os - drowning | nominrougecerise
i loved you
  • thai au
    note : zhen - na jaemin
              jing - lee jeno
              jay - jung jaehyun



    ——————————


    ผมไม่ชอบทะเล

    อาจเป็นคำว่าเคยชอบ

    ผมไม่ได้จะบอกว่าทะเลมันไม่สวยอะไร
    มันแค่ทำให้ผมนึกถึงเขา

    เขาไม่ต่างอะไรจากคลื่นซักเท่าไหร่
    คลื่นที่จะพัดพาทั้งบางสิ่งเข้าหาฝั่ง ทั้งพัดพาบางสิ่งกลับไปใจกลางมหาสมุทร
    ไกลเกินกว่าใครจะได้พบเจออีกครั้ง



    “ คุณ!! “
    “ ได้ยินมั้ย!! “
    “ หยุดเดิน! ผมบอกให้หยุดก่อนไง “



    ตะโกนเรียกแผ่นหลังที่สะกิดใจให้นึกถึง
    หลังคำสบถหลุดออกจากปากผม

    เขาหันกลับมา

    ผมน่าจะปล่อยให้เขาจมลงไปซะตอนนั้น



    “ ทำอะไร? “

    “ รองเท้ามันลอยไป “

    “ แล้วจะเดินตามหรอ ก็เห็นอยู่ว่าคลื่นมันแรง “

    “ .... “

    “ มันอันตราย “

    “ แล้วไง? “

    “ มันไม่แล้วไงหรอกเจิน “
    “ ....ดูแลตัวเองหน่อย “



    “ เดินดีๆได้มั้ย? “

    “ ได้ “


    ผมดึงเขาให้เบี่ยงตัวหลบ
    การกระทำที่เป็นสาเหตุของรอยแผลที่เท้าเพราะโดนอะไรซักอย่างบาดเข้า แต่ไม่ได้หนักหนาอะไร


    “ เจ็บมั้ยเมื่อกี้? “

    “ ไม่เป็นไร เหยียบไม่โดนตรงนั้น “


    เขาก้าวขา
    ซัดเซไปตามความตื้นลึกของพื้นทรายที่ไม่เท่ากัน
    ไม่ต่างจากความคิดของเขา

    ผมเขวไปข้าง
    ทางกายภาพเพราะเขาที่เผลอรั้งตัวผมเข้าหาตอนที่จะล้มลง
    ทางอารมณ์เพราะเขา



    รองเท้าผ้าใบสีดำที่ผมยื่นไป
    ผมชอบทุกอย่างของมัน
    ลวดลาย น้ำหนัก หรือจะรูปแบบ

    ในช่วงวินาทีหนึ่ง
    ผมสงสัยว่าเจ้าตัวยังคงใส่คู่สีขาวของเขาที่ผมเป็นคนซื้อให้อยู่มั้ย


    “ ใส่ไปก่อน “
    “ ในรถจริงมีอยู่คู่เดียว “

    “ ขอบคุณ “

    “ เดี๋ยวไปส่งที่รีสอร์ต “

    “ ไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวเจินเดินไปเอง “

    “ เช่าที่เดียวกัน อยู่บ้านข้างๆกัน “
    “ เล่นออกมาสูบบุหรี่ตั้งแต่ตีสาม ทำไมจะไม่เห็น “



    “ นี่ยังไม่เลิกอีกหรอ “

    “ หมายถึง? “

    “ บุหรี่ “

    “ ยัง “

    “ จริงเลิกแล้วนะ “

    “ ก็ดีแล้วไง “
    “ ถือว่าดูแลตัวเอง “



    มือเราชนกันตอนที่เขาเลื่อนไปปรับหน้ากากแอร์ออกจากตัว

    ส่วนผมกำลังจะกดปุ่มเปิดเพลงที่อยู่ใกล้ๆกัน


    เพราะเขาถกแขนเสื้อขึ้น และผมที่ใส่เชิ้ตแขนสั้น

    เราสองคนบังเอิญเห็นสัญลักษณ์บางอย่างที่ข้อมือของเราทั้งคู่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ



    เพลงถูกเร่งเสียงให้ดัง

    ปฏิเสธเสียงในรถที่เงียบจนเกือบได้ยินเสียงหายใจ


    เพลงโปรดของเขาถูกเล่นเป็นเพลงที่สาม
    เขาเผลอยิ้มออกมา

    ถ้าให้พูดความจริง ผมไม่ถูกชะตากับเพลงนี้
    แต่มันยังคงอยู่ในเพลย์ลิสต์ของผม


    “ มาคนเดียวหรอ “

    “ อืม “


    ผมถาม เขาตอบ
    บทสนทนาจบลงแค่นั้น

    ด้านหลังรถยังคงมีของวางระเกะระกะ
    คาดหวังให้มีคำถามต่อมา แต่โชคร้ายที่มันไม่เป็นไปแบบนั้น



    “ ผมเบื่อมันแล้วเหมือนกัน “

    เหมือนกับผมเข้ามาที่จุดสุดท้ายของบทสนทนา
    ฝืนความต้องการ แต่ผมยิ้ม เพราะเห็นเขายิ้มออกมา

    อยากให้คำว่าเบื่อเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น
    สาเหตุคือในความเป็นจริงมันหนักหนากว่านั้น




    “ บ้านข้างๆกันเอง มาดิๆ พี่น้องอยู่กันสองคนมันเหงา “
    “ จริงมันก็น่าจะดีใจอยู่แล้ว เราสองคนสนิทกันอยู่แล้ว นานๆทีไง “

    ไม่รู้คำตอบของปลายสาย แต่ภาวนาให้เป็นการปฏิเสธ
    ผมมองไปที่พี่ชายที่ยืนยิ้มให้กับโทรศัพท์ในมือ

    “ เจินบอกจะมา “

    “ อืม “

    “ จริง กูขอท่าทีดีใจนิดนึง “

    “ คนดีใจมันคือมึง 555 “


    และเพราะเขาบอกกับผมไว้ คนเรามีสิทธิ์ที่จะโกหกนอกเหนือจากในเอพริลฟูลเดย์


    “ แล้วกูก็ไม่ได้บอกว่าอยากให้มันมา “


    คลื่นพัดสิ่งของจากหาดให้ออกไปจากฝั่ง
    เป็นธรรมชาติ แต่ก็เห็นแก่ตัว

    ขาสองข้างจุ่มลงในทะเล
    ความเปียกชื้นไล่ขึ้นมาระดับเอว
    ผมหวังว่าคลื่นจะรุนแรงพอที่จะพาผมเคลื่อนไปทิศทางใดทิศทางหนึ่งบ้าง



    ภาพขวดแก้ววางสะเปะสะปะ แก้วเปล่าสองสามใบ กับเสี้ยวหน้าของคนที่หน้าคล้ายกับผม
    นั่นคือรูปที่ถูกส่งไปเท่าที่ผมเห็นตากการชำเลืองมอง

    เขาบอกว่าผมหน้าตาคล้ายพี่ชาย
    ต่างกันแค่ดวงตาคู่นี้เวลายิ้มออกมา


    “ เจินเก็บของอยู่ เดี๋ยวจะมาแล้ว “

    “ ต้องรายงานกูตลอดเลยมั้ย “

    “ มึงทะเลาะกับมันหรอ “


    แอลกอฮอล์เริ่มลงคอไปบ้างแล้ว
    ผมได้แต่ขอให้มันเป็นแค่นั้นจริงๆตามที่คนอายุมากกว่าพูดออกมา



    “ จริง มึงเบาๆหน่อย “
    “ แค่มึงคนเดียวนี่จะหมดสองขวดแล้วนะ “


    ผมนั่งถือแก้วในมือ
    มองเขาที่ไม่แสดงอารมณ์อะไรเป็นพิเศษ
    แน่นอนว่าเขาจะไม่ดื่มมากนัก เขาไม่ชอบรสชาติของมัน

    รู้จักกันดี?
    ที่ผ่านมาผมอาจคิดไปเอง


    “ ดูมันดิ “
    “ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีแฟน “
    “ สงสัยคนนี้รักจริง ช้ำมาก “

    “ ผมว่าไม่ขนาดนั้นหรอกครับพี่ “
    “ มันไม่เห็นเคยบอกเลยว่าเสียใจเรื่องนี้ “


    ไม่เคยบอกเหมือนกันว่าชอบรสชาติแอลกอฮอล์
    แต่คงไม่แย่ไปกว่าความสัมพันธ์
    และคงไม่เย็นชาไปกว่าสายตาคู่นั้นที่มองมา


    อาจเป็นเพราะผมดื่มหนักรวดเดียว
    ผมเลยรู้สึกเสียใจมากกว่าครั้งไหนๆ



    หกนาทีที่แล้วที่ผมเดินออกมาจากห้อง
    คงเป็นหกนาทีที่ผมร้องไห้หนักสุดตั้งแต่เคยมีความรัก

    ไม่เคยร้องไห้เพราะเมา
    แต่เพราะว่าเมา หลังจากนี้หาข้ออ้างคงเป็นไปได้ง่ายขึ้น

    วักน้ำขึ้นมาล้างหน้าล้างตา
    มองตัวเองในกระจก
    กล่าวยินดีกับความห่วยแตกของตัวเองในรอบปี

    ผมก็เดินมาลึกเกินกว่าจะเหยียดเท้าให้ถึงพื้นแล้วเดินกลับไป

    คลื่นนั้นพัดพาผมออกไปจากหาด

    ผมตะโกนและยกมือในท่าทียอมแพ้
    อยากจะจมลงตรงนี้ แต่มันไม่ฟังคำขอร้อง
    มันซัดผมกลับฝั่ง สภาพยับเยิน
    แต่ผมไม่ได้กลับมาทั้งหมด



    เราสองคน หน้าประตูบานเลื่อนของบ้านพัก
    ตาของเราบวมเป่งไม่ต่างกัน คนที่ดูดีที่สุดตอนนี้คงจะเป็นพี่ชายของผมที่เมาแล้วหลับไปเฉยๆ

    เขาย้ายบุหรี่จากในมือขวามาเป็นมือซ้าย
    บางทีเขาอาจไม่อยากให้ผมเห็นตรงๆว่าเขาสูบ



    “ สูบเข้าไปนะ “
    “ เอามานี่ “

    “ อะไร? “

    “ ไม่สูบแล้วได้มั้ย? “
    “ รู้ตัวมั้ยว่าโทรมมากแล้ว “

    “ ไม่คิดหรอว่าโทรมเพราะป่วย “

    “ คนป่วยที่ไหนจะยังดิ้นรนสูบบุหรี่อีกล่ะ “


    ผมเลิกบุหรี่หลังจากเขาขอ เราตั้งใจจะหยุดมันพร้อมกัน
    สุดท้ายมีผมคนเดียวที่เลิกได้
    ตอนนี้ คนที่เลิกบุหรี่แล้วกำลังอัดควันร้อนเข้าไปเต็มปอด


    “ ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้ “


    เสียงรอบข้างเงียบจนประโยคที่พูดออกไปฟังดูชัดเจนถึงจะแผ่วเบา
    วินาทีที่เรามองหน้ากัน
    ภาพโลกทั้งใบของผมขุ่นมัวและสั่นคลอน
    ทั้งจากควันบุหรี่ที่ทำให้แว่นขึ้นฝ้า
    ทั้งจากโลกทั้งใบของผมที่ไม่ได้หมายถึงทัศนวิสัย

    เขากำลังเสียใจ
    นั่นทำให้ผมเกลียดตัวเองในคืนนี้


    “ ขอโทษที่ร้องไห้ “
    “ แล้วก็..ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้“

    “ .... “
    “ ขอโทษที่ร้องไห้เหมือนกัน “


    บางครั้งมันคงยากเกินไปสำหรับเรา


    เราสองคน บนเตียงในบ้านพักของเขา
    สภาพเราสองคนดูไม่ได้ อาการเวียนหัวเหมือนกับโดนทำร้ายมากกว่าเป็นแค่เซ็กส์เมื่อชั่วโมงก่อน

    ผมจับข้อมือข้างซ้ายของเขาไว้ ขนานอยู่กับข้อมือข้างขวาของผม
    เรามองรอยสักที่มีรูปแบบเหมือนกันอยู่นาน

    ผมเริ่มสงสัยถ้ามันมีความหมายสำหรับเราบ้างมั้ย


    “ ตอนนั้นคิดอะไรกันอยู่วะ “

    “ นั่นสิ ไม่รู้เหมือนกัน “
    “ ก็คิดว่ารู้กันแค่สองคนอยู่แล้ว “
    “ เจไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ “

    “ แล้วต่อจากนี้จะบอกคนอื่นว่าไง “

    “ เจินก็คงบอกได้ว่าเป็นกลุ่มดาวตามวันเกิดตัวเอง “
    “ จริงก็คงบอกว่ามันเป็นกลุ่มดาวที่ชอบ ไม่ก็กลุ่มดาวตามวันเกิดของใครซักคนเหมือนกัน “


    ผมไม่จำเป็นต้องพูดพร่ำบอกรัก
    ในเมื่อมันสายไป 
ทุกอย่างพังไม่เป็นท่า



    “ ถ้าจริงทั้งโชคดีและโชคร้ายในเวลาเดียวกัน.... “
    “ มันคงไม่มีแค่เจินคนเดียวมั้ง ที่เกิดเข้ามาในชีวิตจริงแล้วบังเอิญเกิดราศีนี้ “


    มองเขาที่ยกข้อมือข้างซ้ายขึ้นมาใช้ซับน้ำตาที่ดูไม่ค่อยได้ผล

    ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังเป็นห่วง ถึงอย่างนั้นครั้งนี้ผมก็ไม่ได้ร้องไห้ไปกับเขา
    ผมแค่ไม่คิดว่าผมต้องมีหลักฐานเพื่อให้เขาเห็นว่าผมเสียใจ
    อยากให้เขาพร้อมที่จะไปได้ดีกับสิ่งใหม่ๆที่เข้ามาในชีวิต
    เพียงแต่มันจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงสำหรับผมตั้งแต่ผมจับใจความสำคัญในปัจจุบันได้ว่าเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว

    ค่อยๆดึงข้อมือของเขากลับมา
    จูบจุดเล็กๆบนข้อมือของเขาให้มากและนานที่สุดเท่าที่จะทำได้

    บนข้อมือของผม เขาทำแบบเดียวกัน
    อยากรั้งให้เขาอยู่ต่อ
    ถึงรู้อยู่แก่ใจ ผมไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น

    หวังว่ามันจะเป็นเพราะเราดื่มหนักเกินไป
    หรือถ้าไม่ใช่เรา

    ก็ขอให้ทั้งหมดเป็นแค่ผมเอง



    ผมเคยไม่ชอบทะเล
    อาจเป็นคำว่ายังคงชอบอยู่ในตอนนี้

ถ้าไม่ติดที่ว่าเขาเป็นคลื่นที่พัดพาเขาออกไป ผม กับตำหนิโดยตั้งใจบนข้อมือขวา ก็คงไม่ต้องเดินฝ่าคลื่นให้โดนซัดกลับมาหาชายฝั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้

    ผมเหนื่อยเกินกว่าที่จะพยายาม
    คงใช้เวลากว่าผมจะกลับมา แต่ในวันนั้น คุณอาจลืมเรื่องของผมไปก่อนที่ผมจะไปถึงห้วงลึกกลางผืนน้ำได้อีกครั้ง
    ผมอาจขาดอากาศหายใจระหว่างทาง

    และมันคงไม่ทันการ


    ——————————
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
imiloyou (@imiloyou)
ดีมากกกกกกกกกก ดีจริงๆ เหมือนขาดอากาศหายใจไปด้วย ทุกอย่างมันจม แล้วแต่งแบบขนาดกันไปแบบนี้ยิ่งเท่ ดีมากๆ ชอบที่สุด เศร้าที่สุดด้วย ลึกซึ้ง ชอบมากเลยนะ ติดตามนะคะๆๆๆๆๆ
rougecerise (@rougecerise)
@imiloyou ขอบคุณมากๆนะคะ ดีใจมากๆๆ