FICTIONmaeday
Dear Enemy
  • Pairing: Min Yoongi x Jeon Jungkook x Min Yoonji
    Rate: PG13
    Note: dear enemy แปลได้ประมาณว่าศัตรูที่รัก แต่สำหรับฟิคเรื่องนี้ก็คือเป็นศัตรูที่จำใจรัก จริงๆ ก็ไม่อยากจะรักมันเท่าไหร่อ่ะนะคะ อิอิ เอนจอย (inspired by RUN BTS ep.11&64)

    _____________________________________________________________________________________________________


    โถงทางเดินนั้นเงียบสงัด ปราศจากความวุ่นวาย เพราะนักเรียนส่วนใหญ่แทบจะไม่อยู่บนอาคารเรียนแล้ว มีประปรายที่อยู่ตามโรงพละ หรือสนามบอล แต่ทันทีที่กริ่งเลิกเรียนดัง ทั้งครูและเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ก็แยกย้ายไปเกือบทุกคน ยกเว้นคนสองคนที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับเปียโนและโน้ตดนตรีตรงหน้า แม้จะเป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้ว แต่ก็ไม่มีใครมีท่าทีจะกลับบ้าน


    "จังหวะนี้เราต้องกดคีย์นี้นะ ไหนลองใหม่อีกทีซิ"


    มิน ยุนกิ หรือจะเรียกให้ถูกต้องก็คือคุณครูมิน ยุนกิ กำลังอธิบายตัวโน้ตบนกระดาษด้วยความตั้งใจ จอน จองกุกพยักหน้าก่อนจะพรมนิ้วลงบนคีย์บอร์ดอย่างนุ่มนวลอีกครั้ง เสียงโน้ตสูงต่ำดังเป็นเพลง พริ้วไหวและอ่อนหวานราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ดวงตากลมโตจดจ้องไปที่โน้ตเพลงท่อนที่ยุนกิบอกก่อนหน้า ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มแน่นอย่างมุ่งมั่น หวังจะทำให้ถูกต้องอย่างที่ครูมินแนะนำ


    เสียงเพลงจบลงพร้อมกับจองกุกที่เงยหน้าสบตาคนแก่กว่า สีหน้าลุ้นๆ ของนักเรียนดีเด่นประจำชั้นปีน่ารักเสียจนยุนกิเผลอยิ้มออกมา เขาขยับจากมุมที่ยืนสังเกตการณ์มานั่งบนเก้าอี้ข้างกัน 


    "จองกุก...ใจเย็นๆ เพลงนี้เป็นเพลงรัก ทำตัวผ่อนคลายหน่อย เดี๋ยวคนฟังจะนึกว่าเป็นเพลงมาร์ช"


    ฝ่ามือขาวลูบแผ่นหลังแผ่วเบา รอยยิ้มของคุณครูมินเจิดจ้าเสียจนจองกุกต้องหลบตามามองกระดาษ เขาพยายามขยับตัวให้รู้สึกผ่อนคลาย ก่อนจะชะงักเพราะไหล่ที่เบียดกันอยู่ แก้มนิ่มขึ้นริ้วแดงระเรื่อจากสัมผัสใกล้ชิด


    "เอาใหม่อีกทีนะ"


    น้ำเสียงนุ่มทุ้มสร้างความมั่นใจให้จองกุกพอสมควร เขาเกร็งน้อยลง พอครูมินมานั่งข้างกันทำให้เขารู้สึกนิ่งขึ้น ปลายนิ้วสีชมพูพรมลงบนแป้นอีกครั้ง ตัวโน้ตที่คุ้นเคยแปรเปลี่ยนเป็นเสียงเพลง จองกุกเล่นท่อนเจ้าปัญหาด้วยอาการสงบ ไล่เรียงเรื่อยไปจนจบตัวโน้ตสุดท้าย


    "เก่งมาก...ดีมากจองกุก ไม่เคยทำให้ครูผิดหวังเลย"


    ครูมินยิ้มกว้างให้เขาพร้อมกับปรบมือเบาๆ หัวใจของเด็กน้อยพองโต ดวงตากลมโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว มือไม้นั้นแสนเกะกะไม่รู้จะไปวางที่ไหน ปลายหูแดงจัดพอกับแก้มยุ้ย


    คุณครูมินคืออาจารย์สอนวิชาดนตรีในโรงเรียนของเขา คนแก่กว่าบอกว่าเสียงร้องและทักษะการฟังของเขาอยู่ในระดับดีเยี่ยม พอที่จะเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียงได้เลยทีเดียว และถ้าหากจองกุกสนใจที่จะต่อมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับดนตรี ครูมินสามารถช่วยสอน และฝึกฝนการเล่นเปียในให้กับเขาได้ ซึ่งทุกอย่างที่บอกมานั้นไม่เสียเงินซักวอน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมสามเดือนที่ผ่านมานี้จองกุกใช้เวลาเกือบทุกเย็นกับครูมิน และเปียโนสีดำหลังใหญ่ในห้องวิชาดนตรี


    "ครูครับ ม.S กำลังรับสมัครนักศึกษาคณะดนตรีเดือนหน้าครับ ผมว่าจะลองสอบดูครับ"


    "เอาสิ เราทำได้อยู่แล้วจองกุก ครูมั่นใจ"


    อาจารย์มินยิ้มกว้างอีกครั้ง แล้ววางมือแปะลงบนกลุ่มผมสีเข้มของจองกุก มือใหญ่จัดผมให้เข้าที่ สัมผัสเรียบลื่นเหมือนเส้นไหม ตาเรียวไล่ลงมาพบกับดวงตากลมวาววับ จมูกโด่ง และหยุดที่กระจับปากจิ้มลิ้ม


    ความเงียบโรยตัวลงมาโดยรอบ ครูมินยังไม่ละสายตาจากเด็กนักเรียนของตัวเอง คนแก่กว่าค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าใกล้ จองกุกหลับตาลงโดยอัตโนมัติ ระยะห่างระหว่างกันลดลงพร้อมกับขาข้างหนึ่งของอาจารย์ที่กำลังจะก้าวข้ามเส้นคุณครูกับลูกศิษย์ไป 


    "อะแฮ่มม...ห้าโมงพอดีเลย จบคลาสดนตรีซะทีเนอะ จองกุกอ่า...ชั้นอยากกินต๊อกแล้ว ไปกันได้แล้วววว"


    เสียงแหลมขัดจังหวะทะลุขึ้นมากลางปล้อง เด็กหนุ่มสะดุ้งโหยง รีบลุกพรวดจากเก้าอี้เล่นเปียโน ท่าทางส่อพิรุธชัดเจน ผิดกับครูมินที่ทำหน้าเบื่อสุดขีด รอยยิ้มสว่างไสวที่เคยมีให้นักเรียนคนโปรดเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง แสดงอาการไม่สบอารมณ์อย่างมาก

    "อ่า..ได้ๆ แป๊บนึงนะยุนจี"

    จองกุกหันไปเก็บดินสอและโน้ตเพลงเข้ากระเป๋า เลยไม่ได้สังเกตคนที่อื่นๆ ที่อยู่ในห้องดนตรี มิน ยุนจีกอดอกพิงขอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ ยกมือข้างหนึ่งทัดผมที่ข้างหู ปลายเท้ากระดิกกระทบพื้นเกิดเสียงกุกกักน่ารำคาญ พร้อมกับยักคิ้วกวนๆ ไปให้คนที่อายุมากที่สุดในห้องหนึ่งที ครูมินมองอาการนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย เมื่อลุกขึ้นยืนก็พอดีกับจองกุกที่เก็บของเสร็จ 

    "ครูยุนกิครับ วันนี้ขอบคุณมากครับ"


    เด็กหนุ่มก้มหัวขอบคุณ จองกุกมารยาทดีและอ่อนน้อมถ่อมตน นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาชอบในตัวเด็กตรงหน้า 


    "ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เจอกันนะ ครูจะรอที่นี่เหมือนเดิม"


    ครูมินยิ้มกว้างให้เด็กหนุ่มอีกครั้งและได้แก้มแดงๆ คืนมาเป็นรางวัลทดแทนความเหนื่อย แต่เมื่อละสายตาไปยังเด็กสาว กลับไม่มีการแสดงสีหน้าอะไรทั้งนั้น แถมยังโบกมือไล่เหมือนเป็นแมลงวันที่สร้างความน่ารำคาญ


    "ไปเถอะจองกุก ชั้นจะเลี้ยงต๊อกนายเอง"


    มิน ยุนจีคว้าแขนเพื่อนก่อนจะลากออกมาจากห้องดนตรีอย่างไม่สบอารมณ์ จองกุกตัวลอยหวือตามแรง แม้ยุนจีจะเป็นผู้หญิง แต่ก็มีนิสัยหลายอย่างที่ต่างจากเพื่อนผู้หญิงคนอื่น เธอไม่ใช่คนเรียบร้อย แถมยังห้าวหาญกว่าจองกุกในหลายๆ เรื่อง หลายครั้งที่ยุนจีปกป้องเขาจากพวกแก๊งอันธพาลห้องบ๊วย นี่เป็นเหตุผลที่เขากับยุนจีสนิทสนมกันมาก


    "ทำไมไม่บอกลาครูมินซักหน่อยล่ะ เดินออกมาเฉยๆ มันเสียมารยาทนะยุนจี"

    "จ่ายมาห้าพันวอน แล้วจะโค้งให้ ตกลงมั้ย"


    จองกุกทำปากมุบมิบบ่นอยู่คนเดียวแล้วก็ไม่พูดถึงครูมินอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุนจีพึงพอใจไม่น้อย ทั้งสองคุยเรื่องการบ้านสลับกับเรื่องเด็กห้องบ๊วยที่ชื่อจีมิน ซึ่งช่วงนี้มาตามวอแวจองกุกบ่อยๆ 


    ร้านต๊อกโบกีร้านโปรดของทั้งคู่ไม่ห่างจากโรงเรียนมากนัก คุณป้าเจ้าของร้านทักทายทั้งสองอย่างสนิทสนม ไม่นานนักต๊อกโบกีสองจานถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ

    "ป้าคะ ขอชีสกับไข่เพิ่มให้จองกุกด้วยนะค้า~"

    "ขอบใจนะยุนจี จำได้ตลอดเลย"

    จองกุกตาโตเมื่อเห็นอาหาร ก่อนจะตักเข้าปากคำโต แถมยังทำหน้าพอใจสุดๆ ยุนจีมองเพื่อนแล้วอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้ ทั้งที่อายุเท่ากัน แต่จองกุกกลับมีบางมุมคล้ายเด็กน้อย สำหรับเธอ การดูแลจองกุกไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงอะไร แถมยังชอบเสียด้วยซ้ำ ถ้าเป็นไปได้ เธอก็อยากจะดูแลจองกุกไปตลอดชีวิต 


    ยุนจีส่ายหน้าน้อยๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนกินเลอะเทอะที่มุมปาก นิ้วเรียวยาวยื่นไปปาดเช็ดคราบซอสสีแดงให้ แล้วชิมรสที่ปลายนิ้วด้วยสีหน้าเรียบเฉย ยุนจีก้มลงไปทานอาหารตรงหน้าต่อ ผิดกับจองกุกที่หน้าร้อนผ่าว เขาอยากจะโวยวายว่าผู้หญิงประเภทไหนที่เช็ดซอสมุมปากแล้วดูดนิ้วตัวเองต่อ แต่ยุนจีก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ชอบทำอะไรให้จองกุกประหลาดใจอยู่เรื่อย


    "กินเสร็จแล้วเดินกลับด้วยกันนะ"


    ยุนจีพูดหลังจากจ่ายเงินค่าต๊อกโบกีเสร็จ แม้ว่าจองกุกจะขอจ่ายคนละครึ่งก็ไม่ยอมฟัง เอาแต่บอกว่าเป็นค่าจ้างที่ติววิชาคณิตศาสตร์ให้ เด็กหนุ่มยู่หน้า ก็เขาไม่ได้ติววิชาคณิตศาสตร์ให้ยุนจีเลยสักนิด เป็นอีกฝ่ายที่ช่วยติวเขามากกว่าเถอะ


    ทั้งคู่เดินเคียงกันมาเรื่อยๆ จากร้านอาหารมาที่บ้านของยุนจีใช้เวลาเกือบสี่สิบนาที แต่สำหรับยุนจีนั้นเหมือนเพิ่งผ่านไปเพียงสิบนาทีเท่านั้น จองกุกหัวเราะร่าเพราะมุกตลกของเธอ ยุนจีรู้สึกตัวใหญ่คับถนนเพราะมีความสุขเหลือเกิน จนไม่ทันได้ระวัง ข้อเท้าเล็กพลาดเหยียบบนพื้นที่ไม่สม่ำเสมอ ร่างผอมบางเอียงเซไปทางจองกุก โชคดีที่เพื่อนรับร่างของเธอไว้ทัน กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจากเสื้อของจองกุกหอมเสียจนไม่อยากละออก แต่ยุนจีไม่อยากทำตัวส่อพิรุธจึงขยับมายืนตรง


    "ระวังหน่อยสิ ถ้าล้มหน้าฟาดพื้น เธอได้หมดสวยแน่"


    "ก็ดี...ความสวยของชั้นมันจะได้ลดลงบ้าง"


    ยุนจีพูดพลางสะบัดผมสีดำสนิทของตัวเอง จองกุกส่ายหน้ายิ้มๆ พอจะก้าวเดินต่อ เด็กหญิงก็ร้องโอ๊ยด้วยความเจ็บ จองกุกประคองเพื่อนเอาไว้ 


    "สงสัยข้อเท้าแพลงแน่ๆ เลยจองกุก"


    ยุนจีทำปากยื่นออกมาน้อยๆ แล้วเดินกะเผลกจนดูน่าสงสาร จองกุกยกนิ้วเกาขมับอย่างใช้ความคิด แล้วจึงย่อตัวลงข้างๆ 


    "ขึ้นมาสิ"


    "หา..."

    "ขี่หลังไง อีกนิดเดียวก็ถึงบ้านยุนจีแล้ว เร็วๆ สิ" 


    ยุนจีเกาะไหล่จองกุกแน่น นึกขอบคุณที่ตอนนี้เธอไม่ต้องมองหน้าเพื่อน ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงเห็นหน้าแดงๆ ของเธอแน่นอน 


    "ยุนจี ปีหน้าเราก็ต้องเข้ามหาลัยแล้ว เธอว่าเราจะยังสนิทกันเหมือนเดิมมั้ย" เสียงจองกุกงึมงำอยู่ข้างหู 


    "ต้องเหมือนเดิมสิ นายเรียนคณะดนตรี ส่วนชั้นเรียนวิศวะ เราจะเรียนมหาลัยเดียวกัน แต่ต่อให้ไม่ได้เรียนที่เดียวกัน แต่ชั้นจะโทรหานายทุกวัน จนนายเบื่อไปเลย"


    "...."


    "ถ้าเป็นแบบนั้น นายห้ามไปสนิทกับผู้หญิงคนอื่นมากเท่าชั้นล่ะ เข้าใจมั้ย จอน จองกุก"

    "อื้มมม~"

    อย่างที่บอก ยุนจีมองไม่เห็นแววตาของเพื่อน แต่แก้มที่ยกสูงกับริ้วแดงๆ ก็น่าจะบอกอะไรได้หลายอย่าง ยุนจีเอียงหน้าซบไหล่ของเพื่อนอย่างมีความสุข 


    เมื่อจองกุกเลี้ยวขวา บ้านสีขาวสองชั้นทรงโมเดิร์นที่ตั้งอยู่ภายในรั้วสีน้ำตาลเข้มปรากฎขึ้นในคลองสายตา ยุนจีกดกริ่งทั้งที่ยังไม่ลงจากหลังของจองกุก


    "เข้าไปส่งให้ถึงหน้าบ้านสิ"


    จองกุกเลิกคิ้ว เสียงปลดล็อคประตูดังขึ้น จองกุกไม่มีทางเลือกนอกจากแบกยุนจีผ่านรั้วเข้าไป ทางเดินถูกปูด้วยหินเป็นลวดลายสวยงาม ทอดสู่ประตูบ้านสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งบัดนี้มันเปิดรออยู่ เขาคุ้นเคยกับบ้านของยุนจี เพราะมาที่นี่บ่อยครั้ง คุณและคุณนายมินผู้เป็นพ่อแม่ของยุนจีมักจะต้อนรับเข้าด้วยอาหารและขนมอย่างดี แต่วันนี้ดูท่าว่าผู้ใหญ่ทั้งสองคงยังมาไม่ถึงบ้าน เหลือเพียงแต่พี่ชายคนเดียวของยุนจีที่ยืนล้วงกระเป๋าพิงกรอบประตูด้วยสีหน้านิ่งเฉย


    "สวัสดีครับ...ครูมิน"

    จองกุกโค้งน้อยๆ เมื่อสบตากับพี่ชายของยุนจี เหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ เด็กหนุ่มหน้าร้อนฉ่าแต่พยายามซ่อนอาการไว้ หญิงสาวกระโดดลงจากหลังเพื่อนอย่างกระฉับกระเฉง จองกุกเลิกคิ้วน้อยๆ ยังไม่ทันถามอะไร ครูมินก็ขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

    "เป็นผู้หญิงอะไร ไปขี่คอผู้ชาย..." ถึงแม้เนื้อหาของประโยคจะพูดถึงยุนจี แต่จองกุกกลับรู้สึกได้ว่าสายตาของครูมินจับจ้องมาที่เขา


    "คือ..ยุนจีขาแพลงครับครูมิน ผมเลยอาสาให้เธอขี่คอผมเอง...ครับ"


    จองกุกตอบตะกุกตะกัก ยุนจีจุดยิ้มที่มุมปากพลางกอดอก ยักคิ้วกวนๆ ใส่พี่ชาย คนกลางอย่างเขาเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก รู้ดีว่าพี่น้องสองคนเหมือนน้ำกับน้ำมัน 


    "จองกุก ขอบใจนะที่อุตส่ามาส่ง กลับบ้านดีๆ ล่ะ"


    "อ--อื้ม"

    "เดี๋ยว...มันมืดแล้ว ให้ครูขับรถไปส่งมั้ยจองกุก"

    "ม--ไม่เป็นไรครับ ครูก็รู้ว่าบ้านผมเดินไปอีกนิดเดียวเอง"

    "อ่า..เอาอย่างนั้นหรอ"

    "ใช่ค่ะ...พี่ควรจะสนใจน้องสาวที่ขาเจ็บคนนี้มากกว่านะคะ จองกุกรีบไปเถอะ ถ้าถึงบ้านแล้วส่งข้อความมานะ"


    หัวกลมๆ ของจองกุกผงกหงึกหงักก่อนจะโค้งลา และเดินลับหายไปหลังรั้ว เหลือเพียงสองพี่น้องที่ยังไม่มีใครคิดจะก้าวเข้าบ้าน ยุนจีทิ้งน้ำหนักลงเท้าทั้งสองข้าง สีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่เคยเจ็บมาก่อน พี่น้องจ้องตากันไม่กะพริบ ใบหน้าที่คล้ายกันราวกับส่องกระจกสร้างความหงุดหงิดในหัวใจทั้งคู่ไม่น้อย


    พันธุกรรมและการเลี้ยงดูของพ่อแม่ล้วนมีผลต่อลักษณะนิสัยของลูก พี่น้องจึงมักจะชอบอะไรคล้ายกัน สงสัยข้อความนี้จะเป็นความจริง เพราะว่าทั้งมิน ยุนกิ และมิน ยุนจี นั้น ตกหลุมรักจอน จองกุกจนถอนตัวไม่ขึ้น 


    "เดี๋ยวนี้พัฒนานะ แกล้งเจ็บขางั้นหรอ?"


    "ก็นิดหน่อย เรียนรู้มาจากพี่ไงคะ เหมือนกับที่หาข้ออ้างเอาวิชาดนตรีมาบังหน้า"


    "พยายามเข้านะ ยัยเฟรนด์โซน"


    "แต่อย่างน้อยเพื่อนแบบชั้นก็มีความเป็นไปได้มากกว่าพี่แล้วกัน "


    "คณะวิศวะของมหาลัยฯ S ไม่ได้สอบติดง่ายๆ หรอกนะ"

    "ทราบดีค่ะ แต่ชั้นไม่อยากให้พี่ดูถูกความสามารถของน้องตัวเอง"


    "กว่าจะถึงตอนนั้น จองกุกก็บรรลุนิติภาวะพอดี เร่งมือหน่อย พอถึงตอนนั้นพี่ก็จะไม่ออมมือแล้วนะ"


    "อุ้ย..น่ากลัวจัง ยังไงพี่ก็ช่วยห้ามใจไว้หน่อยแล้วกันค่ะ ถ้าไม่อยากโดนสมาคมผู้ปกครองร้องเรียนเรื่องล่วงละเมิดทางเพศเด็ก"


    มิน ยุนจีกล่าวยิ้มๆ ก่อนจะเบี่ยงตัวก้าวเข้าบ้านไป แม้ในใจจะร้อนรุ่มเหมือนโดนไฟสุม เพราะอีกไม่กี่เดือนทั้งเธอและจองกุกจะเรียนจบ อีกทั้งบรรลุนิติภาวะอย่างที่พี่ชายว่า ถึงตอนนั้นก็คงไม่มีข้ออ้างใดๆ ที่ยุนกิจะห้ามตัวเองไม่ให้เข้าหาจองกุก ยุนจีขบกรามแน่น เธอจะต้องทำให้จองกุกเป็นของเธอให้ได้เร็วที่สุด


    มิน ยุนกิถอนหายใจ อ่านปฏิกิริยาของน้องสาวออกทั้งหมด ยุนจีคงจะหาวิธีอะไรสักอย่างที่จะกันเขาออกไปจากชีวิตจองกุก ชายหนุ่มใช้ความคิดอย่างหนัก เขารอให้ถึงวันที่จองกุกบรรลุนิติภาวะไม่ได้แล้ว ต้องทำอะไรสักอย่างที่จะผูกมัดจองกุกไว้ เพื่อให้แน่ใจว่ายุนจีจะเข้ามาแทรกกลางไม่ได้อีก


    ...คนที่รับบทหนักก็คงหนีไม่พ้นจอน จองกุกสินะ...



    จบ.


    maeday.


    Talk: ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้านามสกุลมินแล้วนั้น ก็ไม่ปลอดภัยทั้งสิ้นค่ะ หนีไป! น้องจอน หนีไปรู้กกกก!!!!!


    กดไลค์ คอมเม้นท์ หรือไปสกรีมได้ที่แท็ก #maedayfiction นะค้า ข่อมค่าาา


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in