Lab Story เรื่องเล่าสาววิทยาฯผักชนิดหนึ่ง มีชื่อว่าต้นหอม / Siwika Chayaworadech
[SCI-CU #19] "เข้าแล็ปภาค"กรุณาถอดถุงมือก่อนเปิดประตู
  • "เข้าแล็ปภาค"กรุณาถอดถุงมือก่อนเปิดประตู!

     

    เคยมีข่าวบอกว่า "ลูกบิดประตู" เป็น Area ที่สกปรกที่สุดแห่งหนึ่งพอๆ กับ ที่กดชักโครก ซึ่งความจริงแล้ว ..มันจริงตามนั้น!



    นอกจากโครงงานวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนมัธยมแล้วก็ไม่เคยจริงจังกับการ "ทำแล็ป" เลยสักครั้ง แม้ว่าปี 1 จะได้เรียนมาบ้างแต่ไม่เข้มข้นเท่าเข้าแล็ปภาค แค่วันแรกที่รุ่นพี่เรียกปฐมนิเทศก็งานเข้าแล้ว



    ในห้องแล็ป หน้าตา (บรรยากาศห้อง) จะสว่างๆ แสงแรก คือสว่างด้วยหลอดไฟเพดานปรกติ แสงที่สอง อาจจะสว่างด้วยหลอดยูวี ให้สีม่วงๆไว้เปิดตอนฆ่าเชื้อ (ซึ่งถ้าจะเปิด คนในห้องต้องวิ่งป่าราบกันออกไปก่อนเพราะแสงนี้จะทำให้เป็นหมันได้)  โต๊ะในห้องต้องเป็นสีขาวเท่านั้น (น้อยที่จะเป็นสีอื่น) ที่ต้องเป็นอย่างนี้ เพราะป้องกันการปนเปื้อนขณะทดลอง





    ว่ากันว่า ห้องเดียวกันถ้ามีคนทำแล็บเกี่ยวกับเห็ด ต่อให้ล้างสะอาดแล้วทั้งห้อง แล้วคนอื่นมาทำต่อเรื่องอื่นก็ยังเจอเชื้อเห็ดอยู่ในหลอดทดลองได้เลย ในแล็บจึงมีสิ่งที่เราเห็นได้จริงด้วยตากับมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า บางทีก็ต้องจินตนาการว่า "มันมีอยู่จริง!!"



    ผู้เขียนเรียนด้านอนูชีวโมเลกุล ซึ่งแล็ปภาคส่วนใหญ่ต้องสกัดดีเอ็นเอทุกขั้นตอนต้องสะอาด แม้ว่าจะจามหรือพูด ก็อาจทำให้เกิดความคาดเคลื่อนได้(ดีเอ็นเอเราจะไปปนกับสายที่กำลังตรวจสอบ) ถ้าเผลอใส่ถุงมืออยู่แล้วไปจับลูกบิดประตู นอกจากจะทำให้พวกสารก่อมะเร็งไปติดอยู่ที่ลูกบิดแล้วยังรับเอาสิ่งสกปรกมาติดที่ถุงมือ ทำให้ผลแล็ปเพี๊ยนอีกด้วย



    เริ่มต้นด้วยอุปกรณ์ทุกอย่างต้องไปอบฆ่าเชื้อ(มัดใส่ถุงพลาสติก ที่เรียกว่าเข้าเครื่อง Auto Crave) เป็นหม้ออบความดัน เพราะความร้อนอย่างเดียวนั้นไม่พอต้องระเบิดเซลล์ให้แตกตายกันไปข้าง



    วันแรกก็โดนรับน้องเลย ไม่รู้ว่าขวดสเปรย์ที่วางอยู่บนโต๊ะเป็นสเปรย์แอลกอฮอล์ เอามาฉีดหน้าเล่น นึกว่าเป็นน้ำเปล่า! เสล่อมากที่ไม่รู้ว่าเขาเอาไว้เช็ดโต๊ะและเครื่องมือ สังเกตดีๆ จะมีผ้าขี้ริ้ววางอยู่รอบตัว และมีถุงมือให้ใส่ ขนาดถุงมือเองก็ยังมีรายละเอียดที่ต้องรู้ถ้าถุงมือยาง ราคาประมาณข้างละ 1 บาท กันสิ่งสกปรกได้ระดับทั่วไป แต่ถุงมือสีฟ้า สำหรับกันไวรัส(สำหรับแล็ปที่มีตรวจเลือด) ราคาประมาณคู่ละ 5 บาท เพราะฉะนั้นบางคนที่งกๆ จะไม่ค่อยถอดทิ้งกันข้อเสียคือ ใส่นานๆ แล้วแป้งของถุงมือจะสะสมเป็นขี้ไคลกัดเล็บ น่ากลัวมาก







    และทุกครั้งที่ทำการทดลองต้องมีหลอดเปล่า กับหลอดขึ้นผล ที่เรียกว่า Blank กับ Standard เพื่อใช้เทียบว่า หากขึ้นแถบแบบ Standard แสดงว่าตัวอย่างของเรานั้นมีสารที่เราสงสัยอยู่แต่ถ้าหลอด Blank ก็ขึ้นขีด ปรากฎว่าต้องรื้อทิ้งทำใหม่หมด ..จะบ้าหรอ!ไม่ได้ใส่อะไรจะขึ้นตัวเทสได้ยังไง!






    บางคนที่เขาเพิ่งไปจับลูกบิดประตูมา อาจจะเพิ่งแคะจมูกแคะฟัน สูบบุหรี่ หรือเกาตามผิวหนัง ซึ่งหากมองในเรื่องของจุลินทรีย์ "ลูกบิดประตู"ถือว่าเป็นที่พักชั่วคราว Hostel / Homestay ชั้นดี เพราะมีสารคัดหลั่งแวะมาติดอยู่บ่อยๆ จึงจะเห็นพี่ๆเปิดประตูด้วยท่าแปลกๆ เอาหลังดัน หรือถ้ามีเพื่อนเป็นคู่แลป เพื่อนจะคอยเปิดประตูแตะคีย์การ์ดให้





    เรื่องตลกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ ขั้นตอนสุดท้ายของการตรวจเช็คดีเอ็นเอว่าขึ้นแถบหรือเปล่าจะต้องเอาไปย้อมสารเคมีเพื่อดูสีที่ห้องย้อมเจล และสีที่ได้จะต้องมองด้วยแสงยูวีต้องทำกับเครื่องฟลูออเรสเซ้นส์ตัวละ 5 แสน รวมอุปกรณ์ในห้องนั้นก็ 10 กว่าล้าน ในห้องแล็ปกลางของภาค



    เพราะฉะนั้นเวลาจะทำอะไรทีก็ต้องคิดเป็นขั้นตอนตั้งแต่เตรียมของ ทำการทดลอง ล้างเก็บอุปกรณ์ ตลอดจนปิดประตูให้สนิท



    มีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนรีบกลับบ้านก็เลยปิดประตูไปไม่ได้ทิ้งกุญแจไว้ให้ ผู้เขียนลืมว่าไม่ได้เอาคีย์การ์ดเข้ามาในห้องแล็ปกลางด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นคือ ติดอยู่ในห้อง เปิดประตูออกไม่ได้ (ยังไม่ได้สิทธิ์คีย์การ์ดเป็นของตัวเอง)



    ตัวเลือกวันนั้นมี 2 อย่าง คือยืนดักรอคนผ่านไปผ่านมาให้เปิดประตูให้ (ซึ่งโอกาสน้อยมาก) กับ สองพังกระจกออกไป(ซึ่งอาจจะโดนปรับยาวๆ)



    ตอนนั้นไม่ได้เอาโทรศัพท์มือถือเข้ามาด้วยไม่มีอะไรติดตัวเลย ให้ทายว่าผู้เขียนแก้ปัญหายังไง?



    ใช่แล้ว! เลือกข้อ 2 พังกระจกออกมา



    ก็ยืนรออยู่สักพักไม่มีใครผ่านมาร้องเรียกก็ไม่มีใครได้ยิน (ห้องเก็บเสียงหรือเปล่าเนี่ยะ)ขณะที่กำลังคิดจะออกแรงเอาอะไรทุบกระจกก็นึกขึ้นได้ว่ามันมีกระจกที่เปิดได้จากด้านในอยู่บานหนึ่ง ซึ่งอยู่หลังเครื่อง 10 กว่าล้านในห้องฟลูออเรนเซ้นส์



    เย็นมากแล้ว ใกล้ๆ ค่ำถ้าออกไปได้ช้ากว่านี้คงไม่มีใครอยู่ตึก ผู้เขียนปีนออกทางนั้น แล้วปิดกระจกไว้ให้ดูเหมือนเดิมไม่มีใครรู้ว่าด้านในไม่ได้ล็อค แล้ววันรุ่งขึ้นค่อยเข้าไปในแล็ปเพื่อไปล็อคกระจกใหม่



    โชคดีที่ในห้องไม่มีอะไรหาย!