อ้วนส้มnillzeronoun
Someone like you




  • .


    .



    ากะเคยเจอยามาชิตะ โทรุมาก่อน


    จำได้ว่าตอนนั้นเป็นช่วงปลายเดือนธันวาน่าจะประมาณสี่ปีเห็นจะได้  เป็นช่วงที่เขาตัดสินใจย้ายออกจากบ้าน  มาเริ่มต้นใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังเพื่อเรียนต่อมหาลัย

     

    หลังจากตัดสินใจขอแยกตัวออกจากครอบครัว เขาเสาะแสวงหาที่พักอยู่นาน สุดท้ายมาพบกับอพาร์ทเม้นท์เปิดใหม่ทำเลดี  การเดินทางสะดวกสบายแถมติดกันก็มีสวนสาธารณะอยู่ข้างๆอีกต่างหาก  


    เขาสะดุดตากับที่นี่ตั้งแต่แรก  เห็นว่าเพิ่งสร้างเสร็จใหม่เอี่ยมมั่นใจล้านเปอร์เซ็นว่ายังไม่มีประวัติและไม่เคยถูกปลอมประวัติ  เหตุผลที่ต้องจริงจังขนาดนี้ก็เพราะปัจจัยอีกอย่างในชีวิตของเขา  สิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดจนโต...เขาเป็นมนุษย์ที่มีสัมผัสพิเศษ   ทากาฮิโระมีสัมผัสที่หก...เขาสามารถมองเห็นวิญญาณได้

     

    มันกลายเป็นความเคยชินเพราะเขาเองก็อยู่กับมันมาตั้งแต่เด็ก  ทุกคนในครอบครัวต่างรู้ดีฉะนั้นถ้าไม่จำเป็นทากาฮิโระจะไม่เสี่ยงไปนอนที่อื่นนอกจากบ้านตัวเอง 


    ไม่ได้ห่วงเรื่องความปลอดภัยเพราะแทบไม่เคยมีวิญญาณตนไหนเข้าใกล้เขาเกินหนึ่งเมตรได้ เขาเพียงแต่น่ารำคาญ  มันรบกวนการดำเนินชีวิต  พอพวกนั้นรู้ว่าเขามองเห็นเป้นต้องตามติดก่อกวนไม่เลิกลา  ไม่รู้เมื่อไหร่จะหายจากโรคบ้านี่สักที


    ครั้งนึงช่วงที่โดนรังควานหนักๆ  ทากาฮิโระเคยไปปรึกษาคนทรงที่ศาลเจ้า  แต่ก็ไร้ประโยชน์...คำตอบที่ได้เพียงแค่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ดีแก่ตัวเขา เป็นสิ่งจำเป็น  วันนั้นเขาหงุดหงิดมากทำไมต้องจำเป็น  นี่มันยุคสมัยไหนจะให้เขามาทำงานช่วยเหลือวิญญาณงั้นหรือ  อ่านมังงะมากไปรึเปล่า  


    แต่เพราะทำอะไรไม่ได้เลย  เขาจำต้องแกล้งไม่รู้ไม่เห็น ถึงแม้ว่ามันจะมาแลบลิ้นปลิ้นตาอยู่ต่อหน้าก็ตามที

     

    ทากาฮิโระมาติดต่อเจ้าของที่พักที่เขาหมายตา และเล่าตามตรงถึงข้อจำกัดของตัวเอง  เจ้าของที่พักใจดีเขายอมให้ทดลองนอนก่อนได้เลยถ้าอยู่ได้ก็โอเค กฏที่นี่ก็ง่ายๆห้ามเลี้ยงสัตว์และดื่มสุราเท่านั้นเอง   


    คืนนั้นทากะตัดสินใจทดลองอยู่ห้องที่อนาคตอาจเป็นห้องของเขา ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีเกินคาด เช้ามาเขาจึงจัดการเซ็นสัญญาและจ่ายค่ามัดจำ ก่อนจะเดินทางกลับบ้านเพื่อไปเก็บของใช้เท่าที่จำเป็น

     

     

     

    วันรุ่งขึ้นตอนที่เขากำลังจะเดินผ่านสวนสาธารณะข้างที่อยู่ใหม่นั่นเอง สายตามันดันเหลือบไปเห็นอะไรที่ไม่ควรอีกตามเคย

     

    คราวนี้แบบไหนกัน เป็นผีน้อยขี้เหงาอีกหรือเปล่า

     

    เขานั่งอยู่บนต้นไม้ ทากะหมายถึงวิญญาณนั่นล่ะ  สภาพภายนอกไม่ใช่วิญญาณกะหลั่วซะด้วยสิ แต่งตัวดีมีชาติตระกูลถึงจะดูแปลกๆไปหน่อยก็ตาม เหมือนว่าตายหมอนั่นกำลังท่องเที่ยวอยู่ยุโรป  ไม่ก็เป็นพวกนายแบบงานแฟชั่นโชว์อะไรเทือกนั้น...ชุดมัน...พิลึก

     

    ทากะมั่นใจว่าต้องเป็นวิญญาณ  คนปกติคงไม่มีใครขึ้นไปนั่งเล่นบนต้นไม้ท่ามกลางอุณหภูมิต่ำเกือบจะติดลบอยู่รอมร่อแบบนี้ได้


    เขานิ่วหน้ามองดูวิญญษณแปลกตานั่น อาจจะเป็นวิญญาณประจำถิ่นนี้ก็ได้พวกขาใหญ่อะไรแบบนั้น เจ้าผีบนต้นไม้ก้มๆเงยๆดูนาฬิกาข้อมือ มีของแบบนั้นด้วยสุดยอดไปเลย  แต่ก็นะเหมือนกำลังรอใครอยู่  ทำไมดูเหงาขนาดนั้น แล้วคนที่รอเคยมาหารึเปล่า  ไม่ใช่ว่าตายเพราะถูกทิ้งใช่มั้ย  เพราะถ้าเป็นแบบนั้นมันน่าสะเทือนใจมากเลยนะ


    ไม่เอา อย่าสนใจ....สมองฝั่งซ้ายพร่ำบอกตัวเอง

     

    เขาตั้งใจมานานว่าห้ามแสดงตัวให้พวกวิญญาณรู้เด็ดขาด  ห้ามให้รู้ว่าเขามองเห็น แต่กับเจ้านี่...ไม่รู้ทำไมจู่ๆถึงนึกสงสารขึ้นมา เจ้าวิญญาณหน้าตาดีที่โดนทิ้งนั่น


    อย่ายุ่งน่าทากาฮิโระ...ถึงสมองจะสั่งห้ามแต่ร่างกายเขาเหมือนจะไม่ทำตามอีกต่อไป

     

    “ขึ้นไปทำอะไรบนนั้นน่ะ ?”เขาถามออกไป ดวงตากลมมองตรงไปยังร่างบนต้นไม้  เขาเห็นอีกฝ่ายชะงักตัวแข็งทื่อไปเลย  สงสัยจะตกใจจริงจัง ฝ่ายนั้นค่อยๆเงยหน้าขึ้น  เขามองมาที่มนุษย์ตัวจ้อยทีหอบของพะรุงพะรังยืนอยู่ปากทางเข้าสวนสาธารณะ  


    ทากะแสร้งมองเลยผ่าน ไม่ไกลกันนั้นมีวิญญาณลูกแมวดวงเล็กขดอยู่เหมือนเพิ่งตายได้ไม่นาน เป็นวิญญาณดวงน้อยที่ยังชัดเจนจนไม่เหมือนภาพอีกภพหนึ่ง


    เพิ่งถูกทิ้งมาล่ะสิ  หึ...แมวโง่  อากาศหนาวจะตายชักอีกเดี๋ยวหิมะก็จะตก ยังจะนั่งนิ่งอยู่ได้

    เขาว่าแค่นั้นคิดว่าทักทายแค่นี้คงพอก่อน  แต่เพียงไม่ทันขาดคำสัมผัสเย็นจัดไร้ที่มาก็ตกกระทบผิวแก้ม  เจ้าของดวงตากลมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีสลัว

     

    หิมะ...ตกลงมาจนได้ 

     

    ดวงตาคู่สวยตวัดมองร่างบนต้นไม้ชั่วครู่ ก่อนจะเมินผ่านแล้วเดินจากไป   เอาเถอะ...ไว้วันหลังผ่านมาเจอจะทักทายใหม่ละกัน

     



    แต่ทากะไม่รู้เลยว่านั่นเป็นวันสุดท้าย  หลังจากนั้นเขาได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างที่คนปกติควรเป็น  เขาไม่สามารถเห้นวิญญาณได้อีกแล้ว จะว่าชีวิตเขากลับมาปกติสุขท่ี่สุดก็อาจใช่เป็นสี่ปีสั้นๆที่เขาก็ไม่ทันเอะใจจนกระทั่งได้พบกับอ้วนส้มนั่นล่ะ  เขาถึงคิดว่ายามาชิตะ โทรุคือผีมาตลอด


    บางทีเบื้องบนอาจจะมีเหตุผลอะไรสักอย่าง  บางทีอาจต้องการมอบตาวิเศษมองเห็นวิญญาณเพื่อให้เขามาเจอกับหมอนี่ก็ได้  เรื่องนี้ไม่มีใครรู้  แต่ก็นะโชคชะตาอาจไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิด ถ้าเขาจะอายุสั้นจริงๆคงไม่มีใครได้รับสิทธิ์ให้มียมทูตมาตามดูแลล่วงหน้าแบบนี้


    มันคงมีเหตุผลบางอย่างนั่นล่ะ แต่ระหว่างที่รอเหตุผลอยู่นั้น  ความกังวลคงไม่ใช่เรื่องที่ควรให้ความสำคัญ  อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดอยู่ดี  ส่วนตอนนี้ก็ช่างมันเถอะ

     



    -------------------------------------------


    “ดึกแล้วนะครับ ทากะนอนเถอะ” เสียงทุ้มดังขึ้นในหัว พร้อมกับขาหน้าอ้วนป้อมสีส้มปุกปุยที่ถือวิสาสะวางลงบนหลังมือเขา  เจ้าของชื่อผู้ซึ่งกำลังนั่งขีดเขียนอยู่บนโต๊ะประจำริมหน้าต่าง  หันไปมองแมวสีส้มตัวกลม  เจ้าอ้วนส้มนั่งมองเขาตาแป๋วอยู่ในระยะประชิด


    “ต้องใกล้ขนาดนี้เลยหรอ”เสียงเล็กว่านิ่งๆ เด็กหนุ่มหันไปอ่านหนังสือต่อทำทีไม่สนใจ เขาดันแว่นสีใสให้กระชับเล็กน้อยตอนที่หันกลับไปโฟกัสสมุดตรงหน้าต่อ   แมวตัวใหญ่ชักมือกลับก่อนจะพาอ้วนๆมานอนแหมะลงกลางหนังสือขัดขวางเขาสุดฤทธิ์


    ทากะตาวาว  ในชีวิตที่ผ่านมาเขาไม่เคยรังแกสัตว์แต่อยากจะลองจับแมวเหวี่ยงดูสักครั้งก็วันนี้  เหมือนอ้วนส้มจะอ่านความคิดเขาออก  คนเจ้าเล่ห์ที่ใช้ร่างแมวน่ารักมาพรางตาเขา  เจ้านั่นช้อนตากลมโตใสแจ๋วขึ้นมองหน้าเจ้านาย


    “ก็เมื่อก่อน...ยังนั่งตักได้เลย ทากะยังยอมให้นั่งตักด้วย”เสียงนั้นว่าเสียงอ่อยแมวตัวกลมทำหน้าทำตาเหมือนทุกอย่างเป็นความผิดเขา ประโยคที่คนจับปากกามือสั่น หายใจแรงหน้าขึ้นสีนิดๆ เขาพยายามควบคุมอารมณ์สุดพลัง


    “ก็ใครจะไปรู้เล่าว่านายไม่ใช่แมวน่ะ” ทากะว่าเสียงดัง อ้วนส้มหดคอหลบกะพริบตาปริบ  แมวตัวอ้วนรีบลุกขึ้น  โดดไปนั่งบนเตียงแล้วขดตัวเป็นก้อนกลมเงียบๆ เว้นที่ว่างให้อีกฝ่ายไม่หือไม่อือ 


    ทากะมองแมวบนที่นอนอย่างนึกสงสาร ถอนใจบางเบา  ไอ้เขาน่ะก็คงใจอ่อนตามเคย  เจ้านั่นดูหงอยขึ้นเยอะเลยตั้งแต่คุยกันเมื่อหลายวันก่อน  กลัวเขาจะโกรธรึไงกันเล่า ตัวเองเป็นยมทูตแท้ๆ ทำไมต้องสนใจกะอีแค่ความรู้สึกของมนุษย์ใกล้ตายคนนึงด้วย   ไม่เข้าใจเลยจริงๆ


    คนตัวเล็กหันกลับมาดูกระดาษโน้ตหลายใบที่กองอยู่ตรงหน้า   นาฬิกาบนหัวเตียงชี้เวลาตีสองกว่าแล้ว ก็ดึกจริงๆนั่นล่ะไม่ติดว่าพรุ่งนี้มีสอบเขาก็คงหลับไปแล้วนั่นล่ะ  ที่ยังฝืนนั่งอยู่ตรงนี้ก็แค่อยากจะทบทวนก้อนอะไรในหัวให้เข้าที่ซะหน่อย   


    คนตัวเล็กกะพริบตาถี่ๆ มันแสบตาชะมัด เขาถอดแว่นสีใสออก นวดคลึงหว่างคิ้วเบาๆ  ตัดสินใจยอมลามือตามใจเจ้าแมวขี้อ้อนแถมขี้น้อยใจนั่น  แต่ก่อนอื่น...เขาคงต้องอาบน้ำก่อนนั่นล่ะ

     

    กลิ่นแชมพูแกลมสบู่อาบน้ำลอยแตะจมูกตอนที่เจ้าของห้องแทรกตัวเข้ามาในผ้าห่ม   โคมไฟหัวเตียงถูกปิดลงกับสัมผัสนุ่มนิ่มของผ้าเนื้อบางที่คลุมทับบนขนสีส้ม   ทากะห่มผ้าให้แมวตัวอ้วน แล้วก็หลับไปทันทีที่หัวแตะหมอน


    อ้วนส้มลืมตาขึ้นในความมืด รอยยิ้มสว่างไสวฉายวาบอยู่ในใจ แมวตัวกลมหายไปแล้ว  คนตัวสูงพลิกตัวเข้าหาอีกฝ่ายกอดร่างหอมสบู่ใต้ผ้าห่มไว้หลวมๆ


    ได้เวลาเดินหน้าต่อละมั้ง...อ้วนส้ม

     

     


    -----------------------------------------


    เสียงนาฬิกาปลุกยังไม่ดังแต่ทากะตื่นเพราะลมหายใจร้อนที่เป่าลดอยู่บนหน้าผาก  รู้สึกอึดอัดไปหมด เขาขยับตัวไม่ได้   ทำได้เพียงลืมตาขึ้นแล้วปิดลงไปใหม่ตอนที่ม่านตากระทบแสงสว่างจ้าที่สาดเข้ามาทางหน้าต่าง   เขางัวเงียปนหงุดหงิด  พยายามจะยกมือขึ้นขยี้ตาแต่ก็เหมือนว่าแขนจะติดอะไรสักอย่างอีกเหมือนกัน


    อะไรสักอย่างที่กลายร่างเป็นคนแล้ว....เจ้านั่น !


    ใบหน้าคมสันกำลังหลับสนิทอยู่ห่างออกไปแค่ฝ่ามือคั่น


    หมอนี่เปลี่ยนร่างตั้งแต่เมื่อไหร่ นั่นไม่ใช่ปัญหา แต่ที่มาโมเมกอดเขาอีกแล้วนี่สิ หนอยมิน่าล่ะเมื่อคืนเขาถึงดิ้นไม่ถนัดเลย  คนตัวเล็กรีบขยับออกห่าง พยายามดึงผ้าห่มออกแต่อีกฝ่ายกลับไม่ปล่อยแถมยังดึงเขากลับเข้าไปกอดไว้หน้าตาเฉย


    “หมอนข้าง...ฮื่อออ อย่าดิ้นสิ อีกแปปนึงนะครับ”เสียงทุ้มพึมพำแทบฟังไม่ได้ศัพท์  ทากะหลุดขำออกมากับคำว่าหมอนข้าง  เจ้าบ้านี่ทำไมยังต้องนอนด้วยล่ะ


    คนตัวบางยอมนอนนิ่งๆ ปลอมตัวเป็นหมอนข้างให้แมวตัวยักษ์ขี้เซากอดไว้  ดวงตากลมใสกวาดมองใบหน้าขาวที่ห่างแค่คืบ  ผิวขาวเนียนละเอียดแทบไม่ต้องพึ่งรองพื้น  ริมฝีปากอมชมพูหยักสวย  ขนตายาวเรียงตัวทอดแนบแก้มใส


    ติดก็แต่...ทำไมถึงมีถุงใต้ตาได้ล่ะ  มือเล็กยกขึ้นช้าๆ เขาไม่ได้ตั้งใจด้วยซ้ำ  ทากะแตะปลายนิ้วชี้ลงบนแก้มอีกฝ่าย  ค่อยๆไล่ไปตามเปลือกตาบาง ก่อนจบลงบนใต้ตาข้างนั้น

     

    คนที่หลับอยู่ลืมตาขึ้นช้าๆ เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์รู้ทันแบบที่ทำให้คนถูกมองปั่นป่วนในช่องท้อง วันนี้มีสอบไม่ใช่หรอครับ ?” ฝ่ายนั้นเลิกคิ้วเสริมคำพูด  มือหนายกขึ้นเกลี่ยไรผมเล็กๆบนหน้าผากนวลเนียน  ทากะพลันชะงักไป “...ถ้าไม่รีบไปจะไม่ทันนะครับ”


    สิ้นเสียงเหมือนคนตัวเล็กเพิ่งจะได้สติ ใบหน้าขาวเจือสีอ่อนมันเห่อร้อนทันใด  เขาถึงกับไปไม่เป็น  นึกโมโหตัวเองนัก เขามัวทำบ้าอะไรอยู่ นี่มันบ้าชัดๆ  


    คนมีสอบผลักอกอีกฝ่ายทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ยอมให้เขากอดอยู่ตั้งนาน  โทรุยอมปล่อยดีๆให้โอกาสคนเขินหนีลงจากเตียง สายตาคมมองตามร่างนั้นที่เดินเร็วๆเข้าห้องน้ำไป


    ร่างในชุดขาวขยับลุกขึ้นนั่งในที่สุด สัมผัสอุ่นยังติดอยู่บนเตียงนอน เผลอยกมือขึ้นลูบใต้ตาตรงที่มือเล็กฉวยโอกาสแตะต้อง   เขาอมยิ้มกับตัวเองก่อนจะทิ้งตัวลงนอนซ่อนยิ้มเพียงลำพัง


    หมอนั่น...ทำแบบนี้ คิดว่าเขาต้องอดทนอีกแค่ไหนกัน

     




    -------------------------------------------


    “เหม่อมาเชียว วันสอบนะเว้ย"  โทโมยะพูดขึ้นตอนที่วางจานอาหารลงตรงข้ามเขาทากะช้อนตาขึ้นมองชะงักมือที่กำลังถือตะเกียบแล้วเงยหน้ามองอีกฝ่าย 

    "อ่อ...สอบเสร็จแล้วไม่ต้องรีบกลับล่ะ จำได้ป่าวเย็นนี้ต้องพาน้องไปเลี้ยงต่อน่ะ” หนุ่มน้อยพยักหน้ารับรู้เนิบๆ  เขากวาดสายตาด้วยความสงสัยแล้วถามหาใครอีกคนที่ปกติต้องตัวติดกันกับเพื่อนมือกลองอยู่ตลอด


    “เรียวตะล่ะ ยังไม่เสร็จรึไง ?” โทโมยะไม่ได้ตอบทันที หมอนั่นเปิดขวดน้ำยกขึ้นดื่มก่อนว่า “.. เหลืออีกตัวนึง แต่อีกเดี๋ยวคงมา ว่าแต่เย็นนี้ตกลงว่าไง อย่าเปลี่ยนเรื่องสิวะ”


    “ก็ไปดิ” คนตัวเล็กตอบสั้นๆ หันไปสนใจของกินตรงหน้าต่อ  เป็นโทโมยะที่ชะงักไปแทน มองเพื่อนเหมือนไม่อยากเชื่อหู  หมอนี่ไม่ใช่เพื่อนเขาแน่ๆ เอาทากาฮิโระเพื่อนเขาคืนมานะ


    “ง่ายจังวะ ปกติต้องอิดออดดิ เดี๋ยวนี้ไม่ห่วงแมวแล้วหรอ  หรือเบื่อแล้ว แหม่....สงสารอ้วนส้มมันจัง โดนเบื่อซะแล้ว”


    “ไม่ใช่เว้ย มันดูแลตัวเองได้น่า” คำแก้ตัวที่ไม่สบตาเพื่อนสักนิด   โทโมยะยิ้มร้ายหรี่ตาเล็ก


    “แมวที่ไหนมันดูแลตัวเองได้ ฝากโทรุซังมากกว่าน่ะสิ เอออย่าลืมบอกเขาด้วยล่ะว่าวันนี้ดึก”


    ทากะเลิกคิ้วไม่รับคำอะไรทั้งสิ้น 


    “ก็แฟนเมิงไงเล่า คนที่ไปเจอที่ห้องน่ะ ตกลงจะยอมรับได้ยัง”

    เหมือนได้ยินเสียงเหอะเบาๆดังจากคนตัวเล็ก ทากะกรอกตา เพื่อนเขาคงหมายถึงตอนก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเองก็ยังปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ได้ แต่โทโมยะจะรู้มั้ยแมวที่มันสงสารร้ายขนาดไหน  


    ทากะได้แต่รำพึงรำพันในใจ ตอนนี้ที่เขารู้ความจริงแล้วจะโกหกว่าไม่รู้จักโทรุก็คงไม่ใช่  เขาเองถึงไม่เคยมีความลับกับเจ้าสองคนนี้ แต่จะให้เล่าเรื่องทั้งหมดมันก็ยังไงอยู่ใครจะเชื่อเรื่องบ้าๆนี่ล่ะ  แล้วถ้าเชื่อคนที่จะฟูมฟายเรื่องเขาจะตายก็คงเป็นมันนี่ล่ะแบบนั้นมันคงน่ารำคาญตายชัก


    แล้วก็นะ....ที่สำคัญเลย  เขาไม่ได้เป็นแฟนอะไรนั่นซักหน่อย


    “ไม่ต้องเป้นห่วงอ้วนส้มหรอก มันมีคนดูแลแล้ว”ทากะแบ่งรับแบ่งสู้ เลี่ยงตอบเท่าที่ตอบได้โทโมยะยังคงหรี่ตามองคนตัวเล็กฝั่งตรงข้าม  ทากาฮิโระกำลังมีความลับกับเขาแน่ๆ


    “น่ะ...แฟนก็แฟนดิวะ ไม่ถามมากหรอกไว้สะดวกใจก็ค่อยเล่า  แต่เตือนแล้วนะโทรไปรายงานหน่อยก็ดี เดี๋ยวเฮียแม่งบึ่งมาแหกอกพวกกุเนี่ย ซวยนะ”


    “ไม่ดึกหรอกน่า จะรีบกลับละกัน” ทากะบอกปัด สารภาพตามตรงว่าไม่ค่อยกล้าอยู่ตามลำพังกับหมอนั่นแล้ว ไม่รู้ทำไมแต่...พักหลังก็เริ่มทำตัวไม่ถูกเหมือนไม่เป็นตัวเองอย่างที่ผ่านมา


    ความคิดเขาถูกขัดด้วยกระเป๋าใบโตที่ฟาดลงข้างตัว เรียวตะปรากฏตัวด้วยสีหน้าบูดบึ้งเดาได้ไม่ยากว่าข้อสอบฝั่งโน้นเล่นงานเพื่อนเขาเข้าแล้ว


    “โคตรแย่ ตกแน่  ห่วยสิ้นดีรอซัดเหล้าเย็นนี้ได้เลย เออเมิง...ทากะห้ามเบี้ยวนะไปช่วยพวกกุหารด้วย”ประโยคหลังคนเครารุงรังหันมาจ้องคนตัวเล็กที่นั่งชิลล์จนน่าหมั่นไส้นั่น   ทากะซ่อนยิ้มแสร้งทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้จนโทโมยะคนกลางต้องรีบไกล่เกลี่ย


    “มันรับปากแล้ว เมิงไปซื้อข้าวก่อนใจเย็นๆ มันผ่านไปแล้ว”มือกลองหนุ่มที่ดูมีสติสุดในกลุ่มเอ่ยปลอบใจ เรียวตะที่มีสีหน้าหมดอาลัยตายอยากทำได้เพียงถอนใจยาวเขาเดินคอตกไปต่อแถวซื้ออาหารร้านที่สั้นที่สุด


    “ว่าจะถามอยู่ดูไม่ทุกข์ร้อนเลย ข้อสอบเอกวอยซ์ง่ายขนาดนั้น ?”โทโมยะวางตะเกียบลงแล้วเลื่อนถาดอาหารไปไว้ข้างๆแทน  เอาจริงๆตั้งแต่รู้จักกันมาเขาไม่เคยเห็นทากะมันเครียดเรื่องสอบเลย  เวลาทำงานสิเครียดกว่า


    “เฉยๆอ่ะ วันนี้วิชาถนัดด้วย อาจไม่เต็มแต่ก็น่าจะท็อปอยู่” เขาเอ่ยลอยหน้าลอยตาสมกับที่เป็นทากาฮิโระเด็กทุนอันดับหนึ่งของคณะ  แต่มันเจ๋งจริง เจ๋งจนคนฟังเบ้ปากอย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้


    ทากะหัวเราะตอนที่เห็นสายตาเอือมระอาของเพื่อนสนิท เขาแกล้งผลักแก้มคนที่มองบนใส่ตัวเอง ไม่นานหลังจากนั้นเรียวตะก็กลับมาพร้อมกับอาหารพูนจานแล้วตั้งหน้าตั้งตากินระบายอารมณ์   เป็นอันปิดประเด็นเรื่องสอบไป  พอหมดช่วงนี้พวกเขาจะได้พักสองอาทิตย์เต็มยังคิดกันไม่ออกว่าจะเอาไงดี ทากะลังเลเรื่องกลับบ้านถ้าเป็นก่อนหน้านี้ก็คงไม่  แต่ตอนนี้ที่อะไรๆมันเปลี่ยนไปแล้วเขาเริ่มคิดว่าบ้านควรเป็นสถานที่แรกที่เขากลับไปด้วยซ้ำ หลังจากนั้นถ้าไม่รับงานก็คงไปเที่ยวกับเจ้าสองตัวนี่  อย่างน้อยจากนี้ก็รู้แล้วว่าเวลาต่อแต่นี้ต้องใช้ทุกนาทีให้เต็มที่ที่สุด

     




    ค่ำนั้นพวกเขายกขโยงข้ามฝั่งไปบาร์เบียร์ร้านประจำข้างมอ    ตอนที่คุยกันจำได้ว่ามีแค่น้องๆที่สนิทกัน  แต่พอเอาเข้าจริงไหงกลายเป็นว่าคนนั้นคนนี้ก็ชวนเพื่อนชวนคนรู้จักมากันมากมาย จนกลายเป็นกลุ่มใหญ่สุดในร้าน  


    และแน่นอนว่าคนที่ป็อปที่สุดก็คือคนตัวเล็กกลางวง   ทากาฮิโระรุ่นพี่ปีสูงเอกวอยซ์เจ้าของบทเพลงมากมายที่ถูกนำไปประกอบหนัง ละคร รวมถึงโฆษณา คนที่เป็นที่หมายตาของค่ายตั้งแต่ปีหนึ่งแต่ช่วงหลังเหมือนพี่เขาจะยุ่งมากจนมีแต่เพื่อนสนิทกับเพื่อนร่วมงานที่เจอตัวได้


    ทากะถูกขอให้ชนแก้วรอบวงคนแล้วคนเล่า  แต่ด้วยความที่ไม่ค่อยปฏิเสธใครก็ได้แต่ยิ้มรับแล้วทำความรู้จักคนมากมายที่พยายามเข้าหา   เสียงเพลงดังกระหึ่มร้าน ไฟแสงสีสาดไปทั่ว กลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่คละกันจนแยกไม่ออก   ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนรู้แต่ว่าทุกคนปลดปล่อยกันจนสุดสมกับเป็นวันสอบตัวสุดท้าย

     

    คนตัวเล็กยืนโงนเงนเกาะขอบโต๊ะทรงตัวตอนที่เลี่ยงออกมาจากวงแดนซ์  เขาควานหาแก้วเครื่องดื่มดับกระหาย  ถัดไปใกล้ๆกันคือสองเพื่อนรักที่โดดโหยงเหยงอยู่กับรุ่นน้องอีกหลายสิบกว่าชีวิต

     

    ทากาฮิโระมึนมากในหัวพลันนึกไปถึงใครบางคน ก่อนรีบสลัดออกทันที  เขามาอยู่ที่นี่ก็เพราะจะหนีเจ้านั่นแท้ๆทำไมยังมัวคิดถึงอยู่ได้


    "ทากะ...กลับได้แล้ว" เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมมือแข็งที่รวบจับต้นแขนเขา  ทั้งวงเงียบกริบมองคนที่จู่ๆก็เดินมาคว้าคนตัวเล็กอย่างถือสิทธิ์


    ทากะไล่สายตามองตามเจ้าของมือตอนแรกคิดด้วยซ้ำว่าหูฝาดไป ดวงตากลมหรี่ปรือพอเห็นว่าเป็นแมวที่เขาเลี้ยงไว้ถึงได้แสยะยิ้ม แล้วดึงแขนกลับ


    "ยุ่งน่า ไม่เห็นหรอคนกำลังสนุก"คนพูดหันไปจะชนแก้วกับเพื่อน แต่ที่เหลือพากันมองเลิกลั่กแล้วขยับวงออกห่าง

     

    "มันดึกแล้ว"คนมาใหม่ยังคงรักษาโทนเสียงเย็นๆ เขาจ้องเขม็งมองคนที่แทบจะทรงตัวบนขาตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ  แต่ยังจะพยายามกลอกเหล้าเข้าปากเพิ่ม   โทรุชิงแก้วเหล้าในมือคนตัวเล็กแล้ววางลงบนโต๊ะห่างออกไป  ทากะพยายามคว้าตามแต่มือแข็งกลับคว้าสองไหล่บางไว้พลัน

     

    ทากะเม้มปากแน่น อารมณ์ที่กรุ่นอยู่ปะทุขึ้นทันที"นายนี่มันน่ารำคาญจริง ไม่ใช่แม่ซะหน่อยอย่าให้มันมากนัก"


    "จะกลับมั้ย "เสียงทุ้มนิ่งขึ้นกว่าเดิมจนกองเชียร์วงนอกชักหนาวแทน สองคนนี้รู้จักกันและดูจะมีซัมติงกันด้วย   ส่วนเรียวตะกับโทโมยะน่ะหรอ มองหน้ากันแล้วรีบหลบฉากไปแล้ว  เป็นคุณชายคนนั้นจริงๆเขาตามมาแหกอกแล้ว เจ้าเปี๊ยกหาเรื่องแล้ว


    "ไม่ !!!" ทากะประกาศกร้าวพยายามจะเดินไปหาเพื่อนตัวเอง โทรุหลับตาลงถอนใจ "....ก็ได้ครับ"

     

    ประโยคที่ได้ยินทำเอาทากะเหยียดยิ้มแล้วผลักอกเขาให้พ้นทาง "เหอะ นึกว่าจะแน่..." ตอนที่กำลังจะผละไป อีกฝ่ายเหมือนรออยู่แล้ว  เขารวบเอวเล็กแล้วออกแรงลากคนตัวบางออกจากโต๊ะทันทีไม่พูดไม่จา


    อีกสองหนุ่มมองตามเพื่อนที่โดนหิ้วไปแล้วอย่างนึกหนาวๆร้อนๆแทน   เสียงโวยวายดังไปตลอดทาง คนตัวใหญ่กึ่งลากกึ่งอุ้มพากันหายไปทางห้องน้ำ  ส่วนคนที่เหลือได้แต่กลืนน้ำลายมองหน้ากัน สร่างเมาเป็นทิวแถว

     

    "โมะ...เราควรไปห้ามหน่อยมั้ยวะกลัวมันฆ่าเขาจัง"เรียวตะเสนอขึ้นเขารู้จักทากะดีเวลาเจ้านั่นอาละวาดใช่ย่อยที่ไหน  โทโมยะกระดกเหล้าในมือ วางมาดแล้วว่า "ตามไปก็ได้ แต่กุว่าเราจะได้ดูเลิฟซีนมากกว่าฉากฆาตกรรม"

     

    เท่านั้นล่ะ...วงที่เคยเงียบกริบฮือฮาขึ้นอีกระลอกพร้อมคำถามถึงการปรากฏตัวของหนุ่มปริศนา ทุกคนล้วนต้องการการยืนยันว่าสรุปนั่นคือแฟนรุ่นพี่ใช่หรือไม่  โทโมยะไม่ตอบเขารอเรียวตะตัดสินใจอยู่


    "เหอ....งั้นรีบไปดิวะ" เออ....ให้มันได้งี้ดิ


     โทโมยะหลุดขำ ถึงจะงงหน่อยๆว่าสรุปทากะบอกหรือไม่บอกโทรุซัง  เพราะดูเหมือนเจ้าตัวจะหัวเสียเอาการ แต่ถ้าไม่ได้บอกแล้วยังอุตส่าห์ยังตามมาถูกจนได้นี่สิ หมอนี่ไม่ธรรมดาแล้ว

     

     

     

    "ปล่อย มันเจ็บนะ โอ้ย !!"ทากะว่าเสียงแข็ง ก่อนคนตัวบางจะโดนผลักติดกำแพงซอกทางเดิน  ไฟนีออนสีชมพูแกมม่วงสะท้อนอยู่บนใบหน้าคนทั้งสอง

     

    โทรุถอนใจยาวตอนที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคนตรงหน้า


    "ฉันไม่รู้หรอกว่านายจะเอายังไงกับชีวิต  แต่ที่ฉันสละตัวเองมานี่ก็เพื่อช่วยนาย ถ้าไม่คิดถึงฉันก็ช่วยห่วงตัวเองบ้างไม่ใช่ยิ่งปล่อยตัวแบบนี้ อย่างน้อยจะหายไปไหนก็ควรบอกกันสักนิด"

     

    "ไม่บอกนายก็รู้อยู่แล้วนี่  ยังตามมาได้อยู่เลย" คนดื้อยังเถียง


    "ทากะ..."


    "ทำไม...มองแบบนั้นทำไม โกรธฉันรึไง  นายมันก็ดีแต่แกล้งลวนลามตอนหลับ ก็แค่แมวกระจอกนั่นล่ะ แค่แมว—"


    เส้นอารมณ์เขาขาดผึง คนตัวสูงกดจูบปิดปากอีกคนที่พร่ำประณามเขาไม่เลิก   มือแข็งยึดสองแขนเล็กไว้กับกำแพงอิฐเย็นจัด  ไล่จูบอีกฝ่ายไม่ห่าง  ทากะฮึดฮัดขัดขืน แต่คนตัวโตที่กำลังโมโหไม่เปิดช่องว่างให้เขาได้หายใจเลย    โทรุขบเม้มไปตามเรียวปากหนา ค่อยๆแทรกปลายลิ้นเข้ามา เขาจูบลึกอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน  มันเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่อัดอั้นที่เขากักขังเอาไว้ 


    ทากะหยุดดิ้น เผยอปากปล่อยให้อีกฝ่ายชักนำอารมณ์ตนเองตามอำเภอใจ  รอยจูบหิวกระหายละออกจากริมฝีปากอิ่ม มันเจ่อแดงเห่อช้ำ คนตัวโตฝังปลายจมูกลงบนซอกคอขาว สูดกลิ่นน้ำหอมจางที่เคล้าแอลกอฮอล์ เขาแตะเลียแผ่วเบาก่อนจะบดจูบหนักดูดข้างลำคอขาวของอีกฝ่ายจนขึ้นรอยสีเข้ม

     

     

    มือข้างที่เคยล็อคข้อมือเล็กเลื่อนขึ้นกุมประสานกับนิ้วเรียวของอีกฝ่าย  ส่วนอีกข้างเลาะไล่ไปตามราวกระดุมบนเสื้อเชิ้ตสีขาว  คนตัวสูงกดไล่ปลายจมูกไปตามแนวคางเรียว ก่อนจะจัดการสร้างรอยอีกฟากบนลำคออุ่น ทากะหอบหายใจ ช่องท้องปั่นป่วนไปหมด  เขานัวเนียอยู่กับร่างเล็กเนิ่นนานกว่าจะยอมผละออก

    “ทำแบบนี้ทำไม ต้องการอะไรกันแน่” ทากะจ้องเขาเขม็ง เสียงเล็กเอ่ยนิ่งดวงตากลมคลอหน่วย เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร  เขาไม่เข้าใจคนตรงหน้า เขาไม่เข้าใจตัวเอง

    คนตัวสูงจ้องหน้าเด็กดื้อในระยะประชิด  ดวงตาสีดำสะท้อนแสงไฟมันมีบางอย่างอยู่ในนั้น หมอนั่นแค่นยิ้มบาง เป็นรอยยิ้มที่ไม่ใช่ความสุขเลย


    "ทำขนาดนี้แล้วยังไม่รู้อีกหรอว่ารัก"

    .

    .


    รอบด้านเงียบสนิท ทากะเผลอกลั้นใจ เขาหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจมากกว่าเดิม การกระทำนั่น คำพูดนั่น ทำไมถึงพูดเรื่องแบบนี้ออกมาในเวลาแบบนี้กัน


    “นาย...มันจะเป็นไปได้ยังไง”


    แววตาคนตัวเล็กสับสนชัดเจน  เขาอยากให้ตัวเองเมาจนหูฟั่นเฟือนไปเอง โทรุมองคนตรงหน้าที่นิ่งไปแล้วได้แต่ถอนใจ  เอาเถอะเขาทำดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยเขาก็พูดมันออกไปแล้ว


    "ตกลงจะกลับได้รึยังครับ"


    ทากะไม่ตอบ เขาเม้มปากแน่น หันหน้าหนีไปอีกทาง


    โทรุปล่อยแขนเล็กให้เป็นอิสระแล้วจัดการติดกระดุมเสื้อคนตัวบางที่เขาเผลอปลดไปซะเยอะ เจ้าของเสื้ออ้าปากเหวอ เขาเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าเสื้อผ้าหลุดลุ่ยไปถึงไหนต่อไหน


    เจ้าหมอนี่....มือไวชะมัด  


    โทรรุชะงักมือ ปลายตามองไปยังเสียงเคลื่อนไหวที่ดังใกล้เข้ามา "ที่ทางออก  มีเพื่อนนายกำลังตามมา  จะเอายังไงครับ" เขาว่านิ่งๆหลังจากจัดการกลับกระดุมเม็ดบนสุดเสร็จ


    "ไม่ไง...ก็แค่เดินออกไปแล้วก็เรียกรถ"


    "ช้า...ผมง่วงแล้ว"


    "งั้นจะเอาไง"ทากะถอนใจ เจ้านี่เวลาแบบนี้ยังจะเรื่องเยอะ


    "เอาแบบนี้ล่ะกันครับ" โทรุยิ้มเจ้าเล่ห์ คนตัวสูงโอบรอบเอวเขาแล้วออกแรงดันให้เดินตามเข้าห้องน้ำห้องหนึ่งไปด้วยกัน  จากนั้นจึงจัดการล็อคประตูทันที


    นี่....เดี๋ยว


    เอาแบบนี้แหละครับ


    “เห้ย !! ...บ้าเอ้ย !


    เสียงคนสองคนเถียงกันก่อนจะเงียบไปแล้วกลายเป็นเงียบกริบ

     

     

    พวกถ้ำมองด้านนอกมองหน้ากันเลิกลั่ก

    “ไปๆแยกย้ายหนังจบละ กลับๆ” โทโมยะพูดขึ้นก่อน เขาออกแรงลากเรียวตะกลับเข้าไปข้างใน 


    “เดี๋ยวดิ ไม่รอหน่อยเหรอ”อีกคนยังพยายามฝืน มือยาวลูบปลายเคราตัวเองอย่างหมายมาด  สายตามองตรงไปที่ประตูบานที่เพื่อนเขาเพิ่งหายเข้าไปต่อหน้าต่อตา  

    หายเข้าไปกับแฟนมันเนี่ย


    คนผมหยิกโบกหน้าผากเพื่อนตัวสูงเต็มแรง“จะรออะไร ไม่ต้องรอแล้ว แดกเหล้าต่อโว้ย”


    “ก็ได้วะ..ไอ้เปี๊ยกแม่งร้ายว่ะ หึย...นึกว่าจะทิ้งลายแล้ว” 


    “เพื่อนไปดีแล้วล่ะ ปล่อยมันไป ไม่เป็นไรเมิงยังมีกุทั้งคน"


    “ฮื่ออออ โทโมยะ กุรักเมิงนะ” สองหนุ่มเดินกอดคอพากันกลับโต๊ะ 


    จับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ ดูสิว่าพรุ่งนี้เจ้าเพื่อนตัวแสบจะยังกล้าปฏิเสธอีกมั้ย   ปฏิเสธมาสิว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน.

     

     

     

     

     

     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in