จะไหว้วอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆได้เรามีอิสระเสรีที่จะคิด จะรัก จะชอบใครก็ได้ เราเลือกผู้ได้ แต่ในขณะเดียวกันผู้ก็เลือกเราเหมือนกันความโสด ไม่ใช่ตราบาป ถ้าสมมติว่าเจ๊มีทางเลือกมากมาย แต่ในหมู่ของทางเลือกนั้นมันไม่มีช้อยส์ไหนเลย ที่เรารู้สึกว่า เออ ! เราสามารถใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขและอยู่ในเส้นทางที่ดีงามได้ เราก็ไม่ต้องไปเลือกไง สมมติว่ามีปลา 10 ตัว ในซุปเปอร์มาเกทที่ใกล้เน่าแล้ว แล้วทีนี้เราไปดมแล้วมีกลิ่นตุๆไม่อยากซื้อไปกินเลย เราก็ไม่ต้องซื้อค่ะ เป็นมังสวิรัติซักมื้อก็มีชีวิตอยู่ได้

    คือคนโสดมันก็มีปรากฎการณ์อยู่แค่ 2 อย่างเท่านั้นแหละ คือ 

    1.มีทางเลือกมากเกินไปและ 

    2.อับจนแล้วซึ่งทางเลือก

     

    อย่างไรก็ตามกินมังสวิรัตก็สุขภาพดีอยู่นะแม้เจ๊รู้ว่าโดยเนื้อแท้แล้วเจ๊เป็นสัตว์กินเนื้อก็ตาม

     

     

    สนใจหาอ่านเพิ่มเติม

    1.บทความเรื่อง หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ไม่ใช่พระตรีมูรติไม่ให้โชคเรื่องความรัก แถมยังมีประวัติ

    แปล๊กแปลก

    https://thematter.co/thinkers/sadashiva/25855


    2.Post เรื่องเทพทันใจของคุณ Sittiporn Netniyom 


     https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=10203172414065616&id=1665632429&pnref=story

     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in