บ่นเรื่อยเปื่อยJan A E-nee Kitsada
เธอคนเดียว
  • ผมรอคำตอบจากตะปูด้วยใจจดใจจ่อแต่สิ่งที่ได้รับในชั่ววินาทีนั้นคือความเงียบ เงียบมากขนาดเข็มตกยังได้ยินเสียง ไม่มีสัญญาณตอบกลับใด ๆ จากตะปู ขณะที่ใจผมเริ่มเต้นระรัวเหมือนกลองจังหวะสามช่า ลุ้นอยู่ในใจทุกวินาทีขอให้เธอตอบรับเป็นแฟน 

    “ตะปูขอแปะไว้ก่อนได้ไหม แบบนี้ก็ดีแล้วค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนทุกครั้ง “ถ้าถึงเวลาตะปูจะบอกนะค่ะ”

    “ได้สิจ๊ะ” ผมแอบผิดหวังในใจเล็กน้อยแต่พยายามทำใจยอมรับกับคำตอบที่ได้รับแม้ว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่ผมคาดหวังไว้ตั้งแต่แรกก็ตาม นี่ผมกำลังอกหักใช่ไหมเนี่ย ผมพยายามสลัดความคิดเหล่านี้ออกจากหัวโดยเร็ว รวบรวมสติที่มีอยู่น้อยนิดพูดคุยกับตะปูต่อจนเธอขอตัวนอนเหมือนเช่นทุกวัน 

    ผมนั่งเหมอมองออกไปนอกหน้าต่างคืนนี้ฟ้ามืดสนิทไร้ดาวสักดวงให้ผมอธิษฐานมีแต่เพียงแสงไฟจากเสา บ้านเรือนและอาคารที่ส่องแสงสลัวๆ ผมต้องไม่ยอมแพ้ อย่าให้เรื่องแค่นี้มาทำลายความรู้สึกดี ๆและความตั้งใจจริง บางทีนี่อาจเป็นโอกาสและก้าวสำคัญที่จะไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ก็ได้  ผมมาไกล... มาไกลเกินกว่าจะหันหลับกลับไป ผมตกผนึกทางความคิดว่าจะต้องรุกจีบตะปูให้หนักกว่าเดิมเพื่อครอบครองหัวใจเธอให้จงได้

    ผมกับตะปูสนิทสนมกันมากขึ้นการพูดคุยของเราเริ่มเหมือนคนเป็นแฟนกัน เพียงแต่เธอไม่ยอมรับผมในฐานะแฟนเท่านั้น สังเกตได้จากการที่ตะปูเริ่มแสดงความห่วงใยโดยกล้าที่จะบอกกับผมว่าคิดถึงและฝันดีทุกครั้งที่วางสาย หรือบางทีเธออาจปากแข็งไม่ยอมพูดความจริงตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมขอเธอเป็นแฟน แต่ช่างเหอะมันไม่สำคัญหรอกสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกดี ๆ ที่เราสองคนมีให้กันมากกว่ามันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆและเป็นความรู้สึกดีมากจนยากที่จะอรรถธิบายให้ใครเข้าใจได้

     “ตะปูยังมีความสุขอยู่ใช่ไหมที่คุยกับพี่”

    “ก็ไม่รู้สิคะ”เธอหยุดนิดนึง

    “แต่ยิ้มทุกครั้งที่คุยอะ”

    “พี่รู้สึกดี ๆ กับตะปูนะค่ะ”  

     “แหะ ๆ”

    “ฝากหัวใจพี่ไว้ในหัวใจตะปูหน่อยได้ไหมคะ อาจทำให้อบอุ่นขึ้น”

    “ตอนนี้เป็นหน้าหนาวที่อบอุ่นมากที่สุดเลย  ใจอุ่นมาก ขอบคุณนะคะพี่”

    “จริงหราคะ”

    “ล้อเล่นค่ะ”

    “อืม”

    “คบกันไหมคะ”

    “จริงเปล่า”

     

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in