เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
แอ็ดมิทจิตเวชNoot Tharara
รีวิววันที่เมายา
  • ถ้าอ่านตอน ยาที่รัก จะรู้ว่ายารักษาไบโพล่าร์มีผลข้างเคียงเยอะ เสี่ยงต่อการแพ้เยอะ ซึ่งนอกจากกินแล้วง่วงมาก ๆ เราก็ยังไม่ประสบผลข้างเคียงอื่น ๆ หรืออาการแพ้ใด ๆ ฉะนั้นเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของการแพ้ยาครั้งแรกของเรา

    ต้องเล่าย้อนไปว่าเราได้กินยาตัวที่คุมเราอยู่แล้ว อารมณ์เราก็นิ่งมาได้ประมาณ 3-4 เดือน จริง ๆ มันก็มีสวิงบ้างนิด ๆ แต่ไม่ถึงกับทำให้เราจมอะ จนเมื่อไม่นานมานี้ เราขี้หงุดหงิด หงุดหงิดกว่าปกติแค่นิดเดียวเท่านั้นนะ เมื่อถึงวันนัดเราก็เล่าให้หมอฟัง หมอก็ไปปรึกษาอาจารย์ แล้วได้ความว่า เราต้องเปลี่ยนยา

    เราไม่มีปัญหากับการเปลี่ยนยาหรอก เราก็โอเค ปรากฏว่า พอกินยาได้สองวันเราก็ต้องกลับไปหาหมออีก เพราะรู้สึกปวดหัวมาก ปวดจนเดินเซ ขมปาก นอนไม่หลับ จะอ้วกอยู่ตลอดเวลา ต้องคอยกินอะไรเปรี้ยว ๆ ตลอด 

    ครั้งนึงอุตส่าห์เดินลากสังขารมาร้านน้ำปั่น ขอน้ำมะนาวปั่นเปรี้ยว ๆ ลุงก็จัดให้เลยครับ ใส่น้ำเชื่อมน้อย ๆ เติมเกลือเยอะ ๆ โอโห ดูดทีนี่เค็มไปถึงไตอะ เรากลับไปนั่งร้องไห้เลยอะ น้อยใจชีวิต สักพักได้สติ ไปเซเว่น ซื้อชเวปมากิน

    กลับเข้าเรื่องต่อ

    ไปหาหมอก่อนนัดครั้งแรก เราไปแบบไม่มีเรี่ยวไม่มีแรงมาก พอได้พบคุณหมอ เราก็เล่าว่าหนูปวดหัวมากเลยค่ะ ขมปาก คลื่นไส้อยู่ตลอดเวลา นอนไม่หลับด้วยค่ะ หมอก็จัดเลยค่ะ สั่งยามาแก้อาการที่ว่ามาให้เลยค่ะ

    ยาพารากับยานอนหลับ เรานี่ทึ่งไปเลย เออว่ะ หมอเขาก็แก้ตรงจุดเลย แล้ววันนั้นก็พบว่า ค่ายา 10 บาท ค่าหมอ 390 บาท ค่าแท็กซี่ไป-กลับ 300 บาท ถามว่าเราเซ็งเรื่องค่าหมอมั้ย ก็ไม่หรอก แต่แบบ กูไม่น่ามาเลย ถ้าคิดเองไม่ได้อย่างน้อยก็ควรจะปรึกษาเพื่อนก่อน

    หลังจากเปลี่ยนยา อารมณ์ใจคอเราตอนนั้นหงุดหงิดมาก ๆ เลยคำว่าหัวร้อนไปอีก แบบควบคุมไม่ได้แล้ว จนถ้าหงุดหงิดมาก ๆ ก็จะปวดหัวขึ้นมาเลย ปวดแบบปวดไปทั้งหัว พอเป็นแบบนี้มันก็ยิ่งเพิ่มเลเวลความหงุดหงิดเข้าไปอีก ใครขัดใจอะไรหน่อยนี่ด่าหยาบคายในใจเลยนะ (เป็นพวกเก่งแต่ในใจ)

    เราต้องไปหาหมอแบบวันเว้นวันเพราะอาการเมายาเลยนะ ยาพารากับยานอนหลับก็เอาไม่อยู่ ครั้งล่าสุดที่ไปนี่หงุดหงิดมาก เพราะมีผื่นขึ้นด้วย คันไปหมด อาบคาราไมล์จนตัวด่างอะ กะไปพังเค้าท์เตอร์พยาบาลแล้ว ดีนะข่มใจได้ (เกือบมี แอ็ดมิทจิตเวชรอบสาม แล้ว 555555) 

    แต่ครั้งสุดท้ายนี้เราคิดอะไรบางอย่างได้ คือหลังจากเรามาหาหมอครั้งที่โดนเปลี่ยนยาครั้งแรกนั้น กลับไปประจำเดือนเราก็มาพอดี เราเลยสงสัยว่า หรือความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นนั้น จะเป็นอาการ PMS ซึ่งพอเล่าให้หมอฟังดังนี้  หมอก็ไปปรึกษาอาจารย์ และเปลี่ยนยาให้กลับมากินยาตัวเดิม ตัวที่เรากินแล้วนิ่งมาตลอดนั่นแหละ

    แล้วสุดท้ายโรคก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง

    เราถามหมอด้วยว่าทำไมครั้งนี้ถึงต้องเปลี่ยน ทั้ง ๆ ยาเดิมก็นิ่งแล้ว แค่หงุดหงิดนิดหน่อยเอง หมอบอกว่า เพราะว่านิ่งมาตลอด แล้วอยู่ดี ๆ ก็เกิดสวิงขึ้นมา ต้องรีบเปลี่ยนยาซะตั้งแต่ตอนเป็นน้อย ๆ ถ้าเป็นมากจะคุมยาก ซึ่งยาตัวที่เราแพ้นี้เหมาะกับคนที่อารมณ์สวิงไวอย่างเรา

    พูดถึงประจำเดือนแล้ว ตั้งแต่กินยาตัวก่อนตัวที่เรากินแล้วนิ่ง (ตัวเดียวกับตัวล่าสุด) ประมาณ 5 เดือนที่แล้ว ตั้งนั้นเป็นต้นมา ประจำเดือนเราก็ขาด ๆ หาย ๆ มาตลอด หมอบอกว่าอาจจะเป็นผลข้างเคียงของยาตัวนั้น ซึ่งมีผลต่อต่อมไทรอยด์ และต่อไต ตอนที่เรากินยาตัวนั้นเราต้องเจาะเลือดดูค่าอะไรสักอย่างของต่อมไทรอยด์กับค่าไตทุกครั้งที่มาหาหมอ ฟังดูน่ากลัวเนาะ (และอียาตัวนี้แหละที่ทำให้มีแอ็ดมิทจิตเวชรอบแรก)

    ไม่อยากจะสรุปเลยว่าความวายป่วงครั้งนี้เกิดจากอาการ PMS ของตัวเอง แต่ก็เหมือนจะเป็นแบบนั้น 55555555555555



    เพิ่มเติมเรื่องราคายานิดนึง ถ้าเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติก็ไม่แพงมาก หลักหน่วยถึงหลักสิบต้น ๆ แต่ถ้าเป็นยานอกบัญชียาหลักแห่งชาตินะ ค่ายาเดือน ๆ นึงนี่พอ ๆ กับค่าผ่อนรถเลยอะ แต่เรื่องผลข้างเคียงก็ต่างกันนะ ยานอกฯ จะไม่ค่อยมีผลข้างเคียง หรือเปอร์เซนแพ้ยาจะน้อยกว่า แต่ไม่ใช่ว่าไม่แพ้เลยนะ เพราะยาที่เราแพ้ครั้งนี้ก็ยานอกฯ เหมือนกัน

    นอกจากนี้ยานอกยังครอบคลุมอาการได้มากกว่า อย่างเช่น ถ้าอาการแบบนี้ กินยาในฯ อาจจะต้องกินสามถึงสี่ตัวควบกัน แต่ถ้าเป็นยานอกฯ อาจจะกินแค่เม็ดเดียวจบ แต่บางกรณีก็อาจจะต้องกินยานอกฯ มากกว่าหนึ่งตัวควบกันก็มี หรือบางคนกินยาในฯ ไม่กี่ตัวแล้วคุมอาการได้ก็มี แล้วแต่ว่าเราจะไปถูกกับยาตัวไหนบ้าง ซึ่งกว่าเราจะเจอก็ใช้เวลาเป็นปี

    อ่าวแล้วถ้าไม่มีเงินจ่ายค่ายาทำไง

    ในโรงพยาบาลเขามีนักสังคมสงเคราะห์ค่ะ ที่คอยช่วยเหลือเรื่องค่ายา โดยที่มูลนิธิของโรงพยาบาลเป็นคนออกให้ ซึ่งเราเคยใช้บริการครั้งนึง ครั้งเดียวนั้นแหละ เขาบอกว่าอาจจะช่วยได้เป็นครั้งคราวนะ เพราะยังมีคนที่ไม่มีกว่าเราจริง ๆ ถ้าหากเราต้องการความช่วยเหลือก็ต้องบอกหมอ แล้วหมอจะส่งเราไปคุยกับนักสงคมสงเคราะห์อีกที อย่างเราหมอเป็นคนส่งเรื่องเราไปให้นักสังคมสงเคราะห์เอง เพราะเห็นว่าเราเพิ่งเริ่มทำงาน

    ฉะนั้นสุดท้ายนี้ ถ้าเห็นว่าตัวเองอาการไม่สู้ดี ก็ไม่ต้องกลัวไป เราอยากให้เธอไปคุยเธอไปคุยกับหมอก่อน อยากให้เธอไปเจอเธอไปเจอกับหมอก่อน /อ่านแบบใส่จังหวะ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Pradthana Toomsiri (@pradchan)
ลืมบอก คือเราลืมกินยามาสองวัน วันนี้ดิ่งได้ที่ นั่งน้ำตาร่วงเผาะๆ
มานั่งไล่อ่านได้ขำเป็นระยะๆ คือดีอ่ะ
(แอบรู้สึกผิดนิดนึง ที่มาขำเรื่องคนอื่น)
Noot Tharara (@Nootsstories)
@pradchan ถ้าทำให้คุณขำออกในวันแย่ๆ เราก็ดีใจนะ : >
Pradthana Toomsiri (@pradchan)
เคสเราไม่เคยแพ้ยาเลย (anxiety)
แต่มึนๆกับค่าหมอค่ายาทุกเดือนเป็นปี
คราวที่แล้วหมอให้ใบสั่งยาไปหาซื้ิอเองเพราะมันแพง(ร.พ.เอกชน)
ถึงได้รู้ว่ากินยาเม็ดละร้อยกว่ามาตลอด =_="
นี่ยังคุยกับเพื่อนเล่นๆว่าค่ายาวันๆนึงแพงกว่าสตาร์บั๊คอีก
_(:3/L)_

นี่จ่ายเงินค่าหมอเองด้วยนะ แต่ใช้เงินเก็บไง ไม่ทำรายรับรายจ่ายด้วย เลยไม่รู้จนป่านนี้
Noot Tharara (@Nootsstories)
@pradchan ค่ายาแพงไม่พอนะ บางทีหมอเปลี่ยนยาทั้งๆ ที่ยาเก่าเหลือเป็นกล่องอีก เม็ดละ 20 บาทก็คูณเข้าไป เราอยากเอาไปขายคืนให้หมอมากอะ /ปล. เราจดจะไว้ตลอดว่าเคยกินยาอะไรมาบ้าง กินแล้วตอนนั้นเป็นยังไง เผื่อเราเกิดต้องเปลี่ยนหมอ หรือหมอจะให้กลับมากินยาที่เคยกิน เราก็จะได้บอกหมอได้ ลองดูค่ะ จะได้ไม่เสียเวลาสุ่มกินยา <: