เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
N[wh]YCFAY
N[wh]YC : ทัวร์ศูนย์เหรียญ


  • หลังออกจาก The MET ด้วยความสะโหลสะเหลราวถูกดูดวิญญาณไปกับรูปภาพแนว Impressionism ร่างกายก็โหยหาคาเฟอีนอย่างเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจในช่วงบ่าย เราเดินเล่นมาเรื่อยๆจนมาป๊ะเข้ากับ Dean & Deluca แก นี่มันความหวังเฮือกสุดท้ายของเราชัดๆ!! 



    Dean & Deluca  เป็นร้านชำ (Grocery Store) และร้านกาแฟ ขายตั้งแต่ผักสด เครื่องปรุง วัตถุดิบทำอาหาร ชีส (คือคุณ Deluca หนึ่งในผู้ก่อตั้ง เค้าเป็นคนขายชีสมาก่อน ก่อนมาขายชีสก็เป็นคุณครูมาก่อนอีก) เมล็ดกาแฟ ขนมปัง ขนมเค้ก เครื่องดื่ม แซนวิช อาหารพร้อมทาน ซูชิ ฯลฯ มีเคาเตอร์เล็กๆให้นั่งทานภายในร้านได้ แต่เอาจริงก็ไม่ค่อยจะว่างหรอก โดยเฉพาะสาขา Madison ที่เรายืนอยู่เนี่ย ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยจะว่างจริงๆ (แหม มีประมาณ 5 ที่) สาขาแรกของ Dean & Deluca อยู่ที่ SOHO บนเกาะแมนฮัตตันนี่ล่ะ เปิดมาตั้งแต่ปี 1977 นู้น ที่บ้านเราก็มีหลายสาขาแล้วเช่นกัน และเป็นร้านกาแฟที่เราโปรดมาก โดยเฉพาะ Caramel Macchiato มันเจ้มจ้นมั่ก 



    อาหารพร้อมทานที่นี่จะมีราคาราว 10$ ขึ้นไป (จำพวกแซนวิช) ส่วนเราเดินวนหนึ่งรอบแล้วก็ตัดสินใจจัดซูชิเซ็ตละ 13$ มาเป็นอาหารเที่ยง (แพงกว่าค่าเข้า The MET อีกนะแม่คุณ) เป็นข้าวนอกบ้านมื้อแรก ที่รู้สึกว่ายังไงกูก็กินได้วะ แล้วก็เดินไปสั่งเครื่องดื่มชูวิญญาณที่เคาเตอร์ ซึ่งโคตรเขรอะค่ะคุณขา ผิดกับบ้านเราลิบลับ 


    "ไอซ์ คาราแมว มักเคียโต้ สมอล วัน" 
    เมนูกันตายของเราเอง มื้อนี้รวมค่ากาแฟและโค้กขวดนึงแล้วก็อยู่ที่ 21$
    ขอร้องว่าอย่าคิดเป็นเงินไทย เดี๋ยวร้องไห้ 555555

    "$%*($%I$)#%__#%I( ?" 
    กำลังนับเงินมึนๆ พี่บาริสต้าผิวสีแกก็ยิงคำถามอะไรไม่รู้ใส่ อห ติดสตั๊นท์แบบไม่ทันตั้งตัว นางเหมือนรู้ว่าเราฟังไม่รู้เรื่อง นางก็เลยถามอีกรอบ ... "*($%$%$_%$^(*$(#_%#  skim milk ,soy milk ??" 

    สาบานว่าฟังรู้เรื่องแค่ประโยคท้ายจริงๆ สกิมมิลค์คือไรวะ ซอยมิลค์ไม่แ_กอยู่แล้ว ข้ามไปๆ
    "Skim milk"


    และนี่คือสิ่งที่ได้ ความสกิมมิลค์ ความเจือจางเหมือนน้ำล้างแก้วกาแฟ จัมวรั้ย ถ้าไม่เฮลตี้จริงอย่าสั่งเด็ดขาด กาแฟเม็ดมะขามคั่วบ้านกูตอนมันละลายก็ได้รสชาติสกิมมิลค์เหมือนกัน ถ่อว





  • หิ้วถุงซูชิมาถึงสถานี 42St. Central Terminal เพราะจุดหมายของเราต่อไปก็คือ Bryant Park และ New York Public Library โบสถ์ St.Patrick และปิดท้ายวันนี้ด้วย MoMA หรือ Museum of Modern Art ซึ่งมีค่าเข้าอยู่ที่ 25$ แต่ถ้าคุณมาภายในสิบนาทีนี้ ไม่ใช่ละ ถ้าคุณมาวันศุกร์ ช่วงตั้งแต่ 4โมงเย็นเป็นต้นไป คุณจะได้รับสิทธิ์ เข้า MoMA ฟรีไปเลยยยยย!! 

    เพื่อให้เข้ากับชื่อตอนในวันนี้ ก็ขอต้อนรับลูกทัวร์ทุกท่าน เข้าสู่ ทัวร์ 0$ ณ บัดนาว แถ่นแทนแท้นนนน ~
    (ขณะเขียน ดีดกาแฟมาก)

    สถานี Grand Central Terminal เป็นสถานีที่ Grand สมชื่อ เปิดตั้งแต่ปี1903 นู้น อยู่แถวมิดทาวน์ของเกาะแมนฮัตตัน นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการเดินทางของรถไฟหลายๆสายที่กระจายไปรอบนิวยอร์กแล้วก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย ตัวโถงกลางสร้างด้วยหินอ่อน เพดานโค้งเป็นจิตรกรรมรูปกลุ่มดาวจักรราศรี คลาสสิกเว่อวังอลังการ สิบสิบสิบไปเลยแจร้ แต่ด้วยความกะโหลกกะลาของกล้อง จึงไม่สามารถถ่ายรูปกลุ่มดาวจักรราศรีมาอวดได้ ดังนั้นเราจึงยืม Google มาให้ทุกคนได้ดูแทน ตามลิ้งค์นี้ https://goo.gl/nwDgw1


    บรรยากาศบริเวณโถงกลางของสถานี 


    ทางลงไปชานชาลา กลับสู่ความนิวยอร์ก ความอุโมงค์รถไฟ ความมืดๆทึมๆและมีกลิ่นฉี่

    ทางลงไปชั้นใต้ดิน 

    ส่วนชั้นล่าง นอกจากจะมี Oyster Bar ร้านอาหารเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1913 แล้ว ก็ยังมีฟู้ดคอร์ทซ่อนอยู่ด้วยแหละ แกร๊ มันไม่ไก่กาเว้ย อย่างน้อยมันก็มี Shake Shack กับร้านเค้ก Magnolia Bakery ที่ดังๆนั่นงา ~

    (อย่าว่าเรา เรารู้จักแค่สองร้านนี้) 


    นี่คือ คิวไม่ยาวแล้วนะ "ไ ม่ ย า ว"


    เค้กแน่นๆ อันนี้จำพวกชีสเค้ก 

    ส่วนเรา ไม่มีไรมาก มาอาศัยโต๊ะฟรีกินซูชิ 55555555555

    วาซาบิไม่แซบเลย 

    คืออเมริกาเนี่ย ขึ้นชื่อเรื่องการให้ทิป มันเป็น MUST DO เลยอ่ะ เดี๋ยวนี้ทิปในร้านอาหารก็อยู่ราว 18% เป็นค่าแสดงความพึงพอใจในบริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราก็พอเข้าใจนะว่ามันคือการบริการไง แต่ กูก็จนเว้ย 555555555 แต่นิวยอร์กมีความดีงามอยู่อย่างหนึ่งคือมีร้านให้เราซื้อแบบ Take Out เยอะมากๆ และก็มีพื้นที่สาธารณะให้เราหอบข้าวไปกิน (หรือเรียกแบบน่ารักๆว่าปิคนิค) หลายที่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ หรือตรงบันไดหน้าตึกต่างๆ (ตรง The MET ที่แบลร์นางไปนั่งกินข้าวไง) อิตรงบันไดเนี่ยเห็นหลายที่เลยนะ แล้วกินกันจริงจังมากด้วย 


    ส่วนเรา วันนี้มาหาที่กินข้าวได้ตรงฟู้ดคอร์ท ประหยัดทิปไป 18% อิอิ 


    พออิ่มแล้ว ทัวร์ศูนย์เหรียญก็แวะเดินย่อยในสถานีต่อนิดนึง ก่อนจะไปหาของฟรีต่อที่ New York Public Library หรือห้องสมุดประชาชนนิวยอร์ก จากสถานี Grand Central เดินไปประมาณ 10 นาที มีร้านรวงล่อตาล่อใจล่อเงินในกระเป๋าตลอดทาง แต่ล่อฉันไม่ได้หรอก เพราะฉันไม่มีเงิน ที่ออกมาวันนี้ก็มีติดตัวอยู่แค่ 30$ เท่านั้นแหละ หึหึหึหึหึ #หัวเราะเสียงต่ำในลำคอ


    มันต้องมีกันบ้าง ที่เราสับสนระหว่างตึก Chrysler กับ Empire State (อันนี้ Chrysler นะจ๊ะ) 

    New York Public Library นี้มีพื้นที่ติดกับสวน Bryant Park สวนสาธารณะขนาดไม่กว้างขวางมากมายแต่อุดมไปด้วยผู้คน เพราะอยู่ใจกลางมิดทาวน์ ช่วงที่เราไปนั้นเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิเรียบร้อยแล้ว อากาศไม่หนาวไม่ร้อน** มีฝนประปราย ดอกไม้เริ่มผลิบาน ชอบความรู้สึกแบบนี้ มองไปทางไหนก็มีแต่ดอกไม้สวยๆ ต้นไม้ผลิใบ ดูแล้วอารมณ์ดี

    (**แค่วันแรกๆ วันหลังๆร้อนชิบห_ย)



    ห้องสมุดประชาชนนิวยอร์กนี่เปิดให้เข้าฟรี มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศสหรัฐอเมริกา สร้างมาตั้งแต่ปี 1895 เปิดตั้งแต่ 10 โมงจนถึง 6โมงเย็น ไม่ได้เป็นที่สำหรับรวบรวมหนังสือให้อ่านหรือสืบค้นทางวิชาการอย่างเดียวนะ ที่นี่ยังมีนิทรรศการหมุนเวียนกันมาจัดอยู่เป็นระยะๆอีกด้วย ส่วนทัวร์ศูนย์เหรียญอย่างเรา จุดประสงค์ที่เข้ามาวันนี้ก็คือ


    หาห้องน้ำค่ะ 

    ด้านหน้า Newyork Public Library 

    สิ่งหนึ่งในนิวยอร์กที่เราไม่ชอบเอาซะเลยคือห้องน้ำ ด้วยเหตุผลความปลอดภัยห่านเหวอะไรก็แล้วแต่ อีห้องน้ำที่นี่จะมีรูระหว่างขอบประตูห้องน้ำแบบกว้างพอที่จะส่องเห็นว่าคนข้างในกำลังทำอะไรอยู่ มันกระอักกระอ่วนใจเข้าใจมั้ยแกร๊ ? นึกภาพการเดินผ่านห้องน้ำห้องแรกไปเข้าห้องในสุดแล้วสายตาก็(เสือก) บังเอิญไปเห็นว่าคนในห้องน้ำกำลังรูดกางเกงลงงี้ ว้อยยยยย แล้วนึกถึงว่าถ้าเรากำลังฉี่แล้วมีสายตาเหลือบมาโดยบังเอิญพอดีงี้ ขรี้หดตดหายกันพอดี สังคม


    แต่ห้องน้ำที่หอสมุดนี้เราทดสอบแล้วนะ 

    พอได้อยู่ ไม่น่าเกลียด เพราะมันไม่โฉ่งฉ่างมาก คนไม่เยอะ

    คือปกติมันเยอะรึเปล่าไม่รู้ แต่ตอนเราไปมันโล่งๆ เห็นแบบนี้ก็รีบทำธุระด้วยความไวแสงค่ะ ไม่มีการโอ้เอ้นั่งเล่นมือถือบนชักโครกเหมือนอยู่ออฟฟิศเด็ดขาด อิฉันไม่วางใจ อิฉันจึงรีบ  


    ช่วยทำประตูให้ชนกรอบหน่อยได้ม้ายยย เหลือช่องว่างไว้เพื่ออะรายยย 

    นอกจากห้องน้ำจะโอเคแล้ว ที่นี่ยังเหมาะกับการเดินชมสถาปัตยกรรมของตัวอาคาร ซึ่งสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง เค้ามีทัวร์ห้องสมุดด้วยนะ แต่เช่นเคย เราไม่ได้เข้าหรอก 55555 หากชอบสะสมสมุดบันทึกสวยๆ เราแนะนำให้เข้าไปยังร้านจำหน่ายของที่ระลึกของหอสมุด ซึ่งจะมีสมุดบันทึกแบบเก๋ๆวางจำหน่ายเยอะแยะไปหมด สนนราคาเริ่มต้นที่ 10$ เท่านั้น 

    (เท่านั้น เท่านั้น เท่าน้านนน #เสียงเอคโค่)

    ทางเดิน

    โถงหน้า เป็นห้องสมุดที่สวยสุด อ้อ ห้ามนำน้ำเข้ามา แต่ข้างในมีขายกาแฟ


    ถุงผ้าหอสมุด ราคาก็พอประมาณ ประมาณว่าตั้งไว้ที่นั่นแหละดีแล้ว








  • นิวยอร์กเป็นเมืองที่หลอกให้เราเดินเรื่อยๆไปเป็นกิโลแบบไม่รู้จักเหนื่อย ด้วยความที่ถนนมันเป็นบล็อกๆ แล้วสองข้างทางมันก็มีอะไรไม่รู้ให้เราคอยหันไปดูอยู่เรื่อย (คือแม้แต่ homeless ยังหล่ออ่ะคิดดู) เดินไปเดินมา ยี่สิบนาทีก็ผ่านไปแบบงงๆ อยู่ๆก็มาโผล่ตรงหน้าโบสถ์ St.Patrick พอดี 


    วิหาร St.Patrick ท่ามกลางตึกสมัยใหม่ของนิวยอร์ก

    โอ้โห มันสูงมาก ใหญ่มาก  ไม่รู้จะถ่ายยังไงให้หมด แค่จะมองยอดโบสถ์ยังต้องแหงนกันจนสุดคอ 



    โบสถ์ St.Patrick หรือวิหาร St.Patrick นี้เริ่มสร้างในปี 1858 และเปิดเป็นทางการครั้งแรกในปี 1879   สมัยปี 1785 ที่นิวยอร์กแห่งนี้ มีชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแค่200 คนและมีนักบวชเพียงคนเดียวเท่านั้นเอง โบสถ์ดั้งเดิมของชาวนิกายโรมันคาทอลิก สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ Prince of the Apostles - Saint Peter อยู่บริเวณ Barclay Street แถวตอนล่างของเกาะแมนฮัตตัน ซึ่งเป็นเขตนิกายโรมันคาทอลิกที่เก่าแก่ที่สุดของนครนิวยอร์กตอนนี้ล่ะจ้า 

    วิหาร St.Patrick เป็นศิลปะแบบ Neo-Gothic ตัวโบสถ์ทำด้วยหินอ่อนสีขาว ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ James Renwick ใช้เงินสร้างไปราว 850,000$ ของเมื่อ159ปีก่อน นี่ยังไม่รวมค่าตกแต่งภายใน ค่าออแกน ค่าเฟอร์นิเจอร์ต่างๆนานาซึ่งไม่รู้ว่ารวมทั้งสิ้นแล้วใช้งบประมาณไปทั้งหมดเท่าไหร่ แต่ที่รู้คือด้านใน สวยงามอลังการจนน้ำตาจะไหล 

    กว้างมาก ดูคน ตัวเท่าม

    ด้านในเปิดให้เข้าชมฟรี คนค่อนข้างเยอะเลยแหละ ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่นก็จะได้ยินเสียง อู้วววว โอ้ววว อเมซซิ่ง ตลอดเวลา คือบรรยากาศภายใน การออกแบบตกแต่งสวยมากๆ ร้อยกว่าปีก่อน ยังสร้างได้ขนาดนี้ น่าทึ่งจริงๆ 

    จุดเทียน 2$ จ้า



  • ทัวร์ศูนย์เหรียญวันนี้ ปิดท้ายอย่างสะโหลสะเหลเต็มที ที่ MoMA


    Museum of Modern Art เป็นพิพิธภัณฑ์หอศิลป์แห่งเดียวที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยไปจนถึงศิลปะสมัยใหม่โดยเฉพาะ มาที่นี่ รับรองว่าจะได้ดูงานชิคๆคูลๆแนวๆ ตั้งแต่ภาพวาดโมเน่ แวนโก๊ะยัน Experiment Film ค่าเข้าชมอยู่ที่ 25$ และไม่มี Suggest Admission นาจา แต่เขามีวันเข้าฟรี นั่นก็คือทุกวันศุกร์ ตั้งแต่ 4โมงเย็นจนถึง 2 ทุ่ม หรือว่าจนปิดทำการนั่นเอง 

    25$ เรอะ ไม่ได้กินฉันหรอก หึหึ

    แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เราที่รอวันเข้าฟรี ดังนั้นวันศุกร์ช่วงเย็นเนี่ย คนจะมหาศาลล้านแปดทีเดียว ซึ่งพอเราไปถึง แถวรอรับบัตรก็ยาวประมาณร้อยกว่าคนละ ซึ่งถือว่ายังไม่มาก เพราะพอหลังจากเราไปต่อแถว มาอีกเป็นร้อยเลยจ้า แต่การจัดการคิวของเขาค่อนข้างโอเคมากนะ พอสี่โมงปุ๊บแถวก็ไหลเรื่อยๆเลย โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยแจกบัตรอยู่ก่อนถึงหน้าประตูทางเข้า

    ต่อแถวไป ฝนก็ตกปรอยๆไป

    และ Free Friday Nights ก็ได้รับการสนับสนุนโดย Uniqlo นั่นเอง

    Uniqlo Free Friday Night

    บัตรเข้า MoMA


    ใครสะพายแบ็คแพ็คใหญ่ๆ จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋าไล่ให้ไปฝากกระเป๋ากันก่อนเข้านะ คืออิคิวรอฝากกระเป๋านี่ยังนานกว่าคิวรับบัตรอีกอ่ะ ช้าค่อดดดดด ดังนั้น หากตั้งใจว่าจะมาเที่ยว Museum ต่างๆแล้วล่ะก็ แนะนำให้พกกระเป๋าใบเล็กๆมาก็พอ จะได้ไม่เสียเวลา

    ต่อแถวฝากของ

    คนพลุกพล่านประมาณนี้เลย

    ที่นี่จะมีทั้งหมด 7 ชั้น มีทั้งนิทรรศการถาวรและหมุนเวียน มาจัดแสดงในแต่ละช่วง พื้นที่ก็ไม่ได้กว้างมาก แต่ส่วนตัวเราว่าที่นี่ค่อนข้างมีสีสันกว่า The MET ฮาาา คงเป็นเพราะเรารู้สึกว่า The MET เป็นอะไรที่อิงประวัติศาสตร์เยอะด้วยมั้ง มันเลยไม่ใช่แนว แต่ที่สนุกอ่ะ มีอะไรให้เดินดูเดินคิดเยอะดี 




    อันนี้มันจะหมุนๆๆๆๆๆ ไปยืนดูก็จะงงๆๆๆๆๆ

    แต่ไฮไลท์หนักๆของที่นี่ก็คงจะเป็นรูปนี้ 

    วิธีเสพศิลปะแนวใหม่ เสพด้วยมือถือ

    แวนโก๊ะไงจะใครล่ะ และสำหรับความสูง 155cm ของเรานั้นก็ทำได้แค่ชูกล้องสุดแขนแล้วถ่ายรูปมา ซึ่งก็ได้เท่าที่เห็น 55555555 ว้อยยยย มุงขนาดนี้  ยอมแพ้ ไปดูในเน็ตก็ได้ 

    ถ่ายมาได้ชัดที่สุดก็ประมาณนี้ -_-

    มุงกันแบบนี้เลย!!

    ส่วนอีกงานที่เป็นไฮไลท์ไม่แพ้กันก็คืองานของเจ้าพ่อป๊อบอาร์ต Andy Warhol กับรูปซุปกระป๋อง (ที่เห็นอยู่ลิบๆนั่น) คนอะไร วาดรูปซุปกระป๋องแล้วดัง เออนี่ก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าซุปกระป๋องมันมีหลายรส นึกว่ารสเดียวมาตลอด ความเชย 555555

    Campbell's Soup Cans : Andy Warhol

    Girl with Ball : Roy Lichtenstein

    Girl with Ball งานของ Roy Lichtenstein ใครได้บัตรแบบไหนก็ลองไปตามหากันดู อยู่ในMoMA นั่นแหละ 





    ที่นี่ใช้เวลาไม่มาก เพราะมันเล็กและบางห้องก็ไม่ได้จัดแสดงงาน อย่างเราเดินไปราว 1.30 ชั่วโมง แต่หากใครเก็บละเอียดก็อาจจะใช้เวลาหน่อย แต่ที่นี่เขาเปิดถึง 2 ทุ่มเลยนา สามารถคลุกวงในได้เต็มที่จนกระทั่งถึงเวลาปิดทำการ  

    ขากลับไปรับกระเป๋ากับเสื้อหนาวที่ฝากไว้ ใช้เวลาไม่นาน และพอเดินออกมาก็พบเจ้าหน้าที่แถวนั้นกำลังไล่แจกบัตรสำหรับคนที่เพิ่งมาอยู่ ปรากฏว่า 1.30 ชั่วโมงที่เราเดินไปนั้น พอออกมา มันไม่มีคิวแล้วจ้า ว้อยยย ความอ่านรีวิว ความแพนิคว่าคนจะเยอะ ความรีบมาต่อแถว ความยืนตากฝนปรอยๆอยู่เป็นสิบนาที แล้วก็ออกมาเพื่อจะพบว่ามึงไม่ต้องรีบมาก็ได้!!!

    ค่ะ ทัวร์ศูนย์เหรียญก็ปิดท้ายลงแบบนี้ล่ะค่ะท่านผู้ชม 




    ป.ล.
    ทัวร์0$นั้นไม่เสียเงินค่าเข้า MoMA ก็จริง แต่ความที่ Uniqlo เป็นสปอนเซอร์ให้ เราจึงเข้าร้านเขาเพื่อไปเดินเล่นตอบแทนซะหน่อย ปรากฏว่าโดน โดนเสื้อไป14.90$ เอวังด้วยประการฉะนี้~ 





  • ข้อมูลเพิ่มเติม 

    Dean&Deluca 
    สาขาและเวลาเปิด : http://www.deandeluca.com/store-locations
    ราคา $-$$ 

    NewYork Public Library  : https://www.nypl.org/
    เปิดทุกวัน 
    จันทร์ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ 10.00 -  18.00 
    วันอังคาร - พุธ ปิด 20.00
    วันอาทิตย์ เปิดช่วงบ่าย 13.00 - 17.00 

    วิหาร St.Patrick : https://saintpatrickscathedral.org/ 
    ที่ตั้ง 5Avenue ตรงข้ามตึก Rockefeller 
    Metro สาย 4 และ 6 (สีเขียว) ลงสถานี 51St. เดินประมาณ 5นาที (2บล็อก)
    เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6:30 - 20:45

    MoMA 
    ที่ตั้ง 5Avenue / 53Street : https://www.moma.org/
    Metro สาย E(สีน้ำเงิน) ,B D (สีส้ม) ลง สถานี7th Avenue เดินประมาณ 7นาที (1บล็อกยาว) 
    เปิดทุกวัน 10.30-17.30 วันศุกร์เปิดถึง 20.00
    ค่าเข้า ทั่วไป 25$
    เข้าฟรีวันศุกร์ ตั้งแต่ 16.00-20.00
    มาประมาณ 5โมง - 6 โมง ไม่ต้องต่อแถวจ้า -_-"


    สถานที่ที่เราชาวทัวร์ศูนย์เหรียญไปในตอนนี้ สามารถจาก Grand Central Terminal ไปได้เรื่อยๆค่ะ 






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in