เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
I write what I want to write.anonymouswriter
Home doesn't feel like home anymore.
  • หัวใจเราไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว มันไม่เคยอยู่ ตั้งแต่ตอนนั้น
    มันได้เดินทางไปไกลแสนไกล
    ไปพร้อมเรา
    มันเจอที่ของมัน พร้อมกับเรา
    ที่ที่มันและเรามีความสุข
    ที่ที่เรายอมทิ้งทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ที่นั่นต่อ
    แม้จะแค่เสี้ยววินาที
    และเป็นที่ที่เราสูญเสียแทบทุกอย่าง เมื่อจากมา

    เราเพิ่งจะเข้าใจคำพูดของตัวเองที่เคยพูดว่า
    "บ้านไม่ได้อยู่ที่สถานที่ที่เราเกิด หรืออยู่มาแต่เด็ก"
    "แต่เป็นที่ที่เราเลือกแล้วว่าจะอยู่ ที่ที่หัวใจเราติดอยู่ และยินดีจะไม่ไปไหน"

    เรายังคิดถึงที่นั่นทุกวัน ผู้คน บรรยากาศ ความทรงจำ
    เราหวังว่าสักวันเมื่อเรานอนหลับ และตื่นมาอีกทีเราจะอยู่ที่นั่นแล้ว
    ในบรรยากาศที่คุ้นเคย
    ในที่ของเรา
    "บ้าน"
    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    ขอเล่าอะไรให้ฟังแปปนึงนะ

                        จริงๆนี่เป็นส่วนหนึ่งในไดอารี่เล่มเก่า ที่เคยเขียนไว้ในช่วงปี 2011 - 2012
    (จำได้ไม่ชัดเจนว่าวันไหน) แต่ราวๆช่วงปีนี้แหละ เพราะตอนที่เขียนไม่เคยลงวันที่ไว้
                          มันก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่บังเอิญนึกถึงคำพูดของโอดิน ที่เคยพูดไว้ในธอร์ 3 ว่า 
    "แอสการ์ดไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นผู้คน"
    ตอนที่ดูหนัง แรกๆก็ไม่เอะใจอะไรนะ แต่อยู่ๆก็เกิดนึกถึงขึ้นมา
    ทำไมไม่รู้
    เลยนึกขึ้นได้ว่าราวๆ 6 - 7 ปีที่แล้ว เราก็เคยเขียนอะไรแบบนี้ไว้ด้วยนะ

    ตอนนั้นเป็นช่วงที่ชีวิตเจออะไรต่อมิอะไรถาโถมเข้ามาเยอะมาก
    เรียกว่าช่วงจุดเปลี่ยนในชีวิตเลยก็ว่าได้
    ตัวผมในตอนนั้นเลือกทำตามความฝัน คือการเดินทางไปเรื่อยๆ แบบไม่มีจุดหมาย
    แต่แล้วชีวิตมันก็ตามผมทัน
    ต้องกลับมาสู่โลกแห่งความจริง กลับมาเผชิญปัญหาที่ตัวเองสร้างไว้
    ผมเลยรู้สึกแย่เอามากๆ ที่ต้องทิ้งสิ่งที่ผมรักมา

    แต่พอกลับมาบ้าน ทุกอย่างมันกลับรู้สึกไม่เหมือนเดิม
    ถ้าจำไม่ผิดเขาเรียกว่าอาการ Culture Shock หรือเปล่า? ไม่แน่ใจเหมือนกัน
    แต่ผมรู้สึกว่าบ้านที่ผมเคยอยู่ มันรู้สึกแปลกไป มันรู้สึกเหมือนกับว่านี่ไม่ใช่ที่ของเราเลย
    ผมรู้สึกแย่ๆอยู่เป็นปีๆ ไม่มีความสุขเอามากๆ ทุกอย่างมันแย่ไปหมด
    แต่แล้วพอเวลาผ่านไป มันก็เริ่มทำใจได้

    ตอนนี้เราก็ใช้ชีวิตของเราให้ดีที่สุด อย่างน้อยก็เคยได้ทำสิ่งที่รักมาแล้ว
    พอนึกย้อนกลับไปว่าเราเจออะไรมาบ้างในระหว่างการเดินทาง
    มันก็ทำให้ผมยิ้มได้ทุกที
    เอาจริงๆน่าจะเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้ผมยิ้มได้เลย

    ตอนนี้ผมก็ต้องโฟกัสกับชีิวิตในปัจจุบัน
    และหวังว่าสักวันหนึ่งผมจะได้กลับไปในที่ที่หัวใจผมอยู่อีกครั้ง

    ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้
    สวัสดีครับ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in