บันทึกติ่ง "ซีรีส์"ติ่ง(ซีรีส์)
Romance Is a Bonus Book : ลุ้นรักฉบับโบนัส
  • หลังการหย่าร้างกับสามีที่ล้มละลายจากการทำธุรกิจมา 1 ปี คังดันอี (รับบทโดย อีนายอง ผลงาน : Fugitive: Plan B / Ireland) ต้องดูแลส่งเสียลูกสาวคนเดียวของเธออย่างยากลำบาก ด้วยการทำงานพาร์ทไทม์ ระหว่างวิ่งสัมภาษณ์งานเป็นสิบๆที่ และได้รับผลเป็นการปฏิเสธทุกครั้ง เนื่องจากการลาออกมาเป็นแม่บ้านเสียหลายปี แม้ว่าเธอจะเคยเป็นมือดีของวงการโฆษณา แต่การกลับสู่ตลาดแรงงานอีกครั้งในโลกที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

    เมื่อตกต่ำถึงขีดสุด ในจุดที่ไม่มีกระทั่งที่ซุกหัวนอน เธอตัดสินใจขอพึ่งพา "น้องชายคนสนิท" ชาอึนโฮ (รับบทโดย อีจงซอก ผลงาน : W / While You Were Sleeping / Death Song) นักเขียนหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จ ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ใหญ่ คืนนั้นเธอได้เห็นประกาศรับสมัครงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทีมสนับสนุนทั่่วไป เธอตัดสินใจลบประวัติงานที่ผ่านมาทั้งหมด และใช้วุฒิการศึกษาเพียงระดับมัธยมปลาย เพื่อสมัครตำแหน่งพนักงานแสนต่ำต้อยนี้

    ด้วยการตอบคำถามที่น่าประทับใจระหว่างการสอบสัมภาษณ์ เธอได้รับเลือกเข้าทำงาน การสมัครเข้าสัมภาษณ์งานในสำนักพิมพ์ที่อึนโฮทำงานอยู่ ทำให้อึนโฮได้รู้ความจริงว่า พี่สาวคนสนิทต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพียงใด หลังการหย่าที่เขาไม่ได้ระแคะระคายเลยสักนิด อึนโฮตัดสินใจช่วยดันอีเท่าที่จะทำได้ โดยเริ่มจากการให้เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของเขาชั่วคราว

    แต่การอยู่ใกล้ชิดกันครั้งนี้ กลับทำให้ความรู้สึกลึกๆที่อึนโฮเก็บซ่อนไว้ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม เขาเริ่มได้ทบทวนสิ่งที่อยู่ในใจ เรื่องราวที่ผ่านมา และความรู้สึกที่เป็นอยู่ ความสัมพันธ์พี่น้องคนสนิท ที่คนน้องคิดไม่ซื่อ แถมยังมีตัวแปรเพิ่มเติม อย่างหนุ่มน้อยเจ้าของยิ้มกว้างจริงใจ ที่เข้ามาในชีวิตดันอีราวเจ้าชายขี่มาขาว ในวันเลวร้าย... ติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เรียงร้อยผ่านเวลาดุจหนังสือเล่มหนาได้ใน " Romance Is a Bonus Book : ลุ้นรักฉบับโบนัส " พร้อมซับไทยได้ทุกคืนวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 21 : 30 น. ที่ Netflix

    ตัวอย่าง


    เรื่องราวความรัก น่ารัก อบอุ่น ที่จะทำให้ชีวิตสาว 30+ ได้กระชุ่มกระชวยด้วยความรักแนว นูน่าโรแมนส์ หรือไทยๆคงต้องเรียกว่า รักฉบับ "พี่สาวครับ" (ต้องมีคนไม่รู้จักแน่เลย 555 แนบเพลง พี่สาวครับ) ซึ่งนอกจากจะได้พระเอกตัวท็อปผู้มีเคมีรุนแรงกับสาวรุ่นพี่มาตั้งแต่ I Hear Your Voice อย่าง อีจองซอก แล้ว เรื่องนี้ยังมีพระรองน่ารักแสนดี แสดงโดย วีฮาจุน (ผลงาน : Matrimonial Chaos / Something In The Rain) มาทำให้หวั่นไหวอีกคน ตัวเรื่องด้านความรัก ไม่ดราม่าหนัก เป็นความรู้สึกที่ก่อตัว และคงไว้อย่างระมัดระวัง ตามแนวแอบรัก แต่ไม่อยากบอก (เพราะกลัวจะเสียเธอ) จะได้เห็นการหวงพี่สาวแบบเกินน้อง แบบน่ารักๆ ซึ่งเอาจริงๆ แค่ดูจงซอกทำหน้างุ้งงิ้ง ยักหัวยุกยิก ดูนางเอกกินข้าว แค่นั้นก็เขินแล้ว และมันก็มีฉากเขินเยอะมากกกก เพราะจงซอกน่ารักมากกกก และพิเศษสุดๆคือเรื่องนี้เป็นการกลับสู่จอแก้วในรอบ 9 ปี ของอีนายอง ที่แม้จะกลับมาในวัย 39 ปี แต่ก็ยังคงรับบทนางเอกได้อย่างน่ารัก และเคมีเข้ากันกับจงซอกได้อย่างเป็นธรรมชาติ
    อีจงซอก รับบท ชาอึนโฮ "น้องสนิทคิดไม่ซื่อ"
    วีฮาจุน รับบท จีซอจุน (พระรอง)
    ส่วนที่น่าสนใจในเรื่องนี้นอกจากการเล่าเรื่องความรักพระ - นาง ที่เล่าออกมาอย่างละมุนละไม ก็คือการทำงานในสำนักพิมพ์ โดยในเรื่องนี้ตัวละครทุกตัวจะทำงานเกี่ยวกับหนังสือ (พระเอก - นักเขียน + บรรณาธิการ พระรอง - ออกแบบปก นางเอก - พนักงานใหม่(สนใจงานขาย) นางรอง - กองบรรณาธิการ พร้อมสมาชิกแผนกต่างๆในสำนักพิมพ์ครบทีม) เราจะได้เห็นการทำงานตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้น เล็กๆน้อยๆ หรือบางเรื่องที่คนนอกวงการหนังสืออาจจะไม่รู้ เช่น การจัดการกับนักเขียนสุดติสต์ หรือการจัดการกับหนังสือที่ถูกตีกลับจากร้านหนังสือ หรือกลไกเรื่องราคา/การลดราคาหนังสือ การบริจาคหนังสือเพื่อการกุศล ซึ่งเราจะได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้ไปพร้อมกลุ่มเด็กเข้าทำงานใหม่อย่างนางเอก ผ่านมุมมองของตัวละครที่มีประสบการณ์มาก่อน ซึ่งจากแค่ 6 ตอนแรก ก็มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ และทำให้เราได้รู้ถึงความทุ่มเทกว่าหนังสือเล่มหนึ่งจะออกมาเป็นเล่มได้ โดยเฉพาะการออกหนังสือเล่มในวันที่โลกเต็มไปด้วยสื่อดิจิตอลต่างๆ
    ทำไมต้องทำลายหนังสือที่ขายไม่ได้ ???
    การเล่าเรื่องของเรื่องนี้ยังคงสไตล์การเล่าเรื่องของคนเขียนบท จองฮยอนจอง ที่เคยมีผลงาน I Need Romance 1 - 3 และ Discovery of Love ที่มักมีการสื่อเอาสิ่งที่ตัวละครคิด ผ่านคำพูดในหัว รวมทั้งบทสนทนาเรียบง่ายระหว่างตัวละคร โดยเฉพาะความตรงไปตรงมาของนางเอก ที่พูดถึงเรื่องราวต่างๆออกมาอย่างจริงใจ ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา แต่ก็ยังคิดจะสู้ต่อไป นอกจากจะแทรกแนวคิดเรื่องการดำรงชีวิต ชีวิตการทำงาน ครอบครัว ก็ยังมีแนวคิดและการตีความความรัก ความสัมพันธ์ ในรูปแบบหลากหลายแทรกอยู่ในเรื่องด้วย

    โทนเรื่องไม่ซีเรียส ไม่ดราม่าหนัก อาจจะมีอารมณ์หน่วงของความเคราะห์ร้ายต่างๆของนางเอกในช่วงปูเรื่อง แต่พอเรื่องดำเนินมาก็เห็นถึงชีวิตที่สดใสมากขึ้น ด้วยความที่เรื่องเป็นแนวการทำงานที่มีตัวละครรองร่วมหลายคน ก็ยิ่งทำให้เรื่องราวผ่อนคลาย มีมุกตลกแทรกเรื่อยๆ รวมๆถือเป็นเรื่องรัก Feel Good กลางๆ ไม่ได้ซับซ้อน แต่ดูแล้วสบายใจ ได้ยิ้ม เพลงฟังสบาย (แม้จะปล่อยเต็มมาแค่ 2 เพลง แต่ที่ได้ฟังในเรื่องด้วย ก็น่าจะได้เพลงเพราะๆมาเพิ่มในลิสต์อีกหลายเพลง) มีประโยคจี๊ดๆ และแคปชั่นดีๆ ปิดท้ายในแต่ละตอนให้เราได้เรียบเรียงความคิด และซึมซับความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องได้อย่างเต็มที่

    ช่วงท้ายก่อน End Credit แต่ละตอน ที่เรียบเรียงความรู้สึกของตัวละครออกมาเป็นข้อความ

    สำหรับใครที่กำลังมองหาซีรีส์ดูสบาย ผ่อนคลายในวันที่เหนื่อยล้า แนะนำให้ลองเปิดเรื่องนี้ดูค่ะ เพราะนอกจากความรักที่เล่าออกมาแบบละมุนๆดูได้แบบสบายใจ (มีฉากฟิน+เขิน เรื่อยๆ) ยังอาจได้ข้อความ/ข้อคิด ดีๆ ไปเติมพลังชีวิตด้วยค่ะ

    เพลงประกอบน่ารักๆ



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in