(OS_#osgoblin119)ยักษ์โน๊ะ ft.จุซัง
D-1 (JAZZ.)
  • i fall in love too easily.

    #Novelber2018 #osgoblin119
    **

    *คลิกขวา กด loop หรือ วนซ้ำ*


    couple; jooheon x kihyun

    rate; 15+

     

    I fall in love too easily

    I fall in love too fast

    I fall in love too terribly hard

    For love to ever last

     

    เสียงเพลงแจ๊สที่คลอเคล้าภายในร้านคาเฟ่เรียบง่ายในย่านแห่งหนึ่งของแมนเชสเตอร์ผู้คนมากมายภายนอกกระจกที่กั้นไว้ระหว่างสังคมวุ่นวายและสังคมเงียบสงบ เพลงของ เชตเบเคอร์ ยังคงบรรเลงไปเรื่อยๆ ตามบรรยากาศช่วงฤดูใบไม้ร่วงของเดือนพฤศจิกายน

    แม้ในแมนเชตเตอร์จะรายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมแนวกอทิกมากมายและดูจะไม่มีต้นไม้มาประดับตกแต่งรอบเมืองมากนัก แต่วิวโดยรวมแล้วกลับทำให้สถาปัตยกรรมอันสูงชะลูดแข็งกระด้างดูอ่อนโยนขึ้น

    มันคงเป็นช่วงเวลาที่ ยู กีฮยอน โปรดปรานมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่เขามาอยู่ที่แมนเชตเตอร์แห่งนี้ ต้องขอบคุณการสอบทุนเรียนต่อของเขาที่ทำให้ได้มาเห็นโลกอีกฝากของตะวันตกที่สวยงามไม่แพ้ตะวันออกเลยเป็นเวลา2 ปี ตั้งแต่เข้ามาอาศัยในเมืองแมนเชตเตอร์เพียงลำพังช่วงแรกเขาแทบจะไม่กล้าออกไปไหนเลย เรียนเสร็จก็กลับมาที่ห้อง อ่านหนังสือบ้างเล่นโทรศัพท์เรื่อยไป ถึงเขาจะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงเพลงแจ๊สเพลงหนึ่งซึ่งดังมาจากตึกฝั่งตรงข้ามเหมือนถูกมนต์สะกดด้วยเสียงเพลงทำให้เขาเจอกับบางคนเข้า

    เด็กหนุ่มราวๆวัยเดียวกันลักษณะเหมือนคนเอเชียเช่นเขา กำลังเปิดเพลง I fall in love too easily คลอเคล้าไปกับบรรยากาศต้นไม้ที่ผลัดสีและร่วงโรยลงมายังพื้นซีเมนต์กีฮยอนมองออกไปยังหน้าต่างที่ซึ่งเขากำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างสงบ และกำลังซึบซับจิตนาการผ่านวรรณกรรมอย่างใจจดจ่อในวันนั้นแรงดึงดูดบางอย่างมันทำให้เขากลับตัดสินใจที่จะเดินออกมาเผชิญโลกข้างนอกแม้จะกล้าๆกลัวๆ แต่มันก็ทำให้เขารู้ว่า การตกหลุมรัก มันเป็นอย่างไร

    ตั้งแต่นั้นมาเขาตัดสินใจทำงานในร้านคาเฟ่เล็กๆแห่งนี้ของเพื่อนที่อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันซึ่งเป็นตึกบล็อกเดียวกับที่ผู้ชายหน้าตาเหมือนคนเอเชียคนนั้นอาศัยอยู่และเผื่อเขาอาจจะได้เจอเขาในร้านกาแฟแห่งนี้พร้อมกับนั่งพูดคุยและดื่มกาแฟ

    วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เรียบง่ายของกีฮยอนรับออเดอร์ ชงกาแฟ ทำความสะอาด พูดคุยกับเพื่อนพนักงานด้วยกัน พักเที่ยงซื้อของมาเติม ถึงจะเป็นร้านคาเฟ่เล็กๆแต่ก็ใช่ว่าจำนวนลูกค้าจะเล็กตามถ้าเข้าช่วงฤดูหนาวลูกค้าจะยิ่งแน่น เพราะ การดื่มกาแฟร้อนตัดกับอากาศเย็นเยือกมันหอมหวานกว่าทุกช่วงไหนๆ คงเป็นความขัดแย้งที่เข้ากันอย่างน่าเหลือเชื่อล่ะมั้งที่ทำให้มันอร่อยยิ่งขึ้น

     

    “กรีซ ช่วยรับออเดอร์โต๊ะที่ 14 ทีฉันต้องไปรับสินค้ากับผู้จัดการ”

    “ได้ครับ”

    “คัม-ซา-มี-ดา”

     

    จอห์นเพื่อนมหาลัยเดียวกันและเป็นเด็กเสริฟ์ในร้านของตัวเองกล่าวขอบคุณเป็นภาษาเกาหลีที่กีฮยอนสอนแม้มันจะฟังดูเพี้ยนไปเยอะก็ตามจอห์นไม่ได้เรียกเขาว่ากีฮยอนแต่เรียกด้วยชื่อเล่นว่า กรีซเพราะมันง่ายกว่าการเรียกแบบภาษาเอเชีย กีฮยอนก็ไม่ได้ว่าอะไรมันคงยากที่จะให้คนตะวันตกเรียกชื่อของคนเอเชียแบบเป๊ะมากๆกีฮยอนเดินเข้าไปรับออเดอร์ที่โต๊ะ 14 ตามที่เพื่อนเขาบอกเอาไว้ก่อนจะเงยหน้าซักถามเมนู และเมื่อเขาได้สบตากับลูกค้าเข้าก็พบว่าเป็นคนที่เขารอคอยมานาน

     

    “เอ่อ... รับอะไรดีครับ?”กีฮยอนพูดภาษาอังกฤษตะกุกตะกักเล็กน้อย เพราะเขาไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนประเทศไหนในเอเชีย

    “เอาอเมริกาโน่ล่ะกันครับ” เขาพูดเป็นภาษาเกาหลี?

    “เฮ้! คุณเป็นคนเกาหลีเหรอ?”

    “ใช่ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

    “แล้วคุณรู้ได้ไงว่าผมเป็นคนเกาหลีเหมือนคุณ”นิ้วเรียวของเขาชี้มายังป้ายชื่อที่ปักบนอกซ้ายของเขา ให้ตายสิเจ้าทึ่ม ยู กีฮยอนนามสกุล ยู ภาษาอังกฤษตัวเบอเร่อขนาดนี้ทำไมเขาจะไม่รู้

    “อ่า...ให้ตาย ผมนี่ทึ่มจริงๆ”

    “เป็นลูกครึ่งเหรอครับ ชื่อ กรีซด้วย”

    “อ่อ เปล่าหรอกครับมันเป็นชื่อเล่นที่เพื่อนในร้านตั้งให้น่ะครับผม ยู กีฮยอน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

    “ผม จูฮอน ครับ อี จูฮอน”

    “งั้นเดี๋ยวผมรับออเดอร์ก่อนนะครับ”

    “ถ้าทำงานเสร็จแล้ว...มานั่งเป็นเพื่อนผมก็ได้นะครับ”

     

    เขาชวนเรานั่งด้วย ให้ตาย! หัวใจบ้าหยุดเต้นเดี๋ยวนี้เลย

    อะไรกันแล้วยิ้มนั้นมันคืออะไรกันชอบใจเหรอ?

     

    กีฮยอนพยักหน้าก่อนจะรับออเดอร์ของคุณอีและลูกค้าคนอื่นๆต่อ แม้ใจจะลอยละเมอไปอยู่ที่โต๊ะ 14 แล้วก็ตามเหมือนสวรรค์จะเป็นใจเมื่อเพื่อนของเขากลับมาที่ร้านและเปลี่ยนกะกับเขาได้ทันเวลาพอดีกีฮยอนยกแก้วกาแฟอีกแก้ววางลงบนโต๊ะเดียวกับคุณอี

     

    “ไม่ต้องเกร็งหรอกครับผมน่าจะเด็กกว่าคุณนะครับ”

    “เอ๊ะ? แล้วคุณอายุเท่าไหร่เหรอ”

    “ผมเกิดปี 1994  ตอนนี้ก็ 24 แล้วครับ”

    “ห่างกันแค่ปีเดียวเองแต่ดูเป็นผู้ใหญ่จังนะ”

    “ใครๆก็บอกแบบนั้นแหล่ะครับทั้งที่มันก็เป็นลุคปกติของผมเอง ฮ่าๆ”

    “แล้วนี่เรียนอยู่รึเปล่า?”

    “ครับ ผมพึ่งจะมาต่อปริญญาโทที่นี่”

    “เหมือนกันเลยแต่นี่ก็ใกล้จะจบเต็มทีแล้ว คงไม่ได้เจอกันอีกหลังจากนี้”

    “ผมเองก็คงเสียใจถ้าไม่ได้เจอคุณอีก”

    “?”

     

    ประโยคที่แฝงความนัยของจูฮอนลอยออกมาจากริมฝีปากอิ่มกีฮยอนเอียงคงสงสัยกับประโยคเมื่อครู่หากว่าที่เขาได้ยินหูไม่ฝาดล่ะก็เขากำลังรั้งกีฮยอนอยู่ใช่รึเปล่ากันนะ

     

    “มันฟังแปลกๆเหรอครับ?”

    “เอ่อ.. จะว่าอย่างงั้นก็ได้นะ”

    “คือผมเองก็อัดอั้นใจมานานเหมือนกัน กว่าจะรวบรวมความกล้ามาที่นี่ได้...”

    “...”

    “ครั้งที่ผมมาแมนเชตเตอร์ผมไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก จนกระทั้งวันนั้น วันที่ผมเปิดเพลงแจ๊สของเชตไม่น่าเชื่อว่ามันจะพาผมพบกับบางสิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะเจอ นั่นคือ คุณ...”

     

    อี จูฮอนในวันนั้นที่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตโดดเดี่ยวในห้องอยากจะทำลายบรรยากาศอึกอัดออกจากหัวเขาจึงเปิดเพลงแจ็สเพลงโปรดของเขาพร้อมกับอ่านวรรณกรรมเพื่อท่องโลกจิตนาการที่เขาชื่นชอบและในตอนนั้นเองที่สายตาคมได้เหลือบไปเห็นผ้ายคนหนึ่ง อายุราวๆ 25 ได้กำลังเดินออกมาจากประตูของตึกฝั่งตรงข้ามกำลังหลับตาราวกับซึมซับบรรยากาศในช่วงฤดูของใบไม้ผลัดสีบนฟุตบาทซีเมนต์นั้นและดูเหมือนผู้ชายหน้าหวานคนนั้นกำลังฟังเพลงของเขาอยู่

     

    “ตั้งแต่วันนั้นมันทำให้ผมอยากออกมาใช้ชีวิตข้างนอกแม้จะกล้าๆกลัวๆแต่ก็มันทำให้ผมสนุกมากขึ้นตั้งแต่อยู่ในแมนเชสเตอร์นี้มา 1 ปีและทุกวันผมเปิดเพลงโปรดของผม เผื่อว่าสักวันผมจะได้พบคุณอีก”

    “อันที่จริงแล้วผมเองก็รอคุณเหมือนกัน...”

    “จริงหรอครับ?”

    “ถ้าไม่ใช่เพราะเพลงแจ๊สเพลงนั้นกับคุณไม่งั้นผมไม่มาทำงานที่นี่หรอก”

    “ถ้าอย่างงั้นเราสองคนคงตกหลุมรักกันเหมือนในเพลงแล้วล่ะมั้งครับ”

     

    ทั้งคู่พูดคุยกันอย่างสนุกสนานออกรสโดยที่จอห์นมองผ่านเคาว์เตอร์อย่างอิจฉาออกหน้าเช่นกันเพลงแจ๊สของ เชต เบเคอร์ ยังคงบรรเลงซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่รู้จบเหมือนดั่งการตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าของคนทั้งคู่การตกหลุมรักมันช่างง่ายดายและรวดเร็วเสียเหลือเกิน


    — END —

    next...D-2 (ALLERGY)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in