All about #Marvelgffnms
Sweet stranger (AU Stony) #1
  • Paring: Steve Rogers x Tony Stark

    Rate: PG 

    #SweetStrangerTH

    Chapter 1/??


     Note: ตัวละครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น

     



    เสียงปรบมือดังกึกก้องฮอลล์แสดงดนตรีเมื่อการแสดงรอบสุดท้ายของนักดนตรีชื่อก้องโลกได้จบไปโทนี่สตาร์คยืนพิงเปียโนหลังใหญ่แล้วโบกมือโค้งรับเสียงปรบมือและเสียงผิวปากชื่นชมในการแสดงที่เพิ่งจบลงไปนั้นแสงแฟลชจ้าสว่างขึ้นจากทุกทิศทุกทาง ช่อกุหลาบถูกโยนขึ้นมาบนเวทีนับไม่ถ้วนเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่เขาก็จำไม่ได้แล้วและนั่นทำให้เขาเหมือนเสพติดการถูกยกย่องในเรื่องทั้งความสามารถ ชื่อเสียงหรือแม้กระทั่งธุรกิจของเขาก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

     


    โทนี่สตาร์คถูกจัดว่าเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลมากเป็นอันดับต้นๆของโลกในตอนนี้เป็นทั้งนักดนตรี นักธุรกิจทุกสื่อต่างจับตามองเขาอย่างไม่วางตาเพียงเพื่อว่าถ้ามีข่าวเสียหายเมื่อไหร่นั่นก็คงจะทำให้ได้รับความสนใจจากคนจำนวนมากเช่นกันแต่นั่นคงไม่เป็นผลดีกับเขาเท่าไหร่โชคดีที่โทนี่ค่อนข้างมีความเป็นมืออาชีพในการรับมือกับสื่อยาก และนั่นเลยยังทำให้ข่าวที่เขาเป็นเกย์ยังไม่ถูกลงในหน้าแรกของหนังสือพิมพ์หรือเว็บไซต์ข่าวต่างๆ



    และ ใช่โทนี่ที่ทุกคนมองเห็นว่าเป็นคนที่สมบูรณ์แบบนั้นมีรสนิยมชมชอบในเพศเดียวกันถึงแม้ว่าโลกจะเปิดรับเรื่องนี้มากขึ้นแต่เขาก็ยังไม่เห็นประโยชน์ของการออกมาพูดว่าตนนั้นชอบเพศอะไรนอกซะจากว่าเป็นการได้โปรโมทตัวเองฟรีๆผ่านสื่อที่คนเห็นเป็นล้านๆนั่นล่ะ



    หลังจากการแสดงจบลงเขาเดินลงมาหลังเวทีพร้อมกับหันไปมองกุหลาบและตุ๊กตากองใหญ่ซึ่งถูกเก็บลงมาจากบนเวทีซึ่งเขาไม่ได้ใส่ใจมันนักแต่ไหนแต่ไรแล้ว



    คุณสตาร์คครับ มีผู้สื่อข่าวต้องการสัมภาษณ์คุณเรื่องการแสดงรอบหน้าที่นิวอัมสเตอร์ดัมสะดวกมั้ยครับ”



    สตาฟที่งานล้นเต็มมือวิ่งเข้ามาถามเขาพร้อมกับสายตาที่เหมือนจะขอโทษเพราะเหมือนรู้อยู่แล้วว่าเขาจะไม่ตกลงเพราะแค่นี้ตารางงานเขาก็แน่นมากเกินกว่าจะมาใส่ใจสื่อที่มาแทรกตารางงานของเขากะ-ทัน-หันแบบนี้



    บอกเขาไปว่าคราวหน้าถ้าจะขอสัมภาษณ์ก็โทรมานัดกับจาร์วิสก่อนสักสองสามอาทิตย์เผื่อเขาไม่เข้าใจก็บอกไปว่าฉันขอปฎิเสธ”



    แต่เขา—“



    โทนี่เดินผ่านไปอย่างไม่ได้สนใจคำพูดต่อจากนั้นไม่ใช่เรื่องให้เขาต้องใส่ใจ








    "จาร์วิสอีกนานเท่าไหร่กว่าจะเสร็จ" เขากอดอกมองพ่อบ้านหรือจะเรียกว่าคนขับรถหรือผู้จัดการจาร์วิสเป็นให้เขาหมดนั่นนั่นล่ะ ซึ่งตอนนี้ผู้จัดการของเขา(ในที่สุดก็คงต้องเลือกมาซักบริบทหนึ่ง)กำลังเปลี่ยนล้ออะไหล่อย่างขมักเขม้นเพราะยางดันมาแบนกลางทางในตรอกหนึ่งของบรู๊คลินซะอย่างนั้น



    เขามองไปรอบๆถนนในเวลานี้ซึ่งในเวลากลางคืนแบบนี้มีเพียงแสงไฟจากช่องหน้าต่างของตึกรามบ้านช่องเพียงไม่กี่บานที่ยังคงสว่างและแสงสว่างส่วนใหญ่ซึ่งมาจากเมืองอีกฟากของสะพานบรู๊คลิน



    "ประมาณครึ่งชั่วโมงครับคุณจะเดินไปหาซื้ออะไรแถวนั้นก่อนก็ได้ ผมคิดว่าคุณคงหิวแล้ว"จาร์วิสพูดพลางเงยมองผู้เป็นนายพร้อมกับส่งสายตามองไปยังร้านสะดวกซื้อตรงหัวมุมตึกให้โทนี่รับรู้



    "ตามนั้น เสร็จแล้วก็โทรมาบอกแล้วกัน"



    เขาตัดสินใจว่านั่นเป็นความคิดที่ดีและก้าวขาทันทีเมื่อลมเย็นพัดเข้ามาอีกวูบหนึ่งต่อให้โค้ทตัวหนานี่ก็แทบไม่ช่วยอะไรในขณะที่อุณหภูมิเกือบติดลบแบบนี้


     

    โทนี่หลบลมเข้ามาหาความอบอุ่นในร้านสะดวกซื้อโดยไม่ลืมหยิบของกินมาเผื่อด้วยและดูเหมือนว่าพนักงานของร้านจะจำเขาได้แต่ก็ทำได้แต่อ้ำๆอึ้งๆพูดอะไรไม่ออกซึ่งเขาก็ใจดีแจกลายเซ็นหลังใบเสร็จแล้วส่งให้

     

     

     

    โชคดีที่แถวนี้ดูเกือบจะร้างผู้คนไปเลยจึงทำให้ตอนนี้มีแค่เขาที่กำลังนั่งกุมแก้วกาแฟกระดาษอยู่ตรงนี้อย่างน้อยก็ไม่มีเสียงโหวกเหวกให้วุ่นวายหรือแฟนคลับบางคนที่พร้อมจะวิ่งเข้าใส่เขาเหมือนจะฆ่ากันไม่อยากนึกถ้าเขาไปยางแบนอยู่กลางเมืองนิวยอร์คแล้วจำเป็นต้องเปลี่ยนรถโดยมีแค่จาร์วิสอยู่ด้วยจะเกิดอะไรขึ้น

     


    "มีคนนั่งมั้ยครับ"เสียงทุ้มดังขึ้นข้างๆโทนี่ชายหนุ่มหันไปมองตามต้นเสียงก่อนจะพบกับชายร่างสูงผมสีอ่อนหน้าตาโอเคระดับหนึ่งกำลังยืนมองหน้าเขาด้วยนัยน์ตาสีฟ้าสว่างน่ามอง


     

    อ่า มันไม่ใช่ 'แค่​โอเค'ก็ได้ ต้องยอมรับว่าไอ้นี่โคตรหล่อ


     

    "หวังว่าคุณจะได้ยินที่ผมพูด?"


     

    "แล้วนายเห็นคนนั่งอยู่รึไง"เขาตีสีหน้านิ่งเรียบก่อนตอบออกไป อีกฝ่ายมองหน้าเขาเหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง

     


    "ไม่เห็นผมเลยต้องถามคุณนี่ไงครับ" คิ้วเข้มบนใบหน้าอีกฝ่ายขมวดมองมาที่โทนี่เล็กน้อยแต่ก็ยังคงความสุภาพในคำพูดไว้อยู่


     

    "ไม่มี"


     

    "เข้าใจแล้วครับ" ร่างสูงนั่งลงด้านข้างเขาบนเก้าอี้ว่าง ฝ่ามือเกาะกุมถ้วยกาแฟร้อนในมือไว้ โทนี่เผลอมองสำรวจอีกฝ่าย ดูแล้วคงเป็นคนที่ค่อนข้างเจ้าระเบียบพอสมควรดูจากเสื้อผ้าหน้าผมและการแต่งตัว..



    "ผมว่าผมรู้จักคุณนะ" จู่ๆคนที่นั่งเงียบมาซักพักก็เหมือนคิดได้แล้วหันมามองคนตัวเล็กกว่าแต่น้ำเสียงก็ดูไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่นัก



    "หือ? ก็ไม่แปลกหรอกแบบนั้น" โทนี่ยื่นมือไปขอปากกากับคนตรงหน้าแต่ก็ได้หน้าตางุนงงกลับมาแทน



    "เอาอะไรครับ?"



    "ปากกาไง จะได้เซ็นให้" ชายตรงหน้ายกยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ฟังดังนั้นแล้วดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจกับลายเซ็นที่เขาอยากจะให้ซักเท่าไหร่ แต่รอยยิ้มนั่นก็ทำเอาใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมา "ผมสตีฟ สตีฟ โรเจอร์ส"



    "โอเค สตีฟ ไม่ได้เจอคนแบบนายบ่อยเท่าไหร่"



    "แบบไหนครับ?"



    "แบบที่.. ไม่อยากได้ลายเซ็นฉันน่ะ อย่าบอกนะว่าแม้แต่ชื่อนายก็ไม่รู้จัก"



    "อืม ขอผมนึกก่อน... อ่า ขอโทษนะครับ จำได้แค่ว่าดนตรีของคุณมันเพราะมาก" สตีฟยังคงตีหน้าซื่อพร้อมรอยยิ้มชวนละลายนั่น



    “โทนี่ิ สตาร์ค นั่นชื่อของฉัน”



    “ผมว่าผมคุ้นแล้ว ว่าแต่มาทำอะไรแถวนี้เหรอครับ? ดูท่าคนแบบคุณไม่น่าจะมานั่งกินกาแฟในนี้คนเดียวโดยไม่มีบอดี้การ์ดหรืออะไรทำนองนั้นคุ้มกันหรอกนะ”



    โทนี่ยักไหล่ขึ้นมาก่อนจะเล่าเรื่องรถที่จาร์วิสยังคงซ่อมอยู่ก่อนหน้า แต่ไม่รู้ว่าคุยกันท่าไหนทั้งสองฝ่ายต่างก็ผลัดกันเล่าเรื่องราวในชีวิตของกันและกันไปแล้วซะอย่างนั้น บทสนทนาลื่นไหลอย่างที่คนแปลกหน้าเขาไม่ทำกันแต่ตอนนี้เกิดขึ้นแล้วถึงแม้ว่าส่วนมากจะเป็นสตีฟที่ยิ้มโง่ ๆ ให้กับคนที่พูดโม้อย่างน้ำไหลไฟดับแบบโทนี่นั่นแหละ



    “ว่าแต่คุณจาร์วิสไม่ตามเหรอครับ ผมว่ามันเลยครึ่งชั่วโมงแล้วนะ” สตีฟเป็นฝ่ายทักขึ้นมาเมื่อมองนาฬิกาของตัวเองก่อนจะพบว่านี่มันเที่ยงคืนกว่า ๆ แล้ว ซึ่งเลยจากตอนที่พบอีกคนมาตั้งชั่วโมงนึง



    “ไม่หรอก ฉันบอกแล้วว่าถ้าเสร็จให้โทรต—โอ้ Sh*t..” โทนี่อุทานออกมาทันทีเมื่อลืมไปว่าตนเองนัดหนุ่มอีกคนไว้ตอนตีหนึ่งเป๊ะที่ห้องสวีทซึ่งเขาจองไว้ที่โรงแรม ก็พรุ่งนี้วันหยุดทั้งทีแต่เขาไม่คิดว่าจะมาเกิดอุบัติเหตุแบบนีี้ซักหน่อย



    “มีอะไรรึเปล่าครับ” สตีฟเลิกคิ้วสงสัยมองหน้าอีกคนที่ดูจะร้อนรนเหมือนลืมอะไรไปบางอย่าง พออีกฝ่ายแค่พูดออกมาเบา ๆ ว่ามีนัดเขาก็พอเข้าใจอะไรขึ้นมา



    “โอ้.. นัดสาวไว้เหรอครับ ให้ผมไปส่งแทนคุณจาร์วิสได้นะครับ” เมื่อเห็นโทนี่มองกลับมาอย่างไม่ไว้ใจสตีฟจึงรีบเสริมต่อทันที “ผมไม่ใช่มิจฉาชีพแน่ๆครับคุณสตาร์ค เพราะฉะนั้นไว้ใจได้”



    โทนี่ไม่ได้ไม่ไว้ใจเขาเรื่องนั้น (แต่ก็แอบคิดนิดนึง) แต่เพราะว่าอีกฝ่ายที่ดูแค่จะมานั่งกินกาแฟแต่ก็นั่งคุยกับเขาเป็นชั่วโมงจนกระทั่งจะพาไปส่งอยู่แล้ว



    นายคิดอะไรอยู่ สตีฟ โรเจอร์ส






    ในที่สุดหลังจากเดินกลับมาที่รถก็พบว่าจาร์วิสกำลังยืนคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่ดูร้อนรน กับล้อรถที่ยังไม่ถูกเปลี่ยนจนเสร็จซักที ถามได้ความว่าจู่ ๆ ฝ่ายมาร์เก็ตติ้งของบริษัทผลิตน้ำหอมยี่ห้อหนึ่งก็โทรมาคอนเฟิร์มเวลาที่จะถ่ายโฆษณาพรุ่งนี้ของเขาซึ่งไม่มีอยู่ในตารางงานของโทนี่และจาร์วิสรู้ว่าเขาไม่เคยติดต่อกับแบรนด์นี้แน่ ๆ ก็เลยวุ่นต้องโทรไปเคลียร์กับฝ่ายนู่นนี่ที่กระหน่ำโทรหาไม่หยุดหย่อน



    เมื่อเห็นสตีฟที่เดินติดมาด้วยจาร์วิสก็หยุดพูดไปก่อนจะมองหน้าโทนี่ด้วยสายตามีความหมายอะไรบางอย่างซึ่งโทนี่ก็รีบส่ายหน้าปฎิเสธ “เพิ่งรู้จักกัน พอดีสตีฟอาสาจะไปส่งที่โรงแรมเฉย ๆ” โทนี่เน้นคำตัดจินตนาการของจาร์วิสที่คงคิดไปไหนต่อไหน ใช่ จาร์วิสรู้ดีในเรื่องนี้เพราะอย่างน้อยคงต้องมีใครซักคนที่เขาจะบอกเกี่ยวกับรสนิยมของเขาได้บ้าง



    สตีฟที่ยืนมองสองคนคุยกันอยู่อย่างเงียบ ๆ แล้วพอจะจับใจความได้ว่าคุณพ่อบ้านอนุญาตให้เขาพาไปส่งแล้วแต่ก็ได้แลกเบอร์โทรและบัตรประชาชนของเขาที่ถูกหยิบไปถ่ายไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่จาร์วิสยืนยันว่าเพื่อความปลอดภัยของเจ้านายเขาและข้อมูลในบัตรของเขาจะไม่ถูกใช้ในทางไม่ดีอย่างแน่นอน



    เป็นคนดังนี่ลำบากจริง ๆ





    โฟล์กสวาเกนสีน้ำเงินรุ่นปี 1965 ถูกเทียบจอดหน้าประตูล็อบบี้ของโรงแรมหรูกลางเมืองแมนฮัตตัน บริกรรีบวิ่งมาต้อนรับโดยช่วงขนกระเป๋าหลากหลายใบลงจากรถเต่าที่ดูจากภายนอกแล้วน่าจะอยู่ในพิพิธภัณฑ์มากกว่าบนถนนตอนนี้ สตีฟลงจากฝั่งคนขับมาช่วยขนของโดยเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้โทนี่ลงมาด้วย โทนี่ทำเพียงแค่ผงกหัวขอบคุณก่อนที่บริกรชายจะทำหน้าไม่ต่างจากพนักงานร้านสะดวกซื้อคนนั้นเมื่อเห็นหน้าโทนี่ชัดๆ



    โทนี่หันมองหน้าสตีฟก่อนทั้งสองคนจะหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน โอเค เกินไปแล้ว เกินไปมาก ๆ แค่มองตาเองนะสตาร์ค





    หลังจากเช็คอินเสร็จสรรพรวมเวลาก็เกือบ ๆ ตีหนึ่งครึ่งแล้ว ถ้าถามถึงหนุ่งที่เค้านัดไว้ตอนแรกน่ะเหรอ เขาโทรไปแคนเซิลนัดเรียบร้อยแล้ว



    ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน



    “แล้วบ้านนายอยู่ที่ไหน สตีฟ?” โทนี่กอดอกยืนพิงกรอบประตูก่อนถามขึ้นมาระหว่างยืนมองอีกฝ่ายที่มาส่งกระเป๋าเขาถึงหน้าห้อง



    “บรู๊คลินครับ ห่างจากตรงนี้ขับรถไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว เหมือนผมจะรบกวนเวลาคุณมากแล้ว ราตรีสวัสดิ์นะครับ”



    โทนี่คว้าแขนเสื้ออีกคนไว้ในขณะที่สตีฟกำลังจะหันหลังเดินกลับก่อนจะยืดตัวขึ้นไปกระซิบข้างหูชายร่างสูงตรงหน้าโดยปลายจมูกโทนี่อยู่ชิดจนข้างแก้มสตีฟรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น



    “Sweet dreams, Mr.Rogers” เสียงกระซิบพร่าหวานพร้อมกับบัตรการแสดงโชว์ของเขาในวันมะรืนที่จะถึงนี้ถูกหย่อนลงในกระเป๋าเสื้อของอีกฝ่ายก่อนที่โทนี่จะผละออกแล้วปิดประตูห้องอย่างรวดเร็วไม่เปิดโอกาสให้คนที่ยังคงนิ่งอึ้งได้ทันทำหรือพูดอะไรตอบ



    สตีฟยกยิ้มเล็กน้อยมองประตูที่เพิ่งถูกปิดไป



    “..ขี้อ่อยจังคนเรา”




    ————————————————————



    Talk: ลั่นค่ะ 55555555555555 ฮือ บังเอิญไปเห็นรูปRDJเล่นเปียโนแล้วรู้สึกอยากแต่งอะไรแบบนี้ขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะมีกี่ตอน แต่คงคิดว่าไม่ยาวมาก แต่งเองก็เขินเอง ไม่ได้แต่งบ่อยๆ ฝากด้วยนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้านะ <3 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in