BookBookBooh Reviewseenam13
Designing your life คู่มือออกแบบชีวิต ด้วย Design Thinking
  • ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เขียนรีวิวหนังสือเล่มนี้ซะทีนะ Designing your life เล่มเด่นเล่มดังขึ้นแท่น Bestseller ของร้านหนังสือ สาเหตุที่เลือกหยิบเล่มนี้ไปจ่ายเงินคงเพราะเป็นเล่มที่ถูกพูดถึงโดยคุณเคน นครินทร์ ณ  The Secret Sauce Podcast มันน่าสนใจดีเวลาที่พูดว่าเราจะออกแบบชีวิตยังไง เราออกแบบได้ด้วยเหรอ โดยใช้ Design Thinking เนี่ยนะ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือแนว How to ด้วยความรู้สึก(อคติ)ไม่อยากทำตามวิธีที่คนอื่นบอก แต่นี่ไม่เชิงจะเป็นหนังสือฮาวทูซะทีเดียว และผู้เขียน (Bill Burnett & Dave Evans) ก็ไม่ได้เขียนในเชิงชี้แนะ แต่เป็นการบอกกล่าวและยกตัวอย่างให้เห็นภาพมากกว่า จึงไม่ตะขิดจะขวงใจที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้



    รีวิวนี้อาจจะไม่ใช่การรีวิวหนังสือที่เล่าเรื่องย่อหรือวิเคราะห์อะไรทำนองนั้น แต่อยากชวนคุยมากกว่า เราเชื่อว่าหลายคนต้องเคยเป็นแบบเรา เลือกเรียนคณะอะไรสักอย่างหนึ่งอาจจะด้วยความชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่ แต่เราแทบไม่เคยรู้เลยว่าจบออกมาเราจะได้ทำงานอะไร แนวไหน นั่นมันจินตนาการยากมาก ๆ และต่อให้ใครพูดหรืออธิบายยังไงก็รู้สึกว่านึกภาพไม่ออกอยู่ดี คุณคนเขียนบอกว่าส่วนใหญ่แล้วคนทั่วไปไม่ได้ทำงานตรงตามสายที่เรียนจบมา และต้องบอกว่าเราก็เป็นหนึ่งในนั้น 

    อย่าให้ใบปริญญากำหนดเส้นทางอาชีพ

    เราสามารถกำหนดเส้นทางชีิวิตได้ด้วยตัวเอง และกำหนดมันได้ตั้งแต่ตอนนี้เลยไม่มีคำว่าสายเกินไป เราเชื่อตามที่ผู้เขียนพูดนะคะ ในฐานะผู้ที่เคยพลิกคว่ำชีิวิตจากการทำงานในสายอาชีพทางวิทยาศาสตร์สู่สายภาษาและศิลปะโดยที่ไม่เคยเรียนหรือมีประสบการณ์มาก่อน บิลล์กับเดฟให้เราลองสำรวจมาตรวัดชีวิตทั้งสี่ด้าน ทั้งสุขภาพ การงาน ความรัก กิจกรรมสร้างสุข และให้เราวางแผนว่าเราอยากปรับให้มันเป็นแบบไหน ก็เหมือนกับการบาลานซ์ชีวิตแบบที่เราต้องการ เราอยากให้เวลากับครอบครัวมากขึ้นหรือเปล่า ความรักตอนนี้ไม่โอเคต้องการเวลาและพลังงานจากเราแล้วนะ ผู้เขียนสอนให้เราคิดแบบนักออกแบบเป็นสเต็ป ๆ ไป อาจต้องใช้กระดาษสักแผ่นมาขีดๆเขียนๆ แต่ไม่ได้ยากเย็นอะไร การเขียนก็เพื่อล้วงลึกลงไปถึงความต้องการของเรา รวมทั้งปัญหาในชีวิตต่าง ๆ มีกิจกรรมให้ลองทำหลายอย่างเลย แต่ที่เป็นไฮไลต์ก็คือ การออกแบบชีวิต

    เรามีหลายชีวิต อยู่ที่เราจะเลือกใช้ชีิวิตแบบไหน ผู้เขียนพาเราสร้างต้นแบบ จากแผนที่เราเขียนไว้ 3 แผน 1.สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ 2.สิ่งที่อยากทำถ้าไม่สามารถทำงานข้อหนึ่งได้แล้ว 3.สิ่งที่อยากทำโดยไม่คำนึงถึงเงินทองหรือภาพลักษณ์  และขอเน้นคำว่าการสร้างต้นแบบอีกครั้ง อันนี้สำคัญมากค่ะ เรารู้สึกว่าคำนี้เป็นคำใหญ่ของหนังสือเล่มนี้ หากคิดว่าอยากทำงานเป็นเจ้าของร้านกาแฟ แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าวัน ๆ หนึ่งเจ้าของร้านกาแฟมีงานอะไรต้องทำบ้าง ให้ลองสร้างต้นแบบดู เราคงไม่สามารถจะลองเปิดร้านได้อะไรแบบนั้น แต่เราไปพูดคุยสอบถามกับเจ้าของร้านและลองทำงานในร้านดูก็ได้ ท้ายที่สุดแล้วเราอาจไม่ได้ชอบทำงานจุกจิกบางอย่าง อย่างเช็กสต็อกก็เป็นได้ บิลล์และเดฟก็ยังแนะนำให้เราสร้างคอนเนกชัน เอ๊ะ รู้สึกเหมือนกันใช่มั้ยว่าคำนี้เป็นคำที่ดูลบ แต่ไม่ใช่แบบนั้น หลายๆคนต้องเคยสมัครงานกัน อย่างที่รู้ขั้นพื้นฐานคือการร่อนใบสมัครไปยังที่ที่ประกาศรับสมัครตามอินเทอร์เน็ต ส่งไปไม่รู้เท่าไหร่ก็ไม่ได้การตอบรับ แต่ผู้เขียนบอกกับเราว่า ไม่ใช่ว่าเราไม่มีคุณสมบัติที่ดีพอ งานที่ดีและงานที่เราต้องการ ไม่ได้ปรากฏอยู่ที่ประกาศในอินเทอร์เน็ตต่างหาก พวกเขามักจะรับสมัครกันเป็นการภายใน หรือบอกต่อกัน เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการสร้างคอนเน็กชัน ในที่นี้หมายความถึงการเข้าไปพบปะกับผู้คนที่อาจให้คำตอบได้ว่างานที่เราอยากทำจริงๆ มีลักษณะเป็นยังไง ในเวลานั้นเราจะสามารถแสดงความคิดเห็นของตัวเอง ความสามารถที่มีอยู่ผ่านบทสนทนา แน่นอนว่าเราไม่ได้ไปของานทำ แต่ต้องการสร้างคอนเนกชัน เพื่อสร้างบทสนทนาที่นำไปสู่งานในฝัน ตรงนี้พูดแล้วอาจไม่เห็นภาพ เอาจริงๆ อันนี้อาจต้องประยุกต์ใช้ในสังคมไทยมากหน่อย เพราะเราอาจจะไม่สามารถเดินดุ่ม ๆ ไปคุยกับคนในบริษัทที่เราอยากทำงานได้ อาจต้องพึ่งพาคนที่เรารู้จักเพื่อพาให้เราได้ไปพูดคุยกับคนเหล่านั้น แล้วเราก็อาจจะได้ข้อเสนอดี ๆ จากบริษัทก็เป็นได้

    Designing your life เล่มนี้ไม่ได้เน้นหนักไปทางด้านการงานอย่างเดียว แต่ยังสอดแทรกให้เราออกแบบชีวิตด้านอื่นให้ดีด้วย เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุก ๆ ด้าน คือการได้ทำสิ่งที่อยากทำกับและอยู่กับคนที่เรารักนั่นเอง แนะนำให้อ่านมาก ๆ ค่ะ

    ขอบคุณภาพปกหนังสือจาก สำนักพิมพ์ Bookscape
    ขอบคุณภาพปกจาก freepik  



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in