เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
เรื่องสั้นนอวอรอรอตอพอลอ
พรบ.​เรื่องสั้น
  • น้อตเดินหน้าจ๋อยๆ​ เข้ามาในห้อง​สอบสวน เขายกมือขึ้นไหว้สารวัตรสอบสวนหน้าตาเคร่งเครียด​กุญแจมือสีโครเมี่ยมขัดมันสะท้อนแสงแวววูบวาบบังคับให้สองมือของน้อตไม่อาจห่างกันไปได้ไกล​ราวกับคู่รักใหม่

    "สวัสดีครับ​ สารวัตร"

    "​ผมเป็นร้อยเวร​ ไม่ใช่สารวัตร​ ไอ้เวรนี่จะหาเรื่องให้กูโดนสารวัตรเด้งละ​ เอา​ นั่งลง" 


    น้อตทำตามอย่างว่าง่าย​ สมองของเขาแม้ตื่นตัวแต่ก็ไม่ปลอดโปร่งนัก​ ด้วยความที่ถูกกองกำลังไปล้อมจับได้คาที่นอนไม่นานหลังจากผลอยหลับไปคาหนังระทึกวัญจากยุค​ 80​ เรื่่อง​ Misery ที่แฟนนิยายโรคจิตจับตัวนักเขียนชื่อดังไปทรมานเพื่อให้เขียนนิยายตามที่ต้องการ 

    "ไม่ทราบผมถูกจับข้อหาอะไรครับ?"

    "พรบ.​ เรื่องสั้น​ ฉบับสยองศกที่​ 115 มีอะไรจะสารภาพรึเปล่า"

    "มันมีด้วยเหรอครับ​ พรบ.​เรื่องสั้นนี้?"

    "มีมานานแล้ว​ เก่าแก่มาก​ อะไรวะ​ เรียกตัวเองเป็นนักเขียนแต่เสือกไม่รู้จักพรบ.​เรื่องสั้น"

    น้อตเกาหัวแกรกๆ​ เหมือนใช้นิ้วทั้งสิบควานหาข้อมูลในความจำกุดๆ​ ของเขา​ พรบ... พรบ...

    "มันไม่มีนี่ครับ"

    "เถียงอีก​ กูบอกอยู่เนี่ยว่ามี" สารวัตรขึ้นเสียง​ น้อตโตมากับครอบครัวชาวจีน​ เขารำคาญทุกครั้งที่มีการรวมญาติ​ เพราะลุงป้าฝั่งพ่อจำนวนเกือบโหลพอเจอกันก็มักจะพูดกันด้วยเสียงอันดัง​​ เขามักจะจินตนาการลุงป้าน้าอาสมัยเด็กๆ​ ว่าคนพวกนี้โตมาในรังนก​ แล้วลูกนกที่ไม่แหกปาก​ ปู่กะย่าคงจะไม่ป้อนข้าวให้​ 

    เสียงตวาดดังๆ​ ทำให้เขาผวา​ แถมร้อยเวรยังเสียงดังกว่าลุงกับป้าเขารวมกันเสียอีก​ "ห้องแคบนิดเดียว​ คุณร้อยเวรพูดดีๆ​ ก็ได้ยินนะครับ" 

    "ห่าแดก​ เด๋วกูยัดข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานให้อีกกระทงเลย​ ติดคุกตูดบานแน่มึง" 

    "ขอโทษครับ" น้อตยกมือไหวะปลกๆ​ 

    "เข้าเรื่อง​ กูจะรีบกลับบ้าน​ หิวแล้ว" 

    "ครับ​ๆ​ ผมทำผิดพรบ.​เรื่องสั้นครับ" 

    "ละเมิดมาตราอะไรบ้าง​" 

    มึงจะเอาไงกะกูวะ​ น้อตแอบคิดเบาๆ​ ในใจ​ "ไม่ทราบครับ"

    ตำรวจหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องสอบสวน​ ถือแก้วน้ำมาวางข้างหน้าผมก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งข้างๆ​ ร้อยเวร

    "คุณนวรรตพล​ คุณเขียนเรื่องสั้น​ บทกวี​ และบทความอื่นๆ​ ตีพิมพ์ในบล็อกใช่ไหมคะ?"

    "ครับ​ ผมก็ยังไม่เห็นว่ามันผิดตรงไหน​ มีนักอยากเขียน​เหมือนผมอีกหลายพันคนที่เขียนเรื่องลงบล็อก" 

    "ดิฉันยังไม่ได้แจ้งข้อหานะคะ​ คุณนวรรตพล​ เราเชิญคุณมาให้ปากคำเฉยๆ​ ในขั้นนี้"

    " คุณร้อยเวรครับ​"

    "ดิฉันเป็นสารวัตรค่ะ" นายตำรวจหญิงตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

    "คุณสารวัตรครับ​"

    "เรียกพัทก็ได้ค่ะ"

    "คุณพัทครับ... "

    "สารวัตรค่ะ​ สารวัตรพัท"

    "โอ้ยยยยยย​.... คุณครับ​ นี่เชิญมาให้ปากคำต้องทำกันขนาดนี้เลยหรือครับ"  น้อตชูสองมือที่ถูกล่ามขึ้นให้ดู​ ​"แล้วไอ้พรบ.​เรื่องสั้นนี่มันกฏหมายแพ่งหรืออาญา​ มันรอจนเช้าก็ไม่ได้หรือครับ"

    ไม่มีคำตอบจากเจ้าพนักงานทั้งสองราย​

    "ว่าไงครับ?"

    "คุณนวรรตพล" สารวัตรพัทปั้นหน้าเคร่งเครียด​ "ขออธิบายนะคะ​ ด้วยพรบ.​ฉบับใหม่ว่าด้วยการสืบสวนอย่างสงบ​ เราจึงไม่สามารถโต้ตอบและตอบโต้เมื่อผู้ต้องสงสัยเกิดความเครียดหรือมีอารมณ์โมโห​ ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงในห้องสอบสวน​ ฉะนั้น​ ถ้าคุณนวรรตพลไม่สามารถสงบจิตสงบใจลงได้​ เราก็จะตอบอะไรคุณไม่ได้นะคะ" สารวัตรพัทอ้างถึงพรบ.​ การสอบสวนอย่างสงบ​ ที่เพิ่งผ่านออกมาเมื่อปีที่แล้ว​หลังจากมีข่าวเจ้าพนักงานรุมกระทืบผู้ต้องสงสัยจนตับแตกตาย​ ทำให้ประชาชนสยองประเทศเรียกร้องให้มีการสอบสวนแบบไม่ใช้อารมณ์และความรุนแรง

    "นี่ดิฉันก็ผิดระเบียบมามากพอแล้ว​ ถ้าคุณพร้อม​ เราก็คุยกันต่อได้​ เข้าใจนะคะ?"

    "ครับ" ผมนับหนึ่งถึงสิบในใจ​ พร้อมๆ​ กับท่องพุทโธเพ่งสมาธิกับลมหายใจอย่างที่เคยหัดตอนเด็กๆ​ จนรู้สึกสงบลงมาก

    "สรุปว่า​ พรบ.​เรื่องสั้นนี่มันยังไงกันครับ?"

    "คุณจะบอกว่าคุณไม่รู้กฏหมาย?" 

    "ครับ​ ผมไม่ทราบจริงๆ"

    " ถ้าเช่นนั้นเราอาจต้องแจ้งข้อหาเพิ่ม​ คือเพิกเฉยและกระทำการโดยขาดความรู้ ระวางโทษสูงสุดคือจำคุกหนึงเดือนและปรับ​ 100,000 บาท​ กรณีนี้รับผิดโดยดุษณี​ เราจะเปรียบเทียบปรับแค่กึ่งหนึ่งเท่านั้นก็พอ" แล้วสารวัตรก็หันไปถามร้อยเวร​ ​"น​ี่่​ คนขับรถบรรทุกที่ถูกจับข้อหาสวมรองเท้าแตะนั่นเขายอมจ่ายค่าปรับมั้ย"

    "ไม่ครับ​ เขายอมติดคุกแทนค่าปรับ"

    ผมโอดครวญในใจ​ เงินในบัญชีร่อยหรอขนาดนี้จะเอาที่ไหนมาจ่ายค่าปรับ​ แต่ก็ช่างเถอะนะ​  อาจจะได้กินข้าวหลวงฟรี​ๆ สบายไป​  "แล้วส่วนของเรื่องสั้นนี่ผมผิดยังไงครับ"

    "พรบ.​ เรื่องสั้น​ สยองศกที่​ 115 มาตราที่ 2 วรรคหนึ่ง ระบุว่า เรื่องสั้นไทยต้องใช้ภาษาไทย และไม่เจือปนด้วยภาษาต่างชาติ มาตราที่​ 51 วรรคสาม​ เรื่องสั้นเรื่อ​งหนึ่งๆ​ มีความยาวไม่เกิน​ 10,000 คำ​ วรรคเจ็ด​ เรื่องสั้นไม่คสรมีเส้นเรื่องที่ซับซ้อน​ มาตราที่​ 62​ ​วรรค​ 4 ตัวละครต้องมีมิติความกลมลึก​ชวนติดตาม​ มาตราที่​ 89​ วรรค​ 2 เรื่องสั้นต้องมีสามองก์และต้องมีการคลี่คลายโดยสมบูรณ์ในองก์ที่สาม... "

    "ขอโทษครับ คุณ..."

    "สารวัตรพัทค่ะ"

    "คุณสารวัตรพัทครับ เรื่องสั้นมันเป็นงานศิลปะนะครับ เราจะเอากรอบยุคสมัยสยองประเทศ 112..."

    "115 ค่ะ"

    "ปีไหนก็ช่างเหอะครับ มันโบราณมากแล้ว เราจะเอานิยมนิยายอะไรกับคำนิยามที่ถูกเขียนขึ้นมามากกว่าเจ็ดสิบปีก่อนมาเทียบกับงานเขียนในปัจจุบัน"

    "มันเป็นกฎหมายค่ะ ถ้าคุณไม่ชอบก็ต้องไปเลือกตั้งนะคะ ให้ผู้แทนของคุณเข้าไปแก้กฎหมาย"
    ผมกลั้นระเบิดที่อยู่ในหัวจนมือสั่นเทาไปหมด

    "ดิฉันอ่านต่อได้หรือยังคะ?"

    "ไม่ต้องแล้วครับ"

    "ค่ะ" สารวัตรพัทพับสมุดบันทึกสีเทาในมือ แล้วพูดต่อ "เราติดตามอ่านสิ่งที่คุณเรียกว่าเรื่องสั้นกันมาหลายเดือนแล้ว พบว่าจากเรื่องสั้นของคุณนวรรตพลสิบเรื่องล่าสุด คุณมีความผิดอย่างต่ำ 15 กระทง ซึ่งเราได้ทำสำเนาสอบสวนไว้ตามนี้" สารวัตรพัทยื่นแฟ้มเอกสารหนาเตอะออกมากาง มีเรื่องสั้นที่ผมเขียนถูกพิมพ์ลงกระดาษ A4 อย่างดี ถ้าไม่นับลายมือเป็นระเบียบที่เขียนแทรกมาเป็นหย่อมๆ นี่นับว่าเป็นงานรวมเล่มครั้งแรกในชีวิตผม

    "ถ้าคุณนวรรตพลไม่สะดวกให้ดิฉันอ่านข้อหาทั้งหมดให้ฟัง ก็ต้องรบกวนให้คุณนวรรตพลเซ็นบันทึกฉบับนี้ว่าได้อ่านสำนวนสอบสวนและรับทราบข้อหาทั้งหมดแล้ว เป็นระเบียบนะคะ" สารวัตรพัทพูดยิ้มๆ 

    "ดิฉันยอมรับว่าตัวเองก็ติดตามอ่านเรื่องของคุณมาโดยตลอด มีหลายเรื่องที่ชอบ บางเรื่องก็เฉยๆแต่กฏหมายก็คือกฏหมาย งานก็คืองาน คือดิฉันอยากจะบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอะไรเลยนะคะ" 

    "แปลว่าถ้าคุณไม่ตามอ่านงานผม คุณก็จะไม่จับผม? แล้วงานคนอื่นที่คุณไม่เคยอ่านนี่คุณจับเขาบ้างรึเปล่า?" 

    "ไม่ค่ะ ถ้าเช่นนั้นดิฉันก็จะไม่รู้ว่านักเขียนคนนั้นทำอะไรผิดบ้าง และอีกหลายคนที่ละเมิดพรบ. เรื่องสั้น ดิฉันก็จับเขาไม่ได้เพราะเขาไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ของสน. นี้" สารวัตรสาวหยุดจิบน้ำชั่วครู่ ผมเพิ่งสังเกตว่าจริงๆ เธอก็หน้าตาน่ารักดี ตัดผมบ็อบสั้นเกือบจะเหมือนทอมบอย ในมือสองข้างไม่มีแหวนสวมไว้ ผมเข้าใจว่าเธอยังเป็นโสด "คุณนวรรตพลต้องเข้าใจความปรารถนาดีของเราและของกฏหมายฉบับนี้นะคะ ไม่มีใครอยากอ่านงานแย่ๆ ที่กฏหมายเขียนไว้ก็เพื่อให้นักเขียนผลิตงานดีๆ ออกมาให้คนอ่าน"

    "คุณบอกเองว่าบางเรื่องของผมคุณก็ชอบ"

    "แต่ไม่ใช่ทุกเรื่องค่ะ เราต้องการชอบเรื่องของคุณทุกเรื่อง"

    "มันจะเป็นไปได้ยังไงครับ ไม่มีใครชอบอะไรเหมือนกันทุกอย่างหรอก"

    "ดิฉันไม่ใช่นักเขียน แต่คิดว่าถ้าคุณเขียนเรื่องตามกรอบที่กฏหมายขีดไว้ เรื่องย่อมออกมาได้ดี ตัวอย่างนะคะ ถ้าคุณกลับไปบ้านแล้วเขียนถึงเรื่องเหตุการณ์ในห้องสอบสวนวันนี้ ดิฉันคิดว่า คุณคงวางตัวเราสองคนไว้เป็นผู้ร้าย และเราคงเป็นตัวละครที่ไม่มีเบื้องหลังความลึกอะไร ดิฉันคงเป็นแค่เครื่องมือทางวรรณกรรมของคุณในการสร้างมุขตลกและการหักมุมความคาดหวังของคนอ่านที่จะเห็นตำรวจเป็นผู้ชาย ส่วนร้อยเอกวินัย" สารวัตรหันไปทางร้อยเอกที่นั่งข้างๆ "ก็คงเป็นตัวละคร bad cop ที่ไม่มีชื่อหรือแม้กระทั่งบทพูด"

    ร้อยเวรวินัย .... ตัวละครนี้มีชื่อด้วยเหรอ? โอ้ย นี่มันโลกอะไรกันวะนี่ 

    "ยิ่งไปกว่านั้น เราตรวจสอบสถานการณ์การเงินของคุณนวรรตพล เครดิตบูโรแจ้งว่าหนี้สินของคุณมากมาย จากการคำนวนของทางกรมบัญชีกลางและสรรพากร การได้ไปใช้ชีวิตในเรือนจำตอนนี้น่าจะดีสำหรับคุณมากกว่า เรามีห้องมีเตียงให้ มีอาหารให้วันละสามมื้อ และยังไม่ต้องไปทำงาน แถมในคุกยังมีวัตถุดิบดีๆ ให้คุณอีกมาก"

    "เห็นไหมคะ​ รัฐบาลเราสนับสนุนงานเขียนดีๆ​ มากนะคะ แล้วเราก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษากฏหมายเพื่อจะได้มีวรรณกรรมดีๆ​ ออกมา"

    "ถ้าผมสู้คดีล่ะครับ"

    "อย่าสู้เลยค่ะ"

    "สมมติน่ะครับ ถ้าผมสู้ล่ะ"

    "คุณผิดแน่ๆ ยอมเถอะ" สารวัตรพัทเอื้อมมือมาจับแขนของผมเขย่าเบาๆ 

    "ยอมเหอะ ไปเข้าคุกดีๆ

    "นะนะ"

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in