We all are the dreamersSutthida Stkt
ความขรุขระ-ระหว่างทางฝัน
  • สรุปมาอยู่นี่ได้ 2 เดือนครึ่งแล้ว เร็วมาก เวลาผ่านไป ไวกว่าสองแถวเดอะมอลล์บางกะปิเสียอีก (เออสิวะ)
    2 เดือนที่ผ่านมาได้เจออะไรหลายๆอย่าง 
    - การเขียนแผนการตลาด (ทั้งๆที่ไม่เคยทำ) 
    - ต้อนรับนักเรียนที่เป็นนักธุรกิจชื่อดังจากเวียดนาม (ทั้งๆที่เป็นคนไม่มีมารยาท)
    - ต้อนรับเจ้าของโรงเรียนชื่อดังประจำไทย ที่มีนักเรียนมากกว่า 10000 คน มีสาขาอยู่เต็มไปหมด (ทั้งๆที่ทำตัวไม่ถูก) 
    - หัวหน้าคน(ที่เกือบ)สนิทลาออก (ตอนที่นั่งพิมคือวันสุดท้ายที่นางทำงาน) 
    - เรียกสตาฟประชุมแล้วพวกนางทะเลาะกัน เกือบตีกันในห้องประชุม (นั่งเอ๋อแดก และร้องไห้เลย)
    - ได้พบกับคนที่เคยแอบชอบตอนปีที่แล้ว (อิอิ ไว้เล่าทีหลัง)
    - พบกับพี่คนไทย (ทั้งที่ทำงานโรงเรียนอื่น และที่มาต่อปริญญาโทที่นี่) 
    ฯลฯ เยอะไปหมดเลยอ่ะ แต่ส่วนใหญ่ทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องดีๆนะ 

    อย่างการเขียนแผนการตลาดที่เละๆเทะๆ คือหัวหน้าก็พูดทุกครั้งว่า "เข้าใจว่าจบใหม่" แต่ก็ทำได้ดีขึ้นนะ เขาก็บอก หรือปลอบใจตัวเองก็ไม่รู้ บางครั้งเรายังพิมเอกสารแบบเป็นทางการไม่เป็น ซึ่งแบบ ถ้าให้พิมเป็นภาษาไทยมันก็ได้ แต่ภาษาอังกฤษอ่ะมึงงงง ไม่เคยเรียนมาก่อนเว่ย ไม่เคยมีใครสอน เข้าใจ๊ (โดนไล่ออก สรุป) บางทีก็สงสารหัวหน้าแหละ นอกจากจะต้องประชุมงานแล้ว ยังจะต้องมานั่งแก้แกรมม่าของเราอีก ไหนจะแก้หน้ากระดาษที่ไม่โอเค นี่ก็ได้แต่ถามว่า "I'm not the worst one , right?" หัวหน้าก็ได้แต่หัวเราะ แล้วบอกว่า เคยเจอแย่กว่านี้ เราเลยโอเค แล้วได้แต่บอกหัวหน้าว่า "Cheer up" มึงเอากุมาเองนะ หัวหน้า 55555555555

    เราได้ประสบการณ์อะไรหลายๆอย่าง คือส่วนตัวเป็นคนพูดตรงๆถ้ามันทำให้ทุกอย่างดีขึ้น อย่างเช่น การที่มีปัญหาแล้วต้องเคลียร์กัน มันมีเหตุการณ์สตาฟมีปัญหากันแล้วไม่ยอมพูดกัน ปล่อยปัญหาให้มันเป็นวงกว้าง เราเลยปรึกษาเมเนเจอร์ด้วยกันเนี่ยแหละ(เป็นกรุ๊ปที่ชื่อว่า "Not serious manager") โดยเราเสนอว่า เรียกคุยแม่งเลย จริงๆ อย่าปล่อยไว้ เดี๋ยวปัญหาจะบานปลาย งานไม่เดิน คนซวยคือ "กู" นะเว่ย มานั่งรับงานสตาฟอีก
    สรุป เรียกประชุมแล้ว สตาฟทะเลาะกันอีก กระแทกข้าวของ กระแทกทุกอย่าง จุดนั้นน้ำตาซึมเลย แต่หลังจากนั้นเราก็ให้เวลาเขา แล้วเราก็บอกว่า เริ่มกันใหม่นะ และหลังจากนั้น มันกลายมาเป็นเพื่อนกันเลยเว่ย ... (อึ้งสัสสส ได้แต่กอดกับทีมแล้วร้องไห้) 

    มาว่ากันเรื่องดีๆบ้าง 
    เมื่อเดือนที่แล้วมีแก๊งค์น้องๆคนไทยมาเรียนที่นี่ 5 คน เราเลยได้ร่วมม่วนไปกับน้องๆด้วย หายเหงาไปเลยช่วงนั้น เพราะได้พูดภาษาไทย ได้ไปเที่ยวเกาะอื่นๆกับน้อง และน้องๆได้ขี่มอไซด์ทับเท้าเราด้วย ก็เดินเป๋ไปสักพัก แต่ก็ไม่ได้เป็นไรมาก แค่เท้าแตกและเลือดไหลเท่านั้นเอง แต่หลังจากนั้นน้องๆก็รถล้ม หลังจากทับเท้าเราไป โอเค ยอมได้ ไม่ว่ากัน (เอ่า ไหนเรื่องดีๆ) เรื่องดีๆคือ น้องๆคนไทยอยู่ที่นี่อยากมีความสุข และกลับบ้านอย่างปลอดภัย(บ้างไม่ปลอดภัยบ้าง) แต่ทุกคนก็แฮปปี้ เราแฮปปี้ น้องๆแฮปปี้ ครูแฮปปี้ 

    หลังจากที่น้องๆกลับไปเราก็อยู่เป็นคนไทย 1 เดียวในโรงเรียน .. ตัดภาพมาวันนี้จะครบ 1เดือนแล้ว 
    ก็ยังไม่ตายนี่หว่า .. 
    แถมยังได้ฝึกภาษาอังกฤษทุกลมหายใจอีก 
    (แค่ตื่นมาบอกเมทว่า ปิดแอร์ทำค*ยไรวะ ยังต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษเลย) 
    เรารู้สึกว่า เออ เราก็ยังไม่หยุดหายใจ 
    หลังจากตอนที่มาสัปดาห์แรก โดนเรียกเข้าประชุม 3 ชั่วโมงต่อวันเป็นภาษาอังกฤษ ตอนออกจากห้องประชุมรีบเอานิ้วอังจมูกเลย ว่าหยุดหายใจไปยัง 

    อีก 2 วันจะมีนักเรียนไทยมาใหม่ ซึ่งพี่เขาก็ถามเราว่า ช่วงนี้มีนักเรียนไทยมั่งมั้ย ก็ได้แต่บอกพี่เขาว่า "หนูไม่ได้พูดไทยมาเดือนนึงแล้วพี่" พี่เขาก็ได้แต่ทำใจ และเสียน้ำตาบ้าง 

    แต่มันก็จะผ่านไปอีกแหละ เราเคยคิดว่า เราอยากล้มเลิก และแพ็คกระเป๋ากลับบ้าน แต่นี่แหละสนุกสุดๆ 
    (โพสนี้ใช้เวลาพิมประมาณ 8 ชั่วโมง) เพราะอยู่ๆงานก็เทมาแบบล้มโต๊ะ งงไปเลย แต่นี่แหละสีสันเว่ย 
    (ปรากฎว่าหัวหน้าให้สีสันเต็มโต๊ะเลยหลังจากนี้) 

    ปล. เราจะผ่านไปได้อีกเรื่อยๆ แต่วันนี้แฮปปี้สุด เงินเดือนออกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    อีก 3 วัน มันก็จะหมดอีกแหละ เราว่า ..



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in