Their Songs, My MoodsFleur.
แปลเพลง timekeeper - Greyson Chance
  • "And if you forget, the memories fade, 

    I'll be your timekeeper"


    timekeeper - ผู้บันทึกเหตุการณ์


    Remember that feel of my hands running through your hair on your bedroom floor

    Caught in the thrill of a life spending cash on shit that we can't afford

    No, this ain’t the end*, no, I'm not dissuaded by your demeanor

    And if you forget, the memories fade, I'll be your timekeeper

    'Cause I want you more, more, more

     

    ยังจำสัมผัสนั้นได้ไหม ที่มือของผมลูบผมของคุณตอนที่เราอยู่บนพื้นห้องนอน

    หลงระเริงกับความสุขในการใช้เงินซื้อของที่เราไม่มีปัญญาซื้อ

    ไม่ นี่ยังไม่หมดนะ สิ่งที่คุณทำมันหยุดผมไม่ได้หรอก

    และหากคุณหลงลืม หรือความทรงจำเลือนหาย ผมจะเป็นคนเล่าให้ฟังเอง

    เพราะผมต้องการคุณมากกว่านี้

    ที่รัก ผมต้องการคุณมากกว่านี้


    *เกรย์สันอยากให้แฟนเก่าจดจำเรื่องราวตอนคบกัน เรื่องราวในแบบที่เกรย์สันจำ "this ain't the end" ตรงนี้จึงน่าจะหมายถึง เรื่องที่เขาจะเล่ายังไม่หมด ยังมีอีกเยอะ เดี๋ยวเขาจะเล่าให้ฟังต่อ และเขาจะไม่ยอมหยุดเล่าง่าย ๆ ด้วย

     

    Show you that first date at the ramen place

    When I picked you up late, we were happy that day

    You told me 'bout your family, how they hate all your decisions

    But you never felt it heavy, and you still had vision

    Show you that first night when we just had sex

    When your eyes rolled back to the back of your head

    But now you’re so damn mean is it a cultural thing?

    Guess that you forgot that night when you called me a dream, heavy 


    จะเล่าให้ฟังถึงวันที่เรานัดเจอกันครั้งแรกที่ร้านราเมน

    ผมไปรับคุณช้า แต่วันนั้นเราก็มีความสุข

    คุณเล่าเรื่องครอบครัวให้ผมฟังว่าคนที่บ้านไม่ชอบการตัดสินใจของคุณ

    แต่คุณไม่เคยรู้สึกลำบากใจกับมันเลย คุณยังคงมองไปข้างหน้า

    จะเล่าให้ฟังถึงคืนแรกที่เรามีอะไรกัน

    ตอนที่คุณฟินแล้วกรอกตาขึ้นจนมองไม่เห็นตาดำ

    แต่ตอนนี้คุณกลับใจร้ายใจดำ มันเป็นวัฒนธรรมอะไรหรือเปล่า

    สงสัยคุณคงลืมคืนนั้นที่คุณเรียกผมว่าคุณความฝันสินะ แรงมาก

     

    And you cannot even tell me what's the reason

    But you're addicted to a loneliness, that feeling

    (Those flowers didn't help, huh?)

    You say it's in your head, you blamed the seasons

    (Shit I hate this cold too)

    But you're addicted to a sadness, to that feeling

    (Whatever, just stay on your phone)

     

    คุณบอกผมไม่ได้แม้กระทั่งเหตุผลที่ทำแบบนั้น

    แต่คุณเสพติดความเหงา เสพติดความรู้สึกนั้น

    (ดอกไม้ที่ส่งไปง้อมันไม่ได้ผลหรือไง)

    คุณบอกคุณคิดมากตลอดเวลา คุณโทษดินฟ้าอากาศ

    (ให้ตายสิ ผมก็เกลียดความหนาวเหน็บนี่เหมือนกัน)

    แต่คุณเสพติดความเศร้า เสพติดความรู้สึกนั้น

    (เอาเถอะ แค่ถือสายคุยกันต่อก็พอ)

     

    Remember that feel of my hands running through your hair on your bedroom floor

    Caught in the thrill of a life spending cash on shit that we can't afford

    No, this ain't the end, no, I'm not dissuaded by your demeanor

    And if you forget, the memories fade, I’ll be your timekeeper

    'Cause I want you more, more, more

     

    ยังจำสัมผัสนั้นได้ไหม ที่มือของผมลูบผมของคุณตอนที่เราอยู่บนพื้นห้องนอน

    หลงระเริงกับความสุขในการใช้เงินซื้อของที่เราไม่มีปัญญาซื้อ

    ไม่ นี่ยังไม่หมดนะ สิ่งที่คุณทำมันหยุดผมไม่ได้หรอก

    และหากคุณหลงลืม หรือความทรงจำเลือนหาย ผมจะเป็นคนเล่าให้ฟังเอง

    เพราะผมต้องการคุณมากกว่านี้

    ที่รัก ผมต้องการคุณมากกว่านี้

     

    Show you that first fight at Hodges Bend

    When we talked it all out, sealed it up in a kiss

    But then you had another drink, said you could not feel it

    'Til you threw that glass at me, when you saw I looked at him (Fuck)

    Jealousy is quite a bitch, and you thought that I was joking when I offered the hitch

    I don’t need all the memories to know we're A-team

    And if you can’t see that, then fucking leave, babe


    จะเล่าให้ฟังถึงวันที่เราทะเลาะกันครั้งแรกที่บาร์

    ตอนที่คุณระบายทุกอย่างออกมา ผมหยุดมันไว้ด้วยจูบ

    คุณดื่มเข้าไปอีกแก้ว คุณบอกว่าเมาแล้ว

    จนกระทั่งคุณปาแก้วนั่นใส่ผมตอนคุณเห็นผมมองเขา (ให้ตายเถอะ)

    ความหึงนี่มันช่างบ้าบอ แถมคุณยังคิดว่าผมล้อเล่นตอนผมขอคุณแต่งงาน

    ผมไม่ได้ต้องการจะเอาความหลังมายืนยันว่าเราเป็นคู่ไปกันรอด

    แต่ถ้าคุณไม่เข้าใจ ก็ไปเถอะที่รัก

     

    And you cannot even tell me what's the reason

    (Goodbye RK)

    But you're addicted to a loneliness, that feeling

    (Guess I'll see you another day)

    You say it’s in your head, you blame the seasons

    (And to RB, too)

    But you're addicted to a sadness, to that feeling

    (Just keep that focus on you)

     

    คุณบอกผมไม่ได้แม้กระทั่งเหตุผลที่ทำแบบนั้น

    (ลาก่อน คนเอาแต่ใจ)

    แต่คุณเสพติดความเหงา เสพติดความรู้สึกนั่น

    (ไว้เจอกันวันหลัง)

    คุณบอกคุณคิดมากตลอดเวลา คุณโทษดินฟ้าอากาศ

    (ลาก่อน คนงี่เง่า)

    แต่คุณเสพติดความรู้สึกเศร้า ๆ นั่น

    (สนใจแค่ตัวคุณเองก็พอ)


    Remember that feel of my hands running through your hair on your bedroom floor

    Caught in the thrill of a life spending cash on shit that we can't afford

    No, this ain't the end, no, I'm not dissuaded by your demeanor

    And if you forget, the memories fade, I'll be your timekeeper

    'Cause I want you more, more, more

    Mmm, baby, I want you more

     

    ยังจำสัมผัสนั้นได้ไหม ที่มือของผมลูบผมของคุณตอนที่เราอยู่บนพื้นห้องนอน

    หลงระเริงกับความสุขในการใช้เงินซื้อของที่เราไม่มีปัญญาซื้อ

    ไม่ นี่ยังไม่หมดนะ สิ่งที่คุณทำมันหยุดผมไม่ได้หรอก

    และหากคุณหลงลืม หรือความทรงจำเลือนหาย ผมจะเป็นคนเล่าให้ฟังเอง

    เพราะผมต้องการคุณมากกว่านี้

    ที่รัก ผมต้องการคุณมากกว่านี้


    Talk

    เรามองว่าคำว่า "timekeeper"  ในเพลงนี้น่าจะหมายถึงคนที่คอยบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพื่อเอามาเล่าให้คนอื่น ๆ ฟัง มากกว่าเครื่องจับเวลา เพราะจากเนื้อเพลงหลายท่อนพูดถึงความทรงจำ ไม่ว่าจะช่วงที่รักกันใหม่ ๆ ช่วงที่มีความสุข หรือแม้กระทั้งช่วงที่ทะเลาะกัน เกรย์สันบอกว่าเพลงนี้แต่งถึง ผู้ชายที่ทำให้เขาโกรธและหงุดหงิด เขาอยากให้แฟนเก่าคนนั้นจดจำเรื่องราวระหว่างคบกันในแบบที่เกรย์สันจำ จริง ๆ แล้วมันเป็นเพลงด่าแฟนเก่านี่แหละค่ะ ฮ่า ๆ แหม ถ้าเลิกกับแฟนแล้วจะทำเพลงดีขนาดนี้... โอเคเราจะไม่พูดแบบนั้น >.<


    อัลบั้ม "portraits" ของเกรย์สันจะออกในวันที่ 15 มีนาคมนี้ค่ะ เราตามดูคลิปไลฟ์ต่าง ๆ ที่เกรย์สันไปออก แล้วไปเจอเพลง "lakeshore"  คือถูกจริตมากกกก ทั้งเสียงร้องและเปียโนคือกลมกล่อมเป็นรสดี อูมามิ ไม่รู้ว่าเวอร์ชั่นจริงจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป

    อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการฟังเพลงนะคะ ♥ 


    ติชมได้ตามสบายเลยค่ะ และหากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย


    แล้วพบกันใหม่ใน Their Songs, My Moods เพลงหน้า
    Bise

    Lyrics from genius
    header from @greysonchance twitter
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in