UwULoading 48%
White lily in the Satan's hands [JIKOOK]

  • หัวข้อ ; overdose*
    #creatourjikook
    warning : เนื้อหาบางส่วนอาจมีความรุนแรงเรื่องเพศ หรือมีการกระทำที่ไม่เหมาะสม




    1.
    ผมได้รับโทรศัพท์จากแม่ เป็นข่าวดีครั้งแรกในรอบหกปี 

    แม่จะแต่งงานใหม่

    ผมยิ้ม กอดท่านด้วยความสุขที่ล้นอก พ่อไปจากเราเมื่อหกปีก่อน ตอนที่ผมยังเรียนอยู่เกรด 6 ผมจำได้ว่าพ่อกับแม่ร้องไห้ด้วยกันทั้งคู่ ไม่มีเสียงพูดคุย ไม่มีคำด่าทอ พวกท่านแค่ร้องไห้ แล้ววันรุ่งขึ้นพ่อก็ออกจากบ้านไป

    "ผมขอเป็นคนจูงแม่เข้าโบสถ์ได้ไหมฮะ"

    "เดินโปรยดอกไม้ไปเถอะลูกน่ะ"

    "โธ่"

    เกี่ยวกับเขา -- คริสเป็นผู้ชายนิสัยดีมาก ๆ คนหนึ่ง เขาอ่อนกว่าแม่สองปี ซึ่งผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับความต่างระหว่างวัยของเขาทั้งสอง คริสเป็นคนขี้เล่น บ่อยครั้งที่เขามักหยอกเอินแม่ด้วยมุกเสี่ยว ๆ กับรอยยิ้มหวาน จากนั้นเขาก็จะหันมาคุยเรื่องเกมออนไลน์และบาสกับผม เราเข้ากันได้ดี ผมจึงไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจที่จะย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของเขาแทนห้องเช่ารายปี




    2.
    คริสไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว พวกเขาอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่

    เป็นโชคดีของผมที่ปรับตัวได้เร็วและชอบเข้าสังคม ทุก ๆ คนต่างมองผมเป็นลูกเป็นหลานคนหนึ่งของบ้าน แม่เองก็เช่นกัน ทุกคนที่นี่ใจดีเหมือนคริส -- อย่างน้อยก็เกือบทุกคนน่ะนะ

    "แพท ช่วยนำทางจองกุกไปที่ห้องนอนเขาที"

    "อ่าฮะ แล้วฉันจะได้อะไร"

    "แค่นำทางน่า จะเอาอะไร"

    ชายผมบลอนด์ยักไหล่ ปรายตามองเพียงเล็กน้อยก่อนจะออกเดิน

    "ห้องนาย เดินตรงไปเลี้ยวซ้าย ข้าง ๆ คือห้องน้ำ เราต้องแชร์กัน"

    "ครับ?"

    "สงสัยอะไร"

    "ที่ว่าเราต้องแชร์กัน" เขากอดอก จ้องหน้าผม

    "ห้องนายอยู่ตรงนั้น ถัดมาคือห้องน้ำแล้วก็ห้องฉัน เราต้องใช้ด้วยกันเพราะชั้นนี้มีห้องน้ำห้องเดียว ทีนี้เข้าใจหรือยัง"

    "ผมต้องเดินไปในห้องคุณหรอ"

    "ไม่"

    เขาพูดประโยคทั้งหมดด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ไร้อารมณ์และดูจะเหนื่อยหน่ายกับการคุยกับผมเสียเหลือเกิน ผมพยักหน้าให้เขาก่อนจะกล่าวลา เดินมาตามทางที่เขาบอก ประตูไม้สีเข้มมีป้ายห้อยเอาไว้ มันถูกทาด้วยสีเหลืองและสีแดง -- เป็นสีที่ผมชอบ

    'Jungkook'

    แน่นอนว่านี่ต้องเป็นไอเดียของคริส เขาถามผมว่าชอบสีอะไรไปเมื่อสี่วันก่อน




    3.
    มันกระอักกระอ่วนนิดหน่อยตอนที่ผมบังเอิญเจอเขาที่หน้าห้องน้ำ เรายังไม่ได้แนะนำตัวกันแม้จะผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วก็ตาม

    "คุณก่อนเลยครับ ผมแค่จะล้างหน้า"

    "ขอบใจ"

    เขาเดินผ่านหน้าผมไป มีผ้าขนหนูพาดอยู่ที่บ่าพร้อมกับเสื้อผ้าที่ยังไม่ใส่ในอ้อมแขน แพท (ผมถือวิสาสะเรียกเขาแบบนั้นในใจเพราะไม่รู้ชื่อเต็มของเขา) เป็นผู้ชายรูปร่างดีคนหนึ่ง เขาแตกต่างจากคริสตรงที่ไม่ได้สูงชะลูดแบบพ่อหนุ่มนักรักคนนั้น กลับกันแพทมีรูปร่างที่ค่อนข้างเล็กกว่าผู้ชายทั่วไป

    "นายจะยืนรออยู่อย่างนี้น่ะเหรอ"

    "ใช่ -- ไม่ ผมหมายถึงเดี๋ยวผมก็ไปแล้ว"

    "ฉันว่ากลอนประตูมันเสีย นายว่างไหม?"

    แพทขยับตัวเล็กน้อย เขากำลังพันผ้าขนหนูเข้ากับเอวก่อนจะกระชากประตูออก ผมหันมองทางอื่น พยายามไม่ให้สายตาไปหยุดอยู่ที่กล้ามหน้าท้องของเขา

    "ยืนเฝ้าให้ที"

    "แค่แปปเดียวเท่านั้นแหละ ฉันอาบน้ำไม่นาน"

    เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง ผมได้ยินเสียงน้ำกระทบพื้นดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลคลอไปกับเสียงฮัมเพลงทุ้มต่ำ

    "ขอยืมแชมพูได้ไหม"

    เขาตะโกนออกมา แต่ท่าทางคนถามดูจะไม่ต้องการคำตอบ


    ผ่านมาเนิ่นนาน ตั้งแต่จันทร์ยังฉายแสงจนรุ่งสาง ผมยังคงรับรู้ได้ถึงเสียงของเขาและกลิ่นหอมเย็น ๆ ของมิ้นต์ที่ลอดออกมาจากช่องใต้ประตู




    4.
    แพทแนะนำตัวกับผมในเช้าวันหนึ่ง 

    เขายื่นมือข้างที่ว่างจากพันธนาการของเด็กหญิงตัวจ้อยมาตรงหน้าผม แมร์รี่ยิ้มกว้าง เธอเซ้าซี้ให้แพทคุยกับผมมานานมากแล้วแต่เขาก็ไม่ยอมทำ ท่าทางของคนเป็นอาดูไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ ผมหัวเราะตอนที่เธอเขย่าแขนของแพทไปมาเพราะไม่ยอมยิ้มให้ผม

    "แพทริค นามสกุลเดียวกันกับพ่อนาย"

    "ยินดีที่ได้รู้จักสักทีนะครับคุณอา"

    "อย่าเรียกแบบนั้นได้ไหม"

    "ทำไมล่ะคะ ก็คุณอาเป็นคุณอาของจองกุกนี่นา"

    แพทก้มลงมองเด็กน้อย โอบอุ้มเธอเอาไว้ในอ้อมแขน "คุณอาไม่อยากเป็นคุณอาของจองกุกหรอคะ"

    เขาหันกลับมาสบตากับผม เหมือนต้องการจะบอกอะไรบางอย่างที่เข้าใจยากยิ่งกว่าหนังสือปรัชญา

    'อะไรครับ?' ผมขยับปากพูดแบบไม่มีเสียงตอบกลับไป

    'เจอกันที่สระ' เขาตอบกลับมา


    แพทอยู่ในสระน้ำ เขาไม่ได้ดูเหมือนว่ารอผมอยู่ด้วยซ้ำ

    เขาหอบหายใจน้อย ๆ หลังจากขึ้นมาจากสระ เรือนกายเย้ายวนมีหยดน้ำพรมอยู่ทั่ว หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นอีกตอนที่เขาย่างกรายเข้ามาใกล้ ผมรู้ตัวดีว่าอาการแบบนี้หมายถึงอะไร ไม่ใช่เรื่องยากที่แพทจะทำให้คนอื่นเสียอาการได้หากมองร่างเปลือยของเขา หรือแม้แต่สบตาเขา -- แค่นั้นก็มากพอ

    "นายเรียนเกรดอะไร"

    "สิบสอง ปีสุดท้ายแล้วครับ"

    "ห่างกับฉันแค่รอบเดียว"

    ดวงตาสีหม่นตวัดกลับมาสบตาผม มันน่าหลงใหลยิ่งกว่าความงามใด ๆ บนโลกใบนี้

    "นายเรียกฉันว่าอะไรนะ"

    "ค..คุณอา"

    แพทยิ้ม -- หรืออาจจะเรียกว่าการกระตุกริมฝีปากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขาส่งเสียงหึในลำคอแล้วเดินผ่านผมไปอีกครั้ง ใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนตัวเขาอยู่รอมร่อ




    5.
    ผมตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะลำคอที่แห้งผาก มีเพียงลมและนกฮูกเท่านั้นที่ยังคงส่งเสียงอยู่ในเวลานี้ สัมผัสของโลหะเย็นเยียบทำให้ผมรู้ว่าตัวเองเดินมาถูกทางแล้วแม้จะหลับตาอยู่ เมื่อเดินผ่านห้องน้ำผมก็ได้ยินเสียง มันแผ่วเบาและฟังไม่ได้ศัพท์ ความอยากรู้อยากเห็นสั่งให้ผมแนบหูลงกับบานประตูเพื่อฟังให้แน่ใจว่าเป็นใครกันแน่ที่อยู่หลังประตูบานนั้น มันเป็นเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยอารมณ์สลับกับเสียงถอนใจแผ่วเบา

    ผมมั่นใจว่าในเวลานี้ทุกคนกำลังหลับใหลอยู่ใต้ผืนผ้าห่ม ไม่มีใครที่จะออกมานั่งเล่นในห้องน้ำเวลาดึกดื่น -- และอีกอย่างคนที่ใช้ห้องน้ำห้องนี้มีเพียงผมกับแพทเท่านั้น

    คนที่ใช้ห้องน้ำนี้มีแค่ผมกับแพทเท่านั้น..


    โอ้พระเจ้า -- เจ้าของเสียงหอบกระเส่านั้นคือแพทริค !




    6.
    แพทแปลกไป

    รวมถึงตัวผมด้วย หลังจากคืนนั้นผมก็ไม่สามารถมองหน้าเขานาน ๆ ได้อีก มันมักจะรู้สึกร้อนแปลก ๆ ไปทั่วตัวของผมตอนที่เขาสบตา หลังจากนั้นผมก็เหมือนจะควบคุมตัวเองไม่อยู่จนต้องหันหน้าหนี 


    "แชมพูหมดแล้ว"

    ผมสะดุ้ง หันกลับไปมองผู้บุกรุกที่โผล่หน้าเข้ามาทักทาย แพทสบตาผมเหมือนจะขออนุญาตเดินเข้ามาข้างใน พอผมพยักหน้าเขาก็เข้ามาพร้อมกับขวดแชมพูกลิ่นมิ้นต์ของผม

    "ฉันกำลังจะอาบน้ำ แต่แชมพูหมดแล้ว"

    "จะให้ผมทำยังไง"

    "ไปซื้อกับฉัน"

    "แล้วทำไมคุณอาไม่ไปคนเดียวล่ะครับ"

    แพทเลิกคิ้วกับคำว่า'คุณอา'ที่ผมเพิ่งพูดออกไป ไม่บ่อยนักที่ผมจะเรียกเขาด้วยคำ ๆ นี้ ผมเองก็ไม่ได้ชอบมันนักหรอกแต่มันก็เหมือนเป็นการย้ำเตือนตัวเอง

    "อยากเรียกให้ชินปากน่ะครับ"

    แพทพยักหน้า "เปลี่ยนชุดแล้วตามลงมา ฉันจะรออยู่ที่รถ"


    แพทยืนใช้สะโพกพิงกับรถเก๋งสีดำเงาของตัวเอง เขากอดอก ใบหน้าคมสันไม่สบอารมณ์เพราะอากาศร้อนและเขาก็ยังไม่ได้อาบน้ำเสียที

    "ขอโทษที่ให้รอนะครับ ผมหาเสื้อไม่เจ--"

    "คราวหน้าฉันจะให้นายยืมเสื้อ"

    ผมมองหน้าเขา ความสงสัยปรากฏเด่นชัดบนใบหน้า

    "ช้า ฉันไม่ชอบรอ"




    7.
    เสื้อผ้าของผมหายไป -- ทั้งตู้

    เป็นเรื่องตลกร้ายจากปากของผู้ร่วมอาศัยเพียงคนเดียวบนชั้นสาม แพทสารภาพกับผมว่าเขาปล่อยแมร์รี่เข้าไปวิ่งเล่นในห้องผมตอนที่ผมไปโรงเรียน เด็กน้อยเข้าไปแอบในตู้เสื้อผ้าพร้อมกับหวานเย็นในมือ เธอสนุกสนานกับการเล่นอยู่ในนั้นจนเสืื้อผ้าทั้งหมดของผมกลายเป็นกลิ่นสตรอว์เบอรี่และส้ม หลังจากนั้นเสื้อผ้าของผมก็หายไป

    "โชคดีนะครับที่วันนี้แดดแรง" ผมพูดติดตลกปลอบใจตัวเอง ใครจะกล้าดุเด็กสามขวบที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในห้องนั่งเล่นกันล่ะ

    "ขอโทษที ฉันไม่ทันเห็นว่าเธอมีหวานเย็นในมือ"

    "ไม่เป็นไรหรอกครับ พรุ่งนี้วันหยุด"

    แพทเงียบไป เขาสบตาผมก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง "ตามฉันมา"

    ชายผมบลอนด์เดินผ่านห้องที่มีป้ายสีแดงเหลืองไปหยุดที่หน้าประตูไม้สีดำ เขาเปิดมันออกและกวักมือเรียกผม น่าแปลกใจที่ห้องของแพทมีกลิ่นหอมหวานยิ่งกว่าห้องของแม่ผมเสียอีก เป็นกลิ่นวนิลาที่ไม่ฉุนเลยสักนิดเดียว

    "ปกตินายใส่อะไรนอน"

    "ผมไม่ใส่อะไรนอน"

    แพทหันกลับมา และผมอยากต่อยหน้าตัวเองแรง ๆ สักที

    "เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น ผมใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น"

    เสื้อยืดสีดำตัวหนึ่งถูกหยิบออกมาจากตู้ เขาคลี่มันออกแล้วยื่นให้ผมลองสวม

    "พ..พอดีเลยครับ ผมกับคุณตัวเท่า ๆ กันเลย"

    ผมโกหก และแพทรู้ "ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้นนะ"


    ผมได้เสื้อยืดตัวโตกับกางเกงขาสั้นมาอย่างละสามตัว แพทให้ผมยืมใส่เพื่อไถ่โทษ และเป็นครั้งแรกที่ผมคิดว่ากลิ่นวนิลาก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่




    8.
    แมร์รี่ชวนผมกับแพทลงมาดูหนังด้วยกันในคืนหนึ่ง เธอหลับอยู่บนตักของแพทหลังจากผ่านไปได้เพียงยี่สิบนาทีเท่านั้น คนเป็นอาก้มลงจูบขมับเด็กดื้อก่อนจะยิ้มออกมาน้อย ๆ เมื่อเห็นว่าเธอขยับตัวไปมาเหมือนไม่ชอบใจที่โดนรบกวนระหว่างการนอนหลับ

    หัวใจผมเต้นแรง 

    ไม่ใช่เพราะฉากลุ้นระทึกในหนังแต่เป็นเพราะแพทกำลังยิ้มให้ผมก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับเด็กน้อยในอ้อมแขน

    เขาหันกลับมามองผม พูดกระซิบแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินเสียง

    "ฝันดี"




    9.
    แพทพาผู้หญิงมาที่บ้าน

    เธอเป็นสาวสวย ผมดำยาว ผิวสีแทน รูปร่างเซ็กซี่เสียจนทำผมหน้าร้อนเห่อตอนที่ได้คุยกับเธอ แพทไม่ได้แนะนำเธอกับใครในบ้าน ไม่ได้บอกว่าระหว่างเขาและเธอเป็นอะไรกัน แต่คืนนั้นพวกเขาทั้งสองไม่ลงมาร่วมมื้ออาหารกับเรา คริสหันมากระซิบบอกผมว่านั่นเป็นเรื่องปกติของแพท

    -- น่าหงุดหงิดชะมัด


    ผมเดินผ่านห้องของแพท เสียงหอบหายใจดังลอดออกมาจากบานประตูสีดำนั่น พวกเขาไม่ต้องกลั้นเสียงด้วยซ้ำระหว่างที่กำลังมีเซ็กส์กันเพราะชั้นนี้ก็มีแค่ผมกับพวกเขา

    "แค่เดินผ่านไป เดินผ่านไป"

    ผมกระซิบกับตัวเองพร้อมกับหลับตาลง แต่เสียงเหล่านั้นยิ่งดังชัดอยู่ในโสตประสาท สุ้มเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขสมของแพทกำลังจะทำให้ผมเป็นบ้า




    10.
    แพทพาผู้หญิงมาที่บ้านอีกครั้ง คราวนี้มีคนไม่ร่วมมื้ออาหารถึงสามคนด้วยกัน

    และคืนนั้นผมทำเรื่องผิดบาปครั้งแรกในชีวิต

    ทางเดินบนชั้นสามถูกปิดไฟเอาไว้ มีเพียงแสงไฟสลัวจากด้านนอกเท่านั้น ผมแนบหูลงกับบานประตูอีกครั้งเมื่อแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีใครเดินผ่านมาทางนี้แน่ ๆ

    สาบานได้เลยว่าตลอดชีวิตผมไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ราวกับจิตใจของผมกำลังถูกชักจูงโดยซาตาน ตลอดเวลาผมเอาแต่นึกถึงเรือนร่างเย้ายวนใต้ร่มผ้าของแพท เสียงของแพท สีหน้าของแพท ราวกับว่าผมเสพติดการได้นึกถึงเขาในทุก ๆ คืน ผมจดจำได้ทุกสุ้มเสียงของเขาในคืนนั้น ในทุกประโยคที่เขาเอื้อนเอ่ย ทุกรายละเอียดบนร่างกาย กลิ่นหอมของเขา -- กลิ่นที่เหมือนกับผมไม่มีผิดเพี้ยน ผมจำมันได้ทั้งหมด

    แพทกำลังมีความสุขอยู่กับคู่นอนของเขา เสียงทุ้มต่ำครางแผ่วเบา ผมหลับตาลงและสัมผัสตัวเองเป็นครั้งแรก ใบหน้าของแพทเด่นชัดอยู่ในจินตนาการของผม รับรู้ถึงความกระสันอยากและความหลงใหลของผมที่มีต่อเขา มันมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นอย่างไม่รู้จักพอ ผมพ่ายแพ้ให้กับความโลภและไม่คิดสู้เมื่อปลายทางคือความสุขสม




    11.
    แพทเหมือนสิ่งเสพติด ส่วนผมก็เป็นวัยรุ่นคึกคะนอง

    เขาหอมหวาน เย้ายวน ทำให้ผมมอมเมาและต้องการเขามากขึ้นอีกทุกครั้งที่ได้ลิ้มลอง ผมหลงรักความอันตรายเหล่านั้นจนถอนตัวไม่ขึ้น สัมผัสตัวเองครั้งแล้วครั้งเหล่า แต่ทุก ๆ ครั้งมันไม่เคยพอ ไม่เคยเพียงพอต่อความต้องการของผมเลยสักนิดเดียว




    12.
    วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน

    ผมอาสาเฝ้าบ้านเพราะต้องการจะเก็บกวาดห้องนอน -- อันที่จริงมันเป็นข้ออ้าง

    กลิ่นหอมของวนิลาทำให้ผมใจเต้นแรง ห้องของแพทยังเหมือนเดิม ผ้าปูเตียงของเขายับยู่ยี่และมีกองผ้าห่มอยู่ที่ปลายเตียง ผมวางเสื้อและกางเกงของเขาเอาไว้บนโต๊ะทำงาน กวาดสายตามองดูความไม่เรียบร้อยภายในห้องนอนก่อนจะสังเกตเห็นก้อนขยุกขยุยสีดำบนพื้น

    ผมรู้ว่ามันไม่ควร แต่นี่เหมือนไม่ใช่ตัวผม เหมือนผมเป็นคนอื่น ลำคอผมร้อนผ่าว มือสั่นเทาตอนที่ก้มลงหยิบกางเกงชั้นในของเขาขึ้นมาถือไว้ ดวงตาสั่นระริก ผมยังคงกลัวความผิดบาปแม้ผมจะยืนอยู่ในความมืดและมีซาตานคอยบงการอยู่ข้างหลัง 

    "ทำอะไร"

    หัวใจของผมหล่นวูบ ตัวเย็นเฉียบแต่กลับมีเหงื่อโทรมกาย

    แพทกลับมา -- เขาเดินเข้ามาหาผม ไม่พูดอะไร

    "เข้ามาทำอะไรในห้องฉัน"

    "ผ..ผมเอาชุดมาคืน"

    "กางเกงในนั่นด้วยหรอ" ราวกับถูกศรธนูปักเข้ากลางอก ผมพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ก้มหน้ามองพื้น

    "อยากแก้ตัวไหม" เขาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

    "ผมขอโทษ" ผมตอบกลับไปเพียงแค่นั้น ไม่มีอะไรจะแก้ตัวในเมื่อความคิดน่าขยะแขยงในหัวของผมคงช่วยอะไรไม่ได้

    แพทไม่ตอบอะไร เขาไม่เอาของของเขาออกไปจากมือผมด้วยซ้ำ

    -- เสียงปิดประตูและเสียงรถที่ห่างไกลออกไปทำให้ผมรู้ตัวสักทีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่




    13.
    สองสัปดาห์แล้วที่แพทไม่กลับบ้าน คริสบอกกับผมอีกครั้งว่านี่ก็เป็นเรื่องปกติ

    ทุกคนในบ้าน (ยกเว้นผม) ไม่เป็นเดือดเป็นร้อนกับการที่แพทไม่กลับบ้านเลย จะมีก็แต่แม่หนูแมร์รี่ที่พร่ำบ่นถึงคุณอาสุดที่รักทุกคืนก่อนนอน และผมอยากขอโทษเธอเหลือเกินที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาหายไป




    14.
    แพทกลับมาแล้ว ในกลางดึกวันอาทิตย์

    เขาเคาะประตูห้องผม ตัวมีกลิ่นมิ้นต์ -- เขาเดินเฉียดไหล่ผมเข้ามาในห้อง ไม่พูดไม่จา จ้องผมเขม็งราวกับโกรธเคืองกันมาแต่ชาติปางก่อน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นถุงเท้าเปื่อย ๆ ที่ถูกสุนัขคาบมาทิ้งไว้ในห้องนี้ ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องยืนอยู่ตรงไหน ต้องทำตัวยังไงแม้ว่านี่จะเป็นห้องของผมก็ตาม

    "ทำไมถึงทำแบบนั้น"

    เขาพูดขึ้น ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงผม เอนตัวไปด้านหลังแล้วใช้แขนทั้งสองข้างค้ำเอาไว้

    "ชอบฉันมากขนาดนั้นเลยหรอ"

    หากเป็นคนอื่นพูดผมคงจะกลอกตาแล้วชูนิ้วกลางใส่ แต่ประโยคหลงตัวเองที่ออกมาจากปากแพทกลับทิ่มแทงเข้าไปในใจผม เจ็บจนพูดอะไรไม่ออก

    "ว่าไง ได้ยินที่ถามไหมหนุ่มน้อย"

    สรรพนามแปลก ๆ ที่ใช้เรียกทำให้ผมแน่ใจว่าผู้ชายตรงหน้ามีแอลกอฮอล์ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด ผมจ้องตาแพท มันฉ่ำวาวและหยาดเยิ้ม -- แต่เขายังมีสติ ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะตอบออกไป

    "ผมไม่ได้ตั้งใจ"

    "ไม่ใช่คำถามนี้"

    "ผ..ผมไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร"

    ชายผมบลอนด์ลุกขึ้นยืน เยื้องย่างเข้ามาหาผมที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้อง นัยน์ตาสีหม่นสะท้อนแสงจากโคมไฟ -- จดจ้องเข้ามาในตาของผม กลิ่นมิ้นต์ชัดเจนขึ้นเมื่อเขายกแขนกักผมไว้ที่มุมหนึ่งของห้อง

    "รู้ตัวไหมว่าสิ่งที่เรากำลังทำมันผิด"

    ผมหลับตา สูดหายใจเข้าเพื่อสงบสติอารมณ์

    "เราเป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เหรอจองกุก.."

    เสียงของเขาแหบพร่าและแผ่วเบา แม้รูปประโยคจะเป็นการตำหนิติเตียนแต่ผมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองถูกเชื้อเชิญให้เดินเข้าไปในกองเพลิงแห่งตัณหา ปลายนิ้วเย็นเยียบแตะอยู่ที่ปลายคางของผม เพียงแค่นั้นผมก็สั่นไปทั้งตัวจนแทบยืนไม่อยู่

    "เป็นเด็กไม่ดีเลยนะรู้ไหม" ท้ายประโยคเขาขยับเข้ามากระซิบอยู่ข้างหู ริมฝีปากอุ่นร้อนเฉียดไปมาที่ใบหูราวกับจะแกล้งกัน

    "ผ..ผมไม่รู้ว่าทำไม รู้ตัวอีกทีผมก็หยุดคิดถึงคุณไม่ได้" 

    ผมละล่ำละลักพูดออกไปอย่างนึกกลัวความผิด มันเหมือนกับการสารภาพบาป เพียงแต่ตรงหน้าผมไม่ใช่บาทหลวง -- เขาเป็นซาตาน

    "ไม่มีเด็กคนไหนหลงรักอาตัวเองหรอกนะจองกุก"

    น้ำตาผมไหลรินออกมาจนแก้มของผมเปียกชื้น "ผมไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้เลยแพท ผมขอโทษ"

    "แต่เราไม่ได้ใช้นามสกุลเดียวกันนี่.."

    หากเด็กหนุ่มสาวเปรียบดั่งดอกลิลลี่ขาวแสนบริสุทธิ์ มีซาตานที่คอยล่อลวงให้พวกเขากระทำเรื่องผิดบาปและหลงใหลในความละโมบเหล่านั้น จองกุกก็เปรียบดั่งดอกลิลลี่ขาว ยังคงบริสุทธิ์และไม่เดียงสา

    "มันยากมากรู้ไหมที่จะไม่คิดเกินเลยกับนายเพียงเพราะเราเป็นอาหลานกัน"

    ..เพียงแต่ลิลลี่ขาวดอกนี้เบ่งบานอยู่ในสวนของซาตาน

    "คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่านายทำอะไรบ้าง"

    ผมหลบสายตาที่เหมือนจะรู้ทุกอย่างไปมองพื้น แต่แพทก็ยังไล่ต้อนผมให้จนมุม

    "มือของฉันกับนายมันไม่เหมือนกันหรอกนะ.."

    ผมสั่นสะท้าน หายใจติดขัดเพราะประโยคหยาบโลนนั้น แพทเชยคางผมขึ้นอีกครั้งก่อนจะพูดอะไรบางอย่าง

    "ตอบรับฉันสิ เราต่างก็เป็นคนบาปด้วยกันทั้งนั้น"

    นัยน์ตาหวานที่จ้องมองมาทำให้ผมลืมตัวตนไปชั่วขณะ แพทขยับใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนปากของเราแตะกัน มันแผ่วเบาและอุ่นซ่าน แพทถอยห่างออกไปเพื่อดูปฏิกิริยาของผม ไม่นานเขาก็รุกล้ำเข้ามาอีกหน ผมหลับตาลงรับสัมผัสจากเขา ไม่แม้แต่จะขืนแรงบีบเค้นที่สะโพกหรือบั้นท้าย

    ผมดันแพทให้เดินกลับไปที่เตียงนอน ตัวเขามีแต่กลิ่นมิ้นต์ -- ผมไม่รู้ว่าทำไม

    ราวกับมีกองไฟสุมอยู่ในอก ผมร้อนรุ่มไปทั้งตัวตอนที่สบตาเขาภายใต้แสวสลัวในห้องนอน ซาตานไม่ได้ล่อลวงผม ใช้คำนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำในเมื่อเป็นผมต่างหากที่เดินเข้าไปหาเขาเอง

    เรือนกายเปลือยเปล่าเบียดเสียดกันอยู่บนฟูกนอน แนบแน่นเสียจนไม่มีพื้นที่ว่าง เราต่างดำดิ่งลงไปในห้วงของกามอารมณ์ โยนทิ้งทุกความผิดชอบชั่วดีเอาไว้แล้วตัดขาดจากโลกภายนอก เราสัมผัสกันและกันจนลืมความเขินอาย ลืมแม้กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างเราสอง

    -- อย่างน้อยก็ในตอนนี้


    ลิลลี่ขาวที่ชูช่อไสวนั้นงามยิ่งกว่าสิ่งใด
    แต่ลิลลี่ขาวที่อยู่ในมือของซาตานก็งามไม่น้อยไปกว่ากันเลยไม่ใช่หรือ?




    ------------------------------

    * หัวข้อ overdose เราขอตีความว่าคือการหลงใหลในสิ่ง ๆ นึงมาก ๆ ลุ่มหลงและมอมเมาจนลืมตัวตนของตัวเองไป พอมีครั้งแรกแล้วก็ต้องการเพิ่มมากขึ้นอีกเหมือนเสพสิ่งเสพติดน่ะค่ะ ไม่แน่ใจว่าจะสื่อออกมาให้ทุกคนเข้าใจได้มากน้อยแค่ไหน ไม่รู้จะตรงกับหัวข้อไหมด้วย แต่ก็ช่วยเอ็นดูฟิคกาว ๆ นี้หน่อยนะคะ OTZ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in