ฝนตกทางนี้นานแล้ว วอนคนทางโน้นเลิกแหกปากที ¦ BL, Rainverse​paparkro9er
หุบปากครั้งที่ 1
  • หุบปากครั้งที่ 1

    ต้องให้ด่าใช่ไหม ได้! 



    ¦



    โมกข์เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาคนหนึ่ง เขาเลิกงานสามทุ่มและตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเพราะช่วงนี้งานกำลังเดือด


    แต่ถ้าหากเลือกได้ชายหนุ่มก็ไม่อยากทำโอทีนักหรอก


    เพราะอย่างนั้นเขาจึงถนอมเวลาในการนอนเป็นพิเศษ ถนอมเสียชนิดที่ว่าจะไม่เจียดเวลานอนไปทำอย่างอื่นอีก ไม่กระทั่งเล่นเกมมือถือที่คลั่งไคล้นักหนา


    ยามเพื่อนทักมาให้เข้าทีมด้วยกัน โมกข์ก็จะตอบกลับไปด้วยคำพูดที่เย็นชาเป็นพิเศษ


    [ไม่ว่าง จะนอน]​


    เขาสละเวลาไปตอบพวกมันก็ดีเท่าไรแล้ว ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ลงแล้วซดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกระป๋องขณะนั่งเป่าผมอยู่หน้าพัดลมอย่างทำเวลา เขาจำเป็นต้องเข้านอนก่อนเที่ยงคืน และต้องหลับให้สนิทก่อนตีหนึ่ง


    เหตุผลที่เขาต้องเคร่งครัดเวลานอนแบบนี้ไม่ได้เป็นเพราะว่าเขาต้องตื่นตั้งแต่ไก่โห่แต่อย่างใด… แต่เป็นเพราะว่าช่วงนี้ฝนตก


    ฝนตกแปลว่าอะไร… 


    ฝนตกแปลว่าเขาจะต้องได้ยินเสียงไอ้เวรนั่นอีกแล้วไง! 


    ไอ้เวรที่เรียกว่าเนื้อคู่


    เนื้อคู่ที่โมกข์ไม่ต้องการเลยสักนิด


    ไม่รู้พระเจ้าโยนลูกเต๋าเลือกเนื้อคู่ให้หรืออย่างไร เขาถึงได้คนคนนี้มาเป็นคู่กัน คนบ้าอะไรไม่รู้แหกปากร้องเพลงตอนตีสามอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน


    ชายหนุ่มโมโหอย่างห้ามไม่อยู่ ถัาตอนนี้ไม่ใช่หน้าฝนล่ะก็… 


    เขาสูดเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างแรงจนน้ำต้มยำกระเด็นใส่ลูกตา ชายหนุ่มร้องโอดโอยน้ำหูน้ำตาไหลก่อนจะเร่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดดวงตา


    ใบหน้าที่สะท้อนจากบานกระจกอ่างล้างหน้าเป็นชายหนุ่มหน้าตาจืดชืดที่ดวงตาแดงก่ำและคลอไปด้วยหยาดน้ำตา โมกข์ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองหน้าตาหล่อเหลาหรืออะไร เขาก็เป็นแค่ผู้ชายหน้าตาธรรมดา ออกไปทางตี๋หน่อย ๆ ตามสายเลือดที่เจือจางตามกาลเวลา


    เขาจ้องมองตัวเองอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาล้างดวงตาให้หายแสบร้อนต่อ เมื่อชายหนุ่มออกมาซดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกรอบ มันก็เบินอืดไปเสียแล้ว


    ชายหนุ่มไม่ใคร่ใส่ใจรสชาติของมันนัก เขาทานมันจนหมดกระป๋องก่อนจะโยนทิ้งลงถังขยะอย่างแม่นยำ เห็นตาลีตาเหลือกทำงานหนักอย่างนี้โมกข์ก็เคยมีช่วงเวลาทองคำกับเขาเหมือนกัน


    ช่วงรุ่งเรืองในฐานะนักบาสโรงเรียนตอนมัธยมต้นและปลาย เขาโยนบาสสามแต้มได้เก่งที่สุดในทีมแล้ว ชายหนุ่มยกยิ้มให้กับความหลังที่แสนหอมหวาน แต่มันก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อนาฬิกาบ่งบอกเวลาว่าอีกสิบนาทีจะเที่ยงคืน


    ชายหนุ่มเดินเข้าห้องน้ำไปแปรงฟันอย่างถูกต้องตามขั้นตอน ปัดขึ้นปัดลงทีละซี่ เขารักษาสุขภาพเหงือกและฟันเป็นอย่างดีเพราะรู้ถึงความรู้สึกหวาดเสียวยามไปถอนฟันผุ


    เขาถุดยาสีฟันทิ้งก่อนจะเปิดน้ำล้างแปรงสีฟัน เขาแปรงฟันแบบแห้งหรือก็คือแปรงฟันโดยใช้ยาสีฟันอย่างเดียว ไม่ผสมน้ำตามใด ๆ เนื่องจากเคยอ่านบทความอะไรสักอย่าง จากนั้นก็ลองแปรงแบบแห้งจนชินไปเสียแล้ว


    โมกข์กลับออกมาจากห้องน้ำ ทิ้งตัวลงเตียงเตรียมตัวนอนเรียบร้อยก่อนจะนึกถึงได้ว่าเขาเพิ่งทานมื้อค่ำไปสด ๆ ร้อน ๆ และจำเป็นต้องรออาหารย่อยก่อน ชายหนุ่มพิงหลังกับหัวเตียงขณะมองออกไปนอกหน้าต่างที่ไม่ได้รูดม่านปิดไว้


    ไม่รู้ว่าฝนจะเริ่มตกเมื่อไร แต่ถ้าหากไม่ตกเลยก็คงจะดี เขาอยากจะนอนหลับอย่างสงบสุขเหมือนกัน


    มือขาวยกขึ้นลูบหน้าท้องที่แน่นตึงขึ้นมาเล็กน้อย กว่าอาหารจะย่อยก็ต้องรอไปอีกสองสามชั่วโมง ชายหนุ่มกลอกตาอย่างเสียไม่ได้ ไม่น่ากลับมาทานมื้อค่ำที่ห้องเลย น่าจะทานแถว ๆ ออฟฟิศให้แล้วเสร็จก่อน


    เสียงฟ้าคำรามเป็นสัญญาณของเม็ดฝน โมกข์ภาวนาอยู่ในใจ ขออย่าให้ฝนตกตอนนี้เลย เขาไม่อยากได้ยินเสียงไอ้เวรนั่นจริง ๆ


    ดวงตาหางชี้ขึ้นตามฉบับคนมีเชื้อจีนปรือลงน้อย ๆ เมื่อความง่วงเข้ามาเยี่ยมเยียน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉ่ำวาวน้อย ๆ เพราะชายหนุ่มหาววอดจนน้ำตาเล็ด


    หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน แต่จะทิ้งตัวลงนอนก็ยังไม่ได้ ปากบอกจะรออาหารย่อยแต่เขาคงรอสามชั่วโมงไม่ไหว อย่างน้อย ๆ เขาก็จะฝืนความง่วงอีกไม่กี่สิบนาที จากนั้นเขาก็คงพร้อมเตรียมไปเฝ้าพระอินทร์


    ชายหนุ่มไม่ลืมหยิบโทรศัพท์มือถือมาเช็คนาฬิกาปลุกที่ตั้งเอาไว้ เขามองเวลาปลุกที่มีด้วยกันทั้งสิ้นสี่เวลาก็นำโทรศัพท์ไปเสียบสายชาร์จแบตอย่างพึงพอใจ แม้จะขี้เกียจแค่ไหนแต่ปากท้องมันก็อิ่มได้ด้วยเงินทั้งนั้น


    เขาหันใบหน้ากลับไปมองยังนอกหน้าต่างอีกรอบ เพราะเริ่มรู้สึกถึงเม็ดฝนที่กำลังโปรยปรายลงมาแปะกระจกหน้าต่าง


    ให้ตายสิ… ขอให้หมอนั่นหลับแล้วทีเถอะ


    โมกข์หลับตาลงพร้อมกับความเงียบที่เข้ารายล้อม ใบหนัาได้รูปยิ้มดีใจเมื่อเวลาผ่านไปหกนาทีกว่า ๆ แล้วเขายังไม่ได้ยินเสียงอะไร เป็นไปได้ว่าคุณเนื้อคู่หน้าเหม็นจะสลบไสลอย่างที่ภาวนาไปแล้ว


    มองเวลาก็เห็นว่าเกือบ ๆ ตีหนึ่งแล้ว ชายหนุ่มจึงปิดไฟที่หัวเตียงแล้วล้มตัวนอนในที่สุด



    ¦



    "ฉันชื่อบุษบาาาา นานานาน้าาาาาา นานานาน้าาาาาาาา"


    เสียงโหวกเหวกดังก้องในหัวปลุกให้คนที่นอนหลับสนิทสะดุ้งขึ้นมากลางดึก อากาศเย็นชื้นจนร่างในผ้าห่มสั่นสะท้าน โมกข์ลืมตาขึ้นมาเมื่อเสียงน่ารำคาญยังแหกปากไม่หยุด


    ทั้ง ๆ ที่เขากำลังหลับสนิทแท้ ๆ ชายหนุ่มหงุดหงิดมากจนไม่รู้จะทำอย่างไร โมกข์ไม่เคยเอ่ยปากคุยกับเนื้อคู่ของตนเองมาก่อน เขาไม่เคยส่งเสียงใด ๆ หากไม่จำเป็นเพราะเกรงว่าจะรบกวนอีกฝ่ายเข้า


    แล้วดูไอเวรนี่สิ… มันเคยนึกถึงเขาที่ไหน หมอนั่นยังร้องเพลงลัลล้าอย่างมีความสุขโดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามันสร้างความเดือดร้อนให้เขาบ้างหรือเปล่า


    ชายหนุ่มถอนหายใจเสียงดัง "เฮ้อ ให้ตายสิ" 


    โดยหวังว่าอีกฝั่งนั้นจะได้ยินเสียงความไม่พอใจของเขาบ้าง ปรากฏการณ์วรุณสงัดจะเกิดขึ้นเมื่อมีฝนตก หากฟากนี้ฝนตกแต่อีกฟากไม่ตก ผลคือฟากที่ฝนตกจะได้ยินเสียงของเนื้อคู่อย่างแจ่มแจ้ง แต่ฟากที่ฝนไม่ตกจะไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น


    เขาหวังให้ทางนู้นมีฝนตกเช่นกัน หมอนั่นจะได้รับรู้เสียทีว่ากำลังสร้างความขุ่นเคืองใจให้แก่เขามากแค่ไหน


    ทว่าหมอนั่นยังคงแหกปากร้องเพลงต่อไปราวกับไม่ได้ยินเสียงทอดถอนใจของเขาเลยสักนิด


    โมกข์ไม่ถูกใจสิ่งนี้!


    "คุณเงียบ ๆ ได้ไหม" ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ๆ ขณะเอ่ยปากพูดออกไป


    ดูเหมือนฝั่งนั้นจะสะดุ้งไปเล็กน้อยแล้วเกิดความเงียบในเวลาต่อมา… หรือว่าหมอนั่นจะได้ยินเขาแล้วกัน


    ชาวหนุ่มคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอีกฝ่ายจะรับรู้ถึงความไม่พอใจของเขา แต่ทว่า… 


    "เมื่อกี้ใครพูดวะ ช่างมัน ร้องเพลงต่อดีกว่า วู้ว"


    "ตกหลุมรักขึ้นม่ายหวายย เธอช่ายม้ายเปนโคนผลักฉันนนนน" 


    หมอนั่นยังคงร้องเพลงต่อไปเหมือนไม่ได้ยินเสียงจากเขาเลย


    โอ้ย ไอ้เวร! นี่เขาต้องทนมันทุกคืนเลยเหรอ


    พูดดี ๆ ไม่รู้เรื่องใช่ไหม ได้!! ได้เลยพวก!!! อย่ามาหาเรื่องมนุษย์เงินเดือนนอนน้อยนะว้อย


    โมกข์ผุดลุกขึ้นนั่งก่อนจะอ้าปากแล้วเริ่มพ่นด่า


    "เฮ้ คุณคนทางนั้น ผมรู้ว่าคุณได้ยิน ผมจะยินดีมากถ้าคุณมีมารยาทสงบปากสงบคำ ในยามราตรีค่ำคืนดึกดื่น คุณไม่นอนผมไม่ว่า แต่ผมจะนอนคุณกลับทำผมแทบบ้า"


    เขาแทบจะแร็ปด่าหมอนั่นอยู่แล้วนะเว้ย


    "นี่เวลาตีสามแล้วผมต้องตื่นตีห้า ผมเพิ่งหลับไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ ผมไม่รู้คุณเป็นอะไรถึงไม่สงวนวาจา รักษามารยาทต่อกันบ้างมันคงไม่ยากอะไร คุณครับผมจะนอน ได้โปรดช่วยอยู่เงียบ ๆ ถ้าผมยังได้ยินเสียงคุณอีก ก็อย่าหาว่าผมไม่เตือน" 


    โมกข์กระแอมเมื่อเขาต่อว่าอีกฝ่ายจบ เขาหอบหายใจเพราะตอนที่ว่าอีกฝ่ายเมื่อสักครู่เขาแทบไม่ได้เว้นวรรคพักหายใจเลย เขารู้ว่าอีกฝ่ายได้ยิน เพราะอย่างนั้นตอนนี้หมอนั่นถึงได้เงียบกริบแบบนี้ไง


    เมื่อแร็ปด่าจบเขาก็ตั้งท่าจะนอนหลับต่อ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นแล้ว หวังว่าหมอนั่นจะมีมารยาทต่อกันอย่างที่คาดหวังไว้


    เขาไม่ได้หวังสูงเลยนะ


    โมกข์หลับตาพลางกระชับผ้าห่มให้ปกคลุมตัวมากขึ้น เขาเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศแล้ว คิดว่าหลังจากนี้คงจะนอนหลับสบายเพราะอากาศไม่ได้หนาวเย็นจนเกินไป


    หมอนั่นเงียบไปจริง ๆ ด้วย! สุดยอดเลยนายโมกข์ นายด่าหมอนั่นจนยอมปิดปากจนได้ ถ้ารู้ว่าด่าแล้วได้ผลตั้งแต่แรก เขาก็คงไม่ยอมอดทนอยู่เฉย ๆ มาตลอดหรอก


    ฮึ ชายหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องก่อนจะค่อย ๆ เข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกครั้ง โดยไม่ได้สนใจฟังเลยสักนิดว่าคนฝั่งทางนู้นมีปฏิกิริยาตอบกลับอย่างไร


    "เอ้า นี่ผมมีเนื้อคู่ด้วยเหรอ เห็นคุณเงียบมาตลอด ไม่รูัเลยว่าทำให้เดือดร้อน" 


    "ขอโทษนะครับ คราวหลังผมจะร้องเพลงเบา ๆ นะ" 



    #หุบปากทีจะนอน



    (เก็บตก)


    - แปรงฟันอย่างไรให้ถูกวิธี

    สำหรับฟันด้านในและฟันด้านนอกให้เอียงแปรง 45 องศาขนาบกับซี่ฟันแล้วปัดขึ้นจากฟันล่าง และปัดลงจากฟันบน ในขณะที่วางแปรงตรงบริเวณหน้าตัดของฟันส่วนบดเคี้ยวแล้วแปรงสีไปมาหน้าหลัง


    - การแปรงฟันแบบแห้งคืออะไร

    การแปรงฟันแบบแห้งเป็นการแปรงฟันแบบไม่จุ่มแปรงที่บีบยาสีฟันแล้วกับน้ำ และไม่บ้วนน้ำตามหลังแปรงเสร็จ เมื่อยาสีฟันผสมกับน้ำจะทำให้ยาสีฟันเจือจางและอาจใช้ฟลูออไรด์ที่อยู่ในยาสีฟันได้ไม่เต็มที่ การแปรงฟันแบบแห้งจะช่วยให้ฟลูออไรด์ยึดเกาะกับฟันได้มากขึ้นและสามารถป้องกันปัญหาฟันผุได้มากกว่าการแปรงฟันแบบบ้วนน้ำก่อนและหลังแปรง



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in