FICTIONmaeday
tell me about your ex
  • Title : tell me about your ex
    Pairing : MinV (Jimin x Taehyung) feat.You
    Note : มิติใหม่ของการเขียนฟิคค่ะ เอาตัวเองใส่เข้าไปด้วยเลย ไม่ต้องพูดมาก เอนจอยค่ะ

    _____________________________________________________________________________________________________


    "เล่าเรื่องแฟนเก่าให้ฟังหน่อยสิ" 


    ฉันพูดขึ้นระหว่างที่กวาดสายตาไปทั่วใบหน้าหมดจด ดวงตากลมโตสุกสกาวเหมือนตากวาง ริมฝีปากชุ่มชื้นไปด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไหนจะผิวสีแทนที่ไม่เหมือนผิวของฉันเลยซักนิด ทุกอย่างดูลงตัวไปหมดเมื่อประกอบรวมเป็นตัวเขา ฉันจะไม่พูดเด็ดขาดว่าสันจมูกโด่งของเขาทำให้ใจฉันเต้นแรงทีเดียว


    "จะอยากรู้ไปทำไม ยุ่งไม่เข้าเรื่อง" เขาขมวดคิ้วทำหน้าเหมือนรำคาญ สายตามองออกไปทางกลุ่มผีเสื้อราตรีที่กำลังโบยบินอยู่กลางฟลอร์เต้นรำท่ามกลางดนตรีดังกระหึ่ม หนุ่มสาวดึงดูดเข้าหากันเหมือนแม่เหล็กคนละขั้ว ก่อนหน้านี้ฉันนั่งเซ็งอยู่ในผับคนเดียว แต่ทันทีที่เขาปรากฏตัว ฉันก็รู้ทันทีว่าคืนนี้มีอะไรสนุกๆ ให้ทำเสียแล้ว


    ฉันสลัดคำพูดนั้นทิ้งไปอย่างไม่สนใจ เคล็ดลับในการต่อบทสนทนาของฉันคือ ถ้าคู่สนทนาไม่แสดงความสนใจว่าอยากเสวนาด้วย จงโยนคำถามปรามาสอีกฝ่ายไป ประเดี๋ยวจะมีคนเป็นเดือนเป็นร้อน


    "อย่างนายนี่ต้องโดนทิ้งมาแน่ๆ ทำไมล่ะ ไปนอกใจเขาหรอ"  


    "ใครว่าล่ะ ฉันทิ้งเขาต่างหาก" นั่นไงไม่ทันขาดคำ เขาทำหน้าเลิ่กลั่กเหมือนลืมตัว ตลกชะมัด แต่ท่าทางแบบนั้นมันน่าเอ็นดูไม่หยอก


    "แล้วมานั่งเสียใจอยู่ตรงนี้เนี่ยนะ"


    "ไม่ได้เสียใจ!  นี่มาฉลองความโสดต่างหากเล่า "


    ใบหน้าติดไปทางหวานซึ้งบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์ ฉันพยักหน้าหงึกหงักทำเป็นเข้าใจ หนุ่มโสดแบบไหนจะมาฉลองเลิกกับแฟนในผับคนเดียวแบบนี้ จังหวะดนตรีดังตุบๆ ทำเอาปวดหูนิดหน่อย สงสัยว่าจะอายุมากขึ้นแล้ว ที่เที่ยวแบบนี้คงไม่เหมาะกับฉันเท่าไหร่นัก ฉันลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายและโค้ทสีเข้ม ชายหนุ่มคู่สนทนาในเสื้อผ้าราคาแพงหันมามองฉัน 


    "ที่นี่เสียงดัง ฉันรู้จักร้านเงียบๆ ไปต่อกันมั้ย เฮ้-- อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ แค่จะชวนไปดื่มจริงๆ เดินไปอีกสองบล็อคจากที่นี่เอง สนใจไหม?" เขานิ่งคิิดเหมือนลังเล


    "ฉันไม่หลอกนายไปทำมิดีมิร้ายหรอก นายไม่ใช่สเป็คฉันเลย" ราวกับคำพูดของฉันไปท้าทายเขาอย่างนั้นแหละ คางมนเชิดสูงไม่ยอมแพ้แล้วจึงพ่นคำพูดออกมา


    "เธอก็ไม่ใช่สเป็คฉันเหมือนกัน ไม่ต้องห่วง"


    สุดท้ายแล้วเขาก็ยอมมาแม้จะเดินตามห่างๆ ก็ตาม เราเดินกันเงียบๆ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นในโซล กะขนาดตัวเอาแล้วเขาสูงกว่าฉันนิดหน่อย เชิ้ตกับรองเท้าของเขาต้องเป็นแบรนด์ Gucci คอลเลคชั่นใหม่แน่ๆ  ยังไม่ทันจะได้คุยอะไรเพิ่มเติม ประตูร้านนั่งดื่มร้านโปรดของฉันก็ปรากฏสู่สายตา 


    ตึกสองห้องรีโนเวตใหม่เป็นบาร์ที่มีกลิ่นอายความเป็นไอริช  บาร์เครื่องดื่มทำจากไม้สีเข้มซึ่งอยู่ลึกสุดด้านใน ไฟถูกหรี่จนเหลือเพียงแสงสีส้มจาง ขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากหลายชนิดล้อแสงไฟอยู่ด้านหลัง ดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ  เขาเดินนำไปเลือกที่นั่งติดกระจกบานใหญ่บนชั้นสองของบาร์ ฉันขบริมฝีปากเมื่อสายตาไปสะดุุดกับสะโพกกลมกลึงที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงสีเข้ม เรานั่งลงตรงข้ามกัน ฉันสั่ง Margarita ส่วนเขาเลือก Martini เมื่อมองทะลุกระจกออกไปด้านนอก แม้จะดึกดื่นแล้วแต่โซลก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหลับใหล  เครื่องดื่มถูกนำมาเสิร์ฟ เขากระดกทีเดียวหมดแก้วแล้วยกมือเช็ดของเหลวที่ไหลย้อยออกมา ฉันตาโต หมอนี่คิดจะมอมเหล้าตัวเองหรือไงนะ


    วิวด้านนอกช่างแห้งแล้งเหลือเกินเมื่อเทียบกับคนตรงหน้า กระดุมเสื้อเม็ดบนหลุดออกจากกันนานแล้ว คอเสื้อคว้านลึกเผยให้เห็นผิวเนื้อแดงระเรื่องด้วยฤทธิ์เหล้า แก้วเครื่องดื่มไม่ต่ำกว่าแปดเรียงรายอยู่ข้างหน้าเรา มากกว่าครึ่งเป็นของเขา  แผ่นหลังและคอที่เคยตั้งตรง ตอนนี้กลับพิงเอนอยู่กับกระจกใสบานใหญ่ หมอนั่นหลับตาแต่ริมฝีปากสีแดงยังฮัมเพลงไปเรื่อย ฉันหยิบมือถือขึ้นมาแอบถ่ายรูปตรงหน้าไว้ แล้วกดส่งให้คนคนหนึ่งพร้อมกับข้อความสั้นๆ 


    'ดูสิว่าฉันเจอใคร!'


    "เฮ้ เล่าต่อสิ เหตุผลที่ทิ้งแฟนเก่าไปน่ะ"


    "ทำไมถึงชอบสอดเรื่องชาวบ้านนักนะ" หมอนั่นยู่ปาก เผยด้านเด็กๆของตัวเองออกมา ถ้าหากฉันสนิทกับหมอนี่มากกว่านี้ คงอดใจไม่ไหวที่จะเข้าไปดึงทึ้งปากเล็กนั่น ด้วยริมฝีปากของตัวเองน่ะนะ


    "ให้เดานะ นายเจอคนใหม่ล่ะซิ เธอคงจะแซ่บน่าดู นายเบื่อยัยแกงจืด พอเจอรสชาติใหม่ๆ ก็เลยติดใจ สุดท้ายความแตก แต่นายดันติดใจยัยแกงเผ็ดไปแล้ว นายเลยสลัดยัยแกงจืดทิ้งแบบไม่ไยดี" ฉันรู้สึกกรึ่มๆ พอกัน แถมยังสนุกกับการล้วงความลับชาวบ้านแล้วซะด้วยซิ 


    "เธอน่าจะไปเอาดีด้านการแต่งนิยายนะ แต่โทษที แฟนเก่าฉันเป็นผู้ชายน่ะ" ฉันเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนยอมรับง่ายๆ ว่าตัวเองเป็นเกย์ในสังคมอนุรักษ์นิยมแบบประเทศนี้ ฉันสบตากลมใสเพื่อรอให้เขาเล่าต่อ เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองเล็กน้อย 


    "มันแค่มาถึงจุดหนึ่งที่เขาเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ และฉันก็ยอมรับการกระทำนั้นไม่ได้ แค่นั้นเอง"


    "พูดอะไรเข้าใจยากจริง ฉันนึกว่าจะได้ยินอะไรที่มันดราม่ามากกว่านี้ซะอีก  แบบว่าใครซักคนนอกใจ รักสามเส้า หรือเรื่องเงินๆ ทองๆ อะไรเทือกนั้น"


    "ฉันยังยืนยันให้เธอไปแต่งนิยายขาย น่าจะทำกำไรดี" ฉันหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับคำพูดของเขา ยกเครื่องดื่มขึ้นมาจิบ รู้สึกได้ถึงโทรศัพท์ในกางเกงกำลังสั่นอย่างบ้าคลั่ง แต่ฉันไม่คิดจะรับมันตอนนี้หรอก


    "คบกันมากี่ปีแล้วหรอ" 


    "เดือนหน้าก็จะครบสี่ปีแล้ว กะว่าจะไปฉลองครบรอบที่ยุโรปด้วยกัน แต่ว่านะ...ดันมาเลิกกันซะนี่" เขาฟุบหน้าลงกับโต๊ะ น้ำเสียงติดสั่นไหวที่ท้ายประโยค 


    "ตอนที่คบกัน แฟนนายคนนั้น เขามีความสุขมั้ย"


    "ถามอะไรประหลาดชะมัด ต้องมีสิ เขาบอกว่าเคยมีแฟนมาหลายคน แต่มีแค่ฉันนี่แหละที่ทำให้เขามีความสุขที่สุด แต่แปลกนะ ในเมื่อมีฉันเป็นความสุขของเขา ทำไมตอนเลิกกัน เขาถึงดูไม่เศร้าเลยล่ะ"


    เขาเปลี่ยนท่านั่งเป็นพิงกระจกอย่างเดิม ผิวแก้มแดงก่ำ ดวงตาปรือเหมือนง่วงเต็มทน ฉันคิดว่าหมอนี่คงเมาแล้วจริงๆ ถ้าหากถามเลขบัตรเครดิต ไม่แน่ว่าหมอนี่อาจจะยอมบอกก็ได้ ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมาดู สิบเจ็ดสายไม่ได้รับ ทั้งหมดล้วนมากจากคนคนเดียว ยังไม่ทันได้ชื่นชมในความพยายาม สายที่สิบแปดก็ดังขึ้นมา 


    พัค จีมิน ไอ้คนเลว---- ฉันกดรับ


    "ร้านเดิมนั่นแหละ จำได้ใช่มั้ย เร็วๆ ด้วย ไม่งั้นหมอนี่โดนใครซักคนลากไปแน่ๆ" ฉันพูดรัวแล้วกดวาง ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้โวยวายสักคำ ฉันสั่งเช็คบิล จ่ายเงิน แต่ยังนั่งอยู่ที่เดิม เหลือก็แค่รอเวลาเท่านั้น


    เหลือเชื่อที่คนห่วงภาพลักษณ์แบบพัค จีมิน จะยอมออกจากบ้านทั้งที่อยู่ในชุดนอน ไม่ถึงสิบนาทีหลังจากวางสาย หมอนั่นเข้ามาในบาร์ด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ คงรีบน่าดู เจ็บใจนิดหน่อยที่เห็นว่าผู้ชายที่เมาจนหลับไปแล้วคือคนที่ทำให้จีมินเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้  ทั้งที่ผ่านมาตั้งนานแล้ว แต่ฉันก็ยังไม่ลืมเขาซักที 


    ใช่! พัค จีมิน เป็นแฟนเก่าของฉันเอง


    เขาทิ้งสายตาดุๆ มาทางฉัน อะไรวะ! ฉันไม่ได้บังคับให้หมอนี่กระดกเหล้าเข้าไปซะหน่อย โทษตัวเองที่ไม่ดูแลแฟนให้ดีสิ จีิมินเข้าไปประคองอีกคนให้ลุกขึ้น หมอนั่่นโงนเงนอยู่ในอ้อมกอดของคนที่ตัวเล็กกว่า ฉันอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยพยุงแขนอีกข้าง เราสามคนเดินกันอย่างทุลักทุเลไปยังรถของจีมินที่จอดไว้ไม่ไกล 


    จีมินประคองหมอนั่นเข้าไปในรถด้วยความทะนุถนอม จัดท่าให้อยู่ในองศาที่สบาย ห่อหุ้มร่างนั้นด้วยผ้าห่ม สตาร์ทรถเปิดแอร์ให้คนที่กำลังหลับใหล ฉันคิดว่าเขาคงจะกลับทันที แต่เปล่า เขายื่นบุหรี่มาให้ฉันมวนนึง อากาศหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ บุหรี่เป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน ฉันอัดควันเข้าปอดเงียบๆ 


    "ขอบคุณนะที่อยู่กับแทฮยองวันนี้ เขาไม่ยอมรับสายเลย ฉันหมดปัญญาไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน" จีมินเหม่อมองไปไกล ไม่สบตาฉันด้วยซ้ำ ฉันมองทะลุกระจกใสเข้าไปยังใบหน้าของคนที่หลับไม่รู้เรื่อง คิม แทฮยอง ฉันรู้จักเขาดีทีเดียว แต่เขาไม่รู้จักฉันหรอก 


    ช่วงแรกที่จีมินทิ้งฉันไปหาคนใหม่ ฉันฟูมฟายมาก ร้องไห้จะเป็นจะตาย อิจฉาริษยาคนที่ได้หัวใจจีมินไปครอบครอง ฉันสืบหาทุกทางจนรู้ว่าคนนั้นคือคิม แทฮยอง ผู้ชายที่มีรอยยิ้มสดใสยิ่งกว่าใครที่ฉันเคยเห็น จะว่าฉันโรคจิตก็ได้นะ แต่การแอบดูทั้งคู่ไกลๆ มันทำให้ฉันเห็นว่าจีมินรักแทฮยองมาก และแทฮยองก็คงรักจีมินไม่ต่างกัน จู่ๆ ฉันก็คิดได้ หัวใจของจีมินไม่ใช่ของฉันอีกแล้ว ฉันจึงหยุดทุกอย่างแล้วกลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม มีบางครั้งที่รูปของจีมินกับแทฮยองโผล่มาใน SNS ของฉัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หัวใจของฉันเจ็บปวดมากเท่าไหร่แล้ว


    "คุยกันดีๆ สิ นายอุตส่าห์ทิ้งฉันไปหาเขานะ" จีมินยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับเอื้อมมือมายีผมของฉัน นั่นทำเอาฉุนนิดหน่อย ฉันเบี่ยงหลบมือนั้น


    "ไม่ใช่แฟน ไม่ต้องมาจับเลย" คราวนี้เขายิ้มกว้างกว่าเดิม แต่ไม่ได้พยายามแกล้งฉันอีก ก่อนที่หัวใจของฉันจะเต้นผิดจังหวะไปมากกว่านี้ ฉันจึงทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้นดับมันด้วยเท้าแล้วรีบไล่ให้เขากลับบ้านไปเสียที จีมินเข้าประจำที่คนขับแล้วกดกระจกลงก่อนที่เราจะบอกลากัน


    "โชคดีนะ / โชคดีเช่นกัน"


    ฉันยืนมองจุดไฟท้ายสีแดงที่ห่างออกไปเรื่อยๆ หวังว่าพรุ่งนี้แทฮยองจะตื่นมาคุยกับจีมินด้วยเหตุผล และจีมินเองก็จะพยายามปรับตัวเข้าหาอีกฝ่าย หวังว่าทั้งคู่จะเข้าใจความแตกต่างของกันและกันมากขึ้น หวังว่าความรักในช่วงเกือบสี่ปีที่ผ่านมาจะช่วยประคับประคองให้อยู่กันไปได้ตลอดรอดฝั่ง เพราะฉันเองก็ยังหวังดีกับจีมินมาก และไม่อยากเห็นเขาเจ็บปวดเลยสักนิด




    จบ.



    maeday
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in