เรื่องสั้นนอวอรอรอตอพอลอ
เส้นทางที่เคยผ่าน 2: เมื่อละครจบ
  • การเดินทางย้อนเวลาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มันไม่ใช่แค่คุณต้องมีเทคโนโลยีที่ก้าวข้ามทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ แต่เมื่อคุณผ่านจุดนั้นไปได้ สิ่งที่คุณต้องระวังเป็นที่สุดคือ การเข้าไปละเมิดต่อเหตุการณ์ใดๆ ในอดีต

    ความเลินเล่อใดๆ ทุกสิ่งที่คุณทำหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเมื่อคุณย้อนกลับไปเมื่อวันวาน ไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือไม่ อาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อปัจจุบันและอนาคต ทั้งกับคนอื่นและกับตัวคุณเอง

    นั่นไง เรามานั่งตรงนั้นแล้ว เป็นอีกครัังที่ผมและนอยได้มาอยู่ข้างๆ กันในโรงละครกลางแจ้งแห่งนี้ ตอนนั้น เราเลือกนั่งตรงมุมทีค่อนข้างห่างจากคนดูกลุ่มอื่นๆ สายตาของนอยจดจ่ออยู่กับการแสดง มันเป็นการดูละครเพลงครั้งแรกของเธอ ส่วนสายตาของผมจับอยู่ที่เธอ

    ในคืนนี้ ซึ่งก็เป็นคืนเดียวกับคืนนั้น เราทั้งคู่เลือกนั่งอยู่มุมด้านหลังใกล้กับทางออก ที่เราในอดีตจะไม่มองมา และที่สามารถมองเห็นเราสองคนได้

    "เรา" มาถึงแล้ว ผมอยู่ในเสื้อโปโลสีน้ำเงิน สมกางเกงยีนตัวเก่งที่ตอนนี้ผมยังสวมมันอยู่แม้มันจะเปื่อยขาดรุ่ย หมดสภาพเดิมที่ออกมาจากห้าง นอยอยู่ในเสื้อยืดสีฟ้าอ่อน เธอมองทุกอย่างด้วยสายตาของเด็กที่กระตือรือร้นที่มองฉากละคร การจัดไฟ ระบบเครื่องเสียง เวที บรรยากาศหน้าร้อนยามย่ำค่ำในเมืองริมทะเลแห่งนั้น เหงื่อจางๆ จับใบหน้าที่ไม่ได้ตกแต่งเพิ่มเติม ยิ่งขับให้เธอดูมีเสน่ห์น่าหลงไหล

    อย่างน้อยก็สำหรับผม

    พอมองตัวเองในอดีต ชั่วแวบหนึ่งผมสงสัยว่าความรู้สึกอ่อนเยาว์ในวันนั้นมันหายไปไหน ริมฝีปากที่อวบหนาจนน่าเกลียดของผม มันเคยส่งยิ้มให้ใครทุกคนรอบตัวได้ง่ายๆ และในวันนั้น รอยยิ้มเปิดเผยเป็นเอกลักษณ์ของผมก็อยู่ติดหน้าตลอดเวลา เกือบปีให้หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เคยมีเพื่อนทักว่าผมดูมีบุคลิกที่อบอุ่นและเป็นมิตร ถ้ามันเห็นผมในคืนนั้น มันคงจะสำนึกว่าสิ่งที่มันเห็นเป็นเพียงภาพที่ผมสร้างขึ้นมาโปะทับร่างที่หัวใจแหลกสลายเท่านั้น

    วันนั้นเองที่ผมรู้สึกว่าความรักมีพลังดึงดูดแค่ไหน

    "แล้วพี่คิดจะทำอะไรต่อ" นอยที่นั่งโบกไล่ยุงอยู่ข้างๆ ผมถามขึ้นมา

    "ยังก่อน ตอนนีัดูละครไปก่อน ถือว่าผมพามาดูออกรอบหนึ่งแล้วกัน"

    นอยรู้ดีถึงบาดแผลของผม และเธอก็รู้ว่ามิตรภาพที่เธอยื่นให้มันอาจจะเจ็บปวดสำหรับผม เธอจึงเลือกที่จะทิ้งระยะระหว่างเราพอสมควร แม้จะนิ่งเฉยเป็นส่วนใหญ่แต่ก็ไม่ถึงกับตัดทิ้งความสัมพันธ์ฉันเพื่อน เธอมักยอมสนทนาด้วยถ้าผมกล้าพอจะชวนเธอคุย หากแต่ละครั้งจะสั้นๆ เหมือนคนรู้จักทักทายกัน

    นอยก็คงรู้ว่าการถนอมน้ำใจแบบนี้มันไม่มากพอสำหรับผม แต่เธอไม่รู้ว่าจะวางตัวอย่างไร ถ้ามีคนพิมพ์คู่มือการวางตัวกับคนบ้า เธอคงไปเข้าคิวซื้อเป็นคนแรกๆ

    ตอนที่ผมตัดสินใจติดต่อเธอไปคราวนี้ ผมไม่ได้บอกให้ชัดเจนว่าแผนการณ์ของผมคืออะไร จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย ผมแต่ไม่อยากบอกนอยก่อนถึงเวลา

    แม้กระนั้น ผมก็รู้ว่าผมกำลังทำผิด ผมเล่นกับความดีมีน้ำใจของเธอ นอยไม่ปฏิเสธผมแน่ในเมื่อผมบอกว่า การเดินทางครั้งนี้จะช่วยให้ทำใจและ move on ไปได้ในที่สุด

    "พี่ย้อนเวลาได้ทั้งที ทำไมไม่เลือกเวลามาลงให้พอดี"

    "ก็นอยชอบเรื่องนี้ เขาเล่นแค่ครั้งเดียว ไหนๆ ก็ได้กลับมาก็เลยพามาดู" ผมตอบ สายตาจ้องไปที่สองคนที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่ง ด้วยสายตาคนนอก ทั้งสองแลดูเหมือนคู่รักกัน แค่ไม่ได้จับมือถือแขนอะไร แต่ก็มีการกระซิบกระซาบยิ้มแย้มกันหลายครั้งตลอดช่วงเวลาชั้วโมงกว่าๆ ของการแสดง

    น่าอิจฉาจริงๆ ผมคิด

    นอยที่มากับผมดูไม่สนุกกับการแสดงเท่านอยในวันนั้น ผมไม่แปลกใจ ระยะห่างของเราในวันนี้มันไกลกันเหลือเกิน แม้จะนั่งติดกันเท่าเดิม

    นั่นยิ่งทำให้ผมมั่นใจมากขึ้น ว่าสิ่งที่กำลังจะทำนั้นถูกต้อง ผมอยากปลดปล่อยเธอออกจากความอึดอัดแบบนี้เท่าๆ กับอยากปลดปล่อยตัวเอง

    ผมรีบรุนแขนเธอให้ลุกขึ้นก่อนเสียงปรบมือกึกก้องนั้นจะจบลง ผมจำได้แม่นยำว่ามี curtain call หลังการแสดงเล็กน้อย

    ผมพาเธอมาที่บริเวณห้องน้ำและรีบผลักเธอเข้าไปในนั้น นอยตกใจกับท่าทีที่อุกอากนี้ ผมรีบใช้มืออุดปากของเธอ "เงียบก่อนนะ ผมขอร้อง"

    นอยเห็นน้ำตาของผมไหลออกมา เธอสงบลง ถามด้วยเสียงเบาๆ "พี่คิดจะทำอะไรแน่"

    "ทำในสิ่งที่จำเป็น รอเดี๋ยวนะ" ผมจับท่อนแขนเธอเบาๆ และเข้าไปในคอกที่ใกล้ประตูที่สุด ตอนนี้เราใกล้ชิดกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปลายผมบนหัวเธอแทบจะสัมผัสกับคางของผม ถ้าความรู้สึกสับสนจะมีกลิ่นจางๆ มันก็เข้ามาอยู่ในจมูกของผมชัดเจน

    ผมแทบจะรู้สึกถึงกลิ่นเค็มๆ ของน้ำตาของเธอที่กำลังไหลออกมา

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in