เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Boy's love storyขอบฟ้าสีจาง
พยายามแค่ไหนจะได้ (ใจ) เธอ EP 07
  • รอคอย...

     

    หลังจากที่ผมสารภาพความในใจให้พี่ภูได้รับรู้แล้ว  ผมคิดว่าผมตัดสินใจไม่ผิด  แม้พี่ภูจะไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธความรู้สึกที่ผมมีให้  และจากท่าทีของพี่ภูแล้วผมว่าก็พอจะมีหวังนะ  พี่มันดูโอเค  ไม่ทำตัวห่างเหินออกไป  ผมยังคงทำข้าวกล่องมาให้พี่มัน  ยังไปเจอกันที่ผับได้เหมือนเดิม  และที่สำคัญพี่มันชวนผมไปไหนด้วยบ่อยๆ  บางทีก็ชวนไปดูหนัง  บางทีก็ชวนไปซื้อของ  ซึ่งผมว่าพี่มันเริ่มเปิดทางให้ผมจีบพี่มันมากขึ้น  เพราะเอาตรงๆผมเองก็ไม่กล้าชวนพี่ภูไปไหนด้วยหรอกครับ  ไม่อยากจะให้พี่มันรู้สึกอึดอัดที่ผมจะรุกพี่มันจนเกินไป  แต่เมื่อพี่ภูเป็นคนชวนผมเองก็คงแปลว่าพี่มันโอเคที่จะไปไหนกับผม อย่างวันนี้พี่มันชวนผมไปเดินห้างหลังเลิกเรียนครับ

    "พี่ภูจะซื้ออะไรหรอครับ"  ผมถามขึ้นขณะที่กำลังจะเดินเข้าห้างกัน  เห็นพี่มันบอกจะมาซื้อของที่ห้าง เลยชวนผมมาเป็นเพื่อน

    "ของขวัญวันเกิดเพื่อนน่ะ  พี่ไม่รู้จะซื้ออะไร เลยอยากให้ปันช่วยเลือกให้หน่อย"

    "แล้วเพื่อนพี่นี่ผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะฮะ  สนิทกันมากมั๊ย  แล้วเค้าชอบอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า"  ผมถามเป็นชุดเพื่อเอามาเป็นข้อมูลในการเลือกของขวัญ  แต่ก็อดสงสัยไม่ได้พี่ภูไว้ใจรสนิยมของผมมากแค่ไหนนะ ถึงให้มาเลือกของขวัญด้วย  เฮอะๆ

    "ผู้หญิงน่ะ สนิทกันระดับนึง ส่วนชอบอะไรเป็นพิเศษมั๊ยนี่  พี่ก็ไม่รู้แฮะ  อาจจะน้ำหอม  กระเป๋า  หรือรองเท้าล่ะมั้ง  แต่ของพวกนั้นพี่ว่าเค้าน่าจะมีเยอะแล้ว  ปันว่าถ้าเป็นพวกจี้สร้อยคอจะดีมั๊ย"

    "เค้าเป็นแค่เพื่อนจริงๆใช่มั๊ยครับ"ผมเอ่ยถามเสียงเบา ขาก็หยุดเดินไปด้วย มีเพื่อนที่ไหนเค้าซื้อสร้อยให้กันบ้างล่ะ หรือจะเป็นคนที่พี่มันกำลังคั่วนะ แต่พี่ภูคงไม่ใจร้ายขนาดจะให้ผมมาเลือกให้หรอกใช่มั๊ย  ก็รู้ทั้งรู้ว่าผมชอบ  แล้วยังมาให้ทำเรื่องแบบนี้  แม้เราจะยังไม่ได้เป็นอะไรกันแต่แบบนี้ดูจะทำร้ายใจผมไปซักหน่อย

    "เพื่อนสิครับ แต่ถ้าปันลำบากใจไว้พี่มาซื้อเองก็ได้นะ"

    พี่ภูพูดก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ผม  แล้วก้มลงมาสบสายตาคล้ายจะเอ่ยคำขอโทษผ่านแววตาคมคู่นั้น  ฮือออออออออ แล้วปันจะไปไหนรอดล่ะครับ ปันแพ้ แพ้จริงๆ

    "ปันไม่ได้ลำบากใจครับแค่เอ่อออ ถามเผื่อไว้เฉยๆ"  ผมตอบกลับด้วยเสียงที่เบาลงไปกว่าเดิม  ไม่ได้อยากจะเป็นคนงี่เง่าในสายตาพี่มัน  แต่บังคับตัวเองไม่ได้จริงๆ  ทั้งที่คอยย้ำกับตัวเองว่ายังไม่มีสิทธิ์  แม้ความสัมพันธ์ของเราเหมือนจะคืบหน้าแต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ  ผมก็ยิ่งต้องบอกตัวเองให้รู้ว่ายังไม่สามารถแสดงความเป็นเจ้าของพี่มันได้

    "งั้นเรื่องของขวัญเอาไว้ก่อน  เราไปหาข้าวกินดีกว่าพี่เริ่มหิวแล้วล่ะ"

    "เลือกของขวัญก่อนดีกว่าครับ  เอาเป็นผ้าพันคอดีมั๊ยครับ" ผมเสนอความตัวเลือกไปให้พี่มันพิจารณา เห็นพี่มันทำท่าครุ่นคิสสักแปบ แล้วก็ตอบตกลงกลับมา

    "ก็ดีนะ สรุปเอาผ้าพันคอแล้วกันเนอะ"  เมืองไทยร้อนขนาดนี้  คนได้คงไม่ค่อยหยิบมาใช้เท่าไหร่  จะได้ไม่ต้องคิดถึงพี่ภูของผมมากนัก  เป็นไงละแผนนี้ เวิร์คมั๊ยครับ หึหึ

    หลังจากที่พี่ภูได้ของขวัญสำหรับเพื่อนแล้ว เราทั้งคู่จึงพากันเดินไปยังร้านอาหาร เพราะพี่ภูบอกว่าจะเลี้ยงตอบแทนที่ผมมาเป็นเพื่อน แต่ก่อนที่เราจะเดินไปนั่งที่โต๊ะ  ก็มีเสียงเรียกชื่อพี่ภูดังขึ้นมา

    "ภูคะมาทานข้าวที่นี่ด้วยหรอคะ บังเอิญจังเลย"  เจ้าของเสียงไม่พูดเปล่า  แต่ยังเดินเข้ามาควงแขนกับร่างสูงอย่างสนิทสนม  คนนี้ไม่เคยเห็นพี่ภูเดินควงแฮะ  แต่ดูท่าจะสนิทกันเกินเพื่อน  ก็เห็นเอาหน้าอกภูเขาไฟเบียดแขนพี่ภูซะขนาดนั้น

    "อ้าว เบส มาทานข้าวเหมือนกันเหรอครับ"

    มาร้านข้าวก็ต้องกินข้าวสิอิพี่ภู  เหอะ  ปากทำเป็นถาม  แต่ตากลับมองหน่ม หน๊มของยัยนั้น ปันยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้นะเว้ยยยยยย

    "ใช่ค่ะแต่เพื่อนเบสกลับไปแล้ว เบสเลยต้องมากินข้าวคนเดียว ถ้าภูไม่รังเกียจเบสขอนั่งด้วยได้มั๊ยคะ"

    "ได้สิครับใครจะกล้าปล่อยให้สาวสวยนั่งกินข้าวคนเดียวได้ล่ะ" ต่อหน้าต่อตาเล้ยยยยยอิพี่ภู นิ่งไว้ปัน นิ่งไว้ พี่มันคงตอบตามมารยาทผมพยายามสะกดจิตตัวเองไว้ตอนที่ทั้งสองคนกำลังฉอเลาะกันอยู่

    "แล้วนี่ภูมากับใครคะ"  ยัยหน้าอกแตงโมถามก่อนปลายตามองเห็นผมแค่แว๊บเดียวอย่างไม่ใส่ใจนัก

    "ผมมากับรุ่นน้องน่ะ  นี่ปัน อยู่ถาปัตย์ ปี 1 ส่วนปันนี่เพื่อนพี่ชื่อเบส"  พี่ภูเริ่มแนะนำให้รู้จักกันตอนที่เราทั้งสามมานั่งที่โต๊ะและสั่งอาหารจนเรียบร้อยแล้ว

    "ไม่รู้เลยนะคะว่าภูจะรู้จักกับรุ่นน้องแบบ....นี้ด้วย"


    "แบบนี้มันแบบไหนหรอครับ"  ไม่ได้อยากเสียมารยาทครับ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ แบบนี้มันแบบไหนวะแต่จากน้ำเสียงคงไม่ใช่แบบที่ดีแน่ๆอะ

    "ก็เนิร์ดๆแบบน้องไงล่ะคะ แต่พี่ไม่ได้หมายความในเชิงไม่ดีนะ แค่แบบว่าดูไม่น่าจะรู้จักกันได้น่ะค่ะ"  หึหึ แต่จากน้ำเสียงและสายตาเจ๊อ่ะ โคตรสื่อไปในทางไม่ดีมากเลยล่ะ

    "พอดีปันเป็นรุ่นน้องเพื่อนผมอีกทีน่ะ  เลยได้รู้จักกัน"

    "ดูสนิทกันดีนะคะ  ถึงมากินข้าวด้วยกันสองคน ไว้วันหลังเบสชวนภูมากินข้าวด้วยกันสองคนบ้างได้มั๊ย" เหอะ  อ่อยแบบไม่เนียนเลยนะเจ๊  ผมทำเป็นไม่สนใจ  ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถเล่นระหว่างรออาหาร มีข้อความจากธารส่งมาถามในไลน์ว่าผมไปไหน เคาะที่ห้องแล้วไม่เห็นตอบ  พอผมบอกว่ากำลังกินข้าวอยู่กับพี่ภู  มันก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา  สงสัยจะงอนที่ผมไม่ได้บอกไว้ก่อน เพราะส่วนใหญ่แล้วธารมักจะมากินข้าวเย็นกับผมที่ห้อง  ส่วนอีกสองตัวมันมักจะหายหัวไปเต๊าะสาว  ไม่ก็ไปอยู่ตามสนามกีฬา พวกมันชอบเล่นบาส  ส่วนธารจะอยู่กับผมมากกว่า  แต่วันนี้ผมรีบจนลืมว่าต้องบอกมันไว้ว่าไม่ต้องรอกินข้าว  สงสัยคงต้องซื้อขนมไปง้อแล้ว  ช่วงนี้ดูมันจะงอนที่ผมออกมากับพี่ภูบ่อยๆ  แต่ก็ง้อง่ายครับ แค่เกาะแขนแล้วเอาหัวถูๆมันก็ยิ้มแล้วครับ  แม้ไอ้แอซจะชอบแซวบ่อยๆว่าเหมือนเมียง้อผัว  แต่ผมว่าเหมือนอ้อนป๊ะป๋ามากกว่า

    รอไม่นานอาหารก็มาเต็มโต๊ะ ผมได้แต่กินไปเงียบๆปล่อยให้คนตรงข้ามคุยกะเจ๊อกโตไปเรื่อยๆ  เริ่มรู้สึกเหมือนไม่มีตัวตนยังไงยังงั้น  คุยเหมือนมากันแค่สองคน  แม้พี่ภูจะหันมายิ้มให้ผมบ้างก็เถอะ  และแล้วเวลาแห่งความน่าเบื่อสำหรับผมก็จบลง  เมื่อเราทั้งสามจัดการอาหารจนหมดจะได้แยกจากเจ๊นี่ซะที

    "ภูจะกลับเลยรึเปล่าคะ"

    "ว่าจะกลับเลยน่ะ แล้วนี่เบสกลับยังไงครับ"

    "เบสคงต้องนั่งแท๊กซี่กลับคอนโดคนเดียว  เพราะเบสมากับเพื่อนน่ะค่ะ แต่เพื่อนเบสมีธุระเลยกลับไปก่อน"

    "งั้นให้ผมไปส่งมั๊ย  กลับแท๊กซี่มืดๆแบบนี้คงไม่ปลอดภัยเท่าไหร่" ชิส์ จนได้นะพี่ภูเป็นสุภาพบุรุษไม่รู้จักเวล่ำเวลา ปันละเซ็งจริงเว้ยยยยย

    "จะดีเหรอคะคอนโดเบสอยู่คนละทางกับภูเลยนะ แล้วภูต้องไปส่งน้องเค้าด้วยรึเปล่า  เบสเกรงใจจังเลยค่ะ กลัวน้องเค้าจะถึงห้องดึก" น้ำเสียงคล้ายจะเกรงใจแต่ผมดูออกครับว่ายัยเจ๊ต้องอยากให้พี่ภูไปส่งแน่ๆ

    "งั้นปันกลับเองได้มั๊ยพี่ไม่อยากให้เบสนั่งแท๊กซี่กลับคนเดียวน่ะ  ปันเข้าใจนะ"  พี่ภูมันหันมาพูดกับผมครับ  จะบอกไปว่าไม่เข้าใจก็คงดูไม่ดีในสายตาพี่มัน  จะงี่เง่าแค่เพราะพี่มันไปส่งผู้หญิงที่ต้องนั่งแท๊กซี่กลับบ้านคนเดียวก็ไม่ได้  ต้องก้มหน้ายอมรับ  แล้วบอกกับพี่มันว่ากลับเองได้สบายมาก  แม้จะน้อยใจอยู่ลึกๆ  ที่พี่มันเลือกคนอื่นแล้วทิ้งผมไว้ก็ตาม  เฉาสิครับงานนี้  ตอนมาผมนี่แถมจะเดินไม่ติดพื้นเพราะดีใจที่พี่ภูเป็นคนชวนออกมา  มีความสุขได้แค่แปบเดียวก็มีมารผจญซะละ

    "กลับดีๆนะปัน  ถึงห้องแล้วไลน์หาพี่ด้วย"

    "โอเคครับ  พี่ภูก็ขับรถกลับดีๆนะครับ บายครับ"


    _____________________________________________________________________________________________________



    "ก๊อกๆๆ"

    พอกลับมาถึงหอผมก็รีบไปเคาะห้องธารทันที ยืนรอไม่นานเจ้าของห้องก็เปิดประตูให้ แล้วมันก็เดินกลับไปนั่งหน้าโซฟาครับ ชิ หัวก็ไม่ล้านนะธาร ทำไมมึงขี้งอนจังฟะ ได้แต่คิดในใจครับไม่กล้าถามออกไป กลัวมันจะงอนยิ่งกว่าเดิม

    "ธารๆ กินข้าวรึยัง เราซื้อขนมมาฝากเยอะเลยนะ"

    "กินแล้ว"

    "แล้วนี่ดูไรอยู่เหรอ"

    "ดูหนัง"

    "กินหนมเลยมั๊ย เดี๋ยวเราแกะให้"

    "ไม่ดีกว่า อิ่มอยู่"

    ถามคำตอบคำแบบนี้ ต้องใช้ไม้ตายครับ ผมไปนั่งข้างๆมันก่อนจะเกาะแขนพร้อมเอาหัวถูไถไปด้วย

     "งื้อออออ ธาร เราขอโทษ พี่ภูมันชวนออกไปกะทันหันอ่ะ เรารีบออกไปเลยลืมบอกก่อนว่าวันนี้จะไม่ได้กินข้าวด้วย"

     นอกจากท่าเกาะแขนด้วยต้องทำเสียงสองด้วย เพราะสามารถเพิ่มเปอร์เซ็นต์โจมตีได้อีก 150 % ไม่รอดแน่นอนครับ จับเวลาได้เลย

        ห้า

         สี่

         สาม

         สอง

         หนึ่ง

    "ไม่ได้โกรธ แค่อยากกินข้าวฟรีเฉยๆหรอกน่า แล้ววันหลังจะไปไหนก็บอกหน่อย เราจะได้ไม่ต้องคอย"

    "โอเคค้าบบบบ รับทราบครับพ๊มมม"

    ผมรับคำแล้วยกมือขึ้นมาตะเบ๊ะแบบที่คิดว่าน่ารักที่สุดให้มัน นั้นๆ ผมเห็นว่ามันแอบยิ้มแล้ว แต่ยังเก๊กขรึมตามสไตล์

    "แล้วไอ้กันต์กับไอ้แอซละ "

    ผมถามขณะที่แกะขนมที่ซื้อมาฝากธารมานั่งกินเอง (??)

    "เล่นเกมส์กันอยู่น่ะ ไปแจมมั๊ยละ"

    "เอาสิๆ คันไม้คันมือมาหลายวัน แล้วมันเล่นเกมส์ไรกันอยู่อ่ะ"

    "dead by daylight"

    "ง่ะ ไม่เอาอ่ะ เล่นทีไรตายคนแรกทุกทีเลย"

    เกมส์อื่นสู้ไม่ถอย แต่ไอ้เกมส์นี้ ผมไม่ไหวจริงๆครับ มันลนทุกทีที่ได้ยินเสียงฆาตกรมาใกล้ๆ สุดท้ายก็โดนฆาตกรจับได้ทุกครั้งเลย

    "งั้นดูหนังมั๊ยล่ะ เราเพิ่งไปซื้อหนังใหม่หลายเรื่องมา ว่าจะดูคืนนี้ ไงพรุ่งนี้ก็วันเสาร์อยู่แล้ว ตื่นสายได้"

    "โอเค งั้นเราไปอาบน้ำที่ห้องแปบนะ เดี๋ยวมา"

    ผมใช้เวลาอาบน้ำไม่นาน ก็หอบหมอนหอบผ้าห่มไปที่ห้องธารครับ ผมไปนอนที่ห้องมันบ่อยๆ พอๆกับที่มันก็มานอนที่ห้องผมบ่อยเหมือนกัน บางทีก็ไปห้องไอ้กันต์บ้างหรือไอ้เอซ แล้วแต่กิจกรรมที่เราทำครับ ถ้าดูหนังก็ไปห้องธาร ถ้าเล่นเกมส์ก็ห้องไปแอซหรือกันต์ แต่ถ้าพวกมันอยากจะกินข้าวก็มาที่ห้องผม เพราะพวกมันบอกว่าผมทำอะไรก็อร่อย เพราะงั้นเลยชอบให้ผมทำให้กินบ่อยๆ 

    "เอาแต่มองโทรศัพท์แบบนั้นจะดูหนังรู้เรื่องเหรอ"

    ผมละสายตาจากโปรแกรมแชทที่เปิดค้างไว้ เแล้วหันไปมองคนถามที่มองมาด้วยสายตาสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามอีกรอบ

    "รอใครตอบแชทอยู่รึไง"

    "รอพี่ภูตอบนะ ส่งไปตั้งนานแล้วไม่รู้ป่านนี้ทำอะไรอยู่"

    "เค้าอาจจะทำธุระอยู่รึเปล่า"

    ธารปลอบใจผมก่อนจะหันกลับไปสนใจหนังต่อ ธุระกับเจ๊อกโตนั้นสินะ ผมรอให้พี่ภูตอบมาจะเป็นชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าคนที่คิดถึงอยู่จะเปิดอ่านเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่เป็นคนบอกให้ผมไลน์ไปแท้ๆ ไม่รู้ว่าไปส่งกันถึงไหนต่อไหน ยิ่งคิดยิ่งเสียอารมณ์จนผมไม่มีสมาธิจะดูหนัง เพราะมัวแต่จ้องหน้าจอรอให้พี่มันตอบกลับมา สุดท้ายคืนนั้นผมก็เผลอหลับไปขณะมือยังกำโทรศัพท์ไว้ พอตื่นก็รีบเข้าไปดูไลน์หวังว่าพี่มันจะตอบกลับมา แค่สติ้กเกอร์ก็ยังดี แต่ข้อความที่ผมส่งไปก็ยังไม่ได้ถูกเปิดอ่านเหมือนเดิม ผมว่าพี่ภูคงอยู่ส่งเจ๊อกโตจนไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้วแน่ๆ ดาวลูกไก่น้อยอย่างผมคงได้แค่ทำใจยอมรับ ว่าหน้าอกแบนๆ จะไปสู้หน้าอกโตๆได้อย่างไง เฮ้ออออออ ปันกลุ้มมมมมมมมม



    PS.1 เกมส์ dead by daylight เป็นเกมส์ออนไลน์แนวสยองขวัญที่ต้องเอาชีวิตรอดจากฆาตกร โดยจะมี
            ผู้เล่น 1 คนเป็นผู้ล่าและอีก 4 คนเป็นผู้ถูกล่า เราชอบดู Heart Rocker เล่น เราหลงใหลเสียงกรีด
            ร้องของคุณเอกและโบ๊ะบ๊ะแฟมิลี่   555555
    PS.2 ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ชอบไม่ชอบตรงไหนเม้นบอกกันได้น้า 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in