All about #Marvelgffnms
Sweet Stranger (AU Stony) #2
  • Paring: Steve Rogers x Tony Stark

    Rate: PG 

    #SweetStrangerTH

    Chapter 2/??


     Note: ตัวละครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น




    “โอ้ คุณสตาร์คทางนี้ครับ!” เด็กหนุ่มที่ดูจะยังอยู่ในวัยเรียนในเสื้อยืดและป้ายชื่อสตาฟของโรงละครโบกไม้โบกมือให้กับเขาและปรี่เข้ามาหาทันทีที่เขาก้าวขาลงจากรถ



    “ผมปีเตอร์ พาร์คเกอร์นะครับ วันนี้สตาฟหลักเขาลาป่วยเลยจะให้ผม ตอนนี้ยังอยู่ในฐานะเด็กฝึกงานมาช่วยทำหน้าที่แนะนำสถานที่ให้คุณสตาร์คแทนเขานะครับ และ โอ้! ผมเป็นแฟนตัวยงของคุณเลยคุณสตาร์ค คุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าผมมีอัลบั้มไวนิลล์ของคุณทุกอัลบั้มแล้วยังอัลบั้มดิจิตอลอีก เสื้อยืดเวิล์ดทัวร์นั่นก็ลายสวยมาก ๆ และผมเพิ่งรู้เมื่ออาทิตย์ก่อนด้วยว่าซีดีอัลบั้มยังมีรูปลิมิเตดที่มีลายเซ็นคุณด้วย! คุณเป็นนักดนตรีที่สุดยอดจริง ๆ และ—“



    “เอาล่ะพาร์คเกอร์ ไหนห้องพักนักแสดงของฉันล่ะ” โทนี่มองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่เริ่มต้นแนะนำตัวก่อนจะสาธยายความชื่นชอบในผลงานของเขาอย่างไม่หยุดหย่อนพร้อมแววตาที่เต้มไปด้วยความชื่นชมจนเขาต้องเบรกก่อนที่เด็กพาร์คเกอร์นี่จะทำให้เขาจะไปเตรียมตัวไม่ทัน



    “โอ้ ใช่! อยู่ทางนี้ครับ เกือบลืมไปเลยว่าคุณมีนัดสัมภาษณ์ก่อนจะเริ่มแสดงด้วยตอนนี้นักข่าวเข้ามารอก่อนแล้ว แต่สำนักข่าวนี้คำถามไม่ค่อยดีเลยนะผมว่า ครั้งก่อนที่—“



    “ปีเตอร์ พาร์คเกอร์” 



    “คุณเรียกชื่อเต็มผม—! เอ่อ ขอโทษครับ! ผมแค่ตื่นเต้นที่ได้เจอคุณ งั้นตามมาทางนี้เลยครับ !”



    โทนี่กลอกตาแล้วเดินตามเด็กหนุ่มไปที่ห้องพักนักแสดงของตน เขาก้มลงมองโทรศัพท์ที่ยังไร้ข้อความเข้าโดยหวังว่าจะมีใครสักคนทักเขามาหลังจากที่ให้เบอร์ติดต่อไปแล้วเมื่อคืน





    “คุณเพพเพอร์ นี่สูทของการแสดงครึ่งแรกกับเสื้อเชิ้ตของการแสดงครึ่งหลัง ฝากด้วยนะครับ”



    จาร์วิสส่งเสื้อผ้าของโทนี่คืนนี้ให้กับสไตลิสต์ประจำตัวของโทนี่ เพราะว่าทำงานด้วยกันมานานจึงทำให้เพพเพอร์รู้จักนิสัยใจคอของโทนี่ดีระดับหนึ่งพอที่จะทำให้สังเกตได้ว่าวันนี้โทนี่ดูเหม่อลอยมากกว่าปกติ



    “จาร์วิส เจ้านายคุณไปทำอะไรมา ดูเหม่อ ๆ แล้วก็เงียบกว่าปกติเยอะเลย”



    “อาจจะเครียดสะสมล่ะมั้งครับ ผมก็ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขาเท่าไหร่ คุณเพพเพอร์ลองไปคุยกับเขาดูก็ได้นะครับเผื่อเขาจะรู้สึกดีขึ้น”



    เพพเพอร์พยักหน้ารับครั้งหนึ่งก่อนเดินไปหาโทนี่พร้อมกับเสื้อสูทที่ถูกเตรียมไว้สำหรับการแสดงแรก



    “โทนี่”



    ฝ่ายถูกเรียกชื่อยังคงนั่งเงียบมองแก้วน้ำในมือพร้อมกับมองคุกกี้ซึ่งเป็นของว่างวันนี้แล้วจึงหันกลับมามองหน้าเพพเพอร์



    “ฝากบอกเด็กพาร์คเกอร์ว่าพรุ่งนี้ขอเป็นโดนัทหน่อย อ้อ พักครึ่งขอโกโก้เข้ม ๆ แก้วนึง”



    “ได้ ว่าแต่คุณไม่เป็นอะไรใช่รึเปล่า?”



    “หือ? อ้อเปล่า ตอนซ้อมเดี๋ยวฝากโทรศัพท์ไว้กับคุณหน่อยนะ ไม่อยากให้มีอะไรมากวนสมาธิ”



    โทนี่วางมือถือของตัวเองใส่มือเพพเพอร์พร้อมกับเดินออกไปซ้อมตรงหน้าเวทีพยายามสลัดบางคนออกไปจากหัวในตอนนี้




    สตีฟขับฮาร์เล่ย์คันโปรดมาจอดที่จอดรถของโรงละครอัมสเตอร์ดัมหลังใช้เวลาเดินทางครึ่งชั่วโมง เพราะวันนี้เป็นวันหยุดเขาเลยไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศและมาก่อนเวลาแสดงของโทนี่ได้สองชั่วโมง



    เพราะว่ามาก่อนเวลาเลยทำให้ตัดสินใจที่จะเดินไปสั่งกาแฟรอที่ร้านกาแฟใกล้ ๆ โรงละคร สตีฟเดินไปสั่งกาแฟแล้วเดินมานั่งรอที่โต๊ะข้างหน้าต่าง มองรถที่ขับผ่านไปมาพร้อมกับผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ นึกขึ้นได้เขาถึงกดโทรศัพท์หาโทนี่



    บรรยากาศแบบนี้พาไปนั่งรถเล่นน่าจะดี



    แก้วลาเต้ร้อนถูกวางลงบนโต๊ะก่อนที่สตีฟจะหันมามอง



    “เอ่อ ผมไม่ได้สั่งลาเต้นะครับ”



    “เปล่าค่ะของฉันเอง ตรงนี้มีคนนั่งมั้ยคะ”



    หญิงสาวผมบลอนด์ยิ้มเล็กน้อยอย่างมีมารยาทให้กับคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว สตีฟพยักหน้ารับ “ไม่มีครับ เชิญตามสบาย”



    “คุณดูไม่คุ้นหน้าเลย มาทำอะไรแถวนี้เหรอคะ?” หญิงสาวเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา



    สตีฟโชว์บัตรคอนเสิร์ตให้อีกฝ่ายดู “มาดูนี่น่ะครับ พอดีผมได้บัตรมา คุณจำหน้าทุกคนที่เข้าร้านกาแฟได้ด้วยเหรอครับ?”



    หญิงสาวหัวเราะเบาๆ “คุณดูสะดุดตาขนาดนี้เป็นใครก็คงจะจำคุณได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแหละค่ะ”



    “ขอบคุณครับ”



    “ฉันชารอน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”



    “สตีฟ โรเจอร์สครับ”



    สตีฟเกาแก้มด้วยความรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเพราะชารอนน่ะหน้าตาน่ารักไม่น้อยเลย แล้วเขาก็ไม่ค่อยรู้วิธีคุยกับผู้หญิงซักเท่าไหร่ด้วยสิ

    .

    .

    .


    “แล้วคุณจะมาแถวนี้อีกมั้ยคะเนี่ย?” ชารอนยิ้มหวานหลังจากพูดคุยกันซักพักถึงรู้ว่าสตีฟอยู่บรู๊คลินและไม่ได้มีธุระให้มาแถวนี้บ่อยนัก



    “ก็คงช่วงอาทิตย์นี้แหละครับ”



    “พอดีเลย มีนิทรรศการศิลปะที่พิพิธภัณฑ์เหมือนกัน เพิ่งได้เอาผลงานมาโชว์ ถ้าไม่รังเกียจอยากชวนมานะคะ หรือพาแฟนมาด้วยก็ได้”



    “อ้อ ขอบคุณสำหรับคำเชิญนะครับ เอ่อ แต่จริงๆผมยังไม่มีแฟนหรอกครับ”



    “ว้าว.. ไม่น่าเชื่อเล—“



    “อ่า งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ หวังว่าจะได้เจอกันอีก” สตีฟมองนาฬิกาเมื่อยังไม่ใกล้ถึงเวลลาแสดงเท่าไหร่แต่ตอนนี้โรงละครคงเปิดให้เขาเข้าแล้วก่อนลุกขึ้นขอตัวกับหญิงสาวแล้วจ้ำอ้าวออกจากร้าน


    ———————

    .

    .

    เขาเข้ามานั่งรอด้านใน ดูเหมือนว่าบัตรที่โทนี่ให้จะเป็นที่นั่งวีไอพีเพราะตรงนี้เห็นได้ทั้งหมดแถมที่นั่งก็ยังดูดีกว่ามุมอื่นอีกด้วย ถึงแม้จะสูงไปหน่อย



    โทรศัพท์สั่นเตือนเล็กน้อย เขาหยิบขึ้นมาดูก่อนจะเห็นว่าโทนี่ตอบกลับมาแล้วหลังจากหายไปซ้อมถึงสองชั่วโมงกว่าโดยไม่ได้ตอบเขา



    สตีฟเงยหน้าขึ้นมองที่เวทีตรงม่านที่ขยับยุกยิกแล้วโผล่ใบหน้าของคนที่ยังไงเขาก็จำได้ว่าเป็นโทนี่มาครึ่งหนึ่ง เขายกมือขึ้นโบกให้โดยอัตโนมัติโดยอีกฝ่ายยิ้มแล้วเขาเดาได้ว่ากำลังหัวเราะคิกคักอยู่



    ถึงแม้โทนี่จะอายุมากกว่าเขาแต่ดูยังไง ๆ นิสัยก็ยังเด็กกว่าเขาอยู่ดี



    ...ก็น่ารักดี






    ————————————

    .

    .


    “มีที่ที่อยากไปเป็นพิเศษมั้ยครับ?” สตีฟยื่นหมวกกันน็อคให้อีกฝ่ายที่เพิ่งจะเสร็จจากงานคอนเสิร์ตออกมาพร้อมกับสตาร์ทเครื่องรออีกฝ่ายที่กำลังพยายามซ้อนท้ายเขาอย่างเงอะ ๆ งะ ๆ เหมือนว่าจะไม่ได้ซ้อนท้ายแบบนี้บ่อยๆ แต่ดูท่าแล้วคงจะไม่เคยเลยมากกว่า



    “จริงๆแค่เซ็นทรัลพาร์คก็พอ ฉันผ่านแต่ยังไม่เคยเข้าไปเดินเล่นในนั้นเลย”



    สตีฟพยักหน้ารับรู้ “ไหนจับดีๆสิครับ เดี๋ยวขับเร็วๆแล้วหล่นไปผมรับผิดชอบไม่ไหว” พูดจบก็ถือวิสาสะจับมือข้างหนึ่งของโทนี่มาเกาะไว้ที่เอวตัวเอง



    “นายว่าคนอื่นจะจำฉันได้มั้ยสตีฟ?” น้ำเสียงของโทนี่เป็นกังวลนิดหน่อย เขาไม่ค่อยมาเดินเล่นในที่สาธารณะแบบนี้ให้คนอื่นเห็นซักเท่าไหร่ ที่ยอมมาส่วนหนึ่งก็แค่เพราะอยากมาเดินเล่นแบบนี้บ้าง อีกเหตุผลก็อาจจะเพราะคนข้างหน้าเขา



    เขารู้ว่าทำแบบนี้นี่มันโคตรเสี่ยง แต่แค่กลัวจะไม่มีโอกาสได้เจอกับสตีฟแบบนี้บ่อย ๆ อีกถ้าอีกฝ่ายไม่พยายามหาเหตุผลในการเจอเขาแบบนี้แล้ว



    “ถ้าเขาจำได้ผมก็จะทำตัวเป็นบอดี้การ์ดให้คุณวันนึง” สตีฟหันมายกยิ้มให้ก่อนจะเริ่มบิดเครื่องแล้วทะยานออกไปสู่ถนน



    กลัวคนอื่นเขาจะไม่มองเป็นบอดี้การ์ดนั่นสิ โทนี่คิด



    อากาศเย็นที่ปะทะกับตัวโทนี่ถึงจะไม่มากเพราะมีคนข้างหน้าบังให้อยู่แต่ก็ทำให้มือชาได้ไม่ยาก โทนี่กระชับมือที่กอดเอวสตีฟอยู่แล้วขยับเข้าหาไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นของลมที่ตีหน้าอยู่ตอนนี้



    แสงไฟยามค่ำคืนในนิวยอร์กทำให้เมืองนี้เหมือนไม่หลับใหลเลยถึงแม้ว่าท้องฟ้าจะมืดไปหมดแล้วแล้วนี่ก็ดึกแล้วด้วยแต่เขาก็ยังเห็นผู้คนเดินกันขวักไขว่ สตีฟค่อย ๆ ชะลอเบรกเมื่อเจอสัญญาณไฟแดงทำให้ตัวเขาเอนไปชิดอีกคนมากกว่าเก่า เหมือนจะได้ยินร่างสูงหัวเราะเบา ๆ ยังไงยังงั้น



    เพียงไม่นานก็มาถึงที่หมาย พวกเขาเดินผ่านสะพานเล็ก ๆ ในนั้นและโทนี่ก็หยุดลง สูดลมหายใจเข้าลึกมองวิวของตึกสูงที่ล้อมรอบตัวพวกเขาที่เหมือนจะเล็กนิดเดียวไปเลยเมื่อเทียบกับตึกสูงเหล่านั้น 



    จู่ ๆ พลุก็ถูกจุดขึ้นซึ่งไม่ว่าจะเป็นวันเกิดหรืองานสำคัญอะไรก็ต้องขอบคุณเพราะมันทำให้วิวตอนนี้สวยขึ้นเยอะเลย



    “วันนี้เหนื่อยน่าดูเลยนะครับ เป็นยังไงบ้าง” สตีฟเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน สายตาเขามองไปในทิศเดียวกับที่โทนี่มองอยู่ พลุหลากสีสันถูกจุดขึ้นอย่างดูท่าว่าจะไม่หยุด



    “ไม่แย่ แต่ว่าของว่างวันนี้มันไม่ใช่โดนัทนี่สิ นอกนั้นก็ดีหมดเลย อ้อ วันนี้ไม่มีขวดน้ำถูกปาขึ้นมาด้วย”



    “หืม อย่างคุณนี่มีใครไม่ชอบด้วยเหรอครับ”



    “แหงสิ ทำดีเท่าไหร่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะชอบหรอกคุณปู่ มีทั้งชอบไม่ชอบก็ไม่แปลก หรือสำหรับเขาฉันอาจจะเล่นห่วยก็ได้”



    “โถ่ คุณเรียกแบบนั้นอีกแล้ว ชื่อก็มีให้เรียกนะครับ” สตีฟหันมามองคนข้างตัว “ถึงผมจะไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องดนตรีเท่าคนอื่นแต่ที่ฟังมาก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่ต้องปาขวดน้ำใส่กันนะครับ มันเพราะเลยแหละ สำหรับผม”



    “ฉันสะดวกเรียกแบบนี้” โทนี่หันไปยกยิ้มยียวนพร้อมยักคิ้วให้อีกหนึ่งที “ขอบใจนะ”



    “นั่นโทนี่ สตาร์ค!” เสียงตะโกนดังมาจากฝั่งหนึ่งของสะพาน โทนี่กับสตีฟหันไปมองพร้อมกันก่อนแฟนคลับคนนั้นจะวิ่งเข้ามาหา



    หลังจากถ่ายรูปและแจกลายเซ็นเสร็จแล้วไม่รู้ว่าอีก 10 กว่าคนที่กำลังต่อแถวมาจากไหนกัน สตีฟช่วยได้มากเมื่อเขาเดินไปบอกแฟนคลับส่วนหนึ่งว่าขอความเป็นส่วนตัวให้ศิลปินจึงทำให้เขาไม่ต้องอยู่ต่อนานเท่าไหร่นัก



    จ้างเป็นบอดี้การ์ดจริงๆไปเลยก็น่าจะดี..



    _____________________________

    .

    .

    “ต้องส่งถึงหน้าห้องเหมือนครั้งที่แล้วมั้ย?” 



    โทนี่ลงจากที่นั่งคนซ้อนแล้วส่ายหน้า “ไม่เป็นไร นายรีบกลับเถอะ ไม่ใช่ใกล้ ๆ”



    “แล้วถ้าไม่เกรงใจอยากให้ไปส่งรึเปล่าครับ?” สตีฟถามขึ้นพร้อมกับยิ้มซื่อ ตรงข้ามกับสิ่งที่เจ้าตัวพูดออกมาลิบลับ..



    “กลับบ้านไปปู่” โทนี่หันหลังเดินหนีออกมาโดยไม่ตอบคำถาม



    “แล้วอย่าลืมฝันถึงปู่นะครับ” อ่อยมาอ่อยกลับไม่โกง :)


    _________________________

    .

    .

    Talk: มาต่อแล้วค่ะะะ จะพยายามทำให้มันไม่น่าเบื่อนะคะ ;-;) อยากให้เห็นความสัมพันธ์ของสตีฟกับโทนี่เพราะสองคนนี้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย อยากให้ช่วยตามดูต่อไปนะคะ ตอนนี้เปิดตัวน้องพีทด้วย เป็นตัวละครที่เขียนสนุกมากค่ะน้องสดใส 5555 แล้วเจอกันต่อตอนหน้านะคะ :)

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in