Lab Story เรื่องเล่าสาววิทยาฯผักชนิดหนึ่ง มีชื่อว่าต้นหอม / Siwika Chayaworadech
[SCI-CU #7] วิชาเคมี ฉบับ นักศึกษามหาวิทยาลัย
  • "เคมี"นี้เป็นวิชาที่ทำให้ผู้เขียนรู้ตัวเองเลยว่า ไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ มันยากมาก....ไหนจะ Quiz Lab และบรรดาสารเคมี ที่ต้องผสมบ้าง เจือจาง ให้มันได้ค่าที่เอาไปใช้ได้ ว่ากันว่าใครที่ทำกับข้าวไม่เป็น ก็จะใช้เครื่องมือในแล็ปเคมีไม่ถนัด



    อย่างที่เกริ่นว่า "เคมี"เป็นวิชาที่เราชอบน้อยที่สุดตามหัวข้อชื่อ เพราะข้อสอบยากมาก 8 ตัวเลือก ก. ข. ค.ง.ถูกทั้ง ก.ไก่ และ ข. ไข่ จ.ถูกทั้ง ข.ไข่ และ ค. ฉ. ถูกทั้ง ก.ไก่ และ ค.ควายช. ถูกทุกข้อ นอกจากนี้เราจับต้องไม่ได้ และต้องอนุมานเอาจากการทดลอง คำนวณผลที่ได้ออกมามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เราเลยไม่สนุก ในเมื่อเลือกมาเรียนคณะวิทยาศาสตร์แล้วจะไม่เรียนวิชาเคมีก็ไม่ได้ ทั้งหมดนี้ผู้เขียนต้องเรียน 3 ตัว ด้วยกัน ได้แก่ Gen Chemistry I และ II, Gen Bio Chemistry I และ II , Organic Chemistry Iและ II ยากขนาดนี้นึกแล้วก็ตกใจว่าเราผ่านมาได้ยังไง



    นอกจากความยากของเนื้อหาแต่ละบทที่ต้องอ่านเพื่อมาเตรียมสอบอันเป็นกุสโลบายของอาจารย์ที่จะให้ผู้เรียนได้เตรียมตัวทำความเข้าใจกับบทเรียนมาก่อนแล้วนั้นเราต่างต้องระวังอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในแล็บด้วย เช่น สารเคมีหกใส่เครื่องแก้วแตก ของร้อนหกใส่ หรือ ลืมปิดเตาไฟฟ้าแล้วเผลอไปโดน เป็นต้น วิชานี้จึงมีLocker ให้ก่อนเข้าเรียนให้นำสัมภาระไปไว้ในตู้ แล้วเอาเฉพาะกุญแจ หนังสือคู่มือกับเครื่องเขียนเข้าได้แค่ 3 อย่าง (พวกโทรศัพท์มือถือนี่ลืมกันไปได้เลย จริงๆอาจารย์ก็ไม่ได้ห้ามถ้าจะนำเข้าไป แต่เสี่ยงต่อการถูกอะไรหยดใส่เสียหายมากจึงไม่ค่อยมีใครเอาเข้าห้อง โต๊ะทำแล็ปมีพื้นที่จำกัดมากวางหลอดทดลองก็เกือบเต็มแล้ว!)




    ที่มาคู่กับการสอบก่อนเรียน คือการเขียน Protocol มันจะเป็นกระดาษ A4 1 แผ่นที่ย่อลำดับขั้นตอนสิ่งที่จะต้องทำในแล็บนี้ (จำไม่ได้ว่าต้องส่งอาจารย์เพื่อตรวจให้คะแนนหรือเปล่าแต่ทุกคาบต้องทำ ไม่อย่างนั้นไปต่อไม่ได้เลย หนังสือหนามากให้พลิกไปพลิกมาคงทำไม่ทันเพื่อน) มันค่อนข้างจะกดดันกับเวลา 3 ชั่วโมงที่ผลแล็บต้องออกแล้ว



    ทุกอย่างจะมีสอบหมดทั้งวิธีการกำจัดของเสียก่อนปล่อยออกจากห้องทดลองยันวิธีปฐมพยาบาลหากโดนพิษของสารเคมี และหลังห้อง จะมีฝักบัว(ไม่ได้เอาไว้ให้อาบน้ำนะ) เอาไว้ล้างตัวแบบจริงจังในกรณีที่ผิวหนังไหม้เพราะถูกสารเคมี (ทาสีแดงตั้งแต่ที่เปิดยันหัวฝักบัว เห็นตอนแรกนึกว่าสายฉีดน้ำดับเพลิง)




    ความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเกี่ยวกับวิชาเคมีคาบแรก ยังไม่ทันเรียนก็ทำของแตกแล้ว เริ่มตั้งแต่อาจารย์ให้เช็คอุปกรณ์แล้ว(ท่าจะลางไม่ค่อยดี) (เหมือนหลอดทดลอง ยาว 50 เซนติเมตร มีก็อกไขที่ปลาย)โดนอาจารย์ด่าอีกว่า "เธอไม่ได้ฟังหรือยังไงเพิ่งพูดอยู่ว่าให้ระวังๆ" ผู้เขียนแค่ยกมันหยิบขึ้นมาดูปลายก็ไปฟาดกับที่วางของแตก! ตกใจมาก เดินไปดูราคาของที่ต้องชดใช้หน้าห้องหกร้อยกว่าบาท หน้าแทบซีด..โชคดีที่เป็นการแตกที่ไม่มากนักเอาไปเจียรลบคมแล้วนำมาใช้เหมือนเดิมได้ เสียแค่ห้าสิบบาท เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าจุฬาฯมีโรงหลอมแก้วเป็นของตัวเอง(คือการจะมีโรงหลอมแก้วนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนักต้องมีเครื่องมือมากและต้องมีคนมีทักษะเป่าแก้วเป็น!)



    การทำแลปต้องทำคู่กันสองคนส่งดาต้าแลปเขียนเหมือนรายง

    านเย็บมุมส่ง (แต่ยากกว่ามาก) คู่แลปของผู้เขียนติดรับตรงมาด้วยกันจึงค่อนข้างสนิทกัน ฮีชอบร้องเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง เวลาทำแลปวันแรกที่เริ่มเช็คอุปกรณ์ฮีเกือบทำเทอร์โมมิเตอร์หล่นแตกอาจารย์ผู้ชายที่อุตส่าห์แอ๊บแมนมาตั้งแต่คาบเลกเช่อร์แกก็กรี๊ดจนตกใจกันไปทั้ง Sec. (ตกใจว่าแกเป็น..!!)



    การทดลองของแล็ปเคมีนี้ มีตั้งแต่ผสมสารและวิเคราะห์ต่างๆ ทำให้ผู้เขียนได้รู้จักกับคำว่า "สารเคมี"และอันตรายของมันมากขึ้น บางทีก็หยดไปหยดมาไม่ได้เข้าใจในหลักการเท่าไหร่นักรู้สึกเปลืองของของเขา ผู้เขียนไม่ได้อินเลยเห็นมันเปลี่ยนสีอยู่ในก้นขวดก็รู้สึกว่าสวยดี



    แล็ปเคมีที่สนุกที่สุดที่ได้เรียนคือ "การหาตัวทำละลาย"โดยเอาสารตัวอย่างมาสักปริมาณเท่าหนึ่งเมล็ดถั่วเขียว ใส่ในหลอดทดลองและใช้สารละลายพวกพวก น้ำ กรดไฮโดรคลอริก กรดซัลฟิวริก กรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น (conc.HCl) กรดซัลฟิวริกเข้มข้น(conc.H2SO4) ใส่ทีละอย่างดูว่ามันจะละลายกับอันไหน ค่อยๆเขย่าดู ฉันเกลียดพวก Conc. มากมันทั้งกัดกร่อน ทั้งอันตราย เวลาจะใช้ต้องไปหยดใน ตู้ดูดควัน (เรียกเล่นๆกันว่า ฮู้ด) ทำหยดใส่มือทีจะปวดแสบปวดร้อน กัดเนื้อแหว่งไปก็มีหรือถ้าโดนแค่หยดสองหยดนิดหน่อย มือก็จะดำไปเป็น 2 สัปดาห์ หนังพร้าโดนกัดไหม้ส่วนเสื้อกราวน์นั้นจะดำไปเป็นรอย ซักไม่ออก



    คืออันตรายไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับอุบัติเหตุจากตัวเราฝ่ายเดียวเพราะอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ด้วยความซวยของผู้เขียน ใน Sec. ที่เรียนจะมีเพื่อนคนหนึ่ง (คนนี้คนเดียวด้วยนะ) นางชอบทำสารเคมีเข้มข้นหกกระเด็นโดนผู้เขียน รวมแล้วประมาณ 3 ครั้งได้ต้องวิ่งไปล้างกับไอ้ก็อกหัวฝักบัวที่เล่าให้ฟัง เช็คแล้ว..เราไม่ได้เกลียดอะไรหรือ หมั่นไส้อะไรกัน มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ คือนางเป็นคนไม่ค่อยระวังอยู่แล้วและคนในห้องเรียนค่อนข้างเยอะ เวลาจะไปหยดสารจากตู้ดูดควันก็แย่งกันถ้าเดินสวนนางทีไร โอกาสบาดเจ็บสูงทีเดียว



    (มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผู้เขียนไม่สามารถเปิดขวดได้อาจารย์มาเห็นจึงมาช่วย ทีนี้เพิ่งสังเกตเห็นว่า นิ้วหัวแม่มือของอาจารย์แปลกๆเหมือนไม่มีเล็บ

    "ขอโทษนะคะนิ้วของอาจารย์ไปโดนอะไรมาคะ?" ความช่างสงสัย ทำให้นึกถาม

    "แล็บระเบิด เมื่อ 20 กว่าปีก่อน"อาจารย์ตอบ

    "..." จากนั้นอาจารย์ก็เดินไปช่วยเหลือเด็กคู่อื่นต่อและผู้เขียนก็ไม่ได้กล้าถามอะไรอีกเลยยย)



    สิ่งสุดท้ายที่เราต้องทำในแต่ละคาบ คือ การล้างเครื่องแก้วซึ่งจัดเป็นขั้นตอนหนึ่งที่ต้อง Trainกันเป็นเรื่องเป็นราว มีสอบด้วย(อะไรที่มันเยิ้มอย่างกลีเซอรีนต้องทิ้งแบบไหน? อะไรที่เป็นคราบ ต้องเอาอะไรมาชะล้าง)ไม่ใช่ว่ากดเอาน้ำยาล้างจานมาล้างๆ แล้วก็ผึ่งแห้งจบไป เพราะสารเคมีบางตัวต้องเททิ้งลงแกลลอนบำบัดเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีก่อนจะปล่อยน้ำทิ้งสู่ท่อระบายน้ำต่อไป



    เรื่องราวประทับใจที่เกิดขึ้นก็คือใครที่ล้างช้า เงอะงะอยู่นั่นแหละ ก็จะถูกเพื่อนไล่ไปทำอย่างอื่นให้เสร็จๆ แล้วหนึ่งในนั้นถ้าล้างเครื่องแก้วของคู่ตัวเองเสร็จแล้ว ก็จะไปล้างให้เพื่อนต่อ(ตรงนี้อาจารย์ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ได้ถือเป็นความผิด) เพื่อที่จะได้กลับบ้านกันเร็วขึ้น(ไม่อย่างนั้นต้องเสียเวลามารอกัน)



    เมื่อเรียนหมดทุกคาบจบคอร์สแล้วต้องตรวจนับอุปกรณ์ในตู้เรา ว่าขาดหายหรือไม่ไม่อย่างนั้นต้องเสียตังค์ ในตู้ของที่ต้องคืนให้ครบก็จะมีพวก กระจกนาฬิกา กาละมังแปรง หลอดทดลอง บีกเกอร์ ขวดรูปชมพู่ ช้อนตักสารเคมี แท่งแก้วสำหรับคนผสมเราต้องนับจำนวนคืนให้ครบ บางทีมีไม่ครบเราก็เอาของที่เรามีไปแลกของกลุ่มที่มีของเกินมา อันไหนหาไม่ได้จริงๆก็เสียตังค์ไป ไปดูราคาที่หน้าห้อง

    โดยรวมแล้วสิ่งที่ได้กลับมาจากวิชานี้คือความอบอุ่นที่ได้เรียน และ เห็นน้ำใจของเพื่อนต่างภาควิชา (บางทีก็ได้เรียนกับเด็กวิศวะ)และจบไปแล้วจะกลายเป็นคนที่ล้างจานสะอาดที่สุดในโลกนี่ถ้าใครได้สาวเอกเคมีไปเป็นแฟน รับรองสบาย บอกเลย!



    ฟังแล้วที่เล่ามาเกี่ยวกับ แล็บเคมีตัวแรกนี้เหมือนจะยาก ..เรียนไปเรื่อยๆ แล็บภาคนี่ยากกว่าเยอะเลย ต้องติดตามกัน

     

    ความเดิมตอนที่แล้ว :

    [SCI-CU #1] จากสยาม - สยามย่าน

    [SCI-CU #2] CU First Date

    [SCI-CU #3] วิชาชีววิทยา ฉบับ มหาวิทยาลัย

    [SCI-CU #4] "คู่แล็ป" และวันตัดเสื้อกราวน์

    [SCI-CU #5] วิชา "แคลคูลัส" ฉบับ มหาวิทยาลัย

    [SCI-CU #6] เมื่อต้องเรียนวิชาฟิสิกส์ ฉบับ เด็กมหาวิทยาลัย

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in