C R E E P Y P A S T Aเนตรธิ ~
Search and Rescue Woods | #4
  • พวกคุณทำให้ผมพูดประทับใจมากเลยครับสำหรับการตอบรับที่มากมายขนาดนี้ ผมคงไม่สามารถตอบคำถามของคุณได้ทั้งหมดทุกคน เพราะงั้นผมจะตอบประเด็นที่ถูกถามมามากๆ ก่อนจะเข้าเรื่องเล่าต่อไปนะครับ รอบนี้ผมจะเขียนให้มากที่สุดเท่าที่จะนึกออก รวมถึงจะเขียนเรื่องของเพื่อนผมด้วย แล้วผมก็จะหยุดอัพเดตไปสักพักจนกว่าผมจะได้คำตอบสำหรับคำถามบางอย่างในใจผมจากหัวหน้าของผมก่อน

    โอเค สำหรับคำถามที่ถูกถามเข้ามามากที่สุด คำตอบของผมเป็นดังนี้นะครับ

    * ผมไม่สะดวกใจจริงๆ ที่จะบอกที่ทำงานของผม เพราะว่าสิ่งที่ผมเล่าให้พวกคุณฟังเนี่ยมันสามารถทำให้ผมมีปัญหาหรือถูกไล่ออกได้เลยนะครับ ดีที่สุดคือไม่ต้องหาคำตอบเรื่องนี้กันต่อดีกว่า เอาเป็นว่าผมจะบอกว่าผมทำงานในอเมริกา ในเขตที่มีพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ คงประมาณหลายร้อยไมล์ของป่ารกชัดได้ มีแนวเทือกเขา และทะเลสาบอยู่สามสี่แห่ง

    * ยังมีคนให้ความสนใจเรื่องบันไดที่ผมเจอเยอะเลย โชคดีมากที่เพื่อนของผมคนนึงมีเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับบันไดที่คุณจะต้องอยากรู้แน่ๆ เดี๋ยวผมจะเพิ่มไว้ท้ายการโพสต์ครั้งนี้นะ ผมเคยมีความคิดที่จะถามเรื่องนี้กับนายของผม แต่ก็นั่นแหละ ผมไม่อยากเอาอาชีพการงานของผมมาเสี่ยงหรอก แต่ยังไงก็ตาม อดีตนายของผมคนนึงเขาลาออกจากหน่วยค้นหาฯ แล้ว ผมคิดว่าเขาคงมีเรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟังนะ ผมจะได้เจอเขาในสัปดาห์นี้ แล้วจะมาอัพเดตให้คุณรู้อีกครั้ง

    * คำแนะนำสำหรับใครก็ตามที่อยากเป็นเจ้าหน้าที่ฯ คุณควรลองติดต่อหน่วยพิทักษ์ป่าในพื้นที่ของคุณดูว่าเขาเปิดหลักสูตรฝึกอบรมอะไรให้ไหมหรือต้องการเจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบััติอย่างไร ผมทำงานนี้มาหลายปีแล้วก็จริงแต่ผมก็เริ่มต้นด้วยการเป็นอาสาสมัครก่อนเหมือนกัน มันเป็นงานที่ยอดเยี่ยมมากครับ เว้นแค่เรื่องที่คุณอาจจะเจอเรื่องเศร้าบ้างเป็นบางครั้ง อีกอย่างผมก็ไม่มีงานอื่นที่อยากทำด้วย



    -----------------------------------------


  • เรามาเริ่มเรื่องเล่ากันเถอะ

    * เรื่องแรกเกิดขึ้นตอนที่ผมเพิ่งจบการเทรนนิ่งหมาดๆ ผมยังใหม่กับทุกอย่าง ก่อนที่ผมจะมาทำงานนี้ อย่างที่ผมบอกว่าผมทำงานเป็นอาสาสมัครมาก่อน เพราะฉะนั้น ผมพอจะเข้าใจว่าผมจะต้องเจอกับอะไร แต่งานส่วนใหญ่ที่ผมได้รับก็คือการตามหาคนหายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราแกะรอยพวกเขาเจอ ในฐานะเจ้าหน้าที่กู้ภัยและค้นหา คุณต้องทำงานทุกอย่างตั้งแต่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวถูกสัตว์กัดต่อยไปจนถึงหัวใจวาย 

    ผมถูกเรียกตัวเพื่อเคสนี้ตั้งแต่เช้ามืด จากหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่อยู่บนทางเดินเลียบทะเลสาบ ฟังจากเสียงแล้วคนที่เป็นสามีกำลังอยู่ในภาวะที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เรายังไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้ และเราก็ได้ยังยินเสียงภรรยาของเรากรีดร้องมาจากด้านหลัง ฝ่ายสามีขอร้องให้พวกเรารีบไปหาเธอตรงนั้น เมื่อพวกเราเดินไปถึง ผมเห็นสามีกำลังโอบกอดภรรยาของเขาไว้ โดยในมือเธอถืออะไรบางอย่างอยู่ เธอกรีดร้องโหยหวนด้วยความทรมานเหมือนเสียงร้องของสัตว์ ในขณะที่ฝ่ายสามีเองก็สะอื้นไห้ไม่หยุด เขาตะโกนให้พวกเราช่วยเขาที ช่วยเรียกรถพยาบาลให้ขึ้นมาบนนี้ แต่ว่ารถพยาบาลไม่สามารถวิ่งบนทางเดินนี้ได้อยู่แล้ว ผมจึงถามเขาว่า ภรรยาของเขาโอเคหรือเปล่า เธอยังเดินไหวไหม

    คนเป็นสามียังคงร้องไห้ไม่หยุด แต่เขาก็สามารถบอกเราได้ว่า ภรรยาของเธอไม่ใช่คนที่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกเราหรอก ผมเดินไปหาฝ่ายผู้หญิง โดยปล่อยให้เพื่อนร่วมงานของผมปลอบใจผู้ชายคนนั้นไปพลาง ผมถามเธอว่า เกิดอะไรขึ้น เธอตกใจและตัวสั่น ในมือเธอถืออะไรบางอย่างไว้ ผมก้มตัวลงเพื่อมองดูให้ถนัด ตัวเธอเปื้อนเลือดเต็มไปหมดและเมื่อผมเห็นเป้อุ้มเด็กบนตัวด้านหน้าของตัวเธอ หัวใจผมก็หล่นวูบ ผมเอ่ยถามเธออีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วค่อยๆ ยกแขนเธอออกเพื่อมองให้ชัดว่าเธอกำลังอุ้มอะไรไว้ สิ่งนั้นคือ ทารก .. ศพเด็กทารก

    หัวของทารกน้อยยุบเข้าไปด้านหนึ่ง และทั้งตัวก็เต็มไปด้วยรอยแผลถลอก ถึงในตอนนั้นผมจะเคยเห็นศพมาก่อนแล้ว แต่ในเหตุการณ์นั้นทำเอาผมใจเสียไม่น้อย ผมต้องใช้เวลาครู่นึงในการรวบรวมสติ ลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่ง แจ้งเขาว่าเป็นศพเด็กทารก เขาเหมือนจะตบไหล่ผมเบาๆ เพื่อปลอบใจ และบอกว่าเดี๋ยวเขาจัดการเอง

    เราต้องใช้เวลากว่าชั่วโมง กว่าผู้เป็นแม่จะยอมให้เราดูศพลูกของเธอชัดๆ ทุกครั้งที่เราพยายามจะอุ้มศพเด็กออกจากตัวเธอ เธอจะสะบัดตัวหนี และบอกเราว่า "ไม่ให้" และบอกว่าลูกของเธอไม่เป็นอะไรหรอก ปล่อยเขาไว้กับเธอนั่นแหละ เดี๋ยวเธอจะช่วยลูกเธอเอง แต่ในที่สุดเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ยาวนานของเราคนหนึ่งก็เกลี้ยกล่อมให้เธอมอบศพลูกของเธอให้พวกเราได้สำเร็จ เราพาร่างเด็กน้อยไปยังโซนที่มีแพทย์ประจำการ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่แพทย์ฉุกเฉินของเราเห็นร่างดังกล่าวว ก็แจ้งเราว่าไม่มีหวังที่จะช่วยชีวิตเด็กคนนี้แล้วล่ะ เด็กน้อยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเนื่องจากศีรษะถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก 

    ผมบังเอิญเป็นเพื่อนกับพยาบาลคนหนึ่งที่รับเคสนี้ต่อที่โรงพยาบาล เธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผมฟังว่า สามีภรรยาคู่นี้กำลังเดินเล่นอยู่โดยที่ฝ่ายภรรยาอุ้มเด็กไว้ในเป้แนบตัวเธอ แต่เด็กน้อยร้องไห้โยเย ฝ่ายพ่อจึงเปลี่ยนมาเป็นคนอุ้มแทน แล้วหยุดยืนดูห้วยน้ำข้างล่างตรงสุดขอบทางเดินนั้น คุณแม่เด็กน้อยเดินขึ้นมายืนข้างเขา แต่เธอเหยียบพลาดลงบนดินร่วนๆ และสะดุดล้มไปยังคนพ่อ ซึ่งทำเด็กน้อยหลุดมือจากความสูงประมาณ 20 ฟุต ลงไปกระแทกหินด้านล่าง คนเป็นพ่อพยายามไต่ลงไปเพื่อช่วยเหลือลูกของเขา แต่เขาก็พลาดลื่นหล่นลงไปทับตัวเด็กทารกน้อยพอดี เด็กน้อยเสียชีวิตแล้วเมื่อเขาไปถึงตัวเด็ก และบอกอีกว่าเด็กที่เสียชีวิตมีอายุแค่เพียง 15 เดือนเท่านั้น 

    มันเป็นอุบัติเหตุที่ประหลาด เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกันที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เคสนี้อาจจะเป็นเคสที่สะเทือนใจที่สุดที่ผมเคยเจอเลยก็ได้



    -----------------------------------------


  • ผมไม่ค่อยเจอเคสคนถูกสัตว์กัดในระหว่างที่ทำงานมากเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะว่าแถวนี้ไม่ค่อยมีสัตว์อาศัยอยู่มากนัก ถึงจะมีหมีอาศัยยอยู่บ้าง แต่พวกมันก็พยายามอยู่ห่างจากมนุษย์ เพราะฉะนั้นการเจอหมีเดินไปมาจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สัตว์ส่วนมากที่คุณจะได้เห็นก็เป็นที่ตัวเล็กๆ เช่น หมาป่าไคโยตี แรคคูน หรือสกั๊งค์ แต่ที่คุณจะได้เห็นบ่อยๆ เลยก็คือ กวางมูส แล้วผมจะบอกคุณให้เลยนะว่า กวางมูสนี่มันโคตรตัวร้ายเลย มันวิ่งไล่ได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วถ้าคุณดันไปอยู่ระหว่างกวางมูสตัวเมียกับลูกของมันล่ะก็นะ ขอให้พระเจ้าช่วยคุ้มครองคุณเถอะครับ 

    วันหนึ่งผมได้รับโทรศัพท์ที่ตลกมากจากชายคนหนึ่งที่ถูกกวางมูสตัวใหญ่วิ่งไล่ต้อนจนหนีขึ้นไปอยู่บนยอดไม้ ต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงเลยกว่าจะช่วยเขาลงมาได้ พอเขาลงมาพื้นราบได้ เขาก็มองผมและพูดว่า "ให้ตายเถอะ ตัวมันโคตรใหญ่เลยพอเข้ามาใกล้" ผมว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัวเหมือนเรื่องอื่นที่ผมเล่า แต่พวกเราก็ยังขำทุกทีที่คิดถึง



    (โปรติดตามตอนต่อไป)
    -----------------------------------------

    ที่มา : https://creepypastatoo.fandom.com/wiki/Search_and_Rescue_Woods
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in