what I read in a weeklivesalter
Favorite books read in 2016
  • ปีนี้อ่านไปทั้งหมด 117 เล่ม จากที่ตั้งเป้าไว้ 123 เล่ม เป็นปีแรกที่ทำได้ไม่ถึงเป้า แต่ก็แลกกับการได้ทำอย่างอื่นมากขึ้น ก็ถือว่าโอเค  ลิสนี้ไม่เรียงตามใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นหนังสือที่อ่านแล้วชอบ ทำให้เรารู้สึกอะไรบางอย่างหรือทำให้เราคิดต่อ เป็นหนังสือที่อยากอ่านซ้ำและอยากแนะนำให้คนอื่นอ่าน



    มาตานุสติ / แดนอรัญ แสงทอง

    ชอบเล่มนี้ที่สุดแล้วจากทั้งหมดที่ได้อ่านมาของอาจารย์แล้วมั้ง
    อาจเพราะอาจารย์ใช้เมืองเพชรบุรีมาเป็นฉากด้วย ถึงจะแค่เอาชื่อสถานที่มายำกันมั่วๆก็เถอะ แต่อ่านแล้วมันฟินน่ะ เรื่องออกจากเอื่อยๆช่วงแรก แต่หน้าท้ายๆไปจนจบคือสุดยอดดดด ดีมากกกกกกก
    ปล. แต่แอบชอบชื่อเรื่องเก่ามากกว่านะ


    อสรพิษและเรื่องราวอื่น ๆ / แดนอรัญ แสงทอง

    อ่านงานของอาจารย์มาเล่มนี้เล่มที่ 4
    ก็ยังไม่เจอเล่มที่ไม่ชอบนะ
    เล่มนี้เป็นรวมเรื่องสั้นหลายๆเรื่อง
    มีเรื่องอสรพิษที่ได้รางวัลซีไรต์ด้วย
    เรื่องสั้นเรื่องอื่นๆก็มีทั้งชอบมากและชอบน้อยปนๆกัน
    แต่เรื่องอสรพิษนี่เป็นเรื่องสั้นที่ทรงพลังจริงๆ
    ทั้งภาษาที่สวยมาก เป็นเอกลักษณ์มาก
    แล้วเนื้อเรื่องยังบีบคั้นสุดๆ
    อ่านจบนี่เอ๋อแ-กไปพักหนึ่งเลย


    เพลงรักคนพเนจร / แดนอรัญ แสงทอง

    ความเรียงเล็กๆ พรรณนาถึงความรัก คนรัก ....
    ดูชื่อคนเขียนสิ
    จบ.



    The Lemon Tree: An Arab, a Jew, and the Heart of the Middle East / Sandy Tolan

    น่าจะเป็นเล่มที่ชอบที่สุดของปีแล้วมั้ง
    เรียนความขัดแย้งในแผ่นดินตรงนี้มาตั้งแต่ในโรงเรียนมะ แต่ก็ไม่เคยเข้าใจอะไรจริงๆจังๆ
    แต่เล่มนี้คือ เล่าผ่านบุคคลที่สามที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย(มั้ง)
    (พยายาม) เล่าอย่างเป็นกลาง ให้เห็นผ่านจากรอบด้าน
    อ่านแล้วก็หูตาสว่างขึ้นหลายส่วน
    อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าอย่าเที่ยวไปวิพากย์วิจารณ์ ชี้หน้าด่าใครเพราะสิ่งที่เขาทำ มันอาจจะเลวร้าย แต่คุณไม่ได้อยู่ตรงนั้น ุณไม่ได้เป็นเขา คุณไม่รู้หรอกว่าเบื้องหลังการกระทำมันมีอะไรบ้าง
    ความเชื่อของคุณ ทัศนคติของคุณ เอาไปตัดสินคนอื่นไม่ได้


    เรื่องเล่าจากร่างกาย / ชัชพล เกียรติขจรธาดา

    เคยสงสัยไหมว่าเราเป็นใคร มาจากไหน เกิดมาทำไมทำไมเราถึงมีพฤติกรรมแบบนั้นๆ
    เล่มนี้มีคำตอบให้คุณ (เบสออน ท.วิวัฒนาการ)
    อ่านแล้วแบบ ธรรมชาติแม่งมหัศจรรย์ สร้างสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนละเอียดอ่อนอย่างมนุษย์ขึ้นมา ซับซ้อนขนาดเป็นทุกข์เพราะความฉลาดของตัวเอง
    รังสรรค์นู่นนี่ขึ้นมากมายเพื่อขังตัวเองไว้ในกรอบเหล็กลวงตาอันมหึมา ว่างเปล่า


    500 ล้านปีของความรัก เล่ม 1 / ชัชพล เกียรติขจรธาดา

    เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน 555555
    ชอบมากกก


    ประวัติศาสตร์ปรัชญา ฉบับกะทัดรัด / Nigel Warburton

    จากที่เคยเรียนปรัชญาแบบแตะๆแบบผิวเผิน
    อ่านเล่มนี้ก็เหมือนได้ขยายความรู้ด้านปรัชญาให้กว้างขึ้น กว้างแต่ไม่ลึก เพราะเล่มนี้เล่าถึงแนวคิดของนักปรัชญาคนสำคัญๆของแต่ละยุคแบบเผินๆ บอกแนวคิดสำคัญ ข้อเด่นข้อด้อยของแต่ละแนวคิด อ่านสนุกดี บางแนวคิดก็อ่านแล้วขำๆสำหรับยุคนี้ บางอันก็น่าเอาไปคิดต่อ
    ..................................
    อันที่ชอบที่สุดน่าจะเป็นทฤษฏีวิวัฒนาการของดาร์วิน เป็นทฤษฎีที่ปฏิวัติความเชื่อเรื่องพระเจ้าไปเลย พระเจ้าไม่จำเป็นต้องมีตัวตนก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้
    อีกเรื่องที่ชอบคือแนวคิดของซาทร์
    "ตัวตนและความว่างเปล่า"
    ที่เชื่อว่าเราเกิดมาลอยๆไร้จุดหมายต่างจากเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีจุดประสงค์ของการเกิดแล้วจึงเกิดขึ้นมา ฉะนั้น มนุษย์มีเสรีภาพ แต่ก็เป็นเสรีภาพที่ทุกข์ทนที่ต้องเลือกต้องตัดสินใจว่าจุดหมายของชีวิตตนคืออะไร และเราก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราเลือก




    รักเมื่อคราวห่าลง (Love in the Time of Cholera) / Gabriel García Márquez

    เล่มนี้อ่านง่ายกว่าร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว ชอบกว่าด้วย ประเทศแถบอเมริกาใต้เป็นอีกดินแดนที่ลึกลับสำหรับเรา มันดูห่างไกลและเราก็ไม่ค่อยจะรู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาเท่าไหร่ คงเพราะคุ้นๆกับฉากจากเรื่องร้อยปีมาบ้างเล่มนี้เลยอ่านง่ายขึ้น
    มานั่งนึกๆดูก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงชอบ แต่ชอบน่ะ คงเพราะการเล่าเรื่องมะ มีกลิ่นอายบางอย่างที่ทำให้เราชอบมัน


    เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล (Last Life in The Universe) / ปราบดา หยุ่น

    ชอบเล่มนี้มากกว่ารวมเรื่องสั้นความน่าจะเป็น(ที่อ่านไม่รู้เรื่อง)เยอะเลย เป็นนิยายโทนหม่นๆเหงาๆ ที่อ่านไปจินตนาการเป็นหนังเล่นอยู่ในหัวไปได้ดีมากกก ชอบบ


    Flipped / Wendelin Van Draanen

    ส่วนมากถ้ารู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้วมันก็ไม่ค่อยจะสนุกหรอก อย่างเรื่องนี้ ดูหนังเป็นสิบๆรอบแล้วก่อนจะมาอ่านหนังสือ ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่ก็ยังชอบมากๆๆๆๆ
    หนังก็ทำดีมากนะ แต่หนังสือจะมีรายละเอียดเล็กๆที่หนังใส่เข้าไปไม่ได้ตลอด น่ารักมากกก

    เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก เล่ม 1 - 2 / ทิพย์วาณี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

    อ่านไป 2 เล่ม ชอบอะ ถ้าลองนับๆแล้วก็เกือบร้อยปีไหมนะ นึกภาพกรุงเทพตอนนั้นออกไหมละ อย่างเราเกิดไม่ทันอยู่แล้ว แต่อ่านๆแล้ว เห้ยย นี่มันบ้านเราเลย ตอนเด็กๆยังนั่งฟังวิทยุดูพระจันทร์ รองน้ำฝนไว้กิน ตามบ้านนอกๆเดี๋ยวนี่ก็ยังมีแบบนี้อยู่นะ เพียงเปลี่ยนตะเกียงเป็นไฟฟ้า ทำให้เห็นว่ากรุงเทพเปลี้ยนไปมากแค่ไหน ชนบทเวลามันเดินช้ากว่าจริงๆ อ่านแล้วรู้สึกว่าตอนนั้นมันน่าอยู่กว่าตอนนี้ไหม คนยังไม่พลุกพล่านขนาดนี้ ชีวิตยังไม่ซับซ้อนขนาดนี้


    ปรัชญาชีวิต (The Prophet) / Kahlil Gibran

    เป็นหนังสือคำสอนถึงเรื่องราวต่างๆในชีวิต
    ดีนะเว้ย ไม่ใช่แค่คำคมสวยๆแต่มันเอาไปใช้ได้จริงๆ

    ฝนเอยทำไมจึงตก / วิรชา ดาวฉาย

    เป็นรวมเรื่องสั้นที่ดีมากๆๆเล่มหนึ่งเลย
    ดีทุกอย่างอะ ภาษา เนื้อเรื่อง .....
    ชอบบบบ ไปอยู่ไหนมาว่ะเพิ่งได้อ่าน

    มังกรเซน / วินทร์ เลียววาริณ

    เปิดโลกเซนมาก จากที่เคยได้ยินผ่านๆ 
    เล่มนี้เล่าประวัติพระเซนในจีนและญี่ปุ่นพร้อมกับแทรกนิทานเซนเล็กๆ ด้วย

    ลมใต้ปอด / ภารดร พรอำนวย

    เป็นบันทึกการเดินทางที่เรียลดีจัง
    บางทีมันก็ไม่ต้องมีคำคมสอนใจสวยหรูเสมอไป




    เพื่อนยาก (Of Mice and Men ) / John Steinbeck

    หนังสือเล่มเล็กๆที่โคตรจะอิมแพค
    ปูเรื่องดีมาก เดินเรื่องดีมาก เล่าเรื่องดีมาก
    จบดีมากๆๆๆๆๆ

    Holes / Louis Sachar

    ไปขุดเรื่องนี้มาจากกองหนังสือมือสอง เห็นหน้าปกคุ้นๆเลยซื้อมา ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยย มันเป็นนิยายสำหรับเด็กด้วยนะ แต่ๆๆ มันสนุกมากกกก อาจเป็นเพราะภาษาไม่ยากมากด้วยแหละ คือไม่ได้คาดหวังจะให้มันสนุกไง แต่มันสนุกอะ เป็นเรื่องสำหรับเด็กที่ดูจะดาร์กๆไปหน่อยนะ

    มนุษย์เหนือโลก (Vicious) / V.E. Schwab

    ไม่ได้อ่านอะไรทำนองนี้มาสักพักละ
    เล่มนี้พล็อตแหวกแนวดี อ่านสนุก ลุ้นๆดี

    เจ็ดวันหลังความตาย / Yu Hua

    ตายแล้วไปไหน ฉบับสะท้อนสังคมจีน
    ...............................
    ตอนซื้อมารู้แค่ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายของชายคนหนึ่ง
    ทั้งเรื่องคือตัวเอกจะเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ เอื่อยๆ
    แต่สิ่งที่ตัวเอกเล่าคือประเด็นหนักๆของสังคมจีนทั้งนั้นเลย ทั้งเรื่องรัฐบาล เรื่องความเลื่อมล้ำ
    ผ่านความเชื่อเรื่องหลังความตายของจีน
    ปกตินิยายที่เล่นประเด็นพวกนี้เราอ่านแล้วจะรู้สึกถึงความเกลียดชังที่คนเขียนพยายามจะยัดเยียดใส่เข้ามา ทำให้คนอ่ารู้สึกอึดอัดแทนที่จะมีอารมณ์ร่วม
    แต่เรื่องนี้ผู้เขียนเขียนดีจริงๆ เสียดสีโดยการแทรกฉากเล็กๆเข้ามาขณะที่เล่าเรื่องชีวิตของตัวเอกไปด้วย ทำให้ประเด็นมันไม่ดูยัดเยียดจนเกินไป
    ปล่อยให้คนอ่านได้ซึมซับสิ่งที่คนเขียนต้องการจะสื่ออย่างเต็มที่
    เรื่องนี้ภาษาสวยมาก เขียนดีมาก คือต้นฉบับเป็นยังไงไม่รู้นะแต่ฉบับแปลที่อ่านภาษาสวยมาก
    อ่านเพลินเลย พล็อตก็แหวกแนวมาก อ่านแล้วอึ้งได้ตลอด ยิ่งบทสุดท้ายคืออ่านไปน้ำตาไหลไป

    ..........

    ปี 2017 คงได้อ่านน้อยลงอีก แต่ก็จะพยายามอ่านให้มากที่สุดแหละ 

    “So many books, 
    so little time.”
    ― Frank Zappa
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in