All about #Marvelgffnms
Sweet Stranger (AU Stony) #6
  • Paring: Steve Rogers x Tony Stark

    Rate: PG 

    #SweetStrangerTH

    Chapter 6/7


     Note: ตัวละครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น


    BGM: Breathe - Lauv ( https://youtu.be/Tkc_9OPC20E )








    “เฮ้! โทนี่เดี๋ยว!” เสียงที่เขาคุ้นเคยตะโกนเรียกชื่อมาจากอีกฟากของถนน แต่เขาไม่ได้มีแม้แต่ความคิดที่จะหันไปมองอีกแล้ว โทนี่ตัดสินใจเดินออกมาจากร้านโดยเดินให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้



    “พีท เร็วหน่อย” 



    ปีเตอร์แสดงสีหน้างุนงงอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็รีบเดินตามเขามาโดยไม่มีคำถามใด ๆ ที่ต้องการคำตอบจากเขา ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดีในเวลาที่ความเสียใจมากระจุกอยู่ที่คอเขาตอนนี้



    ฉับพลันข้อมือของเขาถูกดึงไว้ โทนี่ขืนตัวไว้ เขาทำเพียงแค่หันไปมองแล้วปั้นหน้ายิ้มที่คงดูเสแสร้งที่สุดส่งคืนให้สตีฟเท่านั้น



    I’ve watched those eyes light up with a smile
    River in the not good times
    Oh, you taught me all that I know



    “คุณฟังผมก่อน..”



    “เฮ้ สตีฟ ฉันยังไม่บอกซักคำเลยว่าจะไม่ฟัง” อีกฝ่ายถอนหายใจโล่งอก นั่นสะกิดอะไรซักอย่างในใจโทนี่ เขาไม่อยากผิดหวังอีกแล้ว ไม่อยากฟังว่าสตีฟจะแก้ตัวยังไงอีก ในเมื่อเขาเห็นมันอยู่กับตาตัวเอง



    “งั้นผม—“



    “แต่ไม่ใช่ตอนนี้..ฉันนัดจาร์วิสไว้ กลัวว่าจะยาวคงไม่มีเวลาอยู่ฟัง”



    เขาโกหกคำโตและแปลกใจที่ตัวเองยังคงใจเย็นผิดปกติอยู่แบบนี้ เหมือนกับว่าโทนี่หาตัวตนของเขาเองไม่เจอแล้ว



    “คุณจะไม่เป็นไรนะ..?”



    And it’s killing me, me to say

    I’m fine, I’m fine



    “ฉันสบายดี”



    When I really mean, mean to say


    You’re my all and more

    All I know you taught me



    “เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ฉันไม่จำเป็นต้องแคร์ขนาดนั้น”



    You’re my all and more

    But I need room to breathe



    อีกฝ่ายนิ่งไป ดูเหมือนว่าจะลืมคำพูดที่กำลังจะพูดออกมาเมื่อครู่ไปเสียหมด โทนี่ตีสีหน้านิ่งเรียบก่อนจะดึงพีทออกมาจากที่ตรงนั้น ปล่อยให้ความคิดเป็นสิ่งที่ดังที่สุดในตอนนี้ระหว่างเราทั้งคู่



    ถ้าสตีฟมีใจให้เขาสักนิด เขาก็อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บเสียบ้าง..



    แต่ดูท่าแล้วอีกฝ่ายคงไม่ได้รู้สึกอะไรเลยมากกว่า



    .

    .

    .

    .

    .


    I found New York laying in your arms
    We’ll melt into the bedroom floor
    Never knew I’d stay for so long



    สตีฟไม่รู้ตัวว่าเผลอปล่อยมือของโทนี่ไปเมื่อไหร่ เขายังคงอึ้งกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมา คำพูดที่ว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน เขานึกอยากจะแย้งโทนี่แต่เมื่อคิดดูแล้ว คงเป็นเขาเองที่ไม่เคยพูดอะไรออกไปเลย นึกโกรธขึ้นมาเมื่อรับรู้ได้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมันเป็นความจริงขนาดไหน



    And this truth cuts not through one, but both
    Not through one, but both of us



    “สตีฟคะ ขอโทษจริงๆ”



    But it’s deeper if I hold on



    ชารอนที่วิ่งตามมาติด ๆ หอบแฮ่กพร้อมกับสีหน้ารู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่เห็นโทนี่เดินหนีเขาไปแบบนั้น สตีฟทำได้เพียงแค่ส่ายหน้า ในเมื่อมันผ่านไปแล้วเขาก็ไม่อยากจะโทษอะไรหรือใครในเมื่อเป็นเพราะจังหวะเวลาเองมากกว่าที่ผิด



    “ไม่เป็นไรครับ...เขาเลิกตามคุณแล้วใช่รึเปล่า”



    “ใช่ค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ไม่โกรธ..”



    “แฟนเก่าน่ากลัวแบบนั้นผมก็คงไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน บังเอิญจังนะครับที่มาเจอผมพอดี”



    สตีฟยิ้มเล็ก ๆ เขาไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ให้กับโชคชะตาของตัวเองดี เขาโชคดีที่เวดมีปีเตอร์ นั่นทำให้เขารู้ว่าโทนี่กำลังจะไปที่ไหน หรืออยู่ที่ไหน เพราะแบบนั้นเมื่อวานที่อควาเรียมเขาถึงเกือบได้พูดมันออกไป เพียงแต่สุดท้ายจึงทำได้แค่กอดโทนี่ไว้ผ่านมาสคอตฉลามที่ใส่อยู่ 



    เมื่อคืนสตีฟแทบนอนไม่หลับ เขาคิดตระเตรียมสิ่งที่จะพูดมาทั้งคืน แก้ตัวจากการที่เขาไม่ได้พูดมันออกไปทั้งยังไม่กล้าเผชิญหน้าโทนี่ตรง ๆ อีกด้วย เขาคิดไว้ว่าวันนี้เขาจะขอโทษโทนี่ อธิบายทุกอย่างให้ฟัง แล้วขอร้องให้โทนี่ช่วยรับฟังความรู้สึกของเขา..



    แต่ตอนนี้คำพูดที่เตรียมมาทั้งหมดคงไม่จำเป็นอีกแล้ว



    ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกันจริง ๆ



    Gotta breathe for me, it’s now or never
    I should leave, ’cause you deserve better, better



    “...คุณ ไม่เป็นอะไรนะคะ?”



    ชารอนถามขึ้น สตีฟไม่มั่นใจว่าเขาทำสีหน้าแบบไหนออกไปถึงทำให้อีกคนถามแบบนั้น เขาเล่าเรื่องทั้งหมดให้หญิงสาวตรงหน้าฟังหมดแล้ว ความจริงเขาเล่าทันทีที่คุยกับเวดจบตรงระเบียงในคืนวันนั้น ได้เจ็บตัวนิดหน่อยเพราะฝ่ามือที่ฟาดลงมาข้างแก้มซ้ายอย่างจังนั่นทำให้เขาหน้าชาไปทั้งแถบ



    แต่นั่นก็คงสมควรแล้ว



    “ถ้ารู้สึกไม่มีที่พึ่ง ครั้งนี้ฉันจะหยวน ๆ ให้คุณครั้งหนึ่ง โอเครึเปล่า..?”



    หญิงสาวผมบลอนด์พูดขึ้นพร้อมกับกางแขนเล็กน้อย สตีฟมองการกระทำนั้น มันเหมือนกับการเล่นเกม Jenga ที่ตอนนั้นฐานเหลือเพียงแค่ไม้ชิ้นเดียว พยายามอย่างเต็มที่ที่จะยังตั้งตรง แล้วชารอนก็เป็นคนดึงส่วนฐานชิ้นสุดท้ายนั้นไป



    ทุกอย่างมันเลยพังลงอย่างไม่เป็นท่า



    มือบางลูบปลอบประโลมเบา ๆ โดยไร้คำพูดเมื่อร่างหนาโถมกอดเข้าใส่ เหมือนโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่กำลังสั่นกลัวเพราะมันหลงทาง สตีฟให้ความรู้สึกแบบนั้นตอนที่คนตัวโตที่ดูไม่เคยแสดงด้านอ่อนแอออกมาได้แสดงมันออกมาต่อหน้าเธอ



    และมันทำให้เธอรู้ว่าเขาเจ็บมากแค่ไหน



    .

    .

    .

    .

    .



    “คุณสตาร์ค..ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ”



    ในที่สุดปีเตอร์ก็ทนความเงียบไม่ไหว เขาตัดสินใจถามขึ้นเมื่อเห็นโทนี่เหมือนกำลังเหม่อลอยตลอดเวลากลางล็อบบี้โรงแรมหลังจากที่ออกมาจากเหตุการณ์เมื่อบ่าย



    ตลอดทางปีเตอร์ไม่กล้าถามแม้แต่คำเดียวว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมโทนี่ถึงได้เย็นชาขนาดนั้น แต่เขาพอรู้จากที่เวดเคยพูดเปรย ๆ ว่าสองคนนี้เป็นอะไรกันมากกว่าคนรู้จัก



    “อยากได้คำตอบแบบไหนล่ะปีเตอร์”



    โทนี่ตอบเขา สายตาเหม่อลอยเมื่อครู่หันกลับมามองพร้อมกับยิ้มแบบไม่เห็นฟันที่ส่งมาให้เขา แต่ใครดูก็รู้ว่านั่นน่ะโคตรฝืนเลย



    “ผมไม่น่าถาม ขอโทษนะครับแต่ตอนนี้คุณน่ะดูไม่โอเคสุด ๆ ไปเลย”



    “ฉันดูเป็นแบบนั้นเหรอ ? ” โทนี่หัวเราะขึ้น ไอ้นี่น่ะฝืนยิ่งกว่ายิ้มเมื่อตะกี้อีก



    “...ผมฟังได้นะ ผมอยู่เงียบ ๆ ก็ได้ ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น”



    “ไม่มีอะไรให้ฟังหรอก ตอนนี้หัวฉันมัน นายจะเข้าใจไหมมันแบบ บู้ม แล้วก็ว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย แบบนั้นน่ะพีท”



    ปีเตอร์มอง เขาพยายามอยู่เงียบ ๆ และทำความเข้าใจโทนี่เท่าที่จะทำได้ และความตั้งใจฟังของปีเตอร์ก็ทำให้โทนี่แปลกใจ



    “ว้าว..นายเงียบจริง ๆ ด้วยปีเตอร์ ไม่มีอะไรเชื่อฉันสิ ตอนนี้มันว่างเปล่าไปหมดเลย ฉันนึกอะไรไม่ออก ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไง เหมือนตอนที่เล่นเปียโนแล้วไม่รู้ว่าท่อนนี้ให้ความรู้สึกแบบไหน ต้องเล่นมันออกมายังไง”



    “แต่คุณก็หาทางเล่นมันออกมาในอารมณ์แบบของคุณได้ทุกครั้งนะครับ ?”



    “นั่นอาจจะเป็นความต่างระหว่างดนตรีกับความรู้สึกจริง ๆ มั้งปีเตอร์ เพราะฉันไม่เก่งเรื่องหลังเลยซักนิด”



    “......”



    “มันจบแล้ว ฉันคงไม่เหมาะจะมีความรักเท่าไหร่..”



    โทนี่ยิ้มก่อนหยิบมือถือขึ้นมาก่อนกดบล็อคการติดต่อทั้งหมดจากสตีฟ ปีเตอร์รู้สึกเหมือนตัวเองควรพูดอะไรซักอย่างแต่เขารู้สึกว่าโทนี่คงไม่รับอะไรแล้วในตอนนี้ ถึงแม้จะยิ้มแต่ในแววตานั้นสวนทางกันชัดเจน โทนี่เก็บความรู้สึกจากแววตาตัวเองไม่ได้เลย..



    “นายก็กลับเถอะ เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปพักแล้ว..”



    “อ่ะ..งั้นฝันดีนะครับ”



    ปีเตอร์เงยหน้ามองโทนี่ที่ลุกขึ้นยืน ท่าทางดูหมดแรง เขามั่นใจว่าสิ่งที่จะทำให้คนเราเป็นแบบนี้ได้มันคงมีอย่างเดียวแล้วล่ะ..



    เขามองโทนี่ที่ไปสุดทางเดินและขึ้นลิฟต์ไปด้วยสายตาเป็นห่วง ได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้คุณสตาร์คจะดีขึ้น



    ...แต่น่าเสียดายที่พอเขากลับมาในเช้าวันรุ่งขึ้นก็เพิ่งรู้ว่าโทนี่ขึ้นเครื่องบินกลับไปมาลิบูตั้งแต่เมื่อคืนสามชั่วโมงถัดจากที่เขาออกจากโรงแรมมา

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    หลังจากนั้นเขาก็ติดต่อคุณสตาร์คไม่ได้อีกเลยรวมไปถึงจาร์วิสก็ด้วย



    เท่าที่จำได้อย่างน้อย ๆ ก็สองปีเลยล่ะ...


    ———————————————


    Talk: แฮ่ มาคุยกันหน่อยค่ะ ตอนหน้าก็ตอนสุดท้ายแล้ว ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตรงนี้นะคะ ดีใจมากๆเลย ;-;) ขอโทษนะคะที่ตอนนี้อาจจะสั้นไปหน่อย หลังจบตอนหน้าจะมีสเปเชี่ยลให้อีกตอนนึงค่ะ ปลอบใจที่ทำทุกคนตกใจกับหลายๆตอนที่ผ่านมา 555 ขอบคุณอีกครั้งนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้านะ

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in