เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
↑ ↑ ↓ ↓ ← → ← → Ⓑ Ⓐ STARTStarLord4K
10 เกมที่ทลายกำแพงที่สี่
  • ***ไม่อนุญาตให้นำไปอ่านในพอดแคสต์
    หรือยูทูบช่องใดๆ ในทุกกรณี***

    เรื่องราวในเกมก็ต้องเกิดขึ้นในโลกของตัวมันเอง ซึ่งเราที่เป็นคนเล่นในโลกแห่งความจริง จะมีหน้าจอทีวีกั้นโลกของเกมให้แยกออกจากกัน เหมือนเป็นกำแพงที่ 4 (กำแพงที่ 1-3 เปรียบเสมือนกำแพงด้านหลังฉากในโรงละคร) ถ้าจู่ๆ ตัวละครในเกมจะหันหน้าออกมาคุยกับเรานอกจอทีวี นั่นก็คือเกิดการทำลายกำแพงที่สี่เกิดขึ้น มันจะเจ๋งแค่ไหนเมื่อเราพบว่าตัวละครที่เราชอบ หรือไม่ชอบ จู่ๆ ก็หันหน้าออกมาคุยกับเราในโลกแห่งความจริงได้ ซึ่งวันนี้เราจะรวบรวม 10 เกมที่ใช้เทคนิคนี้ที่น่าสนใจ โดยไม่เรียงลำดับใดๆ ทั้งสิ้น

    1. Tomb Raider 2 (1997) จากความสำเร็จของเกมภาคแรกในปี 1996 และข่าวลือที่แพร่กระจายกันในหมู่คนเล่นเกมในสมัยนั้นว่า มีสูตรลับที่จะทำให้เราเห็นลาร่าครอฟต์แบบไม่สวมเสื้อผ้า (ซึ่งไม่มีอยู่จริง) พอผู้พัฒนาเกมภาคสองได้ทราบเข้านั้น ก็เลยแกล้งเรากลับโดยการทำให้ลาร่ามายั่วเราเล่นๆ คือหลังจากที่เราชนะด่านสุดท้ายได้แล้ว จะปรากฏคัทซีนลาร่ากำลังจะอาบน้ำ ก่อนที่เธอจะถือปืนแล้วหันมาพูดกับเราที่อยู่นอกจอทีวีว่า "ไม่คิดหรอว่าคุณเห็นมาเยอะพอแล้ว" ก่อนจะยิงใส่เราล้มลงไป ถือเป็นการกวนเรากลับ และให้คำตอบที่ว่า ไม่จ้า ชั้นไม่มีอะไรให้พวกเธอดูหรอกย่ะ

    2. X-Men (1993) เกมเอ๊กซ์เมนเวอร์ชั่น Sega Genesis (หรือ Mega Drive ในบ้านเรา) มีด่านนึงที่พอเอาชนะบอสได้แล้ว จะปรากฏหน้าจอคอมพิวเตอร์เออเร่อขึ้นมา แล้วบอกให้เรารีบูทระบบ ซึ่งเราไม่สามารถกดปุ่มใดๆ บนจอยได้เลย ซึ่งความจริงแล้วเราต้องกดปุ่ม Reset บนเครื่องเกม แต่ต้องกดเบาๆ เท่านั้น เพื่อเป็นการ soft reset ก่อนที่เกมจะโหลดฉากต่อไปให้ทันที เหมือนเป็นการให้เรามีส่วนร่วมกับเกมจริงๆ

    3. Pony Island (2016) เกมอินดี้จาก Steam ที่หลายคนยกย่อง ตัวเกมนั้นค่อนข้างแปลกมาก โดยที่เมื่อเราเล่นอยู่ จะมีตัวละครจากในเกมส่งข้อความจากใน Steam มาพูดคุยกับเรา เท่านี้ยังแปลกไม่พอ เมื่อเราเล่นเกมจนจบแล้ว ตัวละครในเกมจะขอร้องให้เราลบไฟล์เกมออกจากเครื่องด้วย เพื่อถือเป็นการปลดปล่อยวิญญาณของม้าโพนี่ให้เป็นอิสระ ไม่รู้ว่าจะอึ้งหรือจะกลัวก่อนกันดี

    4. The Stanley Parable (2013) เกมอินดี้ที่ดังมากๆ ไม่แพ้กัน ตัวเกมไม่ยาวนัก แต่ผู้เล่นสามารถเลือกทำอะไรก็ได้ในภายในเกม ว่ากันว่ามีฉากจบถึงสิบกว่าแบบเลยทีเดียว สาระสำคัญของเกมนี้ก็คือ การเลือกว่าจะเชื่อฟังผู้บรรยายเกมหรือไม่ ซึ่งถ้าหากเราไม่เชื่อฟังผู้บรรยายเกม และเดินออกนอกเส้นทาง ผู้บรรยายเกมจะหงุดหงิดอารมณ์เสียใส่เรา และโหลดเกมอื่นขึ้นมาแทน เช่น Minecraft, Portal เป็นต้น

    5. Kid Icarus: Uprising (2012) เป็นเกมของเครื่องเล่น Nintendo 3DS มีพระเอกเป็นเทพเด็กชื่อ Pit แล้วอีตาพิทเนี่ยชอบพูด พูดมาก แซวเก่ง แซวไปหมดทุกอย่าง แซวเกมตัวเอง แซวเกมของนินเทนโด แซวคนทำเกมไม่หยุด อยากให้ได้ฟังบทพูดของเขา คือมันตลกมากจริงๆ

    6. Conkur's Bad Fur Day (2001) เกมนี้อาจจะไม่ดังในบ้านเราเท่าไหร่นักเพราะเป็นเกมที่ต้องอ่านเยอะพอสมควร และเป็นเกมจากเครื่องเล่น Nintendo 64 ที่ไม่ค่อยฮิตในบ้านเรา มีฉากนึงที่ตัวเอกคองเคอกำลังจะสู้กับเอเลี่ยนซีโนมอร์ฟ แล้วจู่ๆ เกมก็ค้าง หลายคนที่เล่นก็อาจจะตกใจว่าเกมค้างจริงๆ แต่จู่ๆ เจ้าคองเคอก็ออกมาพูดแบบงงๆ ว่า เกิดอะไรขึ้น เกมค้างหรอ คนทำเกมหายไปไหน มาซ่อมเกมให้หน่อย แต่ก็ไม่มีใครมาซ่อมให้แกซักที แกก็เลยแฮคเกมเล่นซะเลย เป็นฉากที่ทั้งขำและกวนตีนที่สุดในเกมแล้ว

    7. Batman Arkham Asylum (2009) มีฉากนึงตอนที่แบทแมนกำลังสู้กับตัวร้ายอย่างสแกร์โครว์ จู่ๆ เกมก็ค้าง แต่ที่จริงแล้วเป็นทริคของสแกร์โครว์ที่สร้างภาพหลอนมาหลอกเรา แล้วจู่ๆ คัทซีนก็เล่นย้อนกลับไปที่ฉากก่อนหน้า เพียงแต่ตัวเรากลายเป็นโจ๊กเกอร์ที่ฆ่าแบทแมนสำเร็จแล้ว แถมยังมีหน้าจอ Game Over ขึ้นมาอีกต่างหาก เล่นเอาเรางงไปตามกัน ก่อนที่จะเฉลยว่าเป็นภาพหลอน ก็ตกใจแทบแย่ ถือว่าทริคนี้ไม่ได้เล่นกับแค่แบทแมนเท่านั้น แต่เล่นกับเราที่อยู่นอกจอด้วย เจ๋งโคตรๆ

    8. Metal Gear Solid (1998) เกมที่เจ๋งที่สุดของ PlayStation และของมหาเทพโคจิม่า เกมนี้เรียกได้ว่ามีการใช้เทคนิคทลายกำแพงที่สี่แทบจะทั้งเกมเลยทีเดียว คือมันมีเยอะมาก ถ้าให้อธิบายทั้งหมดอาจจะต้องใช้เวลาเป็นวัน เอาเป็นว่าขอเลือกเอาเฉพาะอันที่น่าสนใจ เริ่มจากอันแรกก่อนเลยก็คือ หากเราใช้ทีวีรุ่นเก่า (โมโนทีวี: ทีวีที่มีลำโพงช่องเดียว) ตอนฉากที่สู้กับบอสตัวหนึ่งที่ขับเฮลิคอปเตอร์ คนในทีมจะวอเข้ามาเยาะเย้ยเราว่ายังใช้ทีวีรุ่นเก่าอยู่อีกหรอ อันนี้น่าเจ็บใจมากในสมัยนั้น

    ลูกเล่นต่อมาก็คือ การที่เราต้องเปิดตลับซีดีเกมเพื่อหารหัสสื่อสารไปยังตัวละครสำคัญของเรื่อง ซึ่งจะไม่มีบอกในเกมเลยว่ารหัสอะไร ทำให้คนที่ไม่มีตลับเกม หรือเล่นแผ่นผีในสมัยนั้น ต้องติดแหง็กไปต่อไม่ได้ เพราะไม่มีรหัสสื่อสาร ก็คือเก็บของกลับบ้านไปเลย แต่พอสมัยนี้มีอินเตอร์เน็ตแล้ว เราสามารถหารหัสนี้ได้อย่างง่ายดายมากๆ (นั่นคือ 140.15 จดไปใช้ซะ)

    และที่สำคัญที่สุดจนเป็นตำนานเลยก็คือตัวร้ายที่ชื่อ Psycho Mantis เป็นตัวร้ายที่อ่านใจผู้เล่นอย่างเราได้ โดยการอ่านเมมโมรี่การ์ดของเรา หากในเมมโมรี่การ์ดของเรามีไฟล์เซฟเกมต่างๆ ในเครือ Konami เช่น Suikoden หรือ Castlevania เจ้าไซโคแมนทิสจะทักเราว่า เฮ้ย ข้าเห็นว่าแกชอบเล่นเกมของโคนามิสินะ ซึ่งในสมัยนั้นเราก็คงจะกลัวไม่ใช่น้อย (แม้ในปัจจุบันจะก่นด่าโคนามิในใจวันละสามล้านรอบหลังอาหารก็ตาม)

    นอกจากนี้ไซโคแมนทิสยังวิเคราะห์การเล่นของเราในฉากก่อนๆ ได้อีกด้วย ว่าเราระวังกับดักขนาดไหน เซฟเกมบ่อยหรือเปล่า และถ้าเราใช้จอยรุ่น DualShock ในการเล่นเกม มันยังแสดงอภินิหารให้เราเชื่อในพลังจิตของมันอีกด้วย โดยการบอกให้เราวางจอยเกมลงบนพื้น จากนั้นจะทำให้จอยขยับเอง โดยการสั่งให้มันสั่นได้

    และในขณะต่อสู้กันนั้น เราจะไม่สามารถโจมตีไซโคแมนทิสได้เลย หัวหน้าทีมจะวอมาหาเราบอกให้เราต้องสลับจอยจากจอย 1 เป็นจอย 2 จะทำให้ไซโคแมนทิสไม่สามารถอ่านใจเราได้ (ซึ่งหากเรามีปัญหาในการสลับจอย มันจะมีอีกวิธีหนึ่ง) ตรงนี้เรียกได้ว่าเป็นความอัจฉริยะของโคจิม่าที่ไม่มีใครในโลกสามารถคิดได้เหมือนแกอีกแล้ว

    9. Spec Ops: The Line (2012) เกมนี้มีการใช้ลูกเล่นกับผู้เล่นอย่างเราเยอะเหมือนกัน เริ่มจาก หากเราฆ่าผู้บริสุทธิ์ตายเยอะๆ ในหน้าจอ Loading Screen จะมีข้อความที่ออกไปในทางตัดพ้อถึงความโหดร้ายของสงคราม ที่เราคนเล่นไม่ได้สนใจอยู่แล้วนี่ ซึ่งก็น่าจะกินใจอยู่บ้าง ถ้าเราอ่านแล้วสำนึกผิด ต่อมาจะมีฉากที่พระเอกรู้ตัวว่าเคยผ่านฉากนี้มาก่อนแล้ว และจำเรื่องราวได้ทั้งหมด แต่โดนคนในทีมด่าว่าประสาท เอาจริงๆ ฉากนี้ก็ตลกและทึ่งในความเจ๋งของคนเขียนบท

    10. Eternal Darkness: Sanity's Requiem (2002) เกมจากเครื่องเล่น Nintendo GameCube เป็นแกมแนวระทึกขวัญจิตวิทยาที่ตัวเอกของเกมจะมีขีดพลังชีวิตที่เรียกว่า sanity bar หรือขีดความอดทน ถ้าพลังลดต่ำลงมากๆ ตัวเอกจะเห็นภาพหลอนต่างๆ ที่ส่งผลมาถึงผู้เล่นอย่างเราด้วย ได้แก่ เกมจะสร้างภาพให้เหมือนกับว่าทีวีถูกลดเสียงลงไปเอง สายสัญญาณต่อทีวีหลุด มีเลือดค่อยๆ ไหลหยดจนเต็มหน้าจอ ไฟล์เซฟของเราถูกลบอย่างช้าๆ และเกิดหน้าจอ blue screen of death หลอกเราให้พารานอยด์ไปพร้อมกับตัวละครในเกมด้วยเลย ถือว่าเป็นการใช้เทคนิคทลายกำแพงที่สี่ได้คุ้มค่ามากๆ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in