Whatnot Around TaiwanMinami Niekawa
Chapter 4 : ไต้หวันอดีต 'เกาะขยะ'
  •           ถ้าพูดถึงเพลง A Maiden's Prayer หรือเพลง Fur Elise แล้วหลายคนอาจนึกถึงเสียงตุ๊กตาไขลานหรือเสียงเพลงเวลารอสาย แต่ถ้าถามคนที่เคยไปไต้หวันแล้วล่ะก็ คิดว่าทั้งสองเพลงนี้ คงทำให้นึกถึงช่วงเวลาเย็นๆ ใกล้สองทุ่ม ที่ต้องรีบวิ่งออกมายืนหน้าบ้านอย่างแน่นอน

              สำหรับคนที่ไม่รู้มาก่อนอาจคิดว่านี่เป็นเสียงของรถไอศกรีมที่ขยันผ่านหน้าบ้านเช้าเย็น แต่เปล่าเลย เพราะจริงๆ แล้ว สองเพลงนี้เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของ ‘รถเก็บขยะ’ ของไต้หวัน เกาะที่ครั้งหนึ่งถนนซอกซอยเคยสกปรกถึงขั้นได้รับการขนานนามว่า ‘เกาะแห่งขยะ’


              ในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจในช่วงปี 1980-1989 ไต้หวันพยายามผลักดันให้เกิดการปกครองแบบประชาธิปไตยแล้วเสริมสร้างฐานพลังด้วยภาคอุตสาหกรรมและภาคการท่องเที่ยว ทำให้คนจากจังหวัดอื่นๆหลั่งไหลเข้าไปทำงานที่เมืองหลวงอย่างไทเป และแน่นอนว่าหนึ่งในปัญหาที่ตามมาจากการกระจุกตัวของประชากรก็คือการจัดการขยะหรือสิ่งเหลือใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งในอดีต การทิ้งขยะสามารถทำได้ง่ายๆโดยการนำขยะไปกองทิ้งตามข้างถนนหรือตามถังขยะที่ภาครัฐจัดเตรียมไว้ให้และเมื่อถึงเวลารถขยะก็จะมาเก็บขยะเหล่านั้นไปกำจัด


              แต่ปัญหาที่ตามมาคือ กองขยะที่ล้นหลามและเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม

              เมื่อขยะถูกทิ้งโดยไม่ผ่านการทำความสะอาดและคัดแยก ทั้งเศษอาหารน้ำหวาน สิ่งสกปรกต่างๆ ก็ผ่านฝนผ่านแดดส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ทำให้ทั้งหนู มดแมลงสาบ แห่กันมาเป็นโขยง นอกจากจะเป็นภาพที่บั่นทอนคุณภาพจิตแล้ว สิ่งเหล่านี้ยังสร้างการสูญเสียทรัพยากรมากมายทั้งค่ากำจัดขยะ ค่าแรงงาน และสูญเสียแม้กระทั่งรายได้จากขยะ

                   แต่เพียงเวลาไม่กี่ทศวรรษ ไต้หวันก็พลิกโฉมกลายเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับเรื่องระบบการจัดการระดับโลกผ่านความร่วมมือจากส่วนกลางและจากตัวประชาชนเอง โดยเปลี่ยนการเก็บขยะจากการนำขยะไปทิ้งที่ถังเป็นการนำขยะมาทิ้งที่รถขนขยะด้วยตัวเอง หรือในพื้นที่สาธารณะถังขยะก็ไม่ได้มีจำนวนมากมาย เพื่อให้ประชาชนนำขยะเหล่านั้นกลับไปทิ้งหรือรีไซเคิลที่บ้านของตนและเพื่อให้ผู้คนละแวกนั้นรู้ว่ารถขยะมาแล้ว เพลง A Maiden's Prayer หรือเพลง Fur Elise ก็ถูกติดตั้งเป็นสัญญาณให้นำขยะออกมาทิ้งดังมาแต่ไกล ส่วนช่วงเวลาที่รถขยะจะผ่านหน้าบ้านก็ขึ้นอยู่กับการกำหนดเส้นทางของทางเทศบาลเช่น บริเวณที่เป็นที่พักอาศัยรถขยะก็จะมาในช่วงตอนเช้าก่อนจะออกไปทำงาน และช่วงตอนเย็นที่ผู้คนเริ่มทยอยกลับถึงบ้านส่วนย่านการค้าหรือย่านท่องเที่ยวก็จะมาในช่วงกลางวันและตอนค่ำหรือแม้กระทั่งในมหาวิทยาลัย รถขยะก็จะมาเก็บช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน



              ในส่วนการทำงานของรถขยะ จะแบ่งขยะออกเป็นสามส่วนด้วยกันคือขยะที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ (垃圾 เล่อเซ่อ  คำนี้เป็นคำด่าได้ด้วยแปลว่า ไอ่ขยะ!) เช่นพวกทิชชู่ถุงน้ำจิ้ม ถุงพลาสติก และในบริเวณท้ายรถ ก็จะมีถังติดมาอีกสองใบ โดยใบหนึ่งจะใช้ใส่เศษอาหารเพื่อนำไปเป็นอาหารให้กับปศุสัตว์ ส่วนอีกใบจะใช้ใส่ของสด เพื่อนำไปเป็นปุ๋ยหมักหรือน้ำหมักชีวภาพซึ่งภาครัฐสามารถนำไปใช้ในสวนสาธารณะ หรือนำมาขายในราคาถูกได้อีกด้วย

              ส่วนขยะรีไซเคิล ผู้ทิ้งก็ต้องแยกและทำความสะอาดขยะก่อนนำไปทิ้งเช่นกระป๋อง พลาสติก แก้วกระดาษสมุดสำหรับวาดเขียน หรือกระดาษมันจากกล่องอาหาร (สำหรับตัวผู้เขียนไม่แน่ใจว่าการทิ้งขยะรีไซเคิลนั้นต้องแบ่งออกเป็นกี่ประเภท แต่ถ้าตามหอพักในมหาวิทยาลัยจะแบ่งย่อยถึง10 กว่าประเภท และบางหอพักก็จะมีการตั้งเวรดูแลการทิ้งขยะอีกด้วย)โดยรถขยะแบบไม่รีไซเคิลจะผ่านหน้าบ้านหกวันต่อสัปดาห์ วันละสองรอบเช้าเย็น และในจำนวนสองวันนี้ ก็จะมีวันที่รถขยะรีไซเคิลขับพ่วงตามท้ายมาด้วย


               นอกจากการบังคับโดยตรงผ่านทางรถขยะแล้ว ใครที่เคยไปไต้หวันน่าจะทราบดีว่า การซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าใหญ่ๆ จะต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อซื้อถุงพลาสติก โดยราคาก็จะแตกต่างกันออกไปตามขนาดของถุง แตกต่างจากบ้านเราที่ถึงแม้จะซื้อของเพียงชิ้น สองชิ้น ทางร้านก็จะใส่ถุงให้อย่างรวดเร็วจนแทบจะปฏิเสธไม่ทัน

               หลายๆ ความคุ้นชินต่างๆ ในชีวิตประจำวัน อาจทำให้เราไม่รู้ตัวว่า เรากำลังผลักเรื่องที่คิดว่าไกลตัวออกไปทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องใกล้ตัวจากมือคู่นี้ของเราเอง   

    หากครั้งหน้าใครมีโอกาสได้เห็นรถขยะนี้ที่ไต้หวันแล้วล่ะก็ ลองสังเกตกันดูเล่นๆ นะคะ เพราะนอกจากจะได้รู้ว่าเขาจัดการและรับผิดชอบขยะของตัวเองกันยังไงแล้ว เผลอๆ อาจได้เห็นงานแสดงเคล้าเสียงดนตรี ที่นึกไม่ถึงว่าเครื่องดนตรีนั้นจะเป็นรถขยะก็ได้ค่ะ :)


    #

    Cr.photo - Cr.i.ytimg.com/buzzworthy.s3.amazonaws.com/www.gzsenrong.com/www.lihpao.com
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in