All about #Marvelgffnms
Sweet Stranger (AU Stony) #3
  • Paring: Steve Rogers x Tony Stark

    Rate: PG-15

    #SweetStrangerTH

    Chapter 3/??


    Note: มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนนิดหน่อย ใช้วิจารณญาณด้วยนะคะ เรื่องที่แต่งขึ้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวละครจริงแต่อย่างใด เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น



    .
    .
    .
    .
    .
    .
    สัมผัสอุ่นร้อนที่ลูบไล้หยอกเย้าบริเวณโคนขาและน้ำหนักที่เหมือนกำลังถูกหมาโกลเด้นสีทรีฟเวอร์ตัวหนึ่งมานอนทับอยู่บริเวณต้นขาและข้อมือสองข้างที่อยู่เหนือหัวและข้อเท้าซึ่งขยับอย่างยากลำบากทำให้โทนี่ต้องบังคับฝืนหนังตาที่หนักอึ้งของเขาให้ลืมตาขึ้นมามอง 


    ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งรู้จักกันสัปดาห์ก่อนกำลังคร่อมทับและใช้มือบีบคลึงต้นขาของเขาก่อนจะลากไล้มือไปยังบริเวณอื่นใกล้เคียงกันแถมข้อมือสองข้างและข้อเท้าของเขายังถูกกุญแจมือเหล็กล็อคไว้กับเตียงจนขยับไม่ได้อีกด้วย


    “ส..สตีฟ! ฮื่อ!”


    “ชู่ว..เดี๋ยวจาร์วิสได้ยินนะครับ” ร่างหนาใช้นิ้วโป้งกดปิดริมฝีปากอีกคนไว้เบาๆก่อนใช้ริมฝีปากกดจูบลงข้างลำคอเขาเรียกความรู้สึกแปลกๆขึ้นมาได้ไม่ยากเมื่อลมหายใจร้อนของอีกฝ่ายรดอยู่ต้นคอเขาแบบนี้


    “คุณรู้มั้ย ผมรอเวลานี้มาตลอด..” เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูของโทนี่ที่ตอนนี้แดงแจ๋แถมยังตัวโทนี่ที่กำลังบิดเร้าไปมาจากแรงอารมณ์และสั่นระริกจากความกลัว เขาไม่เคยเห็นสตีฟเป็นแบบนี้มาก่อน


    “สตีฟ ป ปล่อยก่อน ไม่เอาแบบนี้”


    “คุณไม่ได้ต้องการแบบนี้เหรอหืม ความจริงที่คุณอยากให้ผมเป็นหนึ่งเดียวกับคุณ” มือหนาดึงกางเกงนอนขาสั้นของโทนี่ออกพร้อมชั้นใน ร่างเล็กกว่าส่ายหน้ารัว


    “ไม่เอา สตีฟ..ได้โปรด”


    เสียงหวานเอ่ยอ้อนวอนคนตรงหน้าให้ปลดเขาจากพันธนาการ รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาแต่ดวงตาสีฟ้าใสที่ปกติน่ามองชวนฝันในตอนนี้กลับเย็นชาจนเหมือนไร้ความรู้สึก


    “ผมแค่สนองความต้องการให้คุณ คุณเห็นผมมีค่าเท่านั้นไม่ใช่เหรอ ผมรู้ คนอย่างคุณไม่ได้จริงจังกับคนอย่างผมหรอก คุณก็ทำแบบนี้กับทุกคน”


    “ม ไม่ ไม่ใช่! ขอร้อง โรเจอร์ส! ฮึก
    .
    .
    .
    .
    .





    เขาว่าความฝันจะสะท้อนจิตใต้สำนึกของคนเราเอง

    .
    .
    และดูเหมือนว่าตอนนี้โทนี่กำลังเจอปัญหาที่เขาไม่เข้าใจในหัวของเขา


    โอ้ และใช่ เดี๋ยวก่อนเราสองคนยังไม่ได้เป็นอะไรกัน มันยังไม่ถึงขั้นนั้น ถึงแม้ในฝันจะเลยเถิดไปไกลมากแล้วก็เถอะ


    โทนี่สะดุ้งตื่นขึ้นจากเสียงนาฬิกาปลุก พอดีให้ลืมตาขึ้นมาจากฝันร้ายที่กำลังจะเป็นร้ายกว่า มือของเขาสั่นและเหงื่อท่วมไปทั้งตัว แถมยังรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมดด้วย เขาลืมตามองเพดานของโรงแรมที่เขาพักอยู่ใจกลางแมนฮัตตัน เมื่อวานการแสดงรอบสุดท้ายเพิ่งจบไปและเขากับทีมงานก็พาไปเลี้ยงฉลองกันเสียดึกดื่น


    เมื่อคืนอากาศข้างนอกเย็นเฉียบ ลมเย็นๆที่พัดปะทะเข้าหน้า สำหรับคนที่ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนแล้วคงจะรีบเอาผ้าพันคอมาปกปิดเพื่อป้องกันความหนาวแน่ แต่กับโทนี่ที่ในตอนนั้นที่หน้าแดงแจ๋จากฤทธิ์แอลกอฮอล์แล้วคงไม่รู้สึกถึงความหนาวเลยแม้แต่น้อย


    เป็นผลให้ผ้าพันคอที่จาร์วิสพยายามจัดแจงให้เขาจะต้องถูกเขวี้ยงออกลงพื้นทุกครั้งไป


    และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุของอาการตัวรุม ๆ ในวันนี้ของโทนี่ก็เป็นได้


    สรุปสั้น ๆ ได้ใจความก็คือ
    .
    .
    เขาป่วยซะแล้ว

    .
    .
    “อาการเป็นไงครับ ไหนบอกหมอ”


    สตีฟถามขึ้นหลังจากเดินเข้ามาในห้องพักของเขาพร้อมกับแขวนโค้ทตัวหนาไว้กับที่แขวนใกล้ประตู


    เหตุผลที่สตีฟเข้ามาได้น่ะเหรอ
    .
    .
    ก็เส้นสายที่ใช้กับจาร์วิสน่ะสิ ไม่รู้ว่าผู้จัดการ/พ่อบ้าน ของเขาทำไมถึงดูสนิทกับสตีฟขนาดนั้น และไปสนิทกันตอนไหนเขาก็ไม่แน่ใจ รู้อีกทีก็คือตอนที่คุณพ่อบ้านบอกว่า


    วันนี้คุณสตีฟจะมาช่วยอยู่เป็นเพื่อนนะครับ เผื่อว่าคุณจะต้องการความช่วยเหลืออะไร พอดีวันนี้นัดกับวันด้าไว้ว่าจะไปสวนสัตว์กัน อาจจะกลับเย็นๆ มีอะไรก็โทรมานะครับ”


    แล้วก็ปิดประตูออกไปเฉยเลย


    โอเคเขาอาจจะตามไม่ทันว่าวันด้านี่คือใครแล้วทั้งสองคนเกี่ยวข้องกันได้ยังไงแต่พอเห็นว่าเขาอาการไม่หนักมากจาร์วิสก็ดูจะปล่อยให้เขาดูแลตัวเองไปเลย ยกเว้นว่าส่งคุณปู่ที่ตอนนี้กำลังยืนกอดอกมองตรงมาที่เขาซึ่งนอนขดตัวในผ้าห่มเป็นดักแด้อยู่มาช่วยดูแล? ใช้คำว่าดูแลได้รึเปล่าไม่รู้


    “จะมองกันอีกนานมั้ยปู่”


    “อยากมองหน้าคนไม่ตอบข้อความเพราะเมื่อคืนไปเมาแอ๋แล้วทำตัวห้าวไม่ยอมใส่ผ้าพันคอกับถุงมือจนต้องมานอนป่วยลุกยังแทบจะไม่ไหวอยู่ตรงนี้ครับ”


    โทนี่มองอีกฝ่ายกลับตาแข็งอย่างนิสัยของคนดื้อด้านแต่มองสบตาสีฟ้าคู่นั้นไปได้พักเดียวก็ต้องยอมแพ้เพราะภาพของความฝันเมื่อคืนมันย้อนกลับมาซ้อนทับกับตัวจริงตอนนี้ซะได้


    “พอ ไม่ต้องพูดย้ำให้รู้สึกผิดเยอะแยะก็ได้น่า..แล้วไหน Breakfast”


    “ลุกไปกินที่โต๊ะเลยครับ จะสบายเกินไปแล้ว”


    “ปกติเวลาป่วยจาร์วิสยังเอามาเสิร์ฟถึงเตียงเลย”


    “ผมไม่ใช่จาร์วิสนะครับ”


    “..งั้นยังไม่กิน


    พูดจบก็เอาผ้านวมคลุมโปงนอนหันหลังให้อีกฝ่าย


    “ดื้อนะครับ กี่ขวบแล้ว” เสียงของสตีฟเข้ามาใกล้มากขึ้นก่อนพื้นที่บนเตียงข้างๆโทนี่จะยวบลงไปด้วยแรงกดจากมือสองข้างที่ค้ำอยู่ของสตีฟ โทนี่กระชับผ้านวมแน่นขึ้นเพราะคิดว่าหลังจากนี้ต้องโดนดึงไปแน่ ๆ


    “เยอะกว่านาย”


    สตีฟทำอะไรที่บ้าพลังกว่านั้นมาก


    “เห้ย! ทำอะไรเนี่ย สตีฟ!”


    “พาคุณไปกินข้าวครับ” สตีฟรวบตัวอีกคนทั้งที่เป็นดักแด้อย่างนั้นอุ้มออกมาจากเตียง จริงๆใช้คำว่าอุ้มก็คงไม่ถูกนักเพราะท่าทางตอนนี้ทุลักทุเลพอสมควร แน่นอน โทนี่ สตาร์คก็ไม่ได้ตัวเล็กขนาดนั้นซะเมื่อไหร่ แต่ก็ยังตัวเล็กกว่าคนอุ้มอยู่ดี


    คนป่วยที่แทบจะไม่มีแรงทำอะไรเลยได้แต่ปล่อยให้อีกคนลากตัวเองไปที่โซนกินข้าวแล้วจับเขาวางบนเก้าอี้ทั้งผ้าห่มอย่างนั้น แถมยังยัดเยียดให้เขากินข้าวเช้าจนหมดอีกด้วย แถมยาให้อีกสองเม็ดตบท้ายอีกต่างหาก


    นี่เป็นพ่อรึไง


    โชคดีที่คำถามนี้ยังไม่หลุดจากปากเขาไป..


    ——————————


    .
    .
    “ไม่เอาเรื่องนั้น ไม่เอา ไปอีก ไม่”


    สุดท้ายหลังจากถกกันว่าหาอะไรทำดีสุดท้ายก็มาจบที่ตอนนี้ทั้งสองคนก็มานั่งพิงหัวเตียง ปิดม่านปิดไฟทำให้ห้องนอนเป็นโรงหนังขนาดย่อม กดเลือกหนังที่สามารถซื้อได้ในทีวีของโรงแรม


    “เอานี่มั้ยครับ Civil war น่าสนุกดี”


    “ไม่ ฉันอยากดู Iron man มากกว่า”


    “งั้น Winter soilder เป็นไงครับ”


    “Thor ดีกว่า เทพเจ้าสายฟ้าเท่กว่าเยอะเลย”


    ถกกันพักใหญ่ ๆ อย่างไม่มีใครยอมใครสุดท้ายเลยต้องมาลงเอยที่หนังรางวัลอย่าง Forrest Gump ที่ทั้งคู่ตกลงกันว่าเราจะมาคนละครึ่งทาง


    สตีฟดูอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่เมื่อผ่านไปครึ่งเรื่องดูเหมือนว่านี่คงจะไม่ใช่แนวของโทนี่ สตาร์คซักเท่าไหร่ในเมื่อเจ้าตัวเริ่มจะสัปหงกอยู่หลายครั้ง อาจจะเพราะฤทธิ์ของยาที่เพิ่งจะกินเข้าไปด้วย


    จากที่สายตามองหน้าจออยู่เมื่อครู่ สตีฟหันมามองคนข้างกายที่ดูจะนอนไม่สบายเท่าไหร่แล้วถือวิสาสะค่อย ๆ ดึงตัวอีกฝ่ายให้เอนมานอนซบลงตรงไหล่กว้างของตน


    “ดู Iron man ด้วยกันในฝันของคุณแล้วกันนะครับ” สตีฟก้มลงกระซิบเบาๆกับคนที่เขาคิดว่าหลับไปแล้ว


    สะลึมสะลือแต่ยังฟังได้รู้เรื่องทุกคำ


    ไอ้บ้าเอ้ย

    ——————————



    .
    .
    .
    .
    “ยังครับ.. ผมก็พยายามอยู่”


    โทนี่สะดุ้งตื่นขึ้นอีกครั้ง ไฟในห้องยังคงปิดแต่เขาได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์ทะลุประตูมาจากในโซนห้องครัว หัวเขาหนักอึ้งแถมยังปวดตุ้บข้างขมับอีกต่างหาก เขาพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหวังจะขอยาจากสตีฟ


    “คุณย้ำหลายรอบ ผมรู้แล้วครับ ก็ใช่ครับโทนี่ สตาร์ค


    โทนี่ชะงักมือที่จับลูกบิดประตูทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดชื่อตัวเองกับคนในโทรศัพท์ ในหัวเขาประมวลผมว่าควรจะแอบฟังดีหรือว่าเดินเข้าไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    แต่นั่นมันชื่อเขา..เขาก็ควรจะรู้ว่าสตีฟคุยอะไรกับใครทำไมต้องพูดถึงเขาด้วย


    “เฮ้ คุณจะให้ผมทำอะไร ผมไม่ยอมรับข้อตกลงนี้นะ... ครับ แค่นี้ก่อนนะครับ”


    คิ้วโทนี่ขมวดมุ่น คำถามเกิดขึ้นในหัวเขาเต็มไปหมด นี่มันเรื่องอะไรกัน?


    ในขณะที่กำลังสับสนอยู่นั้นประตูตรงหน้าก็เปิดออกพร้อมกับสตีฟที่ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกคนยืนอยู่ตรงนี้พอดี


    “ตื่นแล้วเหรอครับ หลับยาวเลย มีอะไรรึเปล่า?”


    “...เมื่อกี้คุยกับใคร?”


    .
    .
    .

    ——————————————————————————


    Talk: สตีฟคุยกับใครน้าาา มาต่อแล้วค่ะ ตอนแรกคิดว่าอาจจะไม่ได้ลงวันนี้แต่ในที่สุดก็ทันพอดี 555 สำหรับเรื่องนี้วางไว้ว่าอาจจะไม่ได้ยาวมากนะคะเป็น Short fic แต่อาจจะมีสเปเชี่ยลซึ่งเขียนไปหน่อยนึงแล้ว ยังไม่จบเรื่องเลย 55555 ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์มากๆนะคะ :D อ่านแล้วมีกำลังใจจ สามารถติชมได้ที่แท็ก #SweetStrangerTH ในทวิตเตอร์ค่ะ <3
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in