เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Alive : ฆ่า(ข้า) ต้อง รอด !NO.W
ตอนที่ 26 : การต่อสู้สุดทรหด
  • ……….

     

    ตอนที่ 26 : การต่อสู้สุดทรหด

     

    “คงไม่ได้หูแว่วใช่มั้ย ไอเสียงเหมือนกับมีคนกำลังรบกันอยู่แถวๆ นี้”โจพูด ขณะไบรอันกำลังขับรถหลีกสิ่งกีดขวางต่างๆ บนถนนย่านใจกลางเมืองซึ่งทุกคนต่างก็แปลกใจที่พวกซอมบี้ดูบางตาลงไปเยอะ ปกติใจกลางเมืองแบบนี้ต้องเต็มไปด้วยฝูงซอมบี้แล้ว

    “ได้ยินกันทุกคนนั่นแหละ ไม่งั้นฉันจะเร่งความเร็วออกจากเมืองนี่ทำไม”ไบรอันว่า

    “พวกหน่วยจู่โจมกับพวกเคลโอล่ะมั้ง” อลิซที่นั่งอยู่เบาะหลังพูดขึ้น

    “หน่วยจู่โจม?”

    “อ่าฮะ ทำไมหรอแคล” โจถาม เมื่อเห็นแคลพูดขึ้นมาอย่างสงสัย

    “ฉันยังไม่เคยเจอหน้าทุกคนที่มาช่วยไว้เมื่อตอนนั้นเลย” แคลตอบ

    “เอาน่า สักวันก็ได้เจอเองแหละบางทีเราอาจจะเจอกันตอนลุยกับพวกกลายพันธุ์ก็ได้” โจพูด

     

                ไบรอันเหลือบมองแคลที่นั่งข้างตนก่อนเร่งความเร็วขึ้นเมื่อถึงถนนขาออกจากเมืองสิ่งกีดขวางต่างๆ เริ่มบางตาลง คงอพยพกันไปหมด ไม่ก็ทางนิวเคลโอสั่งการเอาพวกซากรถและสิ่งที่พอใช้ได้ไปแปลงเป็นอย่างอื่นไปแล้ว

     

    “อีกนานมั้ยอ่ะ?” โจถามไบรอัน

    “ชั่วโมงนึงล่ะมั้ง” ไบรอันตอบ

     

                พอหลุดออกจากตัวเมืองที่กำลังครุกรุ่นไปด้วยเสียงปืนและเสียงซากถล่มของอาคารทุกคนในรถได้แต่คิดไปเองว่า ตนคงหูคงแว่วไปเอง มีที่ไหนยิงกันตึกพังลงมาทั้งตึกนอกจากจะเกิดสงครามหรือบางทีอาจจะเป็นพวกพิเศษสู้กันก็ได้ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมไบรอันจึงรีบดิ่งออกมาจากเมืองให้เร็วที่สุดเพราะพวกเราไม่สามารถจะต่อกรกับมัน ลำพังแค่พวกกลายพันธุ์ก็หนักมือสำหรับทุกคนแล้ว

     

                เมื่อออกจากตัวเมืองใหญ่มาได้เราเริ่มเห็นซอมบี้เดินไปมาตามสองข้างทางเป็นระยะๆบางครั้งไบรอันต้องหาเส้นทางใหม่ในการไป เมื่อมีพวกมันจำนวนมากเกินขวางทางอยู่ซึ่งไม่เป็นผลดีนักหายจะลุยกับพวกมันซึ่งๆ หน้า ทุกคนนั่งกันเงียบกริบ  ต่างทอดสายตาออกไปนอกตัวรถ คิดอะไรต่างๆ นาๆ

     

    ……….

     

                ตลอดชั่วโมงที่ผ่านมานอกจากต้องรับมือกับเจ้าหมายเลข 4 แล้ว ผมยังต้องคอยหลบบรรดาลูกกระสุนทั้งหลายที่ระดมยิงใส่แบบไม่ยั้งมือและพวกจรวดทำลายล้างต่างๆอีก ที่จ้องจะเล่นงานผมให้ตายไปพร้อมกับตึกแต่พวกมันก็ยังไม่กล้าถึงกับถล่มตึกซะทีเดียวเพราะเจ้าเลข4 ยังต้องอยู่ในอาคารตลอดเวลา เจ้าหมอนี่มันไม่สามารถโดนแดดได้ คงเป็นผลข้างเคียงของการทดลองซึ่งนับเป็นข้อดีทีเดียว

     

                เดี๋ยวนะผลข้างเคียง แล้วนี่เรามัวเหนื่อยเปล่าสู้กับมันไปทำไม แทนที่จะจับมันทุ่มออกไปเผาแดดให้ไหม้เกรียมไปเลยผมเพิ่งจะคิดได้ แต่คงไม่ง่ายนักที่จะทุ่มหรือพามันออกไปได้ผมเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง แดดยามบ่ายแก่ๆ กำลังร้อนระอุได้ที่สำหรับมัน บางทีถ้าผมไม่รีบจัดการแล้วค่ำซะก่อนฝ่ายแย่อาจจะเป็นผมเองก็ได้

     

    “ขอถามอะไรหน่อย” ผมถาม ยืนอยู่ห้องเล็กๆ ฝั่งตรงข้ามกับห้องมันมีบันไดลงข้างล่างคั่นกลาง พวกเราสู้กันจนผนังแตกย่อยยับทะลุไปแต่ละห้องได้ไม่นับรอยกระสุนที่ลูกน้องระดมยิงจนพรุนเป็นรูไปหมดอีกทั้งรอยแตกบนกำแพงจากระเบิดมากมาย ทำให้ยากจะคาดเดาการตกแต่งก่อนหน้านี้หรือเค้าโครงเดิมของมัน

    “ทำไมถึงลงทุนขนพวกซอมบี้ขึ้นรถบรรทุกไปรักษา?”

    “พวกนิวเคลโอเข้าใจผิดอยู่อย่างนะ ซอมบี้ไม่ใช่คนที่ตายแล้วฟื้นแต่มันเป็นแค่ชื่อโรคโรคหนึ่งเท่านั้นที่มันรักษายากแต่ตอนนี้เราเคลโอทำมันได้แล้ว” เจ้าเลข 4 ว่า

    “แล้วพวกแกก็จะเปลี่ยนพวกนั้นเป็นแบบแกสินะ ทดลองสร้างมนุษย์แบบพวกเราขึ้นฉันคิดว่ามันจะจบลงตั้งแต่การทดลองพวกเรา 7 คนแล้วซะอีก” ผมพูด

    “ก็เพราะพวกเราถือว่าเป็นความสำเร็จไง โดยเฉพาะนาย เจคพวกนั้นจึงต้องตามล่าตัวนายกลับไปถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังต้องทดลองกันต่อโดยใช้ผลทดลองเดิมของนายเป็นต้นแบบ”

    “ถ้ามีผลต้นแบบแล้วจะเอาฉันไปทำไมอีก” ผมถาม

    “ก็เพราะว่าทุกคนที่ทดลองเสร็จ มันมีผลข้างเคียงไปตามแต่ละคนน่ะสิซึ่งยังไงนายก็สมบูรณ์สุด” มันว่า

    “ฉันว่าทั้งสองเมืองอาจจะตกลงเป็นพันธมิตรกันได้นะในเมื่อเราก็อยากให้เกิดความสงบเหมือนๆ กัน”

    “คงเป็นไปไม่ได้หรอก” เจ้าเลข 4 ตอบทันควัน “พวกนิวเคลโอยังเป็นมนุษย์ที่ยังอ่อนแอ จะไปรอดน้ำมือพวกลายพันธุ์ที่กำลังเพิ่มขึ้นได้ยังไงมีแต่พวกพิเศษเท่านั้นแหละ”  

    “….” ผมเลือกไม่ตอบดีกว่าเพราะดูท่า สองเมืองจะมีความคิดที่แตกต่างกันในด้านการเอาตัวรอดพอสมควร

    “แล้วนายล่ะเจค คิดจะช่วยพวกมันไปอีกนานแค่ไหนนายจะละทิ้งเมืองที่ทำให้นายอยู่รอด เมืองที่ให้ชีวิตนาย เมืองที่ช่วยชีวิตนายจากความตายน่ะรึ”เจ้าเลข 4 ถาม

    “สำหรับฉัน มันเป็นเพียงแค่อดีตแย่ๆ เท่านั้น” ผมตอบ

    “ดูท่าฉันกับนายจะพูดไม่ค่อยถูกคอกันเท่าไหร่นะ”

    “เห็นด้วยเลย” ผมกระชับมีดยาวในมือแน่น เตรียมพร้อมต่อสู้อีกครั้ง 

     

                ผมไม่รอช้าพุ่งออกจากห้องฝั่งตน พร้อมกับมันก็พุ่งออกมาเหมือนกันผมกวาดมีดเล่มยาวในมือเป็นทางขวางในอากาศ มันกระโดดสูงอ้อมมาข้างหลัง  ผมหมุนตัวกลับ ใช้มีดรับลูกเตะของมัน ก่อนกระโดดกลับหลังลงบันไดไปชั้นล่างจัดการฟันลูกน้องของมันที่อยู่ข้างล่างไปหนึ่งคน เลือดเปรอะไปทั่วซากอิฐที่ทลายลงพวกข้างนอกเริ่มระดมยิงเข้ามาอีกครั้งเมื่อเห็นผม

    “ 9 เดือนที่ไปซุ่มฝึกมาคงไม่ใช่เอาแต่หนีหรอกใช่มั้ย” มันว่า โดดลงมาจากชั้นบนอันที่จริงสิ่งที่เรียกว่าบันไดมันแทบจะไม่เหลือเค้าเดิมแล้วด้วยซ้ำเหมือนกลายเป็นซากตอไม้พุพังคั่นกลางอยู่ตรงกลางในตอนนี้

     

                มันพุ่งเข้ามาพร้อมกับลูกเตะ  ผมถอยฉากหลบอย่างรวดเร็วก่อนสวนหมัดไป มันเอี้ยวตัวหลบได้  ผมพุ่งเข้าจับล็อกตัวมันไว้ชนเข้ากับผนัง ทะลุเข้าห้องครัวผมปล่อยหมัดขวากระแทกใส่มันเต็มๆ ตามด้วยซ้ายก่อนยกคอเสื้อมันขึ้นจับทุ่มกับอ่างล้างจานจนกระเบื้องแตกยับ ผมก้าวออกมาจากเจ้าเลข4 เล็กน้อย แต่ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือแน่

     

                ผมจับตัวมัน ทุ่มทะลุกำแพงห้องต่างๆจนออกไปนอกตัวอาคาร ทันทีที่ร่างมันปะทะเข้ากับแดด เกิดควันสีขาวขึ้นทั่วร่าง ก่อนเริ่มกลายเป็นไฟที่ลุกฮือขึ้นเหล่าลูกน้องพากันตกใจกับสิ่งที่เห็น เจ้าเลข 4ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดราวกับโดนเผาทั้งเป็น มันทุรนทุรายลุกขึ้นจากพื้นก่อนทะยานชนอาคารฝั่งตรงข้ามเข้าไปข้างใน มันเป็นซูเปอร์มาเก็ตขนาดกลาง

     

    หมายเลขสี่ทรุดฮวบลงไปกับพื้น ดูท่าจะสาหัสควันยังพวยพุ่งออกจากตัวมัน ยังไงมันก็ยังตายได้อยู่ดีถึงจะถึกจะแกร่งขึ้นก็เถอะ ผมไม่รู้ว่าพวกมันมียาพกไว้รึเปล่าแต่ดูจากหลายครั้งที่เจอไม่น่าจะมี

     

                ครึ่ก ๆ   !  เสียงวัตถุกลิ้งกระเด้งไปมากับพื้นดังขึ้นทั้งข้างหน้าและข้างหลังบริเวณที่ผมยืนอยู่  ซึ่งมันก็คือระเบิดนั่นเอง  พอเจ้าเลข 4 ออกจากตึก มันก็คิดถล่มทิ้งทันที

     

    ตูม  ! เสียงระเบิดดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ผมที่อยู่ตรงกลางพอดีพยายามเร่งฝีเท้าเต็มที่เพื่อจะพุ่งออกทางด้านข้าง แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วแรงระเบิดทำเอาผมกระแทกทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางหนังสือ  ผนัง บันไดที่เหลือแต่แผ่นไม้ จนกลับเข้ามาในห้องครัวอีกครั้งผมกระแทกเข้ากับเครื่องล้างจานอัตโนมัติเต็มแรงจนกำแพงข้างหลังมันปริแตก

     

                โครงสร้างอาคารเริ่มโครงเครงกำลังจะทรุดลง ความเจ็บปวดเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วตัวผม ทั้งแรงระเบิด การกระแทก น่วมไปทั้งตัวผมกับมันคงสาหัสพอๆ กันในตอนนี้

     

    ตูม  !  เสียงระเบิดดังขึ้น คราวนี้ไม่ใช่จากลูกระเบิดแต่เป็นจากจรวด  จะฝังกันเลยรึไงผมออกแรงพยุงตัวขึ้น พร้อมๆ กับอาคารชั้นบนที่เริ่มถล่มลงมายังดีที่คานข้างล่างยังแข็งแรงรับน้ำหนักไว้ได้  ทางเดียวที่ออกได้คือทำลายกำแพงห้องครัวนี่ เพื่อออกไปยังตรอกด้านข้างอาคาร

     

    ตูม !  จรวดลูกที่สองดังขึ้นแทบจะทันทีกับที่ผมเพิ่งจะลุกขึ้นยืนมันระเบิดหน้าห้องครัว แรงทำลายของมันทำเอาทุกสิ่งรอบตัวป่นปี้ทลายไปหมดรวมทั้งผมที่เอามือขึ้นกั้นแรงกระแทกของมัน รู้สึกได้ถึงแผ่นหลังที่กระแทกเข้ากับกำแพงเต็มๆจนปริแตก ก่อนที่ร่างผมจะทะลุกำแพงออกไปด้วยแรงระเบิด

     

                ผมนอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนถนนเส้นเล็กๆที่ทะลุไปมาระหว่างถนนสองเส้นได้ ควันระเบิดลอยโขมงไปทั่วบริเวณยากจะมองเห็นรัศมีไกล ผมไม่เห็นความเคลื่อนไหวของพวกมันแล้ว ดูท่ามันจะหยุดได้สักทีแต่สิ่งที่ผมต้องวิตกต่อมาคือ อาคารที่เริ่มถล่มลงมา ซึ่งผมก็อยู่ในอาณาเขตร่วงหล่นของมันก้อนอิฐแตกกระจายร่วงลงบนพื้นรอบอาคาร ถัดไปจากผมไม่ถึงเมตร 

     

                ร่างกายผมสะบักสะบอมไปหมดเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล รู้สึกได้ถึงเลือดที่เต็มตัวในตอนนี้ ผมควานมือลงไปในกระเป๋ากางเกงล้วงเอากล่องยาเล็กๆมาเปิดออกอย่างยากลำบากผมหยิบขึ้นกินอย่างเชื่องช้าในกล่องยังเหลืออีกหนึ่งเม็ด 

     

                ความรู้สึกเย็นวาบเกิดขึ้นภายในร่างหลังกินยาเข้าไปร่างกายรู้สึกดีขึ้นพอที่ผมจะออกแรงลุกขึ้นยืนหรือเพื่อไปจัดการเจ้านั่นให้สำเร็จก่อนมืด ผมไม่รู้ว่าตอนมืดมันจะเก่งขึ้นรึเปล่าผมย่ำเท้าเดินไปข้างหน้าไปทางห้างที่เห็นมันล่าสุด แต่ปรากฏเงาคนปิดหัวท้ายตรอกไว้รู้สึกเล็กๆ ว่าสิ่งที่เรียกว่าปืนกำลังจะทำหน้าที่ของมัน และก็จริงซะด้วยมันลั่นกระสุนกราดเข้ามา

     

                ผมวิ่งติดขวาของตรอกทันทีเพื่อหลบไอ้ซากข้างบนที่ยังหล่นมาไม่ขาดสาย และกระสุนด้วยรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาบริเวรหน้าอก ต้องโดนยิงแน่ๆ นี่พึ่งกินยานะเฮ้ย ผมเร่งความเร็วขึ้นอีก หยิบมีดสั้นที่เหน็บไว้ข้างหลังออกมา ทะยานด้วยความเร็วพุ่งเข้าปักมีดทะลุขั้วหัวใจผลักมันล้มลงกับพื้น มาโผล่ที่ข้างหน้าอีกคน มันเหวอเมื่อเห็นผม

     

    แต่ผมก็ไม่ปรานีหรอก ผมปัดปืนในมือมันกระเด็นจนข้อมือมันหักเพราะชักนิ้วออกจากไกปืนไม่ทันผมกระแทกหมัดตรงเข้าเต็มหน้าอก เสียงกร็อบของซี่โครงหักดังชัดเจน

     

    ผมเดินตรงไปหาเจ้าเลข 4 ที่ตอนนี้ยังทุรนทุรายอยู่บนพื้นผมเริ่มแปลกใจที่ว่าทำไมเคลโอถึงไม่มียาแบบพวกเรา แต่นั่นก็ดีแล้วไม่ใช่รึไงลองพวกมันมีสิ อย่าหวังว่าผมและนิวเคลโอจะรอดจนถึงทุกวันนี้เลย

     

    “รู้สึกว่าจะถึงตอนจบของนายแล้วนะ” ผมพูดเมื่อเดินจนถึงตัวมันเจ้าเลข 4 พยายามลุกขึ้น มันพิงเคาน์เตอร์คิดเงินที่แบ่งเป็นบล็อกๆ อยู่

    “นายก็ไม่ต่างจากฉันเท่าไหร่หรอก”  มันตอบ ซึ่งนั่นก็จริง ผมคงโดนเก็บไปแล้วถ้าไม่มียาที่ฐานให้มาล่ะก็

    “แต่รู้อะไรมั้ย ฉันตายหนึ่งคนจะมีพวกเราอีกเป็นร้อยเป็นพันที่พร้อมจะถล่มพวกแก จับพวกแกมาบังคับให้เป็นเหมือนพวกเรา” มันตอบ มองออกไปซึ่งผมเห็นรถบรรทุก ทั้งสามคันกำลังแล่นไปบนถนน ข้างในบรรจุซอมบี้คันละไม่ต่ำกว่า50 ตัว มันเป็นรถที่ใหญ่มาก

    “ยังไงพวกฉันก็กำจัดหมดอยู่ดี” ผมตอบ

    “ฮ่าๆ เอาเหอะ แต่รู้อะไรมั้ย ฉันน่ะสู้ไม่ถอยนา”

     

    ปัง ! มันพูดจบผมรู้สึกได้ว่าตัวเองโดนยิงจากข้างหลัง คราวนี้แปลกออกไป เป็นกระสุนพิเศษ มันมีพิษ!   ผมทรุดฮวบลงทันที มันยิงเข้าข้างลำตัว

     

                เจ้าเลข 4 พุ่งมาเข่าเข้ากลางหน้าผมจังๆผมหงายไปตามแรง ร่างกระแทกพื้น ก่อนกลิ้งตัวหลบเมื่อมันคิดจะซ้ำอีกทีแต่ความเร็วมันตกลงไปเยอะ ผมฝืนดันตัวลุกขึ้น พุ่งเข้าใส่บ้างปล่อยหมัดซ้ายขวาเข้าช่วงท้องมันดัง อั้กๆ ! ก่อนจบด้วยลูกถีบ มันลอยเข้าไปในตัวห้างฯเลือดที่หน้าท้องเริ่มไหลคราวนี้ร่างกายผมไม่สมานเพราะมันเป็นพิษพิเศษที่พวกมันทำขึ้น

     

                ผมทะยานข้ามที่คิดเงินพร้อมกับมีดด้ามยาว กะกระแทกลงปักมันให้ตายคาที่ แต่มันก็กลิ้งหลบได้แต่ผมก็สะบัดปลายมีด ฟันเข้าที่แขนมันไป เลือดกระเซ็นเปรอะพื้น ผมวิ่งเข้าไปมันเตะเสยขึ้นมา ผมบิดตัวหลบ ก่อนฟันเข้าที่ขามันอีกที  มันร้องด้วยความเจ็บปวด

     

    “พอกันที !”  ผมตะโกนขึ้นร่างกายเริ่มอ่อนแรงจากพิษเต็มที ผมกระแทกเท้าลงบนหน้าอกมันอย่างแรง ตัวมันยวบลงไปในดิน พื้นกระเบื้องรอบตัวแตกเป็นบริเวณมันกระอักเลือดชุดใหญ่

    “แล้ว..แก...จะต้อง...เสียใจ...ที่...”   

     

    ฉึก !

     

                มีดเล่มยาวแทงทะลุหัวใจด้ามมีดกว่าครึ่งจมลงไปในพื้น ผมออกแรงบิดตัวด้ามร่างมันกระตุกเล็กน้อยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่มันจะสิ้นลมผมดึงมีดขึ้นเก็บไว้ข้างหลังตามเดิม

     

                พวกข้างนอกดูเหมือนจะได้รับคำสั่งให้ไปพร้อมกับรถบรรทุกกันหมดแล้วแต่ไอ้ความรู้สึกเหมือนอันตรายยังไม่หมดมันคืออะไรกัน ผมทรุดตัวลงนั่ง เริ่มหมดแรงล้าไปทั้งตัว ร่างกายเริ่มรู้สึกชาด้านไปหมด อาการของพิษผมเริ่มเห็นทุกสิ่งเลือนราง 

     

                ผมมองออกไปนอกร้านที่กระจกแตกยับไปหมดเห็นวัตถุอะไรสักอย่างกำลังลอยมาทางตน ก่อนจะรู้ตัวว่ามันก็คือจรวดนั่นเองแต่มันสายไปแล้ว ผมหลบไม่ทันแล้ว ร่างกายมันยากที่จะตอบสนองความรู้สึก 

     

                จรวดนั่นกระทบพื้น  เปลวเพลิงของมันระเบิดลุกโชติช่วงสิ่งของรอบข้างเริ่มพังเสียหายด้วยความแรงของมันรู้สึกได้ถึงความเจ็บระลอกใหม่ที่กำลังมาทางตนในไม่ช้า  แต่แล้วก็เหมือนมีแรงฉุดผมจากข้างหลัง   ใครกัน ?   ผมคิดในใจ เห็นเงาอยู่เหนือหัวลางๆ มองไม่ออกว่าเป็นใครแต่ดูเหมือนว่าเขาคนนี้กำลังจะช่วยผมออกไปจากตรงนี้

     

    ..........


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in