Lab Story เรื่องเล่าสาววิทยาฯผักชนิดหนึ่ง มีชื่อว่าต้นหอม / Siwika Chayaworadech
[SCI-CU #4] "คู่แล็ป" และวันตัดเสื้อกราวน์
  • ก่อนเข้าภาค  เข้า Sec* ต้องไปทำบุญกันมาเยอะๆ  การได้คู่แลปดีนี่จะส่งผลไปยังจบคลาส  ถ้าได้คู่แลปที่มาแบบตีมึนนี่อยากจะเอาหัวโขกอ่างล้างเครื่องมือกันไป!  โชคดีที่ผู้เขียนได้คู่แลปดีมาตลอด  บางคนได้คู่แลปที่มาเรียนครึ่งเทอม แล้วลาออก! .. ถ้าเจอแบบนั้นบอกได้คำเดียวว่า "ซวย"

    คู่แล็ป จะเปลี่ยนไปตามวิชา ได้แก่ ชีววิทยา, ฟิสิกส์, เคมี, ชีวโมเลกุล และอื่นๆ   อย่าว่าแต่ตัวเองต้องต้องมานั่งกังวลว่าเราจะได้คู่แล็ปดีหรือไม่?  เราควรจะประพฤติตัวเป็นคนดีต่อคู่แลปด้วย  บางทีก็ต้องมีการฝากส่งงาน  ปรึกษาข้อมูล   ฝากส่งการบ้าน 

    ยังจำวันแรกที่ตัดเสื้อกราน์ได้. ผู้เขียนใช้บริการตัดเสื้อกราวน์ที่สหกรณ์ศาลาพระเกี้ยว. วันเดียวกับที่ไปซุดนิสิต หน้าตาของเสื้อกราวน์มีให้เลือกแค่ 2 แบบคือแขนสั้นและแขนยาว และเลือกปักชื่อเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ตอนนั้นยังติดภาพการปักชื่อนักเรียน ต้องเขียนตัวเต็ม  แต่ความจริงก็ไม่มีผลต่อการเรียกชื่อในห้อง. เพราะอาจารย์ก็จำหน้าจำชื่อได้ไม่ครบอยู่แล้ว  ไหมปักชื่อมีไว้แค่ทำเครื่องหมายเสื้อไม่ให้หยิบผิดสลับกัน


    ภาคของผู้เขียนใช้เสื้อแล็ปแขนสั้นเท่านั้นก็พอ. เพราะไม่ต้องป้องกันการปนเปื้อนมากเท่าไหร่ หรือบางคนห้องแล็ปหนาวและทำการทดลองที่อาจมีเปลวไฟจึงต้องใช้เสื้อกราวน์แขนยาว. เคยสงสัยว่าทำไมต้องเป็นสีขาว อาจารย์ก็ให้คำตอบไม่ได้. แต่น่าจะมาจากความเป็นระเบียบเรียบร้อยถ้าอะไรปนเปื้อนหกรดจะได้เห็นชัดๆ

    กฎสำคัญเมื่อเข้าแล็ปข้อที่ผู้เขียนว่าควรถือเป็นอันดับ 1 คือ ไม่ควรกินอาหารหรือดื่มน้ำภายในห้อง (ถ้าเกิดหิวน้ำจริงๆ อาจารย์กฌไม่ได้ห้ามออกไปหยิบขวดดื่มน้ำที่ล็อกเกอร์ตัวเองได้. แต่ต้องถอดเสื้อกราวน์). เวลาทำแล็ปต้องใส่เสื้อกราวน์ตลอดเวลา ไม่ได้ทำก็ถอด (และล้างมือให้สะอาด)  เพื่อให้ระลึกว่ามือตัวเองไม่ได้ผ่านการจับจับสารเคมีอันตรายมา


    กฎที่ต้องถือไว้อันดับต่อมาคือควรเก็บกระเป๋าสัมภาระไว้นอกห้อง เพราะไม่อย่างนั้นโต๊ะจะไม่มีที่วางเครื่องมือ อาจจะปัดของโต๊ะหรือสายพันกับฮีทเตอร์ไหม้ ซึ่งเรามักเห็นเกิดขึ้นบ่อยๆ และห้ามวิ่งในแล็ปเพราะจะเดินชนคนอื่นตอนถือสารเคมีได้


    แล็ปแรกก็เจอคู่แลปนามสกุลเดียวกับ "รัฐมนตรี"  ความเกร็งก็จะมา  (แต่โชคดีที่มารู้หลังจากเรียนจบไปแล้ว) ใครได้คู่แล็ปเป็นดาวคณะ หรือ เป็นดารา ก็น่าจะเกร็งตามกันไป    และหากได้คู่แล็ปที่มาจากโรงเรียนชื่อดัง และดูเก่งมากๆ  อันนี้ต้องบอกว่าไม่ได้โลกสวย  เขาก็จะดูถูกความไม่รู้ของเราบ้าง  (แต่ก็เป็นส่วนน้อย) จะมีการพูดเหน็บ หรือ ทำกิริยาแบบว่าเรานี่เป็นตัวถ่วงของเขาชะมัด  

    ถ้าเจอแบบนั้นทำยังไง?  ถ้าเป็นผู้เขียนก็จะต้องบอกว่า "เธอๆ เราขอโทษนะ ที่เราไม่ค่อยทัน  ขอโทษที่ถามบ่อย" "ถ้าเราทำให้เธอไม่สบายใจ ขออาจารย์เปลี่ยนคู่ไหม?"  จริงๆอาจารย์ก็ไม่ค่อยอยากให้เปลี่ยนคู่เท่าไหร่  (และไม่น่าจะให้เปลี่ยนด้วย)

    เทอมแรกเราจะได้มีคู่แล็ป 3 คน ได้แก่ แล็ปชีววิทยา  แล็ปเคมี  และแล็ปฟิสิกส์ วิธีจับคู่คือเป็นคนที่ชื่อข้างๆ กันนั่นเอง

    ประโยชน์ของคู่แล็ปนอกจากช่วยกันเรียนแล้วยังประหยัดค่าเครื่องมือ และสารเคมี. แถมยังช่วยกันดูแลเวบาเกิดอุบัติเหตุ. แถมยังช่วยกันล้างเครื่องมือจะได้กลับบ้านไวๆ

    คือการล้างนี่ไม่ใช่กะแต่ว่าล้างซันไลต์เอาให้สะอาด. บางทีต้องเอาสารพิษไปแยกทิ้งให้ถูกต้อง และล้างอย่างถูกวิธีไม่ให้หลอดทดลองมีคราบ

    ณ จุดนี้ผ่านมาเป็น 10 ปี ย้อนเวลาไปแล้วต้องขอบคุณในความอดทนของตัวเองมากๆ เนื่องจากผู้เขียนไม่ชอบเรียน มันกระด้างเหมือนบังคับตัวเอง อีกทั้งเราคำนวณ ชั่ง ตวง วัด ไม่ค่อยเก่ง  แล้วการเรียนวิทยาศาสตร์มันมาพร้อมกรอบและทฤษฎี  เราคิดต่างได้แต่ต้องพิสูจน์ บางทีก็รู้สึกว่ามันอึดอัดมากทีเดียว


    คู่แล็ปเพียงคนเดียวที่ผู้เขียนยังได้เจอและติดต่อกันบ้างเป็นคู่แล็ปเคมีปีหนึ่ง ด้วยความที่เธอเป็นคนเก่ง และ Nice ใครอยู่ด้วยแล้วก็มีความสุข (รู้สึกว่าเะอจะเรียนต่อดอกเตอร์)


    ใครที่ได้เจอคู่แล็ปที่อาจจะเคมีเข้ากันยากหน่อย ก็ต้องอดทนกันไป  อย่าโกรธกัน  อย่าทะเลาะกัน   ต้องพยายามถ้อยทีถ้อยอาศัย

    ถือเป็นประสบการณ์แรก  ของ "ทักษะการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น"


    ปล.  ฝากถึง "คู่แลป" ของเราทุกคน  พวกเธอน่ารักมาก

    หมายเหตุ : sec* ในที่นี้หมายถึง section ที่จัดกลุ่มแบ่งผู้เรียน
    =========================================================================
    อ่านตอนก่อนหน้า :
    [SCI-CU #2] CU First Date              
    [SCI-CU #3] วิชาชีววิทยา