My First Storykinda_cool_1
First Snow #โฮลิน

  • First Snow #โฮลิน
    Rate : G
    Couple : Baekho x Guanlin


    -----------------------






    ช่วงเวลาหลังเลิกงานในเย็นวันศุกร์ดูเร่งรีบกว่าทุกวัน  ผู้คนเริ่มซุกมือตัวเองในกระเป๋าเสื้อตัวหนาเพราะอากาศที่ลดลงจนเหลือเลขตัวเดียว เป้าหมายของหลายคนก็คงไม่พ้นบ้านหรือร้านอาหารที่ถูกจองไว้ล่วงหน้าสำหรับการเฉลิมฉลองแก่วันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้



     

    ตึกริมทางเริ่มมีสีสันสมกับเป็นบรรยากาศท้ายปี  หลอดไฟที่คอยส่องแสงบนท้องถนนกลับสว่างไสวกว่าดวงดาวบนท้องฟ้าที่คอยทำหน้าที่เดียวกันมาแล้วนับเป็นพันปี



     

    แต่ดวงดาวก็คือดวงดาว




    ไม่มีอายุไขเหมือนหลอดไฟ

    ไม่มีใครยื่นมือไปจับต้องได้ง่ายๆ



     

    ฝ่ามือที่เย็นจัดประสานเข้าด้วยกัน  ดวงตาสีอำพันที่ถูกเคลือบด้วยคอนแท็กเลนส์หลุบมองพื้น รถเมล์หลายคันผ่านไป จนผู้คนที่ยืนรอรถเมล์กันหนาแน่นในตอนแรกลดลงเหลือเพียงเบาบางเท่านั้น แต่หนุ่มไหล่กว้างคนนี้ก็ยังไม่ขยับตัวไปไหน



     

    อารมณ์มัวหมองที่เหมือนสายหมอกกลางหุบเขาทำให้ตัวเขาเองไม่สามารถลุกไปไหนได้อีก จนกว่าจะมีดวงดาวที่ส่องแสงเป็นประกายในยามกลางคืนมาปลอบโยนเขา ว่าแท้จริงแล้ว  เขาเป็นสายหมอกที่ไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป



     

    “พี่แบคโฮ  มาอยู่นี่เอง”



     

    และแล้วดวงดาวที่กำลังถูกกล่าวถึงก็มายืนอยู่ตรงหน้า  แต่ต่างกันตรงที่ดวงดาวดวงนี้มีอายุไข  จับต้องได้ และเป็นดวงดาวที่หลงรักสายหมอก



     

    เช่นเดียวกับที่สายหมอกเองก็หลงรักดวงดาวดวงนี้มากเหมือนกัน



     

    “ออกมาทำไมเดี๋ยวคนก็เห็นหรอก”



     

    แบคโฮลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ถอดหมวกแก็ปที่ตัวเองสวมอยู่ไปวางบนผมนุุ่มของเด็กที่กำลังยิ้มแก้มบุ๋มตรงหน้าแทน เขาไม่ชอบให้ดวงดาวดวงนี้ไปส่องแสงสว่างให้ใครที่ไหน นอกจากเขาคนเดียว



     

    ฟังดูเห็นแก่ตัว แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นอย่างนั้นจริง



     

    “พี่ถอดหมวกแล้วผมฟูมากเลยอะ”

    “จริงหรอ”

    “ใช่”



     

    เมื่อหมดความมั่นใจก็ยกมือขึ้นขยี้หัวตัวเองแล้วเริ่มจัดแจงใหม่  ควานลินหัวเราะชอบใจเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นท่าทีน่าขำของเขา



     

    “อย่าเสียงดังสิ อยากเป็นข่าวนักรึไง”



     

    แบคโฮขมวดคิ้วแน่น คว้าแขนเรียวให้เดินออกห่างจากผู้คนที่เริ่มหันมามองอย่างสนอกสนใจ



     

    “เป็นข่าวกับพี่ไม่เป็นไร”

    “แก่แดด”



     

    ควานลินยกริมฝีปากหัวเราะเสียงหลงเมื่อถูกดุ  คนไหล่กว้างกำลังจูงแขนเขาไปไกลเรื่อยๆ  ไกลจนไม่มีผู้คนเดินคับคั่งเหมือนเมื่อกี้  ไกลจนเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคน



     

    “ควานลิน พี่ถามอีกครั้ง ออกมาทำไม” เมื่อหยุดอยู่ใต้ตึกที่ปิดสนิทแบคโฮก็ทิ้งน้ำหนักตัวลงนั่งบนขั้นบันได แหงนหน้ามองเด็กดื้อที่หนีออกมาจากหอพักตามใจชอบ



     

    “มาหาพี่ไง”

    “ไม่เห็นต้องออกมาเลยทีหลังก็โทรมาสิ”

    “ก็ผมไม่อยากได้ยินแค่เสียงพี่อ่ะ”



     

    แบคโฮถอนหายใจเมื่อเด็กดื้อคนนี้เอาแต่ใจตัวเองอีกแล้ว  ครั้งก่อนก็โดนเมเนเจอร์ตักเตือนไปแล้วรอบนึง ถ้ามีใครรู้อีกก็คงต้องโดนลงโทษจริงๆ แน่



     

    “พี่แบค ผมได้กลิ่นบุหรี่”

    “อะไร”



     

    ร่างสูงของควานลินย่อตัวนั่งตรงหน้า ใช้จมูกดมกลิ่นตามแนวแจ็กเก็ตยีนส์ตัวหนาของอีกฝ่าย  แบคโฮขยับตัวออกห่าง แต่ความดื้อรั้นของไลควานลินก็ไม่จบเพียงเท่านั้น



     

    “พี่สูบบุหรี่มาใช่ไหม”

    “ไม่ได้สูบ”

    “ไหนสัญญาแล้วไงว่าจะไม่สูบอีก”

    “ก็ไม่ได้แตะต้องนานแล้ว”



     

    แบคโฮยกสองนิ้วขึ้นสาบาน  เขาเคยสัญญาว่าจะไม่สูบบุหรี่อีก แต่ที่ควานลินได้กลิ่นคงเป็นเพราะคนที่นั่งข้างเขาตรงป้ายรถเมล์เมื่อกี้ปล่อยควันบุหรี่ออกมาโดนเสื้อผ้าหมด



     

    ใบหน้าหวานพยักหน้าหงึกหงักพร้อมขยับตัวมานั่งข้างคนตัวหนาก่อนจะพิงไหล่  แบคโฮเอื้อมไปจับมือนุ่มนิ่มมาวางบนตัก ปลายนิ้วสัมผัสแผ่วเบา



     

    “เล็บยาวจัง” ควานลินบ่นแต่ก็ไม่ได้ผลักไสมือเย็นของอีกฝ่าย



     

    เสียงเพลงดังแว่วมาทางฝั่งที่พวกเขาสองคนเดินมา  แม้ตรงที่พวกเขาอยู่จะมืดสนิทแต่มีดวงดาวดวงหนึ่งที่กำลังส่องแสงสว่างให้มันไม่มืดอีกต่อไป



     

    ไม่จำเป็นต้องใช้หลอดไฟ

    ไม่จำเป็นต้องเปิดโหมดไฟฉายในโทรศัพท์


     

    ควานลินหลับตาพริ้มใช้ไหล่ของแบคโฮเป็นหมอนอิง ปล่อยให้ความรู้สึกถ่ายทอดไปทางอากาศ เพราะต่อไปนี้แม้จะอากาศหนาวแค่ไหน ก็ไม่มีใครต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว

     



    ดวงดาวที่คอยฉายแสงบนฟ้าจะไม่ถูกมองข้าม

    สายหมอกกลางหุบเขาที่เย็นยะเยือกจะไม่โดดเดี่ยว



     

    ความรักเป็นตัวเชื่อมสิ่งที่ดูไม่น่าจะเข้ากันได้จนหล่อหลอมให้เข้ากันได้อย่างกลมกล่อม 



     

    “ควานลิน หิมะตกแล้ว” แบคโฮกระตุกมือจนอีกฝ่ายลืมตาขึ้นมา  หิมะเม็ดแรกตกลงสู่พื้นพร้อมกับเม็ดที่สอง สามและสี่ไปเรื่อยๆ


     

    “พี่! อธิษฐานเร็ว!”

    “ต้องอธิษฐานด้วยเหรอ”

    “เร็วๆเถอะน่า”


     

    เมื่อเห็นความตั้งใจของอีกฝ่ายแบคโฮก็ยอมปิดเปลือกตา  นึกประโยคสั้นๆรวดเร็วก่อนจะลืมตาขึ้นมามองอีกฝ่ายที่ยังคงหลับตาแน่นสนิท


     

    “ยังไม่เสร็จอีกหรอ”

    “เสร็จแล้ว”

    “อธิษฐานว่าอะไร”

     


    แบคโฮเลิกคิ้วถามอย่างสนอกสนใจ  ควานลินมองไปยังหิมะที่เริ่มตกลงมาปรอยๆ อีกไม่กี่วันข้างหน้า ท้องถนนและทุกที่รอบตัวก็จะมีแต่สีขาวโพลน  ความหนาวก็ยิ่งเพิ่มขึ้น


     

    “I want to be with you till my last page”


     

    ประโยคที่ควานลินพูดออกมาทำให้แบคโฮยิ้มตาหยี


     

    “แล้วพี่อธิษฐานว่าอะไร”

    “เอาหูมาใกล้ๆ สิ”


     

    ควานลินขยับตัวเองให้อีกฝ่ายกระซิบบอกได้ถนัด  แบคโฮมองใบหูน้อยที่เริ่มเปลี่ยนสีเพราะอากาศหนาว  เขาพูดกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล


     

    “may all your wishes come true”

     

     

     

    และดวงดาวกับสายหมอกก็จะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป


    To be with you, that’s all I want.             

     




    (END)


     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in