เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Alive : ฆ่า(ข้า) ต้อง รอด !NO.W
ตอนที่ 44 : นี่หรือคือเซอร์ไพรส์
  • ……….

     

    ตอนที่ 44 : นี่หรือคือเซอร์ไพรส์

     

    “หวังว่าข้างบนนั่นจะยังอยู่ดีกันนะ”  นอร่าพูดกับตัวเอง  เธอได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจากตัวคฤหาสน์ 

    “พวกนั้นกลับมาแล้ว  จะให้ออกไปช่วยพวกหัวหน้าข้างนอกมั้ยครับ”  ลูกทีมที่เดินเฝ้าระวังอยู่รอบๆตัวรถถามนอร่า  เมื่อเห็นรถพวกตนกำลังเข้าประตูหน้ามาหลังจากไปส่งคนเจ็บสาหัสที่ฐาน

    “ไม่ต้องหรอก ระดับหัวหน้าหน่วยไปกันตั้งสี่คน ถ้าไม่ชนะก็ให้มันรู้ไป นี่เดี๋ยวก็เช้าแล้ว พวกกลายพันธุ์ก็คงหายหมด”เธอตอบ 

    “จริงด้วยครับ  ผมก็ลืมไป”  ลูกทีมทำท่าเคารพก่อนเดินจากไปทำหน้าที่ของตนต่อ

    “อ้อ  เดี๋ยวบอกให้พวกที่มาถึงนำคนเจ็บไปฐานให้หมดล่ะ  พวกนายจะสลับหน้าที่กันก็ได้  พวกนั้นมันจะได้พักหน่อย”  นอร่าสั่งทิ้งท้าย ลูกทีมหันมารับคำสั่งก่อนจากไป

     

    ..........

     

    “ระวังตัวกันด้วย ไม่รู้เจ้าสองคนนั้นมันซุ่มโจมตีอยู่รึเปล่า”  อ๋องเตือนทุกคน

    “ไอ้สองคนนั้นน่ะช่างมันเถอะ  ควรระวังไอ้ยักษ์หนามนั่นมากกว่า  ตอนนี้มันหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้”  เอิร์นว่าขณะก้าวลงจากรถ

    “แบ่งทีมกันไปละกัน ทีมล่ะสองคน” เปาพูด  “นายคนหนึ่งมากับฉันนี่”เปาเรียกลูกทีม

    “คราวนี้ขอไปกับเอิร์นมั่งดีกว่า” ริกว่า  เอิร์นทำสีหน้ายินดีเต็มที่ 

    “เฮ้ยๆ มันก็เหลือฉันคนเดียวสิแบบนี้” อ๋องพูดขึ้นเมื่อตนกลายเป็นเศษเกินขึ้นมาเพราะเจ้าลูกทีมอีกสองคนก็กลายเป็นคู่พอดี

    “ก็ออกไปล่อไอ้ยักษ์นั่นให้ออกมาสิ งานจะได้จบเร็วขึ้น”  ริกว่า

    “มาทำมั้ยล่ะ?”  อ๋องถามกลับ  “ เอ้า !  เฮ้ย  ไอเปา  เดี๋ยวก่อนดี้”   อ๋องเรียก แต่ก็ไม่สามารถส่งเสียงดังได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นการบอกตำแหน่งแก่ศัตรู

     

                คู่เปาเดินหายไปในความมืดของย่านการค้ารอบๆลานน้ำพุ พร้อมกับสั่งลูกทีมอีกคู่ให้ไปอีกทางหนึ่ง  ปล่อยให้ทั้งสามยืนอยู่ข้างรถท่ามกลางความมืด

    “ดูรูปปั้นกลางน้ำพุเป็นหลัก คู่ฉันไปทิศหลังของรูปปั้น อีกทีมฉันสั่งไปทางซ้าย  พวกนายตกลงกันเองแล้วกัน”  เสียงเปาดังขึ้นในวิทยุไร้สาย

     

                ผมมองผ่านแว่นมองกลางคืน  เห็นรูปปั้นผู้หญิงสวมชุดสีขาวยาวปะพื้น  แบกคนโทที่ก่อนหน้าคงมีน้ำไหลเป็นสายยาวลงในบ่อ  แต่ตอนนี้หยุดการทำงานไปแล้ว  รูปปั้นหันหน้ามาทางพวกเราทั้งสามพอดี  

    “ก็ไปมันพร้อมกันเนี่ยแหละ จะไปยากอะไรวะ” เอิร์นว่า

               

    แต่แล้วก็เกิดเสียงปืนยิงปะทะกันขึ้นทางใต้ของรูปปั้น  คู่เปาเจอเข้าแล้ว  

     

    “มันมีสองคน  ถ้านับไอ้หนามนั่นก็สาม”ผมว่า

    “ฟังจากเสียงยิงโต้กัน ฝั่งนั้นคงเจอเจ้าสองคนนั้นแล้วล่ะ”  เอิร์นพูด

    “งั้นก็เหลือแค่...”  

     

                ตึง  !   เสียงเดินของมันกลายเป็นคำตอบของริกได้เป็นอย่างดี  ทั้งสามที่อยู่หน้าตัวรถที่อ๋องขับบึ่งเข้ามาถึงหน้าลานน้ำพุ   ประทับปืนขึ้นพร้อมยิง   เจ้ายักษ์ใช้กำปั้นทุบรูปปั้นหักครึ่งตัว  มันยกขึ้นอย่างกับว่าไม่มีน้ำหนัก

     

    “ระวัง !”  ริกตะโกน  ทั้งหมดกระโจนออกข้างเมื่อเจ้ายักษ์หนามปารูปปั้นพุ่งตรงมายังที่ที่ทั้งสามยืน  โครม ! รูปปั้นที่มองไกลๆดูเหมือนไม่ใหญ่พุ่งเข้าชนกระโปรงรถเต็มแรง รถคันเดียวของหน่วยบุบยุบลึกลงไป ตัวรูปปั้นฝังติดอยู่หน้ารถ  ตัวรถกระเด็นถลาไปข้างหลังหลายสิบเมตร 

    “หมดกัน”  อ๋องมองไปยังสภาพรถที่เสียหาย

    “รู้แล้วเราจะปราบมันยังไงดี” เสียงริกดังขึ้นในหูฟังไร้สาย

    “จะพูดใส่หูฟังทำไม ในเมื่ออยู่ใกล้กันแค่นี้...” อ๋องลุกขึ้นหันไปมองริกกับเอิร์นที่กระโจนไปคนละฝั่งกับเขาแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า

     

    “นิยามคำว่าเพื่อนของพวกมึงมันคืออะไรวะเฮ้ย”  อ๋องตะโกน

     

    ตึง ! เสียงย่างก้าวอันหนักหน่วงของเจ้ายักษ์กำลังเดินมาทางเขา  

     

    “ไอ้นี่ก็แปลก มีตั้งสองคนไม่ตาม ดันมาตามคนเดียวเนี่ย”  อ๋องหันไปพูดกับเจ้ายักษ์ที่ทำสีหน้าพร้อมจะกินเลือดกินเนื้อเขาตลอดเวลา   

     

                รอบลานน้ำพุจะมีรั้วเหล็กกั้น  ก่อนจะเป็นถนนสำหรับเดินที่อยู่วงนอกอีกชั้นหนึ่ง  ถัดไปก็จะเป็นร้านอาหารมากมายที่หันหน้าเข้าหารูปปั้น    ทุกร้านมีโต๊ะเรียงรายอยู่นอกร้าน    ซึ่งตอนนี้ก็ยังตั้งวางอยู่ราวกับทุกคนทิ้งร้านแล้วหนีเอาตัวรอดไปกันหมด บางร้านข้าวของพังเละเทะ   คงถูกชาวบ้านรื้อค้นหาเสบียงประทังชีวิต

     

                อ๋องหมุนสายปืนกลไปสะพายไว้ข้างหลัง สายตาจับจ้องดูท่าทีเจ้ายักษ์ที่เดินมาทางเขา  มันทำท่าทีเชื่องช้าเสมือนเขาไม่มีทางหนีมันไปไหนได้

     

    “จะแข่งจ้องตากับมันอีกนานมั้ย?”  เสียงเปาดังขึ้นในหูฟังไร้สาย

    “รอจังหวะอยู่”  อ๋องตอบ

    “จังหวะอะไรวะ”

    “ก็วิ่งน่ะสิ !”  อ๋องตะโกนตอบ  ก่อนรีบวิ่ง  

     

                เขาเล็งร้านขายกาแฟข้างหลังไว้   หลังจากมองหาลู่ทางอยู่สักพัก  เสียงย่างก้าวมันดังถี่ขึ้นอยู่ข้างหลังราวกับเสียงกลองรบ   อ๋องวิ่งผ่านบานประตูที่ไร้ซึ่งกระจกใส   วิ่งขึ้นสู่ชั้นสองทันที   ไม่สนใจข้าวของรอบตัวที่เขาเห็นเพียงแค่เป็นสีเขียวสว่างๆทั้งสิ้นก  ครึ่ก ! ตัวอาคารสั่นสะเทือน เหมือนโดนอะไรกำลังทุบอยู่  

     

    “อะไรอีกล่ะเนี่ย?”  อ๋องหยุดสังเกตรอบตัวว่าเกิดอะไรขึ้น

     

    โครม !  ผนังด้านหน้าอาคารชั้นสองที่เขากำลังยืนอยู่   ทลายครืนลงไปต่อหน้าต่อตา   กลายเป็นช่องว่างขนาดใหญ่   เผยให้เห็นเจ้ายักษ์อยู่ด้านนอกอาคาร  มันทำสีหน้าเหมือนยิ้มเยาะเขาหน่อยๆ  

     

    “เดี๋ยวนี้ปีนตึกแล้วรึ !” อ๋องอุทาน  “อยากเล่นไล่จับ  ก็จะจัดให้”  อ๋องพูดท้าทายก่อนออกวิ่งขึ้นชั้นสามต่อทันที ภายในอาคารมันยังเล็กไปสำหรับมันที่คิดจะเข้ามา  เจ้ายักษ์ใช้มืออันแข็งแรงของมันปีนตามเขาขึ้นไป   แต่อ๋องกลับหยุดวิ่งก่อนถึงชั้นสาม  หันตัวกลับวิ่งลงข้างล่างอย่างรวดเร็ว

    “ขึ้นไปกูก็เสร็จมึงน่ะสิ”  อ๋องพูด  ถ้าเขาขึ้นไปข้างบนดาดฟ้าเท่ากับเอาชีวิตไปทิ้งแน่ๆ  เขาวิ่งผ่านเคาน์เตอร์คิดตังออกนอกร้าน  วิ่งได้ระยะหนึ่งจึงหันกลับมามองเจ้ายักษ์ที่เพิ่งจะถล่มชั้นสามไปหมาดๆ  มันหันมาคำรามอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นเขาอยู่ข้างล่าง

     

                เจ้ายักษ์ยันตัวกับผนังอาคารก่อนถีบตัวออกมาจากร้านกาแฟ  เสียงกระแทกพื้นดังสะเทือนกว่าทุกครั้ง  ทำเอาอ๋องที่วิ่งอยู่เกือบเสียหลักล้มลงเมื่อพื้นที่วิ่งเกิดสั่นขึ้นมา

    “รู้สึกเหมือนมันวิ่งเร็วขึ้นแฮะ” อ๋องพยายามวิ่งให้เร็วขึ้นผ่านลานน้ำพุไปยังอีกทิศตรงข้ามกับร้านกาแฟ

    “ดูท่านายจะทำให้มันหงุดหงิดนะเพื่อน” เสียงเอิร์นดังขึ้นในหูฟัง

    “แล้วทำไมพวกมึงไม่คิดจะลงมาช่วยเพื่อนคนนี้ละวะ” อ๋องตะโกนตอบ

     

                เขาวิ่งด้วยความเร็วเท่าเดิม   แต่ดูเหมือนเจ้ายักษ์มันเริ่มเข้าใกล้เขาเรื่อยๆแล้ว  อ๋องที่รู้ว่าวิ่งไม่ทัน  ชะลอฝีเท้าลง หันกลับมารัวกระสุนเข้าใส่ เน้นยิงไปบริเวณใบหน้าแต่ก็แทบจะไม่สะทกสะท้านมันเลยแม้แต่น้อย ทั่วร่างนอกจากจะมีหนามยาวออกมาตามจุดเด่นๆ  ทั้งตัวก็มีหนามสั้นๆ งอกออกมาทั่วไปหมด

     

    ปัง ! เสียงสไนเปอร์ดังถี่  เจ้ายักษ์ข้างหน้าอ๋องร่างกระตุกทำท่าจะล้มแต่ก็แค่ซวนเซและลดความเร็วลงนิดหน่อย   แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้มันไปห่างจากเขาได้เลย  มันง้างมือขึ้นทำท่าจะฟาดใส่  อ๋องที่เห็นว่าหลบไม่ทัน  ยกปืนกลขึ้นรับ

     

    “เวรเอ้ย !”  อ๋องสบถ แรงมหาศาลพุ่งปะทะเข้าร่าง  ดีที่เขาใช้ตัวปืนรับแรงมันไว้  แต่แรงของมันทำเอาปืนที่เขาถือบิดงอกลายเป็นรูปคล้ายตัวV  หมดโอกาสใช้งานต่อ  เขารู้สึกว่าข้อมือคงเคล็ดเข้าแล้ว  แต่นั่นก็ยังไม่สำคัญเท่าตัวที่รอยละริ่วไปตามแรงหลายสิบเมตร  ชนเข้ากับรั้วเหล็กจนตัวยึดที่พื้นหลุดออก  มันไม่สามารถหยุดยั้งเขาไว้ได้

     

                อ๋องกระดอนไปกับพื้น พุ่งเข้าใส่โต๊ะไม้ของร้านอาหารแห่งหนึ่ง  โต๊ะไม้ล้มระเนระนาดราวกับตัวเขาเป็นลูกโบวลิ่งที่เคลียร์ทุกอย่างราบเป็นหน้ากอง  ก่อนไถลครูดไปหยุดอยู่หน้าบานประตูร้าน

    “โอยย”  อ๋องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดไปทั่วร่าง เขาคงไม่มีแรงลุกได้แล้วในตอนนี้  แต่เสียงหนึ่งก็ดังแว่วเข้ามาในหูเขา

    “หัวหน้า !”  เงาเลือนรางของลูกทีมปรากฏขึ้นที่หางตา  แว่นมองในที่มืดเริ่มเสียหายเล็กน้อย   มันติดบ้างไม่ติดบ้างคงโดนกระแทกสักที่   “นึกว่าหัวหน้าไม่รอดแล้วซะอีก”ลูกทีมว่า

    “ก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน” อ๋องพูดเสียงค่อย มองไปยังเจ้ายักษ์ที่เริ่มออกวิ่งมาทางเขากับลูกทีมแล้ว

    “วิ่งหนีไปเร็วเข้า !”  อ๋องแค่นเสียงสั่งลูกน้องตนที่กำลังยกข้าวของที่ทับเขาไว้อยู่ออก แต่สายตาเขากับสะดุดเข้ากับสิ่งหนึ่งบนพื้น   ระเบิดติดตั้ง   อ๋องเริ่มเข้าใจถึงวิธีการที่พวกริกพูดไว้ตอนต้น

     

    ตูม ! เมื่อเจ้ายักษ์วิ่งผ่านระเบิดที่อยู่กับพื้น  มันก็ระเบิดขึ้น  เปลวไฟโหมไปทั่วร่าง  เสียงร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วลานน้ำพุ  แต่เมื่อเปลวไฟเริ่มมอดลง  ร่างกายมันกับยังคงอยู่  ถึงแม้ว่าเนื้อมันจะกลายเป็นสีแดงเหมือนกุ้งที่โดนต้มจนสุก  มันบ้าคลั่งมากกว่าเก่า  เดินเข้ามาทางเขาด้วยความเครียดแค้น

     

                ตูม !  ระเบิดลูกที่สองระเบิดขึ้นอีกเมื่อมันเดินผ่าน  อ๋องกับลูกทีมต้องหมอบลงกับพื้นเพื่อหลบแรงระเบิด

     

    “เดี๋ยวๆ  มันใกล้ไปแล้วเฮ้ย !”อ๋องพูดใส่หูฟัง  เหมือนพวกมันจะติดตั้งระเบิดไว้ใกล้เขาเข้ามาเรื่อยๆ 

    “มันไม่รอดครั้งที่สามหรอก”  เสียงริกดังขึ้นใกล้ตัว  อ๋องแหงนหน้าขึ้นไปอย่างยากลำบากตามเสียง  เห็นริกกับเอิร์นนั่งกอดเข่าหลบอยู่หลังตู้ไม้ที่อยู่ถัดจากหัวเขาไปไม่กี่นิ้ว  มันเป็นตู้ที่ข้างบนวางพวกเครื่องดื่มมากมาย 

    “ไอ้ๆ ไม่รู้จะด่ายังไงแล้วว่ะ” อ๋องที่เห็นเพื่อนทั้งคู่นั่งแอบอยู่หลังตู้พลางกดระเบิด

     

    ตูม !  และเจ้ายักษ์ก็ไม่รอดครั้งที่สามตามที่เจ้าริกว่า แต่ทำเอาอ๋องหวาดเสียวไปกับระเบิดที่อยู่ใกล้ตัวเพียงไม่กี่สิบเมตร

    “พื้นที่เคลียร์  รอกำลังเสริมมารับ”เปาพูดดังขึ้นในหูฟังไร้สาย

    “รู้สึกยังไงบ้างเพื่อน” ริกถาม  ลุกขึ้นจากหลังตู้ไม้

    “รู้สึกกับป้ามึงน่ะสิ ทำแบบนี้หมายความว่าอะไรวะ”  อ๋องถาม เอิร์นเข้ามาพยุงเขานั่งพิงกำแพงใกล้กับประตูเข้าร้าน

    “เซอร์ไพรส์ไง”  ริกพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ

    “อะไรวะ”  อ๋องถามอย่างุนงง

    “อย่าคิดว่าพวกเราไม่รู้นะ ว่าเก้าเดือนก่อนหลังจากที่ส่งแม่สาวตาบอดนั่นไปรักษา  นายได้ภารกิจลับไปทำคนเดียวน่ะ  พอกลับมานายก็ได้เลื่อนยศ”  ริกเล่ารายละเอียด  ทำเอาอ๋องนึกขึ้นได้ทันที  เขาไม่อยากบอกเพื่อนของตนเท่าไหร่ว่าเขาได้เลื่อนยศ  มันเหมือนเป็นการอวดเกินไปเขาจึงไม่พูดดีกว่า  ปล่อยให้พวกมันรู้กันเอง  แต่ก็ไม่คิดว่าพวกมันจะมาทำฉลองกับเขาแบบนี้

    “แล้วนี่ก็คือการฉลอง…” อ๋องถามอย่างสงสัย 

    “ใช่แล้ว  ตู้มต้าม ! แสงสีเสียงยิงใหญ่ดีมั้ยล่ะ” เอิร์นว่าจบก็หัวเราะ  ลูกน้องทั้งสองข้างๆ ก็พากันหัวเราะไปด้วย  อ๋องได้แต่ยิ้มรับ  มันก็เป็นนิสัยติดเล่นของเจ้าพวกนี้มันอยู่แล้วล่ะนะ อีกอย่าง   ไม่มีใครเป็นอะไรก็ถือว่าเยี่ยมแล้วสำหรับคราวนี้

     

    ……….

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in