roslynficRoslyn
(OS) อ้าย / Minno
  • (OS) อ้าย

    Pairing:Minno (Jaemin as ยี่, Jeno as อ้าย/พี่สาวของยี่/แนท)

    Special Thanks: Lucas (as โจ้)

     

     

     

    โอ๊ยแม่ เบาหน่อย ยี่เจ็บ”

    ใครใช้ให้ยี่ไปมีเรื่องกับเขา”

     

    มันเป็นธรรมดาของเด็กวัยรุ่นป่ะแม่ ยี่เถียงแม่ในใจหากไม่กล้าเถียงออกมาซึ่งๆ หน้า เพราะกลัวว่าแม่จะทำแผลให้ตนเองแรงไปกว่าเดิม

     

    ยี่เป็นคนเชียงใหม่ มีพี่สาวหนึ่งคน และแม่เลี้ยงเขามาเพียงคนเดียวเท่าที่ยี่จำความได้ ยี่ไม่เห็นพ่อแล้ว แม่ไม่เคยบอกยี่ว่าพ่อไปไหนรู้เพียงแค่พ่อยังไม่กลับบ้าน บ่อยครั้งในช่วงประถมศึกษาปีที่สองลากยาวไปจนถึงสามแม่ปล่อยให้ยี่อยู่กับพี่สาวแค่ลำพังสองคน ยี่เคยเห็นพี่พาเพื่อนผู้ชายเข้าบ้านนั่นเป็นเรื่องที่แม่ห้ามมาตลอดแต่พี่ก็ยังทำโดยที่แม่ไม่รู้ในความว่ายี่หวังดีจึงบอกเรื่องนี้กับแม่ จนกระทั่งแม่และพี่สาวทะเลาะกัน จนพี่หอบเสื้อผ้าออกจากบ้านไปและแม่นั่งร้องไห้แล้วกอดยี่แน่นพูดไปสะอื้นไปว่า ยี่ห้ามทิ้งแม่ไปอีกคนนะ แม่ไม่เหลือใครแล้วจนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จากที่เคยเป็นเด็กเกเรกกลับตั้งใจเรียนหนังสือจากเด็กหลังห้องกลายเป็นหัวหน้าห้อง เป็นคนโปรดของคุณครูในโรงเรียน เป็นที่รักของเพื่อนๆ เป็นประธานนักเรียนที่ดี แต่ เพราะนั่นเป็นเพียงแค่วัยประถมศึกษาของยี่เท่านั้นเมื่อเจอสังคมคล้ายเดิมในช่วงมัธยม นั่นคือ ความเป็นยี่เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆจากเด็กเคยเรียบร้อยเชื่อฟังแม่และเป็นเด็กดีกลับกลายเป็นเด็กที่ปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกงทุกวันหลังเลิกเรียน ในวัน ๆหนึ่งจะต้องมีแผลที่ใดที่หนึ่งบนร่างกายและใบหน้า อารมณ์ฉุนเฉียวตลอดเวลาเพียงแค่ทำของตกนั้น สบถราวกับเกินเรื่องร้ายแรงแน่นอนว่าผู้เป็นแม่โทษตัวเองไม่หยุดหย่อน ทั้งเรื่องลูกสาวคนโตและลูกชายคนเล็กนั่นคือ เธอคงจะเป็นแม่ที่ไม่ดี ที่ไม่สามารถสอนลูกในเป็นคนดีได้

     

    ไอ้ยี่ เย็นนี้พวกไอ้โจ้แม่งเอา”

    ที่ไหน”

    ถิ่นพวกมันแม่ง”

    ก็ไปดิ กูพร้อม”

    ถ้าพวกแม่งชนะ มึงต้องเลิกยุ่งกับแนท”

    ก็ลองดูถ้าคิดว่าแน่”

     

    เป็นเรื่องที่น่าละอายที่มีเด็กนักเรียนสองโรงเรียนมาต่อสู้กันลานสเก็ตบอร์ดเก่า ๆ ที่ถูกปล่อยร้างกลุ่มเด็กนักเรียนที่แยกไม่ออกระหว่างอันธพาลหรือผู้มีการศึกษาไม่เกินจริงนักหากใช้คำว่ากัดกัน ทั้ง ๆ ที่สามารถใช้การเจรจาด้วยวาทที่มีเหตุและผลอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดแต่ทว่าไม่พึงกระทำ ใครที่ผ่านไปผ่านมาคงฝากคำชมไปจนถึงบิดามารดาตามประสาชาวบ้านที่เดือดร้อนเพราะการกระทำเหล่านี้ของเด็กนักเรียนนักเลงและในขณะนี้เสื้อนักเรียนที่ขาวสะอาด เปรอะเปื้อนช่างไม่น่าดูพอ ๆกับใบหน้าที่ยับเยิบ

     

    ตำรวจมา!!!”

     

    ถ้าเปรียบเสียงตะโกนเมื่อครู่กับเวทีที่มวย คงเป็นเสียงระฆังที่ดังขึ้นเพื่อบอกว่าหมดยกก่อนจะตายกันไปเสียก่อน ตำรวจไม่ได้มาจริงและฝั่งยี่เสียเปรียบฝั่งนั้นมีนักเลงมืออาชีพ แต่ฝั่งยี่มีเพียงนักเรียนมัธยมปลายไร้ศักยภาพ ยี่นอนตัวงอเพราะถูกกระทืบเข้าที่ท้องอย่างจังนอนมองหน้าโจ้ที่มีชัยไปกว่าครึ่งหรืออาจจะทั้งหมด จำใส่หัวเละ ๆของมึงไว้ว่าแนทของกู โจ้ว่า ก่อนรีบวิ่งไปเพราะเกรงว่าจะมีตำรวจมาจริง ๆ  เพื่อน ๆ รีบเข้าไปดูยี่ ยี่กำมือแน่น นั่นหมายความได้ว่ายี่ไม่จบ อีกนัยหนึ่งคือพวกเขาคงต้องเหนื่อยกันอีกรอบแล้ว

     

    ยี่กับแม่ทะเลาะกันเพราะสภาพที่ไม่น่าดูของยี่ เธอร้องไห้ แต่ในใจนั้นทั้งโกรธและเป็นห่วง เพราะนี่มันหนักกว่าทุกครั้ง แต่ทว่าสองแม่ลูกต้องหยุดการกระทำนั้นไว้เพราะพี่สาวของยี่ที่หายไปเกือบนานนับเกือบสิบปีมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้ารั้วบ้านที่น่าแปลกใจไปกว่า คือเด็กน้อยวัยขบเผาะ อายุประมาณราว ๆ เจ็ดปีจากการคำนวณด้วยสายตา
    ยี่มองออกไปพลางนึกในใจว่าคงจะเป็นลูกชายของพี่สาวเพราะใบหน้าที่คล้าย - ใกล้เคียงจนเกือบจะเป็นคนเดียวกันนั้น แม่รีบวิ่งออกไปหาพี่กับหลานของเขา ถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่พี่สาวออกจากบ้านไปยี่ไม่เคยเห็นแม่แบบนี้อีกเลย จะบอกว่าโกรธก็คงจะตรงกับความรู้สึกของยี่ที่สุดในตอนนี้เพราะการที่พี่สาวของเขาจากไปเกือบสิบปีแล้วมีหลานกลับมาถ้าไม่ฝากเลี้ยงก็คงจะกลับมาอยู่ด้วยกัน แล้วทำไมตอนนั้นถึงทิ้งแม่กับยี่ไปไม่รอให้พี่สาวมาทักทายตนหรือกล่าวคำขอโทษหรือคำพูดต่าง ๆ ที่จะพรั่งพรูมาจากเธอยี่รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องและไม่ลืมที่จะล็อคประตูไว้ด้วย ถ้าถามว่าเสียใจไหมถ้ายี่ตอบว่าไม่เสียใจเลยคงเป็นการหลอกลวงความรู้สึกของตัวเองแต่ถ้าถามว่าเป็นห่วงไหม สามารถตอบได้เลยว่าเป็นอย่างมากเพราะนับตั้งแต่วันที่พี่สาวออกจากบ้านไป ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่คิดถึงไม่มีวันไหนเลยที่ไม่เป็นห่วง กลัวว่าเพื่อนชายที่เคยพามาบ้านจะเป็นคนไม่ดีไม่สามารถดูแลเธอได้ น้ำตาของยี่ค่อย ๆ ไหลริน

     

    ยี่ไม่คิดถึงพี่หรอ

    “…

    พี่ขอโทษนะ

     

    ความอดทนที่มีน้อยของยี่ได้พังทลายลงยี่เปิดประตูที่คิดไว้ว่าจะไม่เปิดรับพี่สาวของตนออก คว้าคนเป็นพี่กอดแน่น - ร้องไห้เพราะทุกความรู้สึกทั้งคิดถึง เป็นห่วง โกรธ มันรุมเร้าไปเสียหมดจากคนที่ไม่มีความอดทนอย่างยี่แล้วยิ่งแล้วใหญ่ พี่สาวของยี่เธอพึมพำว่าขอโทษไม่หยุดจนยี่ต้องตอบเธอกลับไปว่าไม่เป็นไรไม่เคยโกรธเลย แม้จะสวนทางกับความรู้สึกไปแต่กลับเป็นส่วนเล็กจากความรู้สึกทั้งหมด

     

    อ้าย – ลูกชายของเธอยืนมองแม่และน้ากอดกันแน่นเขาไม่รู้ว่าคืออะไร ไม่รู้เรื่องราว รู้แค่ใบหน้าของน้านั้นดูเจ็บช้ำเกินไป เหมือนตอนที่แม่ทะเลาะกับพ่อเหมือนตอนที่อ้ายทำแผลให้แม่ แล้วแม่ชมว่าอ้ายเก่งมาก จะพามาอยู่กับยายและน้า แม่ทำตามสัญญาแต่เด็กน้อยไม่ประสา เพราะความเยาว์วัยจึงทำให้อ้ายไร้เดียงสา ขาวสะอาด

     

    แม่ไม่อยู่ อ้ายต้องดูเลยตัวเองดีๆ นะครับ

    “…

    แม่ไปแป๊บเดียวเดี๋ยวแม่ก็กลับมา

     

    และแม่ไม่กลับมาอีกเลยถึงแม้จะเป็นเด็กที่ไม่ประสา อ้ายรู้ดีว่าความสูญเสียและความเสียใจคืออะไร อ้ายไม่รู้ว่าแม่ใช้เวลาไปนานเท่าไหร่กับคำว่าเดี๋ยวแม่ก็กลับมา จนผ่านไปได้หนึ่งปีแล้ว – ครบรอบหนึ่งปีแล้ว และแม่คงยังไม่กลับมาและคงไม่กลับมา

     

    อ้ายเติบโตมาอย่างดีท่ามกลางความรักที่อบอุ่นของคุณยายและยี่ ถึงแม่ว่ายี่จะชอบให้อ้ายทำแผลให้อยู่เรื่อยๆ ก็ตาม โดนดุบ้างตามอารมณ์ของยี่ แต่จริง ๆ แล้วอ้ายกับยี่นั้นซี้กันจนคุณยายน้อยใจแถมยังขู่ว่าจะไม่ทำไข่หวานให้กินแล้ว ยี่ร้องโอดโอยเป็นเด็กและอ้ายยิ้มขำให้กับการกระทำของผู้เป็นน้า

     

    ทำเบา ๆ เป็นป่ะอ้าย เจ็บนะเว้ย”

    อ้ายทำแผลไม่เก่งนี่”

    ไม่เก่งได้ไง เห็นนั่งดูแม่ทุกวัน”

    ยี่จะหล่อกว่านี้ถ้าไม่มีแผลที่หน้า”

     

    ไอ้เด็กนี้ ตัวก็แค่นี้ ตัวเท่าเมล็ดกล้วย เท่าเม็ดทราย กล้าพูดแบบนี้ได้ยังไงยี่มองสำรวจใบหน้าของหลานชาย ดวงตาที่เป็นประกายเวลามีความสุขจมูกที่ชอบแดงเวลาอากาศเย็นขึ้นและร้องไห้ริมฝีปากที่ชอบพูดเจื้อยแจ้วว่าอ้ายอย่างนั่นอ้ายอย่างนี้ ไม่ปฏิเสธว่าหลานเขาน่ารักไม่แพ้ใครหากแต่ปากหนักเกินว่าจะชมเชยออกไป ที่ยิ่งไปกว่านั้นคืออ้ายทำให้ยี่คิดถึงพี่สาวเพราะใบหน้าที่คล้ายกันนั้น ขนาดเขาที่เป็นน้องชายยังคิดถึงขนาดนี้แล้วลูกชายคนเดียวอย่างอ้ายที่รักแม่สุดหัวใจจะไม่คิดถึงได้อย่างไรยี่เคยถามว่าอยากไปหาแม่ไหม เด็กน้อยตอบกลับมาว่าแม่อยู่ที่นี่แล้วเอามือกุมที่หน้าอกข้างซ้ายแล้วพูดดต่อว่าจะไปทำไมในเมื่อแม่อยู่ตรงนี้หลานของเขาเป็นเด็กดีเกินกว่าใคร และเก่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา

     

    แต่แล้ววันเวลาที่ล่วงเลยไป ยี่สอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯและต้องย้ายไปเรียนที่นั่น เด็กน้อยเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำอ้ายมีหน้าที่เรียนหนังสือ ตั้งใจเรียนให้มาก ๆ และยี่ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าอ้ายไม่อยากให้ยี่ไปก็ตามในใจนึกถึงว่าถ้ายี่หน้าช้ำใครจะทำแผลให้ ใครจะเล่นซ่อนแอบเป็นเพื่อนเขาใครจะมาเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนหรือแม้กระทั่งจุ๊บบอกฝันดี ที่ทำให้ฝันดีจริง ๆตลอดทั้งคืน เพียงแค่คิดอ้ายก็รู้สึกว่าอยากเป็นเด็กดื้อแล้ว

     

    มีบางอย่างผิดปกติยี่รู้สึกได้ เพราะเจ้าหลานชายตัวน้อยของเขาไม่มาอ้อนอย่างเช่นเคยแต่ทว่าถ้าให้เดานั้นคงไม่ยาก เพราะมีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น นั่นคือเรื่องที่เขาต้องไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯยี่ให้คำสัญญาที่ไม่ได้เปล่งวาจาออกไปว่าจะกลับมา ไม่ว่าจะยังไงก็จะกลับมา เวลาที่ผ่านไปทุกวันหลานชายที่ไม่คุยกันเหมือนเดิมจนกระทั่งถึงวันเดินทาง

     

    ไปอยู่กรุงเทพก็ทำตัวดี ๆ” แม่ว่า

     

    ครับ” ยี่ตอบและผูกเชือกรองเท้าไปด้วยวันนี้ยี่ผูกเชือกรองเท้านานมาก ทั้ง ๆ ที่มันผูกง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก หรือเพราะรอใครบางคนอยู่และเป็นอย่างที่ข้อหลังว่า

     

    กลับมาหาแม่ หาหลานบ้างนะยี่”แม่พูดพลางลูบหัวยี่ที่กำลังใส่รองเท้าอยู่ที่หน้าบ้าน เธอเห็นแล้วว่าลูกชายผูกไปแก้ไปอยู่นานสองนานแม่นั่งลงกับพื้นข้าง ๆ ยี่

     

    ครับ” ยี่ตอบรับแม่และเข้าไปกอด

     

    แม่คิดถึงยี่” แม่พูดกลั้นสะอื้น

     

    “…” ยี่ไม่ได้ตอบรับอะไรเพียงแค่เงียบและลูบหลังเธอเบา ๆ

     

    อ้ายก็คิดถึงยี่” มีเสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นที่ข้างหูก่อนจะหันไปพบหลานตัวน้อยยืนเบ้ปาก น้ำตาจะร่วงอยู่ร่อมร่อยี่ลุกขึ้นยีหัวเจ้าตัวเล็กและยืนเต็มความสูงพลางอ้าแขนรับหลานเจ้าตัวน้อยอุ้มขึ้นตัวลอยหอมแก้มดังฟอดให้ชื่นใจพูดได้สักทีนะเจ้าตัวเล็ก ไม่ต้องรอนาน น้ำตาไหลชื้นไปทั่วใบหน้า จมูกแดง ๆที่ยี่ชอบมอง ริมฝีปากที่ขบเม้มเอาไว้ ยี่คลี่ออกยิ้มมาเล็กน้อย มองด้วยสายตาอ่อนโยน 

     

    ยี่ก็คิดถึงอ้ายครับ” เพราะคำว่าคิดถึง เด็กน้อยไม่ประสาจึงจุ๊บปากผู้เป็นน้าแต่ทว่าใจของน้านั้นหล่นไปถึงพื้นเพราะความน่ารักของหลานเจ้าหรือเพราะอะไรนั้นยี่ไม่อยากคิด

     

    ยี่จะรีบกลับมานะ”

     

    ยี่สัญญานะ”

     

    ครับ ยี่สัญญา”

     

    ต่างคนต่างโบกมือลา ด้วยคำสัญญาที่บอกว่าจะกลับมาหากัน - อาจจะเป็นวันที่อุณหภูมิพอดีอากาศที่ดี และเวลาที่เหมาะสม หรือตามกาลเวลาของมัน ใครอีกคนเฝ้ารอที่จะกลับมา ส่วนอีกคนรอคอยการกลับมา

     

     

    จบบริบูรณ์

     

     

     

    Talk: ต้องถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติเกาหลีนะคะกับโมเม้นท์มินโน่วันนี้ 

    ด้วยรัก

    ขอบคุณค่ะ :)

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in