เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
above the cloudsployapha.j
Emirates Process Review- Final Interview (24 Aug 2015)




  • Attention please!
    เรียนท่านผู้อ่านโปรดทราบ...






    ตอนนี้ Process การสมัครเปลี่ยนไปจากเดิมแล้วเด้อ
    เราเอามาเขียนไว้เผื่อใครอยากได้แนวทางประกอบการเตรียมตัว

    สู้ๆนะจ๊ะ แล้วมาช่วยกันเซิ้ง ฮูเร่!






    ------------------------------------------------------------------






    24 August 2015 – Final Interview


    สถานที่ : Twenty Anson -  MRT Tanjong Pagar

     

    เอกสารที่ต้องเตรียม:

    • Pre-joining Form (ที่ได้รับมาเมื่อวานนี้)
    • สำเนาพาสปอร์ตสี 2 ชุด
    • รูปถ่ายสวมสูทแขนยาวติดกระดุม ไม่รีทัช เต็มตัว 1 รูป
    • รูปถ่ายสวมสูทครึ่งตัว ไม่รีทัช ขนาดพาสปอร์ต 8 รูป
    • รูป casual เต็มตัวและครึ่งตัว ขนาด 4×6” อย่างละ 1 รูป
    • Updated CV 1 ชุด
    • สำเนาใบจบการศึกษาระดับสูงสุด

     

    เอกสารที่ต้องยื่นต้องมีต้องเอามาในวันสัมภาษณ์คือ Pre-joining Form กับสำเนาพาสปอร์ตค่ะ นอกนั้นสามารถอีเมลล์ส่งเอกสารเพิ่มเติมทีหลังได้ภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันที่สัมภาษณ์ ส่วนตัวแล้วเอกสารเราไม่ครบขาดรูปถ่ายสวมสูทกับสำเนาใบจบการศึกษาค่ะ

     

     

    เราได้เวลาสัมภาษณ์ 4 โมงเย็น แต่มาถึงที่ตึกตั้งแต่บ่ายสองเพราะกลัวหลงทางกลัวหาตึกไม่เจอ ตื่นเต้นมากกกกกกกกกกกก มาถึงนั่งทานกาแฟและเขียนคำตอบเตรียมๆไว้ว่าน่าจะเจอคำถามประมาณไหน

     

     

    พอประมาณบ่ายสามครึ่งก็เดินขึ้นตึกค่ะ ก่อนขึ้นต้องทำบัตรผ่านก่อน ทางเจ้าหน้าที่ตึกขอดูพาสปอร์ตด้วยค่ะ เพราะฉะนั้น อย่าลืมหยิบพาสปอร์ตไปด้วยนะคะ

     

     

    ออฟฟิศของ EK อยู่ใช้ 12 ขึ้นลิฟท์มาแล้วเจอเลย เรานั่งรออยู่ด้านนอก สตาฟที่เดินผ่านไปผ่านมาก็ยิ้มๆให้กำลังใจ โชคดีที่เจอมิร่าที่กำลังจะไปสนามบินด้วย เขาก็อวยพรขอให้โชคดี เราก็แอบใจหายนิดๆที่ไม่ได้สัมภาษณ์กับเขา เพราะตั้งแต่วันแรกเราเจอแต่มิร่าตลอดเลย เขาก็ขำๆแล้วก็บ๊ายบายกัน เราก็ทิ้งท้ายไว้ว่า Hope to see you in Dubai เขาก็หันมายิ้มแล้วบอกว่า Yes, You will. โห กำลังใจเต็มมมมมม

     

     

    พอดีกว่าเพื่อนที่สัมภาษณ์ก่อนเราใช้เวลานานค่ะ เวลาของเราเลยเลทมาประมาณครึ่งชั่วโมงทำให้จากที่ใจเต้นโครมครามอยู่ไม่สุขก็เริ่มชิว นั่งอ่านหนังสือรอไปเรื่อยๆ (ไม่เตรียมคำตอบแล้วแค่ไหนแค่นั้น) จนในที่สุดกรรมการก็ออกมา อ้อ...การสัมภาษณ์ในรอบนี้ทุกคนจะได้สัมภาษณ์กับฮอลลี่ค่ะ

     

     

    พอเขาไปในห้อง ทักทายกันนิดหน่อย เขาก็บอกว่าให้ผ่อนคลายนะเหมือนคุยกับเพื่อน และเริ่มด้วยการเช็คเอกสารต่างๆ เราเตรียมรูป casual ไป 4 รูป ก็ให้ฮอลลี่ช่วยเลือก ตอนนี้ก็ดี๊ดีค่ะ เหมือน ice breaking กันไปนิดหน่อย

     

     

    จากนั้นก็เริ่มการสัมภาษณ์ค่ะ โดยให้เราอธิบายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น เราทำยังไง และผลสุดท้ายเป็นอย่างไรโดยอ้างอิงจากงานที่เราเขียนไว้ใน Pre-joining Form ค่ะ ซึ่งเราเพิ่งเรียนจบก็เลยเขียนกิจกรรมเด่นๆที่เคยทำในมหาวิทยาลัยลงไปและประสบการณ์การไป work and travel กับที่เคยไปแลกเปลี่ยนมา

     

     

    สำหรับคำถามที่เราได้ก็ประมาณนี้ค่ะ

    1. อธิบายสถานการณ์ที่ต้องทำงานกับลูกค้าที่มีความท้าทาย
    2. อธิบายเวลาที่เราให้ข้อเสนอแนะกับเพื่อนร่วมงาน
    3. อธิบายสถานการณ์ที่เครียดที่สุดในการทำงาน
    4. อธิบายสถานการณ์ที่เป็น culture shock
    5. อธิบายช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่
    6. อธิบายเหตุผลที่อยากทำงานเป็นลูกเรือ


    เราก็ตอบๆไป โดยอ้างอิงจากงานที่เคยทำว่าเราจะตอบคำถามนี้ จากสถานการณ์ตอนนี้ งานนี้นะ ก็คุยไปเรื่อยๆค่ะ พยายามลงรายละเอียดและผลที่ตามมาว่าเราแก้ปัญหาอะไรยังไง

     

     

    นอกจากนี้ก็มีคำถามย่อยๆทีเกี่ยวกับการทดสอบจิตวิทยา คือเราเป็นคนที่ไม่ค่อยเก็บรายละเอียดดีเทลเล็กๆ จะชอบมองอะไรเป็นภาพรวม ฮอลลี่เอาตรงนี้มาถามว่าเคยทำงานที่ต้องใส่ใจในรายละเอียดบ้างมั๊ยและเรามีวิธีการอย่างไร ก็ตอบไปตามความจริงค่ะ (จดทุกอย่างลงสมุดโน๊ตเล็กๆ) แต่ก็คอนเฟิร์มให้เขามั่นใจว่าเราทำได้จริงๆนะ

     

     

    พอสัมภาษณ์เสร็จฮอลลี่ก็เปิดโอกาสให้ถามคำถามค่ะ ซึ่งเราก็ถามเกี่ยวกับไฟล์ทที่ประทับใจที่สุดของเขา ก็คุยเล่นกันอีกนิดหน่อย ซึ่งโมเม้นตรงนี้เป็นจุดที่ดีที่สุดของการสมัครทั้งสามวันแล้วค่ะ เพราะคุยกันเรื่องแรงบันดาลใจ ฮอลลี่บอกว่าการทำอาชีพนี้ไม่ใช่แค่บินไปมา เสิร์ฟชากาแฟแต่เป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆในทุกๆวัน ทั้งเพื่อนร่วมงานและผู้โดยสารและการที่จะได้เป็นความทรงจำที่ดีของใครบางคนค่ะ :) (ตรงนี้คุยกันซึ้งมาก น้ำตาคลอกันเบาๆ -- กลับมา edit อีกครั้ง 2 ปีผ่านไปเรายังจำโมเม้นต์นี้ได้ เป็น core memory ที่ดีมากจริงๆจ้ะ) แล้วฮอลลี่ก็ออกมาส่งนอกห้อง บ๊ายบายกันอีกรอบนึง

     

     

     

    ตอนสัมภาษณ์(ไม่เกี่ยวกับช่วงที่คุยเล่น)ก็รู้สึกว่าพลาดๆนิดหน่อย มีพูดงงๆบ้าง ตะกุกตะกักบ้าง ฮอลลี่ก็น่ารักค่ะพยายามเข้าใจ ตรงไหนที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมก็ตามต่อ โดยรวมถือว่าโอเคค่ะ ไม่คาดหวังอะไร มาได้ถึงรอบนี้ก็เป็นประสบการณ์ยิ่งใหญ่แล้ว

     

     

    วันรุ่งขึ้นกลับมาไทยก็รีบไปทำเรื่องเอกสารต่างๆ ถ่ายรูป และส่งทุกอย่างกลับไปให้ที่ดูไบค่ะ ก็ได้อีเมลตอบกลับเรื่องเอกสารว่าได้รับครบถ้วนแล้วจ้า จากนั้นก็รอ... จนสเตตัสเปลี่ยนเป็น Interview Completed ในวันที่ 31 สิงหา ทีนี้เข้าไปเช็คสเตตัสในเว็บทุกวันหลังอาหารเช้ากลางวันเย็นค่ะ

     

     

    จนบ่ายวันที่ 3 กันยายน สเตตัสเปลี่ยนเป็น JFIP - Joining Formalities In Progress และได้รับ Golden Call จากดูไบในวันที่ 7 กันยายน (เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ) DOJ-Date Of Joining วันที่ 13 พ.ย. นี้ค่ะ

     

     

    เมื่อวานเพิ่งได้รับอีเมลเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ เริ่มวุ่นๆเรื่องเอกสารต่างๆแล้วค่ะ หากสงสัยอะไรเพิ่มเติม คอมเม้นไว้หรือ inbox เข้ามาในเฟสในไลน์ได้เลยนะคะ

     

     

    ขอบคุณที่ติดตามค่า ;)

     

     

    ลากันไปด้วย 2 รูปนี้ละกันเนอะ นี่เป็นรูปที่เราใช้รอบไฟนอล ซึ่งก็แต่งตัวแบบนี้ทุกวันค่ะ เผื่อไว้เป็นไกด์ไลน์นะคะ ซึ่งวันจริงไม่ได้หน้าฉ่ำสวยขนาดนี้นะ และไม่ได้ติดขนตาปลอมจ้า







Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in