Thai Football DatabaseDamansky
ประวัติสนาม ลีโอ สเตเดี้ยม (2009-2017)

  •                 ขอบคุณภาพจาก สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส

    ลีโอ สเตเดี้ยม : ประวัติความเป็นมา (2009-2017)

    1) ปฐมบทลีโอ สเตเดี้ยม
    สนามลีโอ สเตเดี้ยม เป็นสนามฟุตบอลหญ้าเทียม ตั้งอยู่ที่ โรงงานบางกอกกล๊าสที่คลองสามรังสิต จังหวัดปทุมธานี เดิมเป็นสนามที่ใช้รองรับพนักงานบริษัทไว้เล่นฟุตบอลยามว่างจากเวลาปฏิบัติงาน แต่ภายหลังจากที่บางกอกกล๊าสได้เข้ารับช่วงสิทธิการทำสโฒสรฟุตบอลต่อจาก สโมสรธนาคารกรุงไทย ภายหลังสิ้นสุดฤดูกาลไทย พรีเมียร์ลีก 2008 และเปลี่ยนชื่อทีมเป็นบางกอกกล๊าส (Bangkok Glass FC) ทำให้พวกเขาใช้สนามลีโอ สเตเดี้ยม เป็นสนามเหย้าของทีม

    บางกอกกล๊าสลงทำการแข่งขันในเกมลีกนัดแรกสุดของสโมสรคือ เกมไทยพรีเมียร์ลีก 2009 วันที่ 7 มีนาคม 2552 เสมอกับทีโอที ไป 1-1 ซึ่งเกมดังกล่าวถือเป็นเกมการแข่งขันนัดแรกที่สนามลีโอ สเตเดี้ยม ถูกใช้ทำการแข่งขันอีกด้วย ในวันนั้นมีแฟนบอลเข้าชม 925 คน และยังมีอัฒจรรย์ฝั่งเดียวคือ ฝั่งประธาน (main stand) ในปัจจุบัน 

    ลีโอ สเตเดี้ยม ยังถูกใช้ทำการแข่งขันลีกอีกในเกม ไทย พรีเมียร์ลีก 2009 นัดที่ 3 วันที่ 21 มีนาคม 2552 ซึ่งบางกอกกล๊าส ชนะ ศรีราชา 1-0 แฟนบอลเข้าชมเกมจำนวน 1,040 คน

    2) ย้ายสนาม
    จากกระแสของฟุตบอลไทย พรีเมียร์ลีก ที่มีแฟนบอลให้ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะกับสโมสรบางกอกกล๊าส ที่จำนวนแฟนบอลของทีมมีแนวโน้มจะสูงขึ้น เพื่อเป็นการเตรียมรองรับแฟนคลับในอนาคต สโมสรจึงตัดสินใจย้ายไปเล่นเกมเหย้าที่สนามเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 ไปจนกระทั่งจบฤดูกาล 2009 ซึ่งมีแผนจะปรับปรุง ลีโอ สเตเดี้ยม ทั้งการเพิ่มอัฒจรรย์ การเพิ่มไฟสนาม (ราคาประเมินในขณะนั้น ต้นละ 1.3 ล้านบาท) และจะย้ายกลับมาเล่นที่ลีโอ สเตเดี้ยม อีกครั้งในฤดูกาล 2010

    จากการย้ายไปเล่นที่สนามเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 นับว่าเป้นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะสนามดังกล่าวมีอัฒจรรย์สองฝั่ง และมีที่นั่งมากพอที่จะรองรับแฟนบอล ไม่ให้นั่งแออัดจนเกินไป ส่งผลให้ยอดผู้เข้าชมเกมการแข่งขันในรังเหย้าของบางกอกกล๊าสมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้อยสุดอยู่ที่ 1,322 คน และยอดสูงสุดอยู่ที่ 3,664 คน (ชนะ ชลบุรี 1-0 เมื่อ 12 สิงหาคม 2009)

    ในฤดูกาลดังกล่าว บางกอกกล๊าส จบการแข่งขันที่อันดับ 3 แข่ง 30 นัด ทำได้ 56 คะแนน

    3) กลับสู่ลีโอ สเตเดี้ยม
    ภายหลังฤดูกาล 2009 จบลง ในฤดูกาล 2010 บางกอกกล๊าส ได้ยกพลกลับมาลงเล่นที่สนามลีโอ สเตเดี้ยม ซึ่งได้เพิ่มให้มีอัฒจรรย์ฝั่ง N และปรับปรุงอัฒจรรย์ฝั่งเมนสแตนด์ ให้มีความจุเพิ่มมากขึ้น โดยในระหว่างใช้ลีโอ สเตเดี้ยม เป็นสนามเหย้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฟุตบอลลีกไทยได้รับความนิยมแบบก้าวกระโดดแล้ว ยอดขายบัตรเข้าชมการแข่งขันของเกมที่ลีโอ สเตเดี้ยม ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อเกม (เช่น เกมวันที่ 25 มีนาคม บางกอกกล๊าส ประเดิมสนามลีโอโฉมใหม่พบอินทรีเพื่อนตำรวจ สามารถเก็บค่าเข้าชมได้ถึง 580,000 บาท) ฝ่ายบริหารของบางกอกกล๊าส จึงได้ร่างแผนงานระยะยาวขั้นต่อไป เป็นระยะ 5 ปี เพื่อต่อเติมสนามให้มีอัฒจรรย์ครบทั้ง 4 ด้าน รวมทั้งการลงทุนสร้างให้สนามแห่งนี้เป็นสปอร์ตคอมเพล็กซ์ครบวงจร ทั้งที่พักนักกีฬา พิพิธภัณฑ์สโมสร เพิ่มความจุให้เป็น 20,000 คน ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณถึง 500 ล้านบาท แต่ยังติดปัญหาการขอซื้อที่ดินฝั่งตะวันออกของสนาม (ทิศเหนือของมุมกล้องถ่ายทอดสด) ซึ่งมีบริษัทเอกชนอีกรายเป็นเจ้าของ โดยบริษัทดังกล่าวตั้งราคาที่ดินข้างต้นไว้ที่ 170 ล้านบาท 

    4) วิกฤติน้ำท่วม
    ในช่วงปลายฤดูกาลที่ไทย พรีเมียร์ลีก มีการแข่งขันในฤดูกาล 2011 พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยได้เกิดเหตุอุทกภัยครั้งรุนแรง ซึ่งสร้างความเสียหาย และทำให้พื้นที่จำนวนมากจมอยู่ใต้น้ำ ไม่สามารถใช้ประโยชนืได้ หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนั้นคือบริเวณ รังสิต-ธัญบุรี ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของสนามลีโอ สเตเดี้ยม มีปริมาณน้ำท่วมสูง 60 เซนติเมตร ทำให้ผู้บริหารของบางกอกกล๊าสต้องเตรียมรับสถานการ์ณเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

    ในขณะเดียวกันจากผลกระทบเรื่องน้ำท่วมทำให้การแข่งขันไทย พรีเมียร์ลีก ต้องหยุดทำการแข่งขันลงเป็นการชั่วคราว ช่วงนี้เองที่บางกอกกล๊าสย้ายสถานที่ฝึกซ้อมไปยังสนามซ้อม ซอยลาดพร้าว 101 แต่ในเวลาต่อมาเมื่อเขตลาดพร้าวกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มเติม ทำให้ทีมต้องย้ายไปซ้อมที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ขณะที่เรื่องสนามเหย้า หากลีโอ สเตเดี้ยมไม่สามารถใช้งานได้ ฝ่ายบริหารบางกอกกล๊าสก็เตรียมขอเช่าสนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม (ปัจจุบันคือ เอสซีจี สเตเดี้ยม) ที่สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ใช้งานอยู่ 

    ท้ายที่สุด บางกอกกล๊าสได้ย้ายไปลงแข่งเกมเหย้าที่สนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม (พบ พัทยา ยูไนเต็ด) และสนามเทพหัสดิน (พบ สมทุรสงคราม) 

    5) กลับบ้านอีกครั้ง
    เข้าสู่เดือนธันวาคม 2554 (ค.ศ.2011) สถานการณ์อุทกภัยในบริเวณ รังสิต-ธัญบุรี มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ในเบื้องต้น ผู้เล่นของทีมทั้งหมดได้กลับมาซ้อมที่ลีโอ สเตเดี้ยมแล้ว อีกทั้งยังได้กลับมาใช้ลีโอ สเตเดี้ยม เป็นรังเหย้าทำศึกไทย พรีดมียร์ลีก พบกับ บีอีซี เทโรศาสน (ชนะ 2-0) 

    6) ต่อเติม
    เดิมทีนั้น บางกอกกล๊าสได้ประกาศแผนการต่อเติมสนามลีโอ สเตเดี้ยม เฟส 2 มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ.2554 (ค.ศ. 2011) แต่เนื่องจากมีเหตุอุทภภัยครั้งใหญ่ ทำให้แผนงานต้องถูกเลื่อนออกมา และเมื่อสถานการณ์โดยรวมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ บางกอกกล๊าสได้เริ่มดำเนินการต่อเติมสนามเฟส 2 อีกครั้ง เพื่อให้ทันรองรับให้ทันช่วงปลายฤดูกาล 2012 โดยดำเนินการ 2 ส่วนคือ 1) อัฒจรรย์ แบ่งออกเป็นอัฒจันทร์ฝั่งเมนสแตนด์ ที่จะปรับให้มี 2 ชั้น ได้มีการเริ่มแผนงานมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2554 (ค.ศ. 2011) โดยตั้งเสาเหล็กเพื่อเป็นโครงสร้าง พร้อมกับรื้อหลังคาเมนสแตนด์ เพื่อความรวดเร็วในการก่อสร้าง และทำสแตนด์ใหม่ ติดเก้าอี้ให้ได้ที่นั่งเพิ่มอีก 2,600 คน ขณะที่อัฒจันทร์ฝั่งโซน N ซึ่งเป็นอัฒจรรย์สำหรับทีมเยือนมาตั้งแต่ฤดูกาล 2010 ได้ขยายให้รองรับแฟนบอลเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1,000 คน รวมแล้วจะสามารถรองรับแฟนบอลได้กว่า 10,000 คน ส่วนอัฒจรรย์ฝั่ง S จะก่อสร้างให้มีความสูงเท่าตึก 4 ชั้น แบ่งอัฒจรรย์ออกเป็น 3 ชั้น เป็นอัฒจรรย์ด้านที่มีความสูงที่สุดในไทยลีก (ไม่นับราชมังคลากีฬาสถาน) ข้างใต้อัฒจรรย์ฝั่งนี้จะมีพิพิธภัณฑ์ของสโมสร ด้านบนจะมีร้านอาหาร 

    และ 2) อุปกรณ์/สิ่งอำนวยความสะดวก ได้ปรับปรุงสกอร์บอร์ดใหม่ขนาด 12x7 เมตร มูลค่ากว่า 14 ล้านบาท มาตั้งแต่กลางฤดูกาล 2011 รวมทั้งระบบรางน้ำ หน้าดิน เพื่อปรับปรุงสนามซ้อม และการเปลี่ยนหญ้าเทียมผืนใหม่ เพื่อให้สนามมีคุณภาพดียิ่งขึ้น

    ในช่วงฤดูกาล 2013 บางกอกกล๊าสได้มีการเพิ่มความจุของลีโอ สเตเดี้ยม ฝั่งอัฒจรรย์เมน สแตนด์ ชั้น 3 คือ โซน W4, W5, W6 จำนวน 3,000 ที่นั่ง ทำให้บางกอกกล๊าส มีความจุ 13,000 ที่นั่ง 

    7) ปัจจุบัน
    ปัจจุบัน ลีโอ สเตเดี้ยม มีความจุราว 13,000 คน มีอัฒจรรย์ 3 ฝั่ง คือ ฝั่ง N ฝั่ง S และ ฝั่งเมนสแตนด์ ขณะที่บริเวณทิศตะวันออกของสนาม ซึ่งยังไม่สามารถสร้างอัฒจรรย์ได้เพราะที่ดินเป็นของบริษัทเอกชนอีกแห่งหนึ่งนั้น ซึ่งปัจจุบันไม่มีความคิดที่จะขายที่ดินดังกล่าวให้บางกอกกล๊าส แม้จะเคยตั้งราคาไว้ที่ 170 ล้านบาทก็ตาม ในส่วนของฝ่ายบริหารทีมบางกอกกล๊าสเอง ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ รองประธานสโมสร ก็เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ได้ดำเนินการพูดคุยเรื่องซื้อที่ดินมาโดยตลอด ซึ่งถ้าเราได้ที่ตรงนี้มา สนาม ลีโอ สเตเดียม จะแปลงโฉมเป็นโดยล้อมรอบ เราก็ไม่ต้องใช้ไฟตั้งเสาแล้ว จะเป็นวิธีใช้ไฟพวงติดด้านบนรอบอัฒจรรย์แทน เชื่อว่าตอนนั้นสนามจะสวยกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน

    ในส่วนของการปรับปรุงสนาม ช่วงเดือนมีนาคม 2558 มีการปรับปรุงเล็กน้อยที่อัฒจรรย์ฝั่ง N เนื่องจากมีที่นั่งบางส่วนเกิดชำรุด ในเบื้องต้นสโมสรได้ลดขนาดของอัฒจรรย์ฝัง N ลง เพื่อปรับปรุงส่วนที่ชำรุดให้เสร็จเรียบร้อย

    8) อนาคตหญ้าจริง
    บางกอกกล๊าสมีแผนจะปรับเปลี่ยนสนามหญ้า จากหญ้าเทียมเป็นหญ้าจริง โดยเกมนัดสุดท้ายที่ขุนพลบางกอกกล๊าสลงสนามบนพื้นหญ้าจริง เป้นเกมการแข่งขันไทยลีก 1 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2560 ซึ่งบางกอกกล๊าสเอาชนะโปลิศ เทโร (บีอีซี เทโรศาสน) ไป 4-0 และหลังจากเกมนัดดังกล่าว ทีมงานดูแลสนามได้ปรับเปลี่ยนหญ้าเทียมออกทันที เป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของสนามลีโอ สเตเดี้ยม ในฐานะสนามหญ้าจริงเช่นเดียวกับสนามหญ้าแห่งอื่นในไทยลีก (สนามหญ้าเทียมอื่นๆ ที่เคยถูกใช้ในไทยลีก 1 คือ สนามจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสนามซูซูกิ สเตเดี้ยม ศรีราชา)

    ขณะที่เกมนัดที่เหลือของฤดูกาล บางกอกกล๊าสจะย้ายวิกไปเปิดบ้านที่สนามธูปะเตมีย์ของทีมแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล ภายหลังจากทีมลูกทัพฟ้าหมดสิ้นภารกิจการใช้สนามตัวเองในฤดูกาลนี้หมดแล้ว.
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in