ดินแดนมหัศจรรย์ของเจ้าหญิงผักตบ。Phaktobgongzhu
[OS] นกกระเรียนตัวที่หนึ่งพัน — Bufan x Muziyang


  • Mission: One moment, One OS

    Note: พร้อมที่จะอธิษฐานไปด้วยกันไหมคะ
    .

    .

    .

    .

    "ทำอะไรอยู่น่ะ"

    "พับนกกระเรียนไง ตาถั่วเหรอ"

    "ฉันรู้ แต่นายพับอะไรเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย"

    จื่อหยางควานมือลงไปในขวดโหลที่มีนกกระเรียนที่ทำจากกระดาษหลากสีอยู่ในนั้น กะจากสายตาแล้วเขาคิดว่ามันน่าจะมีสักห้าร้อย...ไม่สิ อาจจะหกร้อยตัวเห็นจะได้มั้ง

    "นายเคยได้ยินเรื่องนกกระเรียนตัวที่หนึ่งพันไหมจื่อหยาง"

    "ห๊ะ?"

    คนถูกถามมีแต่เครื่องหมายคำถามลอยเต็มหัวไปหมด

    "ถ้าเราพับนกกระเรียนจนครบหนึ่งพันตัวเราจะสามารถอธิษฐานขออะไรก็ได้หนึ่งอย่าง แล้วสิ่งนั้นจะเป็นจริง"

    ปู่ฝานอธิบายด้วยรอยยิ้มพร้อมกับพับกระดาษอย่างเบามือจนมันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

    "อ๋อ แล้วนี้พับได้กี่ตัวแล้วล่ะ หื้อ? อะไร ให้ฉันทำไม"

    จื่อหยางเลิกคิ้วสงสัยเมื่ออีกคนยื่นขวดโหลใบนั้นมาให้ แต่เขาก็รับไปถือไว้อย่างงงๆ

    "ฉันขออธิษฐานต่อหน้านกกระเรียนตัวที่หนึ่งพัน..."

    "..."

    "ขอให้คนที่ฉันชอบรับรักฉัน"

    ปู่ฝานพูดพร้อมกับวางนกกระเรียนตัวนั้นลงไปในขวดโหล ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องลึกเข้าไปในแววตาของอีกคน

    "เป็นแฟนกันนะ..จื่อหยาง"
    .

    .

    .

    .

    ลมทะเลพัดโชยมาเบาๆ เสียงคลื่นหยอกเย้ากับหาดทรายเป็นระยะๆ ท้องฟ้าแสนสดใสเมื่อตอนเช้าในตอนนี้ถูกความมืดกลืนกินจนไม่เหลือแสงใดนอกจากประกายระยิบระยับของดาวดวงน้อยๆ ความจริงเวลานี้เราควรนอนอยู่บนที่นอนนิ่มๆ ในโรงแรม แต่ปู่ฝานกลับชวนเขาออกมาเดินเล่นแถมยังไม่พูดไม่จามาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว

    "เรากำลังจะไปไหน"

    "ไปหานกกระเรียนตัวที่หนึ่งพัน"

    "อะไร--"

    "หลับตาก่อนสิ"

    ถึงแม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจแต่จื่อหยางก็หลับตาอย่างว่าง่าย เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกปู่ฝานจูงมือให้ไปที่ไหนสักแห่งแต่คงไม่ได้ไกลจากทะเลเท่าไหร่เพราะเขายังได้ยินเสียงคลื่นที่กระทบกับหาดทรายอยู่ชัดแจ๋ว

    "หันหน้ามาทางนี้ แล้วก็ห้ามแอบมองนะ"

    "รู้แล้วหน่า"

    จื่อหยางค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อยที่อยู่ๆ ก็ถูกคนรักทำเซอร์ไพร์สแบบไม่ทันตั้งตัว จะบอกว่าวันนี้เป็นวันครบรอบที่คบกันก็ไม่ใช่เพราะมันก็อีกตั้งหลายเดือน วันเกิดยิ่งไม่ใช่เข้าไปใหญ่ แต่ก่อนที่จื่อหยางจะสับสนไปมากกว่านี้ปู่ฝานก็บอกให้เขาลืมตา

    ตรงหน้าเขามีประทีบหลายอันวางต่อกันเป็นรูปหัวใจ ตรงกลางมีโต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆ วางอยู่ บนนั้นมีดอกไม้ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม

    พร้อมกับกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงิน

    แต่ข้างในนั้นกลับมีเพียงนกกระเรียนกระดาษตัวหนึ่งวางอยู่

    "จื่อหยาง..."

    เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียกที่มาจากทางด้านหลังของเขา

    ปู่ฝานยืนฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับยื่นสิ่งที่หายไปจากกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินอันนั้นมาตรงหน้าเขา

    "แต่งงานกับฉันนะ"

    สัมผัสแผ่วเบาจากริมฝีปากของจื่อหยางเป็นคำตอบให้กับปู่ฝาน

    "ฉันรักนายนะปู่ฝาน"

    "ฉันก็รักนายจื่อหยาง"
    .

    .

    .

    .
    "จื่อหยาง..."
    .

    .

    .
    "จื่อหยาง"
    .

    .

    .
    "มู่จื่อหยาง!"

    "ครับแม่"

    "เก็บของเสร็จแล้วเหรอลูกถึงมานอนอยู่ตรงนี้"

    "อ่า..เก็บหมดแล้วครับ"

    "อย่าลืมตรวจดูอีกรอบนะจ๊ะ"

    "ครับ"

    อาจจะเพราะด้วยความเพลียที่สะสมมาจากการทำงานหรืออะไรก็แล้วแต่ทำให้เขาเผลอหลับไป จื่อหยางขยี้ตาเล็กน้อยหลังจากเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง ตรวจเช็คทุกอย่างอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ลืมอะไรทิ้งไว้ให้เกะกะเจ้าของห้องคนใหม่หลังจากที่เขาย้ายออกไปแล้ว


    กระทั่งเห็นกล่องสีน้ำตาลใบหนึ่งที่วางอยู่บนหลังตู้. . .


    เขาเขย่งปลายเท้าเล็กน้อยเพื่อให้มือเอื้อมถึงกล่องใบนั้น จื่อหยางหยิบมันลงมาก่อนจะกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม ชั่งใจอยู่นานว่าควรจะเปิดกล่องใบนี้ออกดีหรือเปล่า

    เขาไล่ปลายนิ้วไปบนฝากล่องที่มีฝุ่นจับอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งมาหยุดลงตรงตัวอักษรที่สลักอยู่บนฝากล่อง

    ชื่อของเขากับคนรัก. . .


    Bufan & Muziyang


    เขายกมือขึ้นมากุมหน้าอกข้างซ้ายยามที่รู้สึกปวดหนึบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงฝากล่องให้เปิดออกช้าๆ

    ข้างในเต็มไปด้วยรูปโพราลอยด์หลายใบ ส่วนใหญ่เป็นรูปปู่ฝานในอิริยาบถต่างๆ นิ้วเรียวยาวหยิบรูปเหล่านั้นขึ้นมาพินิจพิจารณา จื่อหยางคลี่ยิ้มออกมาเบาๆ เมื่อนึกได้ว่าเขาไม่เคยถ่ายรูปอีกคนตอนเผลอๆ ได้เลย ผิดกับเขาที่โดนปู่ฝานแกล้งได้ทุกที

    เขาวางรูปโพราลอยด์ลงในกล่องที่เดิมเพื่อหยิบดอกกุหลาบแห้งที่ถูกทับเก็บไว้อย่างดีขึ้นมา


    กุหลาบดอกแรกสำหรับวาเลนไทน์ปีแรกของเรา


    พร้อมกับข้อความที่เป็นตัวเลขเจ็ดตัว


    ‘5201314’


    'ฉันรักเธอชั่วนิรันดร์' . . .


    จื่อหยางปาดหยดน้ำตาทิ้งอย่างลวกๆ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันไหลออกมาตอนไหน

    เขาเก็บกุหลาบใส่กล่องอย่างทะนุถนอมก่อนจะหยิบจดหมายที่อีกคนเขียนหาเขาตอนที่เขาต้องไปทำงานที่ต่างเมือง โทรศัพท์กลายเป็นที่ทับกระดาษไปเมื่อที่ๆ จื่อหยางอยู่สัญญาณยังเข้าไม่ถึง หลายปีก่อนเทคโนโลยีไม่ได้ทันสมัยและสะดวกสบายเท่าตอนนี้ วิธีที่จะบรรเทาความคิดถึงได้ก็คือการเขียนจดหมายหากัน

    ปู่ฝานไม่ชอบเขีียนจดหมายเพราะเขาบอกว่าลายมือเขาไม่สวย แต่ถึงอย่างนั้นจื่อหยางก็ยังได้รับจดหมายจากคนรักทุกวัน


    ตัวอักษรยึกยือที่อ่านเมื่อไหร่ก็รู้สึกอบอุ่นที่หัวใจทุกครั้ง


    เขาเก็บมันลงที่เดิมเตรียมจะปิดฝาพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นอีกสิ่งที่นอนนิ่งอยู่ในกล่อง


    นกกระเรียนกระดาษที่ยังพับไม่เสร็จดี


    ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวหยุดชะงักลง

    จื่อหยางรู้สึกว่ามือตัวเองสั่นตอนที่เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมามันยับยู่ยี้เล็กน้อย หยาดน้ำใสกลับมาคลอหน่วงอยู่ที่ขอบตาเรียวอีกครั้งก่อนจะร่วงหลนไปตามแรงโน้มถ่วง

    ภาพความทรงจำเก่าๆ ถูกฉายวนซ้ำอยู่ในหัวของจื่อหยางราวกลับจะตอกย้ำว่า


    บนโลกใบนี้ไม่มีปู่ฝานของเขาอีกต่อไปแล้ว


    เขาไม่เคยเชื่อในนกกระเรียนพันตัวบ้าบออะไรนี่ที่ปู่ฝานคอยพับให้เขาเรื่อยมา ที่เขาสองคนได้รักกัน ได้ใช้ชีวิตร่วมกันก็เป็นเพราะมู่จื่อหยางรักปู่ฝานอยู่แล้วต่างหาก


    ทั้งที่ไม่เชื่อ. . .


    ทั้งที่พับไม่เป็น. . .


    แต่ตอนนั้นเขากลับนั่งพับมันทั้งวันทั้งคืนเพียงเพราะหมอบอกกับเขาว่า


    ปู่ฝานอาจจะรอดถ้ามีปาฏิหาริย์


    เขานั่งพับนกกระเรียนตัวที่หนึ่งพันพร้อมกับอธิษฐานในใจ ก่อนจะรีบยัดมันใส่ในกระเป๋ากางเกงแล้วรีบบึ่งรถไปที่โรงพยาบาลทันทีเมื่อได้รับโทรศัพท์ว่าปู่ฝานอาการทรุดหนักกว่าเดิม

    ใจเต้นถี่รัวตอนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องพัก เขาผลักประตูเขาไปเห็นหมอกับพยาบาลที่กำลังมองเขาด้วยสายตาที่เขาไม่อยากเห็นก่อนจะเดินออกไปเพื่อให้เขาได้อยู่กับอีกคน

    ขาสองข้างพยายามทรงตัวเดินไปยังข้างเตียงคนไข้

    เขาเห็นปู่ฝานนอนอยู่ตรงนั้น

    แต่เขากลับรู้สึกว่าปู่ฝานจากเขาไปในที่ๆ ไกลแสนไกล

    ปู่ฝานไม่กลับมาหาเขาอีกแล้ว


    ตลอดกาล. . .


    ร่างบางเซไปชนเข้ากับขวดโหลที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงจนมันหล่นลงมาแตกละเอียด นกกระเรียนกระดาษทั้งเก้าร้อยเก้าสิบเก้าตัวกระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้อง จื่อหยางทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ไปพร้อมๆ กับหัวใจที่แตกสลายไม่ต่างจากขวดโหลใบนั้น


    นกกระเรียนตัวที่หนึ่งพันถูกกำเอาไว้ในมือของมู่จื่อหยางแน่น ตอกย้ำให้เขารู้ว่าสุดท้ายแล้วต่อให้เขาพับนกกระเรียนไปจนถึงตัวที่หนึ่งหมื่นหรือหนึ่งแสน


    ปู่ฝานก็ไม่อาจกลับมาหาเขาได้. . .

    .

    .

    .

    .

    จื่อหยางกำลังร้องไห้และกำนกกระเรียนกระดาษเอาไว้อย่างวันนั้น

    เขาดึงชายเสื้อขึ้นมาซับน้ำตาของตัวเองพลางจ้องมองสิ่งที่อยู่ในมือด้วยสายตาว่างเปล่า นกกระเรียนตัวนี้ไม่มีความหมายกับเขาอีกต่อไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เลือกที่จะพับมันต่อจนเสร็จ


    กลายเป็นนกกระเรียนที่สมบูรณ์


    เขาเก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้อข้างที่ตรงกับหัวใจของเขาก่อนจะวิ่งลงไปที่ชั้นล่างเมื่อยินเสียงแม่เรียก ไม่ลืมที่จะกอดกล่องแห่งความทรงจำใบนั้นลงไปด้วย


    มู่จื่อหยางเหลียวมองดูบ้านที่เขากับปู่ฝานเคยอยู่ด้วยกันขณะที่รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป

    .

    .

    .

    .

    "ขอให้ปู่ฝานมีความสุขไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดก็ตาม"


    นั่นคือคำอธิษฐานสุดท้ายที่เขาอธิษฐานกับนกกระเรียนตัวที่หนึ่งพันตรงอกข้างซ้ายของเขา

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    E N D

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    พล็อตเรื่องมาแรงแซงทางโค้งทากๆ แซงพล็อตของทุกเรื่อที่ดองเอาไว้


    เกิดจากการที่ไปเห็นนกกระเรียนที่ตัวเองเคยพับเอาไว้แล้วก็นึกไปถึงตอนมัธยมที่เคยตั้งใจจะพับให้ถึงพันตัวเพื่อไปสารภาพรักกับรุ่นพี่ที่ชอบ แต่ยังไม่ถึงตัวที่หนึ่งพันพี่เขาก็ชิงตั้งสถานะคบกับผู้หญิงคนอื่นไปแล้ว...จุดจบสุดท้ายของนกเหล่านั้นก็คือกลายเป็นเถ้าธุลีในเตาทำกับข้าวที่บ้าน555555555


    เราทำปู่ฝานร้องไห้มาหลายเรื่องแล้วอะเรื่องนี้ก็สลับกันบ้างเนอะ แต่สลับทีก็ยื่นบทหนักให้พี่มู่เลย โอ๋เอ๋นะคะ สัญญาว่าจะเขียนแนวหวานๆ มาปลอบใจบ้าง


    ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านฟิคกากๆ ของคนกากๆ นะคะ ติชมกันได้ ด่าได้แต่อย่าแรงเพราะนุ้บอบบาง เริ้บ.


    ♥ @genonerzou_


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in