Archive Synonyms, Archive AntonymsMellifluous
A Rocket To The Moon
  • (จากคีย์เวิร์ดอีกแล้วค่ะ เพื่อให้มาเป็นชื่อเพลง "a rocket to the moon" เลย)


    ครั้งสุดท้ายที่รุเธียรเข้าร่วมพิธีไหว้พระจันทร์คือตอนอายุสิบเอ็ดย่างสิบสอง ช่วงปิดเทอม หรือเปิดก็เลือนรางแล้ว แม่พาเขาไปถึงวัดเสียดึก ตอนที่ช่วยกันแบกเครื่องไหว้ไปวางบนโต๊ะบูชาก็แทบไม่มีคน ขนมนมเนยที่ครอบครัวใจบุญนำมาบริจาคก็เหลือเพียงเศษเล็กเศษน้อยติดก้นถาด เขาทันหยิบส้มพิการแห้งเหี่ยวกับเปี๊ยะไข่เค็มไม่สมประกอบมากินเล่นระหว่างเดินเตร็ดเตร่เร่ร่อนมองดวงตาเพนท์สีของมังกรเชิดที่ไม่มีใครเก็บเข้าที่ ก่อนกลับแม่กวักมือเรียกเขาให้ช่วยกวาดอาหารโรงทานที่ยังพอรับประทานได้เข้ากล่องพลาสติก ประดาแตงโม ซาลาเปา หมั่นโถว พะโล้กลายเป็นมื้อเย็นเขาไปหลายวัน

    สิ่งเหล่านี้คือทั้งหมดที่รุเธียรพอจะจำได้จากงานไหว้เจ้า กลับมาถึงตอนนี้เขาก็เสียดายที่ตัวเองสมัยประถมไม่ยอมใส่ใจเก็บรายละเอียดของขั้นตอนพิธี อย่างน้อยจะได้นำไปเล่าให้ใครต่อใครฟังว่าวัฒนธรรมประจำตระกูลนั้นศักดิ์สิทธิ์สวยงามเพียงใด พอรีดเค้นได้ว่ากระทั่งกลิ่นอบควันเทียนบนผิวขนมเปี๊ยะยังจางเจือจากความทรงจำก็ยิ่งเสียดาย รุเธียรประถมยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจคุณค่าของวัฒนธรรมอย่างที่รุเธียรมหาวิทยาลัยคลั่งไคล้ หากเขารู้ว่าตัวเองโตมาจะชอบประวัติศาสตร์คงอดทนใส่ใจชีวิตมากกว่าเดิม เลือกเรียนเอกจีนด้วยนะ อยากจะร้อง

    ตรุษจีนในเมืองใหญ่มีความหมายต่อชนชั้นนายทุนเจ้าของธุรกิจในการสรรหาโปรโมชั่นให้เข้ากับเทศกาล ทำชุดจีนเนื้อผ้าคุณภาพต่ำออกขาย สะบัดพัดขนนกใส่กล้องมือถือ ส่วนสิ่งนอกเหนือจากนั้น, รากฐานแท้จริง, จำกัดวงเล็กแคบ วางกรอบรอบคนมีอายุ โชคดีหน่อยก็จะเห็นภาพเด็กเล็กสวมกี่เพ้ามานั่งดมธูปสูดควันร่วมกับอากงอาม่าที่ศรัทธาล้นปรี่ รุเธียรเองก็ใช้เวลาเทศกาลไปกับการเดินเที่ยว ซื้อของกิน ถ่ายรูปแต่งสีเก็บใส่บัญชีอินสตราแกรม จากนั้นกลับมารับประทานมื้อเย็นซึ่งปรุงหรูอุดมสมบูรณ์กว่าปกติกับที่บ้าน เสี่ยวหลงเปาลูกโตโอบซุปกระดูกหมูชุ่มฉ่ำกับปลอกคอทองถักรอบคอหมาแมวที่ย่าเก็บมาเลี้ยงคือสัญลักษณ์ประจำที่บ่งบอกว่าตระกูลเขาไม่ได้ทอดทิ้งขนบธรรมเนียมเก่าแก่ไปสิ้นเชิง

    จะมีเชื้อจีนอย่างไร ความรักอาหารประสาชาวไทยก็ยังฝังแน่นในกระแสเลือด จึงผสมหลอมรวมออกมาเป็นความรักในอาหารจีนด้วย เขาฝึกทำอาหารจีนหลายอย่างคล่องแคล่วแล้ว กระทั่งลุงไหมฝันยังออกปากชมว่าอร่อยมาก เขาดูสารคดี ไบต์ ออฟ ไชน่าก่อนนอนทุกคืนไม่ว่างเว้นแทนบทสวดภาวนา แทบจะพากย์ตามได้วิต่อวิ อาหารจีนนี่แสนวิเศษ เขาไม่ได้เกลียดความเป็นไปในตอนนี้หรอก เพียงแต่นึกอยู่เรื่อยว่ามันจะเป็นอย่างไรกันหนอ หากตัวเขาตอนอายุสิบเก้าไปร่วมพิธีไหว้พระจันทร์เป็นครอบครัวสุดท้ายหลังตระกูลอื่นหอบของกลับหมดแล้ว เขาจะไปนั่งคุกเข่าหน้ากรอบรูปบรรพบุรุษ ถวายธูปเทียน รับประทานขนมไหว้พระจันทร์กับแม่หรือเปล่า

    “ทำไมเราหยุดไหว้พระจันทร์ล่ะ” รุเธียรได้ยินตัวเองถามแม่ตอนอายุสิบสี่

    “ขนมไหว้พระจันทร์มันแพงน่ะสิ” สาววัยกลางคนสะบัดตะหลิวตอบ “กินไข่เจียวไปแล้วกัน”

    คำตอบนั้นห้วนพอจะอุดปากเขาต่อไปหลายปี แต่ไม่เข้มข้นชัดเจนพอจะคลี่คลายความสงสัยคาใจทั้งหมด ประสบการณ์จากอดีตอาบย้อมแววตาที่เคยเต็มประกายด้วยความเชื่อของแม่ แทนที่ด้วยความหมางเมินไม่ยี่หระ ไม่ใส่ใจอีกต่อไป เธอไม่ได้ปฏิบัติเย็นชาทอดทิ้งบรรบุรุษเสียหมดแต่ก็เริ่มลดเครื่องเซ่นไหว้จนในที่สุดก็เหลือเพียงปักธูปที่ไม่ได้จุดตรงกระถางเสมือนให้เกียรติตามมารยาทแบบขอไปที เขาเห็นว่ามันก็ออกจะเก๋ดี ตามประสาเด็กที่นับถือบูชาความแตกต่างสวนกระแสอะไรเทือกนั้นกระมัง เจ้าหนูยายหนูวัยประถมน่ะเป็นปีศาจน้อยขี้อวดชั้นบรมครูทีเดียว และตัวรุเธียรช่วงอายุสิบสองก็ทำให้ตัวเองโดดเด่นโดยการประกาศถึงพิธีบูชาอันประหลาดพิลึกของที่บ้าน น่าอายฉิบ

    ดีนะที่แม่ไม่ทอดทิ้งธรรมเนียมอั่งเปา ด้วยความเป็นลูกหลานคนเดียวจึงไม่ต้องต่อสู้แย่งชิงส่วนแบ่งกับใคร หรือเผชิญคำอ้างว่าเขาโตเกินกว่าจะแบมือขอเงินแม่แล้ว

    รุเธียรใช้ชีวิตมักง่ายเปล่ากลวง ปล่อยตัวไหลตามความไม่ใส่ใจมาเรื่อยจนถึงจุดที่เขาคิดว่าอยากจะส่งคำถามเดิมกลับไปหาแม่อีกครั้ง ดูว่าเธอจะเปลี่ยนไปจากเมื่อห้าปีก่อนบ้างหรือเปล่า วิทยาศาสตร์กล่าวว่าความจริงเป็นสัจนิรันดร์ แต่ถ้าไม่ บางทีก็แค่อยากรู้ว่าเธอจะพิจารณาว่าคำโกหกรูปแบบไหนจะเหมาะกับลูกชายในแต่ละช่วงอายุ

    ระหว่างข้าวผัดหมูยามเย็น โทรทัศน์ฉายข่าวการแต่งตั้งนักการเมืองคดีติดตัวเป็นกรรมการตรวจสอบทุจริต เขาเขี่ยหอมใหญ่เพิ่มความมั่นใจพลางลองเกริ่นเรื่อยเปื่อย เข้าเรื่องเนิบช้า

    แม่ไม่กระพริบตาสักนิดตอนตอบว่า “ก็พวกอเมริกันขึ้นไปเหยียบพระจันทร์แล้ว ไม่เห็นคาบมาบอกสักแอะว่ามีเทพเจ้าบนนั้นหรือเปล่า”

    เออก็จริงแฮะ เขาสงสัยว่าทำไมแม่ไม่บอกอย่างนี้สมัยเขามัธยมสอง หรือเธอคิดว่าเขาโง่เกินกว่าจะเข้าใจ ซึ่งก็คงจริงนั่นแหละ รุเธียรรุกถามต่ออย่างนึกสนุก

    “ถ้าพระจันทร์คือเทพเสียเองล่ะขวัญ”

    เขาเรียกแม่ด้วยชื่อ ไม่เคยเรียกอย่างอื่น มันมีเบื้องลึกเบื้องหลังตั้งแต่สมัยยังแบเบาะซึ่งพิสูจน์ความโง่ของเขาได้ชัดเจนจนน่าจะเป็นที่มาในการตัดสินใจทำโน่นทำนี่ของแม่ ตอนอนุบาลเขาเคยแหกปากร้องไห้หน้าโรงเรียนเพราะรับไม่ได้ว่าศรัทธาตลอดชีวิตอันแสนสั้นร่วมสี่ขวบปีถูกทำลาย สมัยนั้นเขาเรียกแม่ปกติ กระทั่งวันดีคืนดีมิตรเก่าแก่คนหนึ่งของเธอมีธุระปะปังต้องมาจัดการร่วมกับโรงเรียนที่เขารับการศึกษาอยู่ ยามพบเจอกัน เธอคนนั้นเรียกแม่ของเขาว่าขวัญแข อันเป็นนามแท้จริงของแม่ ได้ยินดังนั้นเขาก็เถียงคอเป็นเอ็นว่าแม่ก็คือแม่ต่างหาก จะเป็นขวัญแขไปได้อย่างไร จนเจ้าหล่อนโน้มตัวลงมาอธิบายเสียงขรึมว่าแม่คือสถานะทางสังคม ส่วนขวัญแขก็เป็นชื่อ เหมือนที่เขาเป็นลูกแม่แต่ชื่อรุเธียรนั่นแหละ

    ผลลัพธ์คือนอกจากไอ้หนูหน้าด้านจะยืนยันทฤษฎีตัวเองด้วยกลัวว่าถ้ายอมรับผิดแล้วจะเสียหน้า ยังร้องไห้โวยวายใส่คนที่เถียงอีกต่างหาก ทั้งที่ตอนนั้นแม่ก็อธิบายชัดเจนแจ่มแจ้ง เคืองโกรธ ทิญิเต็มมือ เขาจงใจเรียกแม่ด้วยชื่อเป็นการแก้เผ็ดประชดประชันจนร่วงบ่วงติดปากเสียเอง เธอก็ไม่ได้ดุว่าอะไร บางครั้งเขานั่งมอเตอร์ไซค์เอาข้าวกล่องไปส่งแม่แล้วร้องเรียก “ขวัญแข !” เสียลั่น เพื่อนที่ทำงานแม่ก็เข้าใจว่าหล่อนซุกแฟนเด็กเหมือนกัน ตลกดี

    ก็น่าเข้าใจอยู่ว่าทำไมแม่จึงเลือกจะหาเรื่องโกหกลวกๆ มายัดใส่มากกว่าจะอธิบายความจริงเข้าใจยาก

    สุภาพสตรีที่ยังข้าวเต็มปากหันมา “งั้นเราก็เป็นเห็บในตัวท่านเทพโลกด้วย ไอ้ดาวหินพวกนี้ก็เหมือนกันนั่นแหละ”

    “เทพกรีกอ่ะ”

    “เออนั่นแหละ”

    แล้วบทสนทนาก็หันเหไปเรื่องอื่น หมายถึงเธอพยายามจะทำให้มันหันไปทางอื่น แต่รุเธียรยังไม่จบเรื่องที่คาใจ

    “ทำไมขวัญไม่บอกงี้ตอนมอสอง” เธอดูงุนงง เขาจึงขยายความ “ขวัญบอกแค่ขนมไหว้พระจันทร์แพง”

    นางสาวขวัญแขตั้งหน้าตั้งตาตักข้าวเข้าปากไปโดยไม่ได้แสดงท่าทีว่าฟังเขาแต่อย่างใด

    “ก็แพงจริง”

    “แต่ไม่บอกเรื่องที่พระจันทร์โดนเหยียบแล้ว”

    “อ่ะ ไอ้เรื่องนั้นแกก็น่าจะรู้อยู่แล้ว”

    “ไม่ ก็แบบ เหตุผลที่เราไม่ทำพิธีไหว้พระจันทร์กันอีกแล้ว—”

    “เพราะแกจะถามมาก” ขวัญแขชี้ช้อนที่ยังมีข้าวติดมาทางเขา “รอโตแล้ว ประมวลเหตุผลเข้าใจเองก็จะได้ไม่ต้องอธิบาย”

    อย่างนี้นี่เอง รุเธียรกระพริบตาปริบ ดูงงแต่นี่คือท่าทางว่าเข้าใจ แม่ก้มลงไปกินข้าวต่อ ส่วนเขาก้มมองหมูในจาน

    “ขวัญ ผัดหมูไม่สุกอ่ะ”

    “มีเดียมแรร์”

    โอเค
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in