2AM Book Club: รีวิวหนังสือตามอารมณ์memiann
ZOO | พิศวงที่สุดคือจิตใจมนุษย์
  • Otsuichi (โอตสึ อิจิ) คือผู้เชี่ยวชาญในการถ่ายทอดเรื่องลึกลับ พิศวง งงงวย น่ากลัว แฟนตาซี ขนลุกแบบแปลกๆ ที่เราชอบตั้งแต่มัธยม 

    เท่าที่จำความได้ ทุกครั้งที่อ่านหนังสือของเขา จะมีเรื่องให้สตั้น แล้วก็รู้สึกหลอนประหลาดๆ แบบที่ทำให้ไม่กล้าเข้านอนดึก หรือยื่นแขนขาออกไปนอกเตียงทั้งที่บางเรื่องที่อ่านก็ไม่ได้มีผีสางวิญญาณอะไร (แต่เอ๊ะ อาจเป็นเพราะเราขวัญอ่อนไปเอง....) 

    เราตามหาหนังสือของโอตสึ อิจิ มาสักพัก เพราะว่าทุกเล่มที่เคยมีกลายเป็นอาหารปลวกไปหมดเลย :( นี่คือหนึ่งในเล่มที่หาเจอเมื่องานหนังสือที่ผ่านมา 

    - - - - - - - - - -

    Zoo เป็นหนังสือรวม 10 เรื่องสั้นลึกลับ บอกไว้ก่อนว่าถ้าอยากอ่านแบบได้อรรถรสของความไม่คาดฝันอย่างเต็มที่ เราแนะนำให้อ่านไปเลยโดยไม่ต้องรู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น และอย่าพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับมันก่อนจะดีกว่า เพราะอาจจะทำให้ความน่าติดตามลดลง 

    แต่ยังไงก็เถอะ ถ้าอยากรู้คร่าวๆว่ามันเป็นยังไง นี่คือเรื่องย่อของแต่ละอัน (ซึ่งยากมากที่จะเล่าแบบไม่ให้กระทบเนื้อหาสำคัญ T_T)... สัญญาจะเขียนแบบไม่มี spoil นะ

    1. คาซาริกับโยโกะ - สองฝาแฝดที่ภายนอกเหมือนกันจนแยกไม่ออก แต่กลับมีออร่านิสัยที่แตกต่างกันชัดเจน ยังไงก็เหอะลึกๆก็ยังเป็นแฝดกันถึงขนาดที่เป่ายิ้งฉุบเหมือนกันตั้งสามสิบครั้งแหน่ะ
    2. ไปตามหาเลือดมา! - เมื่ออยู่ดีๆคุณตาคนนึงก็ตื่นมามีเลือดท่วมตัว แต่ดันไม่รู้ว่าเลือดออกมาจากตรงไหน?!
    3. บทกวีแห่งมุมอุ่นแดด - หุ่นยนต์สาวที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมา ค่อยๆเรียนรู้ความรักในโลก ธรรมชาติ และความเจ็บปวด
    4. SO-far โซฟา - จะทำยังไงถ้าหากตัวเรากลายเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโลกของพ่อและแม่เข้าไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะเวลาที่นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาตัวโปรด
    5. บ้านขาวในป่าเย็น - เด็กหนุ่มผู้บอบช้ำตัดสินใจสร้างบ้านจากร่างไร้วิญญาณของมนุษย์!
    6. Closet - หญิงสาวเผลอพลั้งมือฆ่าน้องสามี และจำเป็นต้องซ่อนศพไว้ในตู้เสื้อผ้า พร้อมปิดบังคนทั้งบ้านเรื่องการหายตัวไปของคนที่เธอเพิ่งฆ่า
    7. วาจาศักดิ์สิทธิ์ - เด็กชายผู้มีพลังแห่งคำพูดที่สามารถทำให้ทุกอย่างกลายเป็นจริงได้แค่เพียงเอ่ยปากเท่านั้น 
    8. Zoo - ในทุกๆวัน จะมีรูปถ่ายร่างไร้วิญญาณของแฟนสาวถูกวางทิ้งไว้ในตู้ไปรษณีย์ของเขา เขาจึงตัดสินใจออกหาความจริงว่าใครกันแน่ที่ส่งรูปพวกนี้มา แล้วใครกันที่ฆ่าแฟนของเขา?
    9. Seven Rooms - พี่สาวและน้องชายคู่หนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองถูกขังอยู่ในห้องที่มีเพียงท่อน้ำไหลผ่านตรงกลาง
    10. ในเครื่องบินที่กำลังจะตก - บทสนทนาเรื่อยเปื่อยระหว่างหญิงสาวและหนุ่มเซลล์แมน บนเครื่องบินที่เพิ่งโดนจี้ให้ขับชนตึก
  • ในความคิดของเรา เรื่องสั้นในหนังสือเล่มนี้ เล่าถึงมุมมองต่างๆของจิตใจมนุษย์ได้อย่างดีมากๆ แต่ละเรื่องก็มีจังหวะที่แตกต่างกันออกไป ในขณะที่ก็ยังมีโทนของความคาดไม่ถึง, มืดมน และ twisted ตลอดทั้งเล่ม เป็นหนังสือที่แสดงให้เห็นถึงความคาดเดาไม่ได้ของคน ทั้งน่ากลัว สับสน อบอุ่น และเย็นเฉียบ 

    ด้วยความที่เราเป็นคนสนใจ+อยากรู้อยากอ่านเรื่องแบบนี้ แต่ปอดแหก..  เราเลยต้องค่อยๆอ่านหนังสือเล่มนี้ช้าๆ วันละเรื่องสองเรื่อง เราไม่สามารถอ่านจบในรวดเดียวได้เพราะความดาร์กของมัน ถึงแม้ว่าบางเรื่องจะหนัก บางเรื่องจะเบา ผสมๆกันไปก็เถอะ มันก็ยังหม่นเกินไปที่เราจะรับได้อยู่ดี เพราะอ่านแล้วมันเกิดความกลัวที่ไม่รู้มาจากไหน คงเป็นเพราะมันเป็นเรื่องของมนุษย์ที่มีความเป็นไปได้ การตัดสินใจแบบนี้มันเกิดขึ้นได้จริงในโลกของเรา เลยทำให้ผวาไปเลย อีกอย่างคือ อ่านแล้วรู้สึกว่าชีวิตเรานี่มันโลกสวยสดใสจริงๆเน้อออ...

    สิ่งที่ส่งเสริมความเย็นเฉียบให้หนังสือเล่มนี้ คงจะเป็นสไตล์การเขียนและการพรรณานี่แหละ ขนาดแปลมายังขนาดนี้ ถ้าเป็นต้นฉบับจะขนาดไหน ในส่วนเรื่องการแปล อาจจะมีบางตรงที่เรางงๆ ต้องอ่านซ้ำไปซ้ำมาบ้าง แล้วก็เล่มที่เราซื้อมาคือ พิมพ์ครั้งที่สอง มีการสะกดคำผิดๆกระจายอยู่บ้างนิดหน่อยด้วย

    เพราะว่ามันเป็นเรื่องสั้น บวกกับความที่เราอาจจะเคยชินกับงานเขียนของคุณโอตสึ อิจิ อยู่ประมาณนึง เลยมีบ้างบางตอนที่เราสามารถเดาได้เลย ว่ามันจะหักมุมไปทางไหน ในขณะเดียวกันบางเรื่องขนาดเดาถูกแล้วนะ ยังหักซ้ำอีกซะได้... (หักแล้วหักอีกจริงๆ) อีกอย่างคือ สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่อง บางอย่างก็ไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนหรอกว่ามาจากไหน เพราะอะไร ทำไมถึงเป็นงั้น เหมือนสร้างไว้ให้น่าสนใจแล้วทิ้งไว้ซะดื้อๆ ซึ่งก็เหมือนเป็นสไตล์ของคุณโอตสึ อิจิเขา มันก็เป็นเสน่ห์อย่างนึงที่ทุกอย่างไม่มีเหตุผลเสมอไป มันก็แค่เกิดขึ้น สำหรับบางคนอาจจะงง แล้วก็รำคาญบ้างที่หาคำอธิบายให้ทุกอย่างไม่ได้ สำหรับบางคนอาจจะชอบ แล้วมองมันเป็นจุดที่น่าสนใจ 

    ส่วนเรื่องรูปเล่ม บอกเลยว่าเราไม่ชอบแบบปกเอามากๆ อันนี้คงเป็นความเห็นส่วนตัวสุดๆ แต่เราอยากให้มันเป็นภาพ illustration อย่างที่หนังสือคุณโอตสึ อิจิ เล่มอื่นๆเคยเป็นมากกว่า หนังสือใช้ Zoo เป็นชื่อเล่ม แต่ปกเป็นผู้หญิงสองคน เหมือนมาจากเรื่องคาซาริกับโยโกะรึเปล่า อย่างน้อยก็น่าจะเอาให้ตรงกับชื่อเรื่อง หรือไม่ก็ตีความเป็นภาพรวมจากเรื่องสั้นทั้งหมดเลยดีกว่า 

    ปกฉบับญี่ปุ่น เราว่าสวยกว่ามาก
  • พาร์ทต่อจากนี้จะเป็นส่วนที่เรารีวิว (+แสดงความเห็น+บ่น) ทุกเรื่องสั้นในเล่ม แต่!! จะมีการเปิดเผยเนื้อหาแบบกระจุยกระจายเอามากๆ ถ้าไม่อยากรู้ ให้ข้ามไปอ่านหลังจากคำเตือน spoil จบเลยนะ เลื่อนลงไปยาวๆเลยเพราะส่วนนี้เขียนไว้เยอะมากๆ 

    **SPOILER ALERT รัวๆ**  
    **SPOILER ALERT รัวๆ**  
    **SPOILER ALERT รัวๆ**  



    คาซาริกับโยโกะ 
    เปิดเรื่องมาก็น่าสนใจเลย รู้สึกเสียววาบยังไงไม่รู้ ยัยคาซาริน่าหมั่นไส้มากกกกกกกก ถ้านี่เป็นโยโกะจะไม่ทนแน่ๆ ส่วนคุณแม่ก็ใจร้ายจนเกินคน ทำให้เกิดความสงสัยว่ามันจะมีจริงๆหรอ แม่ที่เกลียดลูกอีกคนขนาดนั้นทั้งๆที่เกิดมาหน้าเหมือนกัน เลี้ยงยังไงเหรอ ลูกสองคนถึงกลายเป็นแบบนี้  
    โยโกะหงออย่างไม่น่าเชื่อ ยอมถูกกระทำมาตลอด แต่ตอนท้ายกลับมีความกล้าทำในสิ่งที่น่าตกใจที่สุด เอาจริงๆเราแอบเข้าใจความรู้สึกของนางที่ถูก push ไปให้ตัดสินใจแบบนั้น ช็อคในการกระทำของแม่มากกว่า การเขียนของเรื่องทำให้เราถูกดึงให้มาเข้าข้างโยโกะ ทำให้รู้สึกเข้าใจและไม่โทษในการกระทำของนาง

    ไปตามหาเลือดมา!
    ตลกร้าย ชอบตรงที่แนะนำตัวละครแล้วมีวงเล็บอายุต่อท้าย เหมือนเวลาดูโคนันเลย อ่านไปก็ลุ้นแทนว่าสรุปลุงจะรอดไหมเนี่ย เลือดมันจะหายไปไหน(ว๊ะ?!) คือเหมือนจะหาเลือดเจอแล้วๆๆ แต่ก็ไม่ใช่สักที ส่วนคุณหมอนี่ก็น่าโมโหจริงๆ อยากจะไล่ออกแทน 
    อีกอย่างที่ปลื้มเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ มันเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน แล้วทำให้เรื่องการตายมันกลายเป็นความตึ่งโป๊ะ คาแร็คเตอร์คุณลุงที่ดำเนินเรื่องดีงาม ความขี้โมโห + arrogant เพิ่มสีสันให้เนื้อเรื่องมันไม่หนัก เรื่องนี้คือความหมายของคำว่าตลกร้ายเลยจริงๆ

    บทกวีแห่งมุมอุ่นแดด
    แค่อ่านชื่อเรื่องเราก็รู้สึกว่ามันจะเศร้าแล้ว ตอนผู้สร้างคนนั้นตายคือน้ำตาจะไหล T_T การพัฒนาของหุ่นยนต์สาวคือดีและเข้าใจได้จริงๆ (ทำให้นึกถึงหนังเรื่องนึงเลยที่หุ่นยนต์อยากเป็นคน...?) เราซาบซึ้งตามมากๆ
    ที่ยิ่งทำให้เรื่องมันกระแทกจิตใจเข้าไปอีก คือตอนท้ายที่ค่อยๆเปิดเผยว่าผู้สร้างก็ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นหุ่นยนต์เหมือนกัน มันทำให้เราค่อยๆย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น คำพูด และการ interact ของทั้งสอง แล้วมันยิ่งมีความหมาย + สะเทือนใจ

    SO-far โซฟา
    เป็นเรื่องที่เราชอบที่สุดในเล่ม อย่างแรกที่ชอบเลยคือการตั้งชื่อเรื่อง มันฉลาดมากกก มันมีหลายความหมายดีมาก ทั้ง So far ในเชิงของความสัมพันธ์ของพ่อแม่ที่ค่อยๆห่างกันแต่มีลูกคอยเชื่อมไว้ ทั้ง Sofa ที่ออกเสียงเหมือนกัน แต่คือโซฟาที่เป็นจุดเชื่อมหลักของเรื่องทั้งหมด ทั้งการทำ SO ให้เป็นอักษรตัวใหญ่ เพื่อจะสื่อว่ามันเป็นตัวย่อของคำว่า 'significant other' ที่อธิบายไว้ต้นเรื่อง แล้วมันก็เป็นแกนกลางของเรื่องทั้งหมด ดีงามจริงๆ ล้ำมาก เราปริ่มใจ
    อย่างที่สองที่ชอบคือ สิ่งที่มันสะท้อนออกมาจากเรื่องนี้ สุดท้ายแล้วลูกก็คือผลลัพท์การกระทำของพ่อและแม่ ตอนจบพอเปิดเผยแล้วทำให้สะเทือนใจแทนทุกคนในครอบครัว จากตอนแรกที่เราคิดมาตลอดทั้งเรื่อง ว่าลูกชายยังโชคดีที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งในโลกของพ่อและแม่ได้ กลายเป็นว่าลูกชายนั่นแหละที่เป็น victim เป็นผู้ถูกกระทำผู้โชคร้ายในเรื่องนี้ บาดแผลของลูกชายเกิดจากการกระทำและคำพูดของพ่อแม่แท้ๆเลย แล้วมันก็ย้อนทำให้คนเป็นพ่อแม่เจ็บตามไปด้วย
    อย่างที่สามที่ปลื้มมากเลย คือการเปรียบเทียบเรื่องมองไม่เห็น, วิญญาณ, การไม่ได้อยู่ในโลกของคนๆนึง มันมีความตรงตัว แต่ด้วยวิธีการเล่า มันทำให้มองเห็นเป็นอีกภาพนึง ที่ลึกซึ้งกว่าเดิมเมื่อทุกอย่างถูกเฉลยออกมาจนหมด ตอนที่ลูกชายตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ในโลกของแม่ เราทั้งกลัว ทั้งเหงา ทั้งโกรธแทนจริงๆ  
    มันเป็นเรื่องที่เหมือนจะเจือความแฟนตาซีด้วยวิธีการบอกเล่า โทนเรื่องเหมือนจะมานิ่มๆ ไม่หนักมาก 
    แต่สุดท้ายแล้วมันคือความจริงที่โหดร้ายและน่าสะเทือนใจสุดๆ กลายเป็นเรื่องที่มีน้ำหนักทางจิตใจมากเลยเมื่ออ่านจบ

    บ้านขาวในป่าเย็น
    อีกเรื่องนึงที่ตัวเอกถูกกดดัน ขมเหง แล้วยอมทนถึงระดับนึง จนมีความกล้าที่จะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อหาทางออก (เหมือนโยโกะในเรื่องแรก) ต่างกันตรงที่ว่าตัวเอกเรื่องนี้มีทางออกที่สุดขั้วและน่าขนลุกสุดๆ ปมที่ตัวเอกมีมันเป็นปัญหาทางจิตใจ ที่ไม่ใช่ความแค้น แต่เป็นความกลัวที่น่าจะเกิดจากปมในการถูกกระทำ ซึ่งเราแอบแปลกใจ เพราะถ้าเกิดเป็นเราในสถานการณ์นั้น หากจะเริ่มฆ่าใครจริงๆ คนแรกที่จะมุ่งไปหาคือคุณป้าที่ทำกับเราขนาดนั้น ไม่ใช่คนแปลกหน้า
    การฆ่าอย่างเลือดเย็นในเรื่องนี้ ทำให้เห็นภาพชัดเจน ไม่ได้เลือดสาด แต่มีความขนลุกมาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะช่วงที่สร้างบ้านเสร็จแล้ว ตอนที่บอกว่า ศพทุกศพเบิกตาและมองมาทางผม.. ศพผู้หญิงที่เป็นหนังปล่อยผมยาวห้อยลงมา ซ่อนใบหน้าของคนอื่นที่ซ้อนทับกันอยู่ด้านล่าง  บรึ๋ยยยย
    เราลุ้นแทนเด็กหญิงคนนั้นที่เสียสละแทนศพน้องชายมากว่าจะรอดไหม เราแอบหวังให้การเข้ามาของเด็กหญิง+ความ innocent ของนาง ช่วยเยียวยาจิตใจของตัวเอก แล้วมันก็ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงจริงๆ ถึงแม้เราจะใจสลายที่มันต้องแลกกับความตายของนางอีกคนก็เถอะ T_T พี้คมากคือตอนจบ เราใจสลายแทนจริงๆ

    Closet
    การดำเนินเรื่องฉลาด มีความหักมุมไปมา ซ้ำแล้วซ้ำอีก ชอบมากๆตอนฟุยุมิรู้ทันและพยายามจับโกหกมิกิ ส่วนมิกิก็ฉลาดจริงๆ แก้ตัว โกหกจนฟังขึ้นไปหมดเลย เราในฐานะคนอ่านนี่นึกไม่ถึงจริงๆว่านางจะอ้างและสวนทางฟุยุมิได้หมด แต่พอตอนท้ายๆเราเริ่มเดาได้ว่าอิจิโร่ต้องมีส่วนเกี่ยวด้วยแน่นอน  
    บอกตรงๆว่าเราไม่เข้าใจตอนจบของเรื่องนี้เลย แล้วศพริวจิไปไหน? อิจิโร่ไปอยู่ในตู้เสื้อผ้าได้ยังไง? ตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมถึงยอมรับว่าฆ่าริวจิเองล่ะ? ส่งจดหมายมาเพื่อ? คือเนื้อเรื่องมันมีช่องโหว่จริงๆแบบตั้งใจให้เราช็อคตามตัวละคร หรือว่ามันมีคำเฉลยแต่ว่าเราโง่กันแน่ก็ไม่รู้ 
    ถ้าใครเข้าใจหรือมีความเห็นกับเรื่องนี้ยังไง ช่วยบอกเราทีนะคะ Y_Y สงสัยมาก

    วาจาศักดิ์สิทธิ์
    มีศพเยอะๆเหมือนกับเรื่องบ้านขาวในป่าเย็น แต่เรื่องนี้ให้ความรู้สึกสะอิดสะเอียนมากกว่าหลายเท่า การตัดสินใจของตัวเอกในเรื่องนี้บ้าบอและทำให้เรากลัวในจิตใจของเขา เราคิดว่าช่วงหักมุมของเรื่องเป็นส่วนที่มีพลังมากๆ มันค่อยๆถูกบิ้วให้สงสัยเรื่อยๆเพื่อให้ตกตะลึงในตอนเฉลยเรื่องโต๊ะและเทป
    และตะลึงกว่าในบรรทัดสุดท้ายที่ตัวเอกโล่งใจ.. เพราะได้อยู่ลำพังจริงๆ คือจิตใจจะดาร์กไปถึงไหนนนน

    ZOO
    เรื่องนี้เล่นอยู่ในหัวเราเหมือนภาพหนังเลย เราเหมือนได้ยินเสียงดนตรีประกอบที่ intense ขึ้นเรื่อยๆ เป็นเสียงกลองที่ค่อยๆดังขึ้น รัวขึ้น บีบหัวใจยิ่งขึ้น และพี้คในตอนที่ตัวเอกขับรถออกมาจากกระท่อมที่ซ่อนศพเอาไว้ ป้ายสวนสัตว์ที่หายไป เหมือนเป็น closure ของเขา 
    ตัวเอกทำให้เราอยากยื่นมือไปลูบหัวแล้วปลอบในส่วนที่เขากำลังสับสน แต่ในขณะเดียวกันก็อยากตบหน้าแล้วบอกให้ตื่นเถอะ เห็นความจริงสักทีได้ไหม ไปพร้อมๆกัน  

    Seven Rooms
    ลุ้นให้พี่สาวรอดตลอดทั้งเรื่องเลย ส่วนตัวพอรู้อยู่แล้วว่ายังไงน้องชายก็รอด เนื้อเรื่องเหมือนค่อยๆหาส่วนของจิ๊กซอว์ สุดท้ายแอบเสียดายที่เราไม่มีทางรู้เลยว่าคนร้ายทำแบบนี้ไปทำไม จับเด็กมาทำไม หั่นศพแล้วได้อะไร ที่สำคัญที่สุดที่เราตั้งคำถามคือ เศษศพจำนวนมากที่ลอยออกไปทางท่อเนี่ย จะไม่มีใครเจอแล้วเดินย้อนกลับมาตามท่อจนหาสถานที่ขังเจอเลยหรอ? มันไม่ใช่น้อยๆนะ เห็นก็ชัดด้วย เราคิดว่านี่เป็นช่องโหว่ที่ใหญ่มากๆ ทำให้เรื่องไม่ค่อยมีเหตุมีผลเท่าที่ควร

    ในเครื่องบินที่กำลังจะตก
    เห็นด้วยกับคนจี้เครื่องบินมาก ว่าทำไมทั้งสองคนถึงนั่งคุยกันได้อย่างไม่รู้ทุกข์รู้ร้อนท่ามกลางสถานการณ์แบบนั้น ตอนแรกเราติดใจเรื่องกระป๋องที่กลิ้งไปกลิ้งมา แต่ก็สรุปได้ว่า เรื่องของคุณโอตสึ อิจิ ก็งี้แหละ บางครั้งมันก็ไม่มีเหตุผล ไม่มีคำตอบ และมันคือเสน่ห์ของการเขียนของเขา 
    เราชอบการหยั่งเชิงกันของหญิงสาวและเซลส์แมน เค้าตอบและถามคำถามที่คนอ่านมีอยู่ในใจ 
    อีกอย่างคือ เราชอบและดีใจที่เรื่องนี้ถูกวางไว้ท้ายสุด มันตอกย้ำกับเราอีกที ว่าการตัดสินใจของคนเรานี่มันทั้งน่ากลัวและน่ามหัศจรรย์ ยากจะหยั่งถึง ดีที่ตัวเอกของเรื่องเลือกที่จะเอนเอียงกระตัดสินใจไปในทางที่ดี ทำให้เราไม่รู้สึกแย่ขนาดนั้นตอนปิดหนังสือเล่มนี้ลง



    **SPOILER ENDS**  
    **SPOILER ENDS**  
    **SPOILER ENDS**  

  • สรุปแล้วววว.... ?
    สมเป็นงานของคุณโอตสึ อิจิ ไม่ทำให้ผิดหวัง มีความฉลาดในการดำเนินเรื่อง มู้ดและจังหวะของแต่ละเรื่องที่แตกต่างกัน แต่ยังคงโทนเดียวกันทั้งเล่มทำให้เรื่องสั้นทุกเรื่องมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง พออ่านจบแล้วทำให้เข้าใจว่า สิ่งที่น่ากลัวว่าวิญญาณผีสาง (จากใจคนกลัวผี...) คือก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์ ความคาดเดาไม่ได้, การตัดสินใจ, การกระทำที่ยากจะหยั่งถึง รวมถึงความรู้สึกต่างๆ 
    ถ้าอยากอ่านอะไรที่ทำให้เราหันกลับมามองชีวิตเรา แล้วรู้สึกว่า อื้มมม ชีวิตเรามันสดใสฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวดีจัง ก็แนะนำให้อ่านเล่มนี้เลย
    สำหรับ Rate ให้คะแนน (อันแสนมั่วของเรา) ขอให้เรื่องนี้
    • เนื้อเรื่อง - ในฐานะแฟนหนังสือคุณโอตสึ อิจิ ให้ 3.9/5 (โดนหักคะแนนจากช่องโหว่บางช่วง)
    • เนื้อเรื่อง - สำหรับบุคคลใสๆ 1/5 เลยค่ะ อย่าอ่านเลย เดี๋ยวช็อค
    • ความหักมุม - 3.8 / 5
    • ข้อคิดที่ได้ - 4.5 / 5 
    • รูปเล่ม - 0/5 ไม่ชอบปกและคิดว่าควรเปลี่ยนมากๆ 

    อ้อ อีกอย่างคือ หนังสือเล่มนี้ถูกทำเป็นหนังด้วยนะ แต่เราไม่กล้าดูจริงๆ ดูจากหน้าหนังและรีวิวแล้วน่าจะสยองขวัญพอสมควร ขอผ่านดีกว่า ไม่สู้.... 

    - - - - - - - - - -

    ปิดท้ายด้วยข้อมูลหนังสือ เผื่อใครสนใจไปซื้อมาอ่าน มันค่อนข้างหายากแล้วล่ะ (แต่ก็ยังง่ายกว่าเล่มอื่นๆของคุณโอตสึ อิจิ ที่เคยพิมพ์กับ Bliss นะคะ อันนั้นหายากมากกกกก ใครมีเบาะแสช่วยแจ้งด้วยนะ ตามหาอยู่เหมือนกัน) 
    ร้านหนังสือใหญ่ๆอย่างนายอินทร์หรือซีเอ็ดไม่เหลือแล้ว ต้องหาตามร้านหนังสือมือสอง, ร้านหนังสือเก่า หรืองานหนังสือเอาค่ะ

    ชื่อเรื่อง: Zoo
    ผู้แต่ง: Ostuichi | โอตสึ อิจิ
    ผู้แปล: มินามิ
    ISBN: 974-9698-03-7
    ราคาตามปก: 225 บาท ส่วนเราซื้อมาจากร้านหนังสือเก่า ในราคา 100 บาท 

    - - - ขอให้อ่านให้สนุก - - -

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in