Archive Synonyms, Archive AntonymsMellifluous
Bighead + กระแทก
  • (เล่นจากแท็กขอคีย์เวิร์ดมาแล้วจะเขียนตาม อันนี้เอาสองคำมารวมกันค่ะ)



    ยอดสาหร่ายเทียมเคล้าเคลียซากปลาทองขึ้นอืด กระแสน้ำซึ่งไหวกระเพื่อมตามแรงผลักของเครื่องทำออกซิเจนดันร่างจิ๋วไปผลุบขึ้นผลุบลงอย่างน่าเวทนาตรงขอบอ่าง ใบสาหร่ายหางกระรอกเขียวยาวสะบัดวนล้อมครีบหางที่ไม่มีวันขยับได้อีก แลคล้ายสุภาพบุรุษช่างตื๊อตามป้อยอสาวแปลกหน้าใจแข็ง

    ลูตาชักเบื่อที่จะต้องนั่งคอยปรากฏการณ์ธรรมชาติจึงเริ่มยื่นนิ้วสั้นป้อมลงไปกวนน้ำให้กระเพื่อมแรงขึ้นอีกอย่างนึกสนุก จดจ้องการเคลื่อนไหวของศพสีส้ม ทำนายการณ์ว่าเมื่อใดมันจะร่วงตกจากอ่างแก้วเสียที ครั้งยังหายใจ เจ้าปลานี่อ้วนท้วนสมบูรณ์ดี ถ้าไม่เพราะอาหารเม็ดซองแดงที่นรินทร์ลงเงินเก็บทั้งเดือนซื้อ ก็เพราะมันตั้งท้องกับลมฟ้าอากาศ ลูตาฉลาดพอจะรู้ว่าอย่างหลังมีความเป็นไปได้มากพอๆ กับโอกาสที่ประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแต่ก็อดหวังไม่ได้ให้ปลาทองตั้งครรถ์ เธออยากกรีดพุงปลาด้วยเล็บคม มองดูเด็กน้อยออกมาแหวกว่ายลืมตาดูโลกที่กำลังจะแตกในอีกสิบล้านปี

    เผลอยื่นแขนลงลึกเกินไปหน่อย ยามจะดึงกลับมาสะบัดน้ำเลยพลั้งลากเอาทั้งอ่างใหญ่ลงมาแตกกระจายบนพื้น เครื่องทำออกซิเจนเกลือกกลิ้ง เม็ดหินดินทรายประดับหกเละเทะทั่วพื้นไม้ขัดน้ำมัน ส่วนศพส้มเจ้ากรรมก็ไหลหลั่งหมุนติ้วไปตามกระแสน้ำที่เททะลัก เสร็จกัน ลูตาร้องทั้งในใจและออกเสียงกับผลงาานชิ้นโบแดง ทีนี้ไอ้เจ้าหน้าโง่นรินทร์ก็จะหาว่าเป็นความผิดของเธออีก

    เอาน่ะ เธอยอมรับก็ได้ว่าเป็นคนทำอ่างแตก แต่นรินทร์จะไม่เข้าใจเพียงเท่านั้น เขาจะหาว่าสัตว์น้ำปัญญาอ่อนต้องตายเพราะการกระทำขาดจิตสำนึกไร้ความรับผิดชอบของเธอ นรินทร์ไม่เคยฟังหรอกยามเธอต้องการอธิบายอะไรๆ เขามันบื้อใบ้ก้าวร้าวเหมือนไฟไม่มีผิด ไฟจ้องแต่จะทำลายข้าวของไม่ฟังเสียงห้าม เหมือนครั้งนั้นที่ลูตาเล่นกับตะเกียงวินเทจของนรินทร์ด้วยเจตนาสนใจอันบริสุทธิ์แต่เผลอทำน้ำมันหกเลอะหมอน สามนาทีถัดมา สะเก็ดไฟจอมตะกละก็ตาเหลือกตาพองย้อมห้องนอนนรินทร์เป็นสีแดง เธอเกือบโดนย่าง นรินทร์ก็เป็นห่วงดีหรอกในสองสามชั่วโมงแรก แต่พอสืบสาวเอาความได้ว่าเกิดจากอะไรเขาก็ต่อว่าเธอเสียยกใหญ่ พวกผู้ชายนี่ใจร้ายจริงเชียว

    เอาอย่างไรดีล่ะ นรินทร์อาจจะทารุณกรรมเธอโดยการขังไว้ในห้องร้อนตับแตก เขาปรนเปรอห้องนั้นด้วยข้าวของไร้ความหมาย ให้คะแนนน้ำพุแสนสวยขนาดกลางก็ได้ แต่เขาไม่มีสิทธิ์ขังเธอแบบพระเอกหนังโรคจิตที่หวังว่าคนรักจะกลายเป็นสต็อคโฮล์มซินโดรมเข้าสักวันได้หรอกนะ ลูตาเก็บกวาดเศษแก้วเศษทรายพวกนี้ไม่ไหวหรอก เธอแอบเห็นหนุ่มตัวโตแข็งแรงอย่างนรินทร์นั่งทำความสะอาดกองจานชามที่เธอไล่ปัดลงพื้นทีละใบเพราะโกรธที่เขาให้เธอกินข้าวแค่สองมื้อแล้วโดนขอบคมบาดเลือดอาบ อูย เจ็บน่าดู เขาทำแผลเองยังทุลักทุเลน่าสมเพช ไม่ต้องนึกถึงตอนทายาใส่มือเธอหรอก ก็จะโง่ทำอะไรเกินความสามารถของตัวเองไปทำไมล่ะ เขาเรียกว่ารู้ขอบเขตความเหมาะความควรต่างหากเล่า

    ลูตาสะบัดหน้าทิ้งเศษซากอารยธรรมจากความซุ่มซ่ามของตัวเองไว้เบื้องหลัง เท้าเปล่าเหยียบน้ำ ทราย หิน สาหร่ายเฉอะแฉะขยะแขยง เปียกอีกต่างหาก เชอะ เธอจะช่วยแค่นี้เท่านั้น ว่าแล้วลูตาก็กระโดดข้ามไปยกปลาทองตายขึ้นมาด้วยปาก ชิมแค่นี้ก็ชัดเจนว่าเนื้อคุณภาพต่ำ แปลว่าไอ้อาหารซองแดงนั่นของของชั้นเลวด้วยสิ นรินทร์จะเสียเวลาเลี้ยงอาหารที่ตัวเองไม่เอามากินไว้ทำไมกันนะ

    ป่ายปีนหน้าต่างคล่องแคล่ว วิ่งเหยาะมาจนถึงนอกบ้าน ท่อนขาปราดเปรียวพาลูตามาหยุดตรงบ่อปูนเพาะพันธุ์สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กไร้ประโยชน์เสียยิ่งกว่าปลาทองในปาก เธอก้มมองปลาหางนกยูงฝูงใหญ่กระเสือกกระสนเอาตัวรอดในบ่อน้ำใสสะอาดด้วยความใส่ใจของนรินทร์อย่างดูแคลน โลกของพวกมันก็มีแค่นี้สินะ ปูนอีกฝั่งไปยังปูนอีกฝั่ง เทียบกับเธอที่สามารถไปไหนมาได้ได้ตามใจยกเว้นตอนถูกนรินทร์จับกักบริเวณแล้วช่างน่าสังเวชอย่างหาที่สุดมิได้ เธอทิ้งศพลงกลางบ่อ น้ำคาวปลากระจายเลอะหน้าเลอะตัว ปลาจิ๋วไร้ค่าเหล่านั้นแตกฮือตื่นตะลึงหนีศพส้มไปคนละทิศละทางก่อนพวกมันจะเริ่มเห็นภัยคุกคามเป็นชิ้นเนื้อ จากนั้นการรุมกินโต๊ะก็เริ่มต้น เธอเบ้หน้าเหยียดปากมองซากศพที่ถูกทึ้งด้วยฟันจิ๋วนับพัน ป่าเถื่อนจริงเชียว กระนั้นนรินทร์ก็ยินดีจะเปลืองเงินเปลืองทองแลกอาหารซองแดงมาปรนเปรอเผ่าฮันนิบาลในบ่อ แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าเนื้อเปียกของโปรดเธอมีราคาแพงเกินไป ก็เขาเจียดค่าใช้จ่ายที่ควรเป็นของเธอมาให้เจ้าพวกนี้น่ะสิ โง่เอ้ย โง่ที่สุด

    เอาล่ะ ทีนี้ก็เสร็จไปหนึ่ง ลูตาหันรีหันขวางก่อนกระโดดผลุงกลับเข้าบ้านเพื่อไปวนรอบหายนะที่ตัวเองก่อ เธอตัดสินใจไว้แล้วว่าจะให้นรินทร์กลับมาจัดการเอง เขาถนัดเก็บกวาดอะไรพวกนี้แม้จะจบลงด้วยริ้วบาดเต็มไม้เต็มมือ ก็จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ คนเดียวในบ้านที่พอจะทำเรื่องพรรค์นี้ได้ก็มีแต่เขานั่นแหละ สิ่งที่เธอต้องทำคือเพิ่มความหนักแน่นมั่นคงในสายตาและน้ำเสียงให้มากขึ้นเพื่อต่อต้านบทลงโทษใดก็ตามที่เขาเตรียมไว้ทำร้ายเธอ แน่นอนว่าไม่มีวันยอมโดนกักบริเวณอีกเด็ดขาด

    สาวน้อยกลั้นลมทำใจดีสู้เสือแม้ใจดวงน้อยจะเต้นถี่รัว เธอหมุนกายกลับไปมองเข็มนาฬิกา หรี่ตาพินิจพิจารณาแล้วครวญเศร้าในลำคอแผ่วเบา ไม่ใช่ว่าเธอมีความสามารถในการบอกเวลาเป็นตัวเลขอย่างนรินทร์หรอก กระนั้นเธอก็จดจำตำแหน่งของเข็มยาว-เข็มสั้นบนหน้าปัดยามนรินทร์จะกลับมาถึงบ้านได้ และนี่ก็ใกล้แล้ว มีไม่บ่อยหรอกที่เขาจะกลับดึกดื่น อดข้าวเย็น ไม่อาบน้ำแล้วมาล้มกรนคาโซฟา อุปสรรคหนักหนาปานใดเขาก็จะฝ่าฟันกลับมาหาเธอเสมอนั่นแหละ เขารักเธอนี่นา

    ระลึกได้ถึงข้อนี้ลูตาก็กระหยิ่มยิ้มย่องพอใจ เธอเผาห้องเขา ทำลายคอลเลคชั่นจานชามรุ่นคุณปู่ราคาเหยียบแสน ฉีกผ้าม่านไหมแท้ขาดคาเล็บ ขุดนุ่นในเบาะหนังอิตาเลียนออกมาเล่น โอเค นั่นสมเหตุสมผลที่เขาจะดุด่าว่ากล่าวและขังเธอ แต่นี่มันแค่เนื้อกินไม่ได้ตายไปหนึ่งเท่านั้นเอง ตอนนี้เจ้าปลาทองนั่นก็ได้อุทิศชีวิตไร้ค่าครั้งสุดท้ายหล่อเลี้ยงชีพปิรันย่าจิ๋วขาดศีลธรรมในบ่อข้างนอกเรียบร้อย ประหยัดอาหารซองแดงไปได้ด้วย นรินทร์ต้องสำนึกสำเหนียกบุญคุณด้วยซํ้าไป ถ้าเพียงแต่เขาจะฉลาดพอน่ะนะ ฮึ

    คิดอะไรไปเพลินๆ ก็พอดีเสียงกริกก็ลอยมาเกาะเกี่ยวประสาทโสตอันฉับไวของลูตา เธอดีดตัวผึง กระดูกสันหลังเหยียดเกร็งทันที นรินทร์กลับมาแล้วล่ะ อย่าลืมตัวแตกตื่นสิยายทึ่ม ลูตาเตือนตัวเองขณะวิ่งเหยาะไปรอต้อนรับเขาด้วยรูปลักษณ์งดงามตราตรึงที่สุด เธอจัดผม เกลี่ยใต้ตา บิดเนื้อตัวซักซ้อมก่อนประตูบานขาวจะอ้ากว้างพอให้เห็นร่างเบื้องหลังเต็มตา นรินทร์ชะงักด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นลูตาทำตาเป็นประกายวิบวับรอชิดติดประตู สักพักเขาก็ยิ้มกว้าง ท่าทางซาบซึ้งถึงขั้วลึก ปกติเธอไม่สนใจวิ่งหาเขานักเพราะสุดท้ายเขาก็จะวางข้าวของ เป็นฝ่ายเดินหาเธอทั่วบ้านพร้อมมื้อเย็นหอมอร่อยในมืออยู่ดี แต่ครั้งนี้พิเศษหน่อยเท่านั้นเอง ลูตาต้องอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง แม้เขาคงจะไม่ฟังเหมือนเคย

    “หิวมากเหรอวันนี้”

    ร้องทักสุภาพสตรีได้หยาบคายจัง ลูตาท้วงด้วยสายตา เขามีงานอดิเรกคือเดาใจเธอไปตามความรู้สึกของตัวเองทั้งที่เธอก็พล่ามอยู่ข้างหูว่าแท้จริงแล้วเธอรู้สึกอย่างไรกับทุกสิ่งอย่าง นรินทร์คิดเอาเองว่าเธอชอบตุ๊กตาหมีพูห์ลิขสิทธิ์ที่เขาซื้อให้ทั้งที่เธอประท้วงว่าเกลียดตุ๊กตา ตุ๊กตามันของเล่นหมา สุดจะหยามเกียรติ นรินทร์มโนมั่วซั่วว่าเขาจะเอาชนะใจเธอได้ด้วยที่นอนหนังแกะขาวสะอาดทั้งที่ลูตามีความสุขกับกล่องกระดาษที่เคยมีทีวีจอโฟร์เคอยู่ข้างใน เหนื่อยหน่ายเต็มทน ลูตาไม่ถือสาหาความเรื่องความโง่อันเป็นอัตลักษณ์ของเขา เริ่มเปิดปากเล่าเข้าประเด็น

    นรินทร์ เธอคงจะตกใจเมื่อเข้าไปในโถงนะ แต่มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เจ้าปลานั่นตายอยู่ก่อนเธอหรือฉันจะตื่นอยู่ด้วยซํ้า ฉันเลยพยายามจะช่วยมันยังไงล่ะ แต่พอดีโต๊ะของเธอมันลื่นเลยเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยตามมา ไม่ใช่ความผิดฉันหรอกนะ ที่อยากจะบอกคือเธอต้องทำความสะอาดนิดหน่อยน่ะ เธอถนัดอยู่แล้วนี่นา ใช่ไหมล่ะ

    ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีอะไรเป็นพิเศษ เขากลับหัวเราะร่วนทั้งถุงผ้าจุสินค้าจากเซ็นทรัลยังห้อยอยู่แขน ทั้งยังงึมงำคำเดิมประมาณว่าเข้าใจแล้ว หิวขนาดนี้เลยสินะ ไม่ต้องห่วง บลาบลาบลา โธ่เอ้ยเห็นไหมล่ะ ลูตายิ่งแหกปากร้องประท้วงดังลั่น เขาไม่ฟังแล้วก็ชอบคิดไปเอง ! ถึงนรินทร์จะรักเธออย่างลึกซึ้งแต่มันจะเป็นชีวิตคู่ที่สมบูรณ์ได้อย่างไรหากปราศจากการเปิดใจรับฟังเพื่อจะได้เข้าใจกันอย่างแท้จริง แค่เธอชอบสีฟ้าเขายังไม่น่าจะรู้ด้วยซํ้า เพราะเขาไม่ฟัง ไม่เคยฟังอะไรเลย

    โทสะกระตุ้นให้หลุมยุบดูดดึงความสิ้นหวังฝังลึกเข้ากระดูก ลูตาโกรธเกรี้ยวหนัก เธอวิ่งตามเขาเข้าไปในบ้านพร้อมกู่ก้องร้องตะโกน ดึงชายกางเกงเขา เกี่ยวถุงเท้า

    เดี๋ยวสินรินทร์ ! ฟังก่อน ฟังกันบ้างสิ เธอไม่เคยฟังฉันเลย กลับมานี่นะ นรินทร์ !

    “เอ เป็นอะไรล่ะเนี่ยลูตา ทำไมล่ะ เป็นอะไร”

    บอกอยู่นี่ไงล่ะว่าเป็นอะไร เขามันโง่จนเธออยากร้องไห้ แต่สุภาพสตรีทรงเกียรติแข็งแกร่งอย่างเธอไม่เสียน้ำตาให้ผู้ชายขยะหรอก เธอหยุดพร้อมกับเขาที่ยั้งฝีเท้าเมื่อเดินมาถึงห้องโถง อ่างแก้วแตกกระจายยับเยินบนพื้น เศษแก้วกระเด็นโดนทุกมุม ทรายเลอะเทอะ หินสีร่วงกราว เครื่องทำออกซิเจนนอนแอ้งแม้งบนพื้นเปียกโชก องค์ประกอบขาดเพียงศพปลาทองที่เธอเอาไปเป็นอาหารปลาหางนกยูง นรินทร์ดูตื่นตะลึงกับสภาพบ้านตัวเอง เขาเขย่งเท้าเชื่องช้าวนรอบโถงสี่เหลี่ยมสำรวจความเสียหายจากทุกมุม นั่งลงหยิบชิ้นแก้วใหญ่ถนัดนิ้วขึ้นมาอันหนึ่ง แววตาเขาตระหนก

    “ลูตา ! เธอทำมะม่วงตายเหรอ !”

    ทักษะการตั้งชื่อของไอ้หมอนี่มันความผิดพลาดของพระวิษณุที่แท้ ดีนะที่เขาได้ชื่อเธอจากพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน เธออ่านเองไม่ออกหรอก ไม่เคยสนใจด้วยว่าไอ้พจนานุกรมนั่นรูปค่าหน้าตาเป็นอย่างไร ที่รู้เพราะนรินทร์เฝ้าพร่ำพรรณนาอย่างภาคภูมิใจให้ทุกคนที่ใจดีพอจะยืนฟังที่มาของชื่อลูตา เขายืนพูดเรื่องนี้ได้ยาวนานนับชั่วโมง ทุกครั้งรายละเอียดจะวิจิตรพิศดารมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เขามันขี้โม้นี่นะ

    คำพูดเธอไม่เคยส่งไปถึงเขาเลยแม้สักครั้งเดียวหรอก เธอน่าจะรู้ชัดเจนมาตั้งแต่แรก ความจริงมักจะหาจังหวะมากระแทกเธอเจ็บๆ บดอัดยัดร่างจนเหลวเละ นรินทร์ไม่ฟังหรอก ไม่มีวันฟัง เมื่อไม่ฟังก็ไม่เข้าใจ ที่น่าเศร้าคือแม้บางครั้งเขาจะฟังแต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ลูตาหาจังหวะหนีออกไปตะลอนนอกบ้านเนิ่นนานหลายครั้งเพื่อหลีกหนีแรงกระแทกรุนแรงที่ความจริงในบ้านหลังนั้นคอยจะทุบตีเธออยู่เรื่อย กระทั่งอัญมัญพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ตัวทองสวยยังให้คำปรึกษาเธอได้ละเอียดลออกว่า สาวน้อยจากเรือนอื่นเติมเต็มเธอไม่ได้นอกจากชายหนุ่มที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน แต่ในเมื่อเขามันบื้อใบ้ สื่อสารไม่รู้ความ มันก็เป็นความจำเป็นของลูตาที่จะต้องออกเดินทางหาสถานที่ๆ อย่างน้อยเธอก็รู้สึกว่าเสียงของตัวเองมีความหมาาย

    ถึงอย่างนั้นการหยุดหวังว่าสักวันนรินทร์จะกลับมานั่งฟังเธออย่างตั้งใจก็น่ากลัวเกินกว่าลูตาจะยอมปล่อยให้เกิดขึ้น เธอไม่ตอบอะไรเมื่อเขาร้องถาม ไม่มีละอองโทสะปะปนมาในน้ำเสียงออกทึ่งของชายหนุ่ม ถึงอย่างนั้นมันก็ลบล้างความจริงที่ว่าเขาเมินเฉยต่อคำอธิบายของเธอไปไม่ได้ ลูตาบ่น “ฉันเล่าแล้ว เธอไม่ฟังเอง” ตบท้ายบทสนทนาฝ่ายเดียว ยังไม่ทันหมุนตัวจากไปได้ครบวงดี ร่างเธอก็ลอยหวือขึ้นจากพื้นด้วยพละกำลังปีศาจ

    “เมี้ยว !”

    ลูตาอุทานลั่นเสียจริตไปจนได้เมื่อนรินทร์คีบหลังคอเธอขึ้นด้วยมือเดียว เขาปรับท่ามาเป็นใช้สองมือประคองเธอเดินวนไปนั่งโซฟา ใบหน้าเขาอ่อนโยน ปราศจากรอยขุ่นเคืองแม้เพียงเสี้ยว จะมีก็แต่แววตาอ่อนอกอ่อนใจประหนึ่งปลงตกต่อกิเลศโลกีย์นั่นแหละที่ทำลูตาไม่สบายใจ เขาปฏิเสธที่จะฟังเหตุผลแต่ก็ไม่งี่เง่ามาต่อว่าเธอ นรินทร์เลื่อนนิ้วเกลี่ยใต้คางสาวน้อยเบาๆ งึมงำอะไรบางอย่างไปด้วย ทั้งคู่นั่งนิ่งมองโหลแตกอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลุกไปทำอะไร ลูตาอยากจะลุกหนี แต่สัมผัสของนรินทร์ก็สบายเกินกว่าจะทิ้งไปไหน ดังนั้นเธอจึงยอมสงบเสงี่ยมบนตักเขาสักครั้ง จนกว่านรินทร์จะยอมฟังกัน เธอจะรอ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in