My StoriesJirattipat Tengamnuay
ตามรอยนิยาย-เจริญกรุง(บางรัก)-ทรงวาด
  • จากเนื้อหาในนิยายส่วนเล็กๆ ตอนหนึ่งก่อให้เกิดความสนใจในการจะเดินทางไปตามรอยของสถานที่ในนิยายขึ้นมา เพราะเมื่อนำชื่อสถานที่หรือจุดเด่นของสถานที่ในเรื่องมาเสิร์จหาดูจะพบว่ามันเป็นตึกโบราณที่ดูสวยมากและภาพวาดกราฟฟิคที่บรรยายในเรื่องก็น่าจะไปถ่ายภาพสักครั้ง^^

    เนื้อหาในนิยายที่กระตุ้นความสนใจจนทำให้อยากออกไปที่สถานที่นั้นแล้วถ่ายภาพบ้างสักครั้งเป็นเนื้อหาตอนหนึ่งที่กล่าวถึงนายเอกที่ไลน์ไปหาพระเอกว่า "เบื่อ" พระเอกเลยไลน์กลับว่าจะไป "ดาวอังคารไหม" ซึ่งดาวอังคารของพระเอกก็คือสถานที่ที่เรียกว่า "สถานีดับเพลิงบางรัก" ซึ่งเป็นตึกเก่ารูปแบบสถาปัตยกรรมนีโอ-ปัลลาเดียน และภาพวาดงานศิลป์ของโครงการ"บุกรุก" ในปี2016 (ความจริงในเนื้อเรื่องแค่บอกว่าภาพแนว "Street Art" แต่คิดว่าน่าจะเป็นภาพจากโครงการนี้แหละ แต่ดูน่าประทับใจคือตอนพระเอกมาถ่ายภาพในตึกนี้และถ่ายภาพนายเอก พระเอกบอกนายเอกว่า "ตึกนี้คนชอบมาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งกัน" และตอนจบของตอนลงว่า "บางรัก")

    เมื่อได้สถานที่ที่จะเดินทางไปก็หาข้อมูลจาก Google ว่าแต่ละสถานที่ที่จะไปอยู่ตรงไหนของเจริญกรุงบ้าง ก็ได้ข้อมูลมาว่า
    - ตึกเก่าสถานีดับเพลิง บางรัก อยู่ซอยเจริญกรุง 36
    - ภาพ "Street Art" ของโครงการ "บุกรุก" อยู่ซอยเจริญกรุง 28,30,32,50,57,ถ.เดโช,ถ.สุรวงศ์และถ.ทรงวาด
    นอกจากนี้ยังไปเจอแกลอรี่ที่น่าไปเยือนของกรุงเทพฯ ที่มีพี่ที่รู้จักแชร์มาทางหน้า FB ที่อยู่ที่ถ. เจริญกรุงพอดีอีก 2 แห่งคือ
    - Soy Sauce Factory อยู่ซอยเจริญกรุง 24
    - Bridge Cafe & Art Space อยู่ซอยเจริญกรุง 51


    เมื่อได้สถานที่ที่จะไปครบแล้ว วันหยุดที่เวียนมาอีกครั้ง (สัปดาห์ก่อนตอนได้อ่านคืนวันอาทิตย์พอดี เลยไปไม่ได้) เลยพยายามตื่นแต่เช้าเพื่อออกเดินทาง โดยศึกษาเส้นทางว่าให้ลงที่ BTS ตากสิน จะถึงถนนเจริญกรุงเลย ไปถึงก็ประมาณเกือบ 11 โมงครึ่ง ก็เดินไปถามยามของสถานี BTS ว่าถ้าไปถนนเจริญกรุงต้องลงประตูไหน ซึ่งยามก็ชี้ว่าออกประตูที่ 4 ซึ่งความจริงแล้วก็เคยมาเดินถ.เจริญกรุง 2- 3 ครั้งเหมือนกัน หรือนั่งรถเมล์ผ่านก็หลายครั้งเพราะตอนเรียนป.โท เรียนอยู่แถว Bts สุรศักดิ์ ซึ่งไม่ไกลกันมาก

    พอลงจากสถานี Bts ได้ก็มองหาที่จะเดินทางไปต่อ ตอนแรกถามพี่คนกวาดถนน พี่เขาก็บอกไม่ทราบให้ไปถามพี่วินมอเตอร์ไซด์แทนว่าจะไปถนนเจริญกรุงไปทางไหน พี่เขาก็บอกให้นั่งรถเมล์สาย 1 ไป ซึ่งรถเมล์สาย 1 ผ่านมาพอดีแต่เราขึ้นไม่ทัน และไม่ใช่ป้ายรถเมล์ด้วย ตอนแรกเราจะเดินย้อนไปรอที่ป้ายรถเมล์ แต่พี่วินบอกให้เราเดินตรงไปเลย เราเลยเดินไปทางซ้ายมือของเรา ซึ่งผ่านตึกร้างที่มีชื่อเสียงและเข้าสู่ถนนเจริญกรุงที่เราจำได้ว่าสมัยเรียนเคยผ่าน 

    เราเดินมาถึงซอยแรกคือซอยเจริญกรุง 50 ซึ่งเป็นซอยใกล้ห้าง เราเดินเลยต่อไปอีก เลขที่ซอยก็ลดลง ทำให้เรารู้ว่าถ้าเราจะไปซอยเจริญกรุง 51, 57 ก่อน เราต้องย้อนไปทางเก่าที่เราเดินผ่านมาเมื่อกี้ แล้วค่อยไล่เลขที่ซอยลงไปทีเดียว ไม่งั้นให้ย้อนกลับมาอีกมันคงไกลมาก เสียเวลาด้วย
    จากรีวิวเราก็แคปหน้าจอหาว่าผลงาน "Street Art"  ของโครงการ "บุกรุก 2016" อยู่ที่ไหนบ้าง
    แต่เมื่อเราเช็คดูอีกที มันจะมีผลงานที่ซอยเจริญกรุง 50 ซึ่งอยู่ข้างห้างด้วย แต่เราลองเดินเข้าซอยแต่กลับไม่เจออะไร ซึ่งความจริงโครงการ "บุกรุก" นี้มีตั้งแต่ต้นปี 2016 ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่างานจะยังอยู่หรือเปล่า เราเลยลองถามแม่ค้าขายน้ำแถวนั้นว่าซอยเจริญกรุง 51 และ 57 ไปทางไหน แม่ค้าก็บอกให้ถามวินมอเตอร์ไซด์ที่แวะซื้อน้ำอยู่ เขาเลยบอกว่าอยู่แถวตึกร้างใหญ่ๆ ไม่ไกลจากตรงนี้ให้เราเดินไป


    เราเลยเดินย้อนกลับไปทางเดิมและมองหาซอยเจริญกรุง 51 เป้าหมายแรกก่อนคือแกลอรี่ Bridge Cafe & Art Space ซึ่งเราก็เจอไม่ไกลจากตึกร้างนี้เลย แต่เราก็ยืนอยู่อีกฟากถนนและมองไม่เห็นใครในร้าน คือว่าง่ายๆ ว่าเราไม่กล้าเข้านั่นเอง แต่คาดว่าแกลอรี่น่าจะอยู่ชั้น 2 ในภาพที่แชร์ๆ มาจะพบว่าเป็นแกลอรี่น่าไปดูและฟรี สถานที่นี่ก็สวยด้วย สักวันถ้าเราผ่านไปอีกคงได้แวะเข้าไปแต่วันนี้ไม่กล้าจริงๆ


    เราเลยได้แต่ยืนถ่ายภาพห่างๆ จากอีกฟากของถนนและเดินไปเป้าหมายต่อไปคือภาพ "Street Art"  ของซอยเจริญกรุง 57  แต่อยู่ข้างในโรงแรมแชงกรีล่า ซึ่งเราหาไม่เจอ แต่เจออีกที่คือ "บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด (สำนักงานใหญ่)" ซึ่งในรีวิวบอกต้องใช้บัตรประชาชนในการเดินเข้า เราลองเดินผ่านประตูเข้าไปนิดหนึ่งก็ไม่เจออะไร พอดีมีคุณลุงคนหนึ่งเดินเข้ามา เราเลยถามเขาว่าข้างในนี้มีภาพแนว "Street Art" อยู่หรือเปล่าหรือพวก "ภาพวาด" อะไรก็ได้ แต่เขาบอกไม่มี เราเลยเดินออกมาและคิดว่า โครงการ "บุกรุก" มันตั้งแต่ต้นปีที่แล้วนู้น ป่านนี้อาจโดนทาสีทับหรือโดนลบเลือนหายไปหมดแล้วก็ได้ แม้อ่านรีวิวมาว่ามันอยู่สูง ยากโดนบอมม์ สุดท้ายเมื่อไม่ได้อะไร เราเลยเดินกลับทางเดิมไปซอยเจริญกรุง 36 แทนซึ่งไม่ไกลมาก เดินไปเรื่อยๆ เพราะวันนี้ไม่ต้องทำอะไรอยู่แล้ว

    เดินไปตามถนนเจริญกรุงเรื่อยๆ ก็ผ่านโรงเรียน "อัสสัมชัญ บางรัก" ก็ใกล้จะถึงซอยเจริญกรุง 36 แล้วแหละ ก็ดูเด็กๆ ที่วันนี้เหมือนมาทำกิจกรรมกัน แต่พอเรามองเข้าในโรงเรียนขอเอามือถือขึ้นมาถ่ายภาพหน่อยเถอะ ตึกสวยดี อิจฉาเด็กที่ได้เรียนที่นี่ ได้เห็นตึกสวยๆ แบบนี้ทุกวัน^^


    เดินมาอีกไม่ไกลก็ถึงแล้วซอยเจริญกรุง 36 พอเดินเข้าไปในซอยไม่ไกลก็เจอป้าย " ศุลกสถาน" แปลว่ามาถึงแล้วตึกเก่าที่มีประวัติความเป็นมาว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัย ร.๕ อาคารรูปแบบสถาปัตยกรรมนีโอ-ปัลลาเดียน (Neo-Palladion) ศิลปะโรมัน+คลาสสิค อายุกว่า 120 ปี  แต่ถ้าเสิร์จว่า "สถานีดับเพลิงบางรัก" ก็ขึ้นภาพเดียวกัน ตอนนี้ตัวตึกทั้ง 2 ตึกปิดไม่ได้เข้า และห้าม "ถ่ายภาพ" รวมถึงเป็นสถานที่ส่วนบุคคลด้วย เราก็ถ่ายภาพก่อนเห็นป้ายว่า "ห้ามถ่ายภาพ" ตรงตึกหน้าไปแล้ว 3-4 ภาพเหมือนกัน เลยเดินไปถามยามว่า "ถ่ายภาพได้ไหม" ยามก็ถามกลับว่า "จะถ่ายภาพไปทำอะไร" เราก็บอกว่า "คือมาเที่ยวเลยอยากได้ภาพกลับไป" ยามก็บอก "ถ้าถ่ายภาพตึกใน 100 บาท" เราก็ถาม "ตึกด้านในมีอะไรหรือเปล่า" คือแบบคุ้มไหมที่จะจ่าย 100 บาท และก็ถามถึงตึกหน้าที่อยู่ตรงหน้าเรา ยามก็บอก "100 บาท" เราเลยต่อยามเหลือ 50 บาท ซึ่งยามก็ตกลง เราก็งงๆ นะว่าทำไมลดง่ายจัง แต่เคยอ่านรีวิวว่าเดี๋ยวนี้มาถ่ายภาพฟรีเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว ต้องขอก่อน จ่ายเงินอะไรก่อน (คงพวกแบบทางการมั้ง) เราเลยไม่แน่ใจและเป็นที่ส่วนบุคคลด้วย เราเลยไม่กล้าเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปเอง 

    สุดท้ายเราก็เดินเข้ามาตรงตึกด้านในได้ ตึกดูทรุดโทรมและถูกปิดไว้หมด เราเลยไล่ถ่ายภาพด้วยกล้องมือถือไปเรื่อยๆ ยอมรับถ่ายภาพไม่สวยมากๆ แต่ไหนๆ ก็เข้ามาแล้วเลยถ่ายภาพไว้เยอะๆ เห็นฝรั่งเดินเข้ามาเหมือนกัน แต่แค่เดินดูไม่ได้ถ่ายภาพอะไรเราก็อยากถามนะว่าจ่ายเงินก่อนเข้ามาหรือเปล่าแต่ไม่กล้า แต่มีฝรั่งคู่หนึ่งถ่ายภาพไปรูปหนึ่งแล้วเดินไปดูท่าน้ำและเดินหายไปอีกทาง เราเลยคิดว่าต้องมีทางเข้าอีกทางแน่นอน เลยเดินไปตามทางที่ฝรั่ง 2 คนนั้นหายไป แต่พอไปถึงตรงนั้นกลับหาฝรั่งคู่นี้ไม่เจอ เลยถามชาวบ้านแถวนั้นดูเลยรู้ว่ามีประตูเล็กออกไปหลังวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งเราก็ลองเปิดออกไปดูเหมือนกัน


    ถ่ายภาพตึกไปเรื่อยๆ จนเกือบพอใจ เพราะถ่ายภาพยังไงก็ไม่สวย ก็เห็นรถสีขาวคันหนึ่งวิ่งมาจอด เราก็คิดว่าเป็นคนที่นี่หรือมาถ่ายทำอะไรหรือเปล่า คือกลัวเหมือนกันว่าจะโดนถามเรื่องถ่ายภาพ แต่ตอนที่เราถ่ายภาพก็มีลุงคนหนึ่งเดินไปมาก็เห็นเราถ่ายภาพ แต่ไม่ได้ว่าอะไร เราถ่ายภาพไปเรื่อยๆ เท่าที่มีปัญญา แต่หูก็ได้ยินผู้ชายที่ขับรถมาถามลุงที่เดินไปมาว่า "หัวลำโพง ไปทางไหน" เราก็เลยไม่สนใจเขาอีก แต่เห็นยามเดินเข้ามาตรงตึกที่เราถ่ายภาพ เราก็ไม่แน่ใจเขามาดูเราหรือมาดูรถสีขาวคันนี้กันแน่ แต่ยามก็เดินออกไป เราเลยถ่ายภาพไล่ออกมา เรื่อยๆ จนจะมาถึงทางออกก็เห็นผู้ชายที่ขับรถสีขาวออกมาเอา I-Pad ถ่ายภาพตึกแบบหลายรูปหลายมุมมาก ทั้งตึกในและตึกด้านนอก เราก็คิดว่าเขาเสียเงินหรือเปล่าก่อนมาถ่ายภาพนี่ เราก็ยืนดูเขาถ่ายภาพสักพักเหมือนกันเพราะเขาขวางทางถ่ายภาพเรา จนเขาขับรถออกไป เราเลยถ่ายภาพไล่ออกมาจนถึงป้อมยาม ยามก็ออกมาถามว่า "เราถ่ายภาพตอนจ่ายเงินเขาไปทำไม" เราก็บอกว่า"ถ่ายเฉยๆ เป็นความทรงจำ" เขาก็บอก "ปกติ เขาไม่ให้เก็บเงิน แต่เขาสงสาร เขาบอกถ่ายเล่นๆ ได้ แต่ห้ามเป็นการค้า" เราเลยถามเขากลับว่า "เอาลง FB ได้ไหม" เขาก็ย้ำว่า "ห้ามเป็นการค้า" เราก็เออออไป แต่เราก็บอกเขาแต่แรกแล้วเรามาแบบเที่ยวๆ เฉยๆ มีแค่เป้แบนๆ เน่าๆ กับมือถือ แต่เราก็ถามเรื่องคนขับรถสีขาวว่า "เขาก็ถ่ายภาพนะ เสียเงินหรือเปล่า" ยามก็บอก "เขาอยู่ที่นี่" เราก็อ้อไป...คือเราเคยทำโปรเจคที่แถวเจริญกรุงแบบมาสัมภาษณ์คนแถวนี้เพื่อทำโปรเจคและเคยเดินจากซอยเจริญกรุงสักซอยนี่แหละไปหัวลำโพง...แต่เราก็ไม่ได้อะไร เดินออกมาเพราะต้องไปหาภาพ "Street Art" ที่ซอยเจริญกรุง 32,30 และ28 ต่อ 

    เดินมาถึงซอยเจริญกรุง 32 เราก็เดินเข้าไปในซอยเรื่อยๆ ก็คาดหวังว่าจะเจองาน "Street Art"  นะแบบมันยังอยู่ ไม่ได้หายไปแล้ว และก็เจอตรงสุดซอยใกล้ท่าน้ำ แต่รถบังจอดเป็นแนวเรียงกันไปหมด เลยถ่ายภาพเท่าที่ทำได้มาเป็นที่ระลึกแบบมาตามมารอย "นิยาย" แล้วนะ มาถึงที่ที่เราวางแผนเอาไว้แล้วนะแบบนี้


    พอถ่ายภาพงาน "Street Art"  ที่ซอยเจริญกรุง 32 เสร็จก็เดินต่อไปที่ซอยเจริญกรุง 30 ต่อ แต่พอเข้าซอยไป มองหาก็ไม่เจองาน "Street Art" แต่เดินเจอป้าย "Arts &  Antiques" เลยสนใจ เลยมองเข้าไปข้างในเลยเจอห้องที่เรียงเป็นแถว แม้ปิดเอาไว้แต่ดูน่าสนใจดีเลยถ่ายภาพเอาไว้

    (ซึ่งความจริงมันมีอะไรบางอย่างหลังป้ายแต่เราไม่สังเกต)

    เราเดินทะลุซอยเจริญกรุง 30 ไปเรื่อยๆ พลางมองหาภาพ "Street Art" ที่มันถูกระบุไว้ว่าอยู่ในซอยนี้ แต่หาไม่เจอจนไปโผล่ที่ "River City" ที่เราเคยมาพรีเซนต์โปรเจคตอนป.โท ที่นี่เหมือนกัน จำได้แม้ผ่านมาหลายปีแล้ว.....เราคิดว่าเราคงไม่เจองาน  "Street Art" ที่ซอยเจริญกรุง 30 แล้ว เราเลยเดินออกจากซอยที่ทะลุออกมาผ่านถนนสี่พระยาไปซอยเจริญกรุง 28 ที่เราพบงาน "Street Art" บนผนังอาคารของร้านหนึ่งหน้าปากซอยเลย เราเลยถ่ายรูปว่าหาเจอแล้วนะ งาน "Street Art" ของซอยเจริญกรุง 28



    เมื่อได้ภาพที่ต้องการแล้วก็เดินต่อไปตามถนนเรื่อยๆ เพราะยังต้องหางาน "Street Art" ของโปรเจค "บุกรุก" อีก 2 งานที่ ถ.เดโช และ ถ.สุรวงศ์ ด้วยตามความตั้งใจ เพราะคิดว่าอยู่ในระแวกเดียวกันนี่แหละ ซึ่งความจริง ถ.สุรวงศ์ เดินผ่านมาแล้วอยู่อีกฟากของถนนที่เดินผ่านมา แต่ตั้งใจเก็บภาพของซอยเจริญกรุง 32,30,28 ก่อน แล้วจะเดินย้อนกลับไป เดินตามถนนไปเรื่อยๆ จนไปถึง "คลองผดุงกรุงเกษม" ก็ถามทางเขาเกี่ยวกับถนนสองเส้นนี้ ก็เลยได้เดินย้อนกลับไปทางเดิม แต่ระหว่างทางที่เดินกลับไปเหลือบไปเห็นงาน "Street Art" ที่ซ่อนอยู่ในซอยแคบๆ ฝั่งตรงข้ามพอดี แม้รถวิ่งผ่านไปมาตลอดก็หาจังหวะเก็บภาพมาได้ เป็นงานสวยน่ารักดี


    เราเดินย้อนกลับมาทางเดิมจนมาถึงซอยเจริญกรุง 28  เรากลับเห็นงาน "Street Art" ที่อยู่ด้านบนอีกฝั่งที่มองไม่เห็นตอนแรก เลยถือโอกาสเก็บภาพเป็นที่ระลึกเพิ่มอีกภาพหนึ่ง คือถ้าไม่ได้เดินย้อนกลับมาจะไม่เห็นผลงานนี้เลยด้วยซ้ำเพราะวาดอยู่คนละด้านเหนือศรีษะจริงๆ 


    เมื่อได้ภาพงาน  "Street Art" เพิ่มขึ้นแล้วก็ยังติดใจงาน "Street Art" ที่ควรจะมีของซอยเจริญกรุง 30 อยู่ เลยเดินเข้าซอยเจริญกรุง 30 ไปอีกครั้งเพราะยังไงต้องผ่านซอยนี้ไป  ถ.สุรวงศ์ อยู่แล้ว เมื่อเดินตรงไม่เจอเลยลองเลี้ยวเข้าซอยใกล้ๆ ปากซอยทางเข้าเจริญกรุง 30 แทน ดูรอบๆ และถามคนขายของแถวนั้นว่าแถวนี้มีพวกงานอาร์ตๆ ไหม แบบงานศิลปะ ตอนแรกเขาบอกไม่มีแต่ก็เปลี่ยนเป็นบอกว่ามีงานหนึ่งอยู่บนผนังอาคาร คือเราเดินกลับออกไปเลี้ยวขวาแล้วจะเห็นเลย แล้วเราก็เห็นจริงๆ ภาพใหญ่มาก อยู่บนผนังตึกที่เราเดินผ่านไปแล้วรอบแรก และถ่ายภาพป้ายที่อยู่ด้านล่างมันเอาไว้ด้วย สุดท้ายก็เก็บภาพงาน  "Street Art" ของซอยเจริญกรุง 30  มาได้


    ตอนเดินออกมายังหน้าปากซอยเจริญกรุง 30 เราเห็น "Gallery Art" ด้วย ซึ่งครั้งแรกที่เดินเข้าซอยนี้มาเราไม่เห็น แต่เมื่อดูข้างหน้าประตูแกลอรี่ เห็นมีป้าย "Visa" ด้วย เราเลยคิดว่าน่าจะเป็นแบบเน้นขาย เราเลยไม่เดินเข้าไป


    แต่เมื่อเห็นแกลอรี่กลับนึกถึง "Soy Sauce Factory ซอยเจริญกรุง 24" ขึ้นมาเพราะเมื่อกี้เราเดินไปถึงคลองผดุงกรุงเกษม เราเห็นผ่านๆ ว่าซอยเจริญกรุง 24 อยู่ข้างหน้านี่เอง ซึ่งความจริงถ้าอยู่ข้างหน้าขนาดนั้น เราน่าจะแวะไปดูก่อน แต่เมื่อเดินย้อนมาแล้ว จุดหมายต่อไปคือ ถ.สุรวงศ์ และ ถ.เดโช ซึ่งเราถามทางคนเขาไป เขาก็บอก ถ.เดโช ไกลต้องนั่งรถเมล์ แต่เราตั้งใจจะเดิน เพราะถ.สุรวงศ์ คือเราผ่านมาแล้ว เลยตั้งใจจะไป  ถ.สุรวงศ์ ก่อน แต่เดินยังไงก็ไกล เลยถามคนซ่อมรองเท้าแถวนั้น เขาก็ชี้ไปข้างหน้าซึ่งประมาณว่าเดินอีก 5 นาทีถึง แยกข้างหน้านี่เอง ลูกค้าที่มาซ่อมรองเท้าก็ชี้ไปทางเดียวกันว่าใกล้ๆ นี่เอง เราเลยขอบคุณและเดินไปตามทางนั้น และหวังว่าน่าจะถึงได้แล้ว


    เมื่อมาถึง ถ.สุรวงศ์ ก็วัดดวงกันอีกว่าจะอยู่ตรงไหน แม้บอกว่าอยู่ตรงข้าม "สมาคมไหหนำแห่งประเทศไทย" แต่เราก็ไม่ทราบอยู่ดีว่าสมาคมนี้อยู่ตรงไหน ก็เดินเข้าถนนไปเรื่อยๆ ผ่านทางด่วนจนเจองาน "Street Art" อยู่ไกลลิบๆ จนคิดว่ามาถูกทางแล้วแหละ จากไม่ทราบจะไปทางไหนดี เลยเดินตามทางไปเรื่อยๆ เพื่อไปให้ถึงงาน "Street Art" ภาพนั้น


    สุดท้ายหลังจากรอข้ามถนนเป็นชาติ เราก็เดินทางมาหยุดที่ผลงานชิ้นนี้จนได้แม้เข้าไปข้างในไม่ได้ เพราะมีรั้วสังกะสีปิดไว้หมด เลยได้แต่ถ่ายภาพเงยๆ จากด้านนอกแทนแต่ก็คุ้มค่าเพราะสวยดี สีตัดและโดดเด่นมากเลย


    เมื่อถ่ายภาพจนพอใจ ก็เหลือ ถ.เดโชอีกที่หนึ่ง ซึ่งเราไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหน เลยเดินย้อนกลับออกมาที่ปากทางของ ถ.สุรวงศ์  ซึ่งป้ายบอกสถานที่อีกฟากของถนนก็ดึงดูดความสนใจเราดีอย่าง "พิพิธภัณฑ์หินแปลก" ซึ่งถ้ามีเวลาเราก็อยากแวะไปดูเหมือนกันว่าจะแปลกยังไง


    แต่เพราะ ถ.เดโชที่เราต้องตามหาก่อนเราเลยเดินเลี้ยวซ้ายไปถามคนที่ยืนรอรถเมล์แถวนั้น ซึ่งเขาบอกไม่ทราบและให้เราไปถามยามที่นั่งแถวนั้น เขาก็บอกให้เรากลับไปที่ถ.สุรวงศ์ที่เราเพิ่งเดินออกมาและให้เลี้ยวขวาแยกแรกที่เจอ แต่ระหว่างเราถามยาม ผู้หญิงและผู้ชายที่เราถามก่อนและเขาบอกไม่รู้ กวักมือเรียกเรา แต่เราติดพันยามที่บอกทางเราอยู่เลยไปหาพวกเขาทันทีไม่ได้ แต่พอยามบอกเสร็จ เราเลยวิ่งไปหาพวกเขา ซึ่งผู้หญิงก็บอกว่าไกลให้นั่งรถไป เราก็บอกยามบอกว่าเดินไปได้ ให้ย้อนไปที่ถ.สุรวงศ์ ที่เราเพิ่งเดินออกมา ผู้หญิงเลยให้ถามคนขายน้ำที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แทน เขาก็บอกให้เราเดินไปในถ.สุรวงศ์ เขาก็ถามเราจะไปทำอะไร เราเลยบอก"จะไปดูงานกราฟฟิค" เหมือนเขาจะพูดชื่อตึก "AIA" ออกมา แต่เราบอกใช่เราจะไปตึกนั้นเพราะตามรีวิวบอกงาน "Street Art"  ของถ.เดโชอยู่ด้านหน้าตึก "AIA" ซึ่งก็ต้องขอบคุณพวกเขาหรือใครก็ตามที่เราถามทางและช่วยบอกทางเรามาจนเจอสถานที่ต่างๆ ที่เราตามหาอยู่


    เราเดินย้อนกลับไปที่ ถ.สุรวงศ์ และเดินผ่านทางด่วนไปจนเจอ 4 แยกแล้วเลี้ยวขวาไป แต่เดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงสักที ทั้งๆ ที่โดนบอกมาว่าไม่ไกล เลยตัดสินใจถามวินมอเตอร์ไซด์แถวนั้น เขาบอกให้เราเดินย้อนกลับไปที่ 4 แยกที่เราเลี้ยวขวามาเพื่อเดินตรงไปแทน เพราะทางที่เรากำลังเดินไปมันอ้อม เราเลยต้องเดินย้อนกลับไปทางเดิมและเลี้ยวขวาไปยังภาพ  "Street Art" สี "เหลือง-ทอง" ที่เราเพิ่งถ่ายภาพไป คนที่เป็นวินมอเตอร์ไซด์บอกเราว่าให้เดินไป 2 - 3ป้ายรถเมล์ก็ถึง ซึ่งก็ไม่น่าไกล แต่ระหว่างทางเราเจอตึกโบราณแห่งหนึ่ง ความจริงเราเคยเห็นป้ายบอกทางห้องสมุดนี้มาก่อนหน้านี้แล้วตอนเดินมาตามทาง และคิดว่าน่าสนใจอยากแวะดูเหมือนกัน ชื่อ "Neilson Hays Library" แต่เพราะเราต้องรีบหางาน "Street Art" ถนนเดโชก่อน เราเลยคิดว่าตอนกลับจะแวะมาแล้วกัน


    เราเดินตามทางไปเรื่อยๆ มาเจอ "สโมสรอังกฤษ" ที่ป้ายบอกเฉพาะสมาชิกเท่านั้น ซึ่งเป็นอะไรที่ดูไฮโซมาก คือเราไม่ทราบ อาจเป็นที่รวมสังสรรค์ของคนเชื้อชาติอังกฤษหรือพวกนักเรียนนอกจากประเทศอังกฤษก็ได้ แต่มันดูไฮโซไงไม่รู้ แต่เราก็เดินผ่านไป


    ระหว่างเดินไปเรื่อยๆ เราก็พยายามมองสองข้างทางก็ไม่เห็นอาคาร "AIA" สักที แต่มองไปไกลๆ ก็คิดว่าอาจเป็นตึกข้างหน้านี่แหละแบบตึกสูงๆ หน่อย เพราะเป็นบริษัทดัง แต่ระหว่างทางก็เจอร้านน่าสนใจเลยแวะถ่ายภาพสักนิด


    แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือขณะที่เราคิดว่าตึกสูงๆ ข้างหน้าคือตึก "AIA" แต่ตัวโลโก้ตึกอาจถูกบังอยู่ แต่พอตอนที่เราหันข้างไปทางด้านหลังของร้านที่เราสนใจถ่ายภาพอยู่เรากลับเห็นตึก "AIA" อยู่ทางด้านหลัง


    เราเลยลังเลใจมาก เพราะเราก็คิดว่าตึกสูงๆ ตรงด้านหน้าเราที่เรากำลังเดินไปก็น่าจะเป็นตึก "AIA" ถ้าไม่ใช่ก็นึกถึงคำพูดวินมอเตอร์ไซด์ที่เราถามทางเขาเรื่องตึก "AIA" ถ.เดโช ว่าถ้าไปทางที่เรากำลังเดินจะอ้อม หรือเราต้องหาซอยหรือถนนเพื่อทะลุเดินไปอีกด้านกันแน่ และ "Neilson Hays Library"  ล่ะ เราต้องเดินย้อนมาอีกใช่ไหม คือตั้งแต่ลงจาก BTS ตากสินนี่คือเดินอย่างเดียวไม่หยุดเลย แต่เราก็ตัดสินใจไปตึกสูงๆ ข้างหน้าก่อนว่าอาจจะเป็นตึก "AIA" ก็ได้ ซึ่งพอเดินมาถึงตรงนี้ก็จะมีถนนไปเลี้ยวไปอีกด้านจากตรงนี้ได้ 

    (ซึ่งความจริงเมื่อเดินผ่านแยกถนนนี้ แค่เพียงเราหันไปหรือเดินเข้าไปอีกหน่อยละก็..........)

    แต่เราตัดสินใจเดินต่อไปยังตึกสูงๆ ข้างหน้าแบบวัดดวงเลยว่าใช่ตึก "AIA" หรือเปล่า ซึ่งก็ตึก "AIA" จริงๆ แต่เราหันไปมองรอบๆ ก็ไม่เจองาน "Street Art" ที่ว่าอยู่ด้านหน้าตึก หรือว่าโดนลบไปแล้ว แต่เรามาดูอีกทีชื่อสาขาหน้าตึกคือ "AIA สาขา ถ. สุรวงศ์ แต่ที่เราจะหาคือ ถ.เดโช เลยลองเดินย้อนไปที่ตึก "AIA" ที่เราเห็นเมื่อกี้อีกที โดยจะเดินเลี้ยวเข้าแยกที่มีตึกสีน้ำเงินนี่แหละ


    แต่เพราะเดินมานาน ร่างกายขาดน้ำ เลยแวะร้าน Cafe ริมทางซึ่งเห็นเมนูว่ามี "คาราเมลนมสด" อะไรด้วย ราคา 40 บาท ซึ่งไม่รู้ถูกหรือแพงนะ แต่ไม่ได้ปั่น แต่เพราะอยากทานเลยจัดมาแก้วหนึ่งและนั่งพักสักแป๊ป แต่ไม่ถึง 5 นาที  ถามคนขายรู้จัก สน.บางรักหรือเปล่า เพราะงาน "Street Art"  ถ.เดโชนี้ ตามรีวิวบอกไม่ไกลจาก สน.บางรัก แต่คนขายบอกไม่รู้ เราก็เออ....นึกในใจแป๊ปนึงว่ามันอยู่แถวนี้นะ แต่เขาอาจแค่โดนจ้างมาขายก็ได้ เลยไม่รู้จักสถานที่ดีพอ


    เดินออกจากร้าน Cafe ไปเรื่อยๆ ไม่นานก็เจอป้าย ถ.เดโชจนได้ อยู่ตรงข้ามตึกสีน้ำเงินที่เดินผ่านไปนั่นแหละที่เราคิดว่าเป็นถนนทางแยกที่จะไปตึก "AIA" อีกตึกได้ แต่เพราะเมื่อกี้เราเดินมาอีกทางด้านหนึ่ง เลยไม่เห็นป้ายนี้ พอเห็นป้ายก็ข้ามถนนไปเลย และดูซิว่าจะเจอหรือเปล่า ตอนแรกนึกว่าต้องเดินอ้อมเลี้ยวไปอีกด้านด้วยซ้ำ ถึงจะเจอป้ายบอกว่า ถ.เดโชแต่ใช่จะหาที่ต้องการหาเจอ


    แต่พอข้ามถนนและเดินมาไม่กี่ก้าวก็เจอป้ายบริษัท "AIA" ตัวใหญ่เด่นชัดกระแทกสายตาทันทีอยู่หน้าตึก ก็หันหาทันทีเลยว่างาน "Street Art"   อยู่ตรงไหน ตอนอ่านรีวิวบอกอยู่หน้าตึก แต่ไม่มีพอหันไปฝั่งตรงข้ามเท่านั้น กระแทกสายตาทันที ภาพใหญ่มากบนผนัง เลยถ่ายภาพเก็บเอามาเป็นอันจบการหางานภาพ "Street Art" บนถนนเจริญกรุง


    เมื่อเก็บภาพงาน "Street Art" ครบแล้วก็ถึงเวลากลับไปที่ "Neilson Hays Library" เพราะดูตึกสวยมากก็อยากรู้ข้างในจะมีหนังสืออะไรบ้าง ไปถึงก็เก็บภาพตึกก่อนเลย ชอบตึกเก่าๆ สวยดี


    นอกจากนี้ยังมี Cafe ด้วย แต่พอเปิดประตูห้องสมุดเข้าไปก็ต้องชะงักเพราะมีป้ายบอกว่าถ้าไม่ใช่สมาชิก เสีย 100 บาทถ้าจะใช้ห้องสมุด เราเลยปิดประตูเหมือนเดิม แม้อยากเข้าไปดูข้างในแค่ไหน แต่พอเดินออกมาก็เจอว่ามีนิทรรศการศิลปะอยู่ เรายืนลังเลสักพักเลยตัดสินใจเข้าไปในห้องสมุดใหม่เพื่อถามเรื่องนิทรรศการว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเปล่า


    ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ห้ามถ่ายภาพ เราเลยเดินเข้าไปดู ซึ่งก็เหมือนนิทรรศการทางศิลปะที่เหมาะกับวันเด็กนะ เพราะตุ๊กตาเต็ม แต่ถ่ายภาพใบที่เป็นราคาของชิ้นงานและรูปผลงานที่วางอยู่ข้างหน้าห้องจัดนิทรรศการมาได้1 หน้า ราคาแต่ละชิ้นงานก็ตามขนาดและความยาก บางชิ้นก็หลักพัน แต่ชิ้นใหญ่ก็หลักแสน ซึ่งเป็นชิ้นเด่นสุดที่ตั้งอยู่กลางห้องเลย 120,000 บาท


    แต่ที่นี่มีนิทรรศการ 2 ที่ อีกที่อยู่ใน Cafe ซึ่งเป็นอาคารอยู่ติดกันแต่มีภาพวาดแค่ไม่กี่ชิ้น แต่ขอเข้าไปดูและถ่ายภาพได้


    พอจบสิ่งที่ต้องการจะทำในถนนเจริญกรุงแล้วก็เหลืออีกที่หนึ่งที่อยากไปคือ "Soy Sauce Factory ซอยเจริญกรุง 24" ก็เดินเหมือนเดิมเพราะระยะทางไม่ไกลมาก แต่ตอนเดินเข้าซอยก็รู้สึกงงๆ เพราะคือซอยโรงน้ำแข็งและไม่เห็นน่าจะมีแกลอรี่ที่ไหน หรือผิดซอย และตอนเดินเข้าไปก็มีคนมองคือเป็นผู้ชายหลายคน ผิวคล้ำหมด  เราไม่รู้พวกเขาเป็นใครแต่คิดเป็นคนโรงงานทำน้ำแข็ง เพราะนี่คือซอยโรงน้ำแข็ง 1 เราเลยถามคุณป้าแถวนั้นว่า  "Soy Sauce Factory ซอยเจริญกรุง 24" อยู่ที่ไหน คุณป้าก็ชี้ไปที่ท้ายซอย คือไม่ถึงท้ายซอยหรอกแต่ชี้ไปด้านหลังซอยไม่ใช่ด้านหน้าซอย ซึ่งเรามองลึกไปถึงท้ายซอยซึ่งไม่ไกล แต่ก็ไม่เห็นมีแกลอรี่อยู่ดี หรือว่าไปท้ายซอยแล้วเลี้ยวไปอีก แต่คุณป้าบอกว่ามันถัดไปอีก 2 ตึกแถวที่มีผู้ชายผอมๆ ผิวคล้ำๆ ยืนคุยกันแบบเถื่อนๆ 2 คน และคุณป้าก็ชี้ให้ดูป้ายกลมๆ ที่เขียนว่า "Soy Sauce Factory" คือตรงจุดที่เรายืน เราจะไม่เห็นด้านหน้าร้าน ไม่เห็นไรเลย นอกจากป้าย กลมๆ ที่เขียนชื่อร้าน ตอนแรกเรานึกว่าโรงน้ำแข็ง พอเห็นชื่อร้านเลยเปลี่ยนเป็นนึกว่าโรงงานทำซอส แบบข้างล่างทำซอสและข้างบนเป็นแกลอรี่ คืออัจฉริยภาพทางศิลปะไม่ควรมองคนจากภายนอก เพราะพวกคนที่ดูเถื่อนๆ แรงๆ นี่ตัวจริงเขาอาจเก่งมากๆ เหมือนอดีตอาจารย์พิเศษเราคนหนึ่ง ซึ่งเราไม่รู้จักเขาก็ไม่ควรตัดสินเขา แต่ภายนอกมันข่มขวัญและตอนแรกเรานึกว่าพวกเขาเป็นคนทำงานโรงงานน้ำแข็ง เราเดินไปใกล้ๆ ร้านพวกเขา (ซึ่งไม่รู้ใครเจ้าของหรือใครเป็นแขก) แต่ก็ไม่มีใครสนใจเรา เราก็เลยมองไปข้างในก็เห็นผู้ชายเยอะมาก มีตั้งวงดนตรี ตั้งกลองกัน คือเห็นแต่ผู้ชายเดินไปมา เราเลยถอยไปฝั่งตรงข้ามร้านแล้วถ่ายภาพร้านไว้ ไม่กล้าเข้าไป


    พอถ่ายภาพเสร็จ เราก็เดินออกจากซอยไป แต่อาจเพราะงงๆ กับชีวิตเลยย้อนไปทางเดิมซึ่งไม่ใช่ เพราะเราตั้งใจไปถนนทรงวาดต่อ เราต้องเดินผ่านซอยเจริญกรุง 24 ไป เราเลยเดินย้อนไปทางเดิม และไปมอง  "Soy Sauce Factory" อีกรอบแบบด่อมๆ มองๆ พอดีมีพี่ผู้ชายคนหนึ่งออกมาสูบบุหรี่ เราเลยหันไปถามคนแถวนั้นว่า "ถนนทรงวาด" ไปทางไหน แต่เขาไม่รู้ เราเลยไปถามคุณป้าคนเดิมว่า "ถนนทรงวาด" ไปทางไหน คุณป้าก็บอก  "Soy Sauce Factory" อยู่ตรงนี้ไง แต่เราป้องปากบอกคุณป้าไปว่า "มีแต่ผู้ชาย ดูเถื่อน" คือเราไม่กล้าเข้า พี่ผู้ชายที่สูบบุหรี่ก็หันมามองนะ แต่เราไม่รู้เหมือนกัน คุณป้าเลยบอกให้เราเดินตรงไปเรื่อยๆ และที่ "ถนนทรงวาด" ก็มีแกลอรี่อีก เราเลยเดินออกจากซอยไป คือเราว่า "Soy Sauce Factory" วันนี้น่าจะมีงานแหละ แบบสังสรรค์ เพราะมีตั้งเครื่องดนตรีด้วย แต่ภาพที่เขาเอามาแชร์ๆ ว่าเป็นแกลอรี่น่าไปนี่สวยนะ สักวันเราคงมีโอกาสไปดู แต่ตอนนี้แค่ดู "เถื่อน" กลัว 
    "โดนตรีน".....คือล้อเล่นหน่ะ เราไม่รู้จักพวกเขาจริงๆ เราไม่รู้หรอก คนเรามองแค่ภายนอกไม่ได้อยู่แล้ว

    เราเดินตามถนนไปเรื่อยๆ ตามคำบอกของคุณป้าเพื่อไปถนนทรงวาดเพื่อหางาน "Street Art"  อีก 2 แห่ง ซึ่งเดินไม่ไกลเลย ไม่นานก็มาถึง "ถนนทรงวาด"


    เราก็ถามทางคนแถวนั้นเพราะภาพ "Street Art" จากโครงการ "บุกรุก" อีก 2 แห่งอยู่ที่ "ลานตู้เหลือง" และแถว "วัดปทุมคงคา" ซึ่งเดินแป๊ปเดียวเราก็มาถึง "วัดปทุมคงคา" ซึ่งตอนแรกเราหาไม่เจอตอนมาถึงประตูวัดอันแรก มองไปรอบๆ เลยเห็นผลงาน "Street Art" จากที่ไกลๆ แปลว่ามาถูกทางแล้ว


    เดินไปอีกนิดจนถึงประตูวัดอีกประตูก็ขอข้ามฝั่งไปถ่ายภาพชัดๆ หน่อย


    ตามคำบอกของคนที่ไปถามเขา เขาบอกว่าจะเจอวัดปทุมคงคาก่อน เลยเดินต่อไป ซึ่งกลายเป็นมี 2 ทาง แต่ตัดสินใจไปทางที่รถวิ่งไปซึ่งน่าจะเป็นถนนหลัก ตอนแรกว่าจะข้ามฝั่งไปถามคนฝั่งตรงข้ามว่าจะหา "ลานตู้เหลือง" ได้ที่ไหน แต่ไม่ต้องถามเพราะภาพ "Street Art" เห็นได้จากที่ไกลเมื่อมายืนอยู่ตรงถนนเส้นนี้


    พอเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็น "ลานตู้เหลือง" เป็น "ตู้เหลือง" จริงๆ เพราะว่าเป็นตู้ยามหรือตู้คนเก็บเงินค่าจอดรถที่ทาสีเหลือง แต่ตรงจุดนี้ตอนแรกคิดว่ามีงานเดียวแต่พอหันไปอีกด้านมี 2 งานจ้า....คุ้มทีเดียว



    เสร็จสิ้นภารกิจจตามหาภาพ  "Street Art" จากโครงการ "บุกรุก2016" และ "ตามรอยนิยาย" ต่อไปก็คือเดินไปเรื่อยๆ และหาทางกลับบ้าน ซึ่งไม่รู้เดินไปทางไหนเหมือนกัน ก็เลยเดินไปเรื่อยๆ ก่อน ซึ่งบริเวณแถวที่เดินอยู่ก็มีตึกเก่าๆ สวยๆ หลายตึกเหมือนกัน แต่ต้องข้ามฝั่งไปและมองมาอีกฝั่งถึงจะเห็น ว่าด้านบนของตึกแถวยังคงลักษณะตึกแบบเก่าอยู่


    เดินผ่านมัสยิดหลวงโกชา อิศหาก ตอนแรกไม่ได้สนใจ แต่เห็นเหมือนตึกเก่าเหลืองๆ อยู่ในซอยสั้นๆ มืดๆ เลยลองเดินเข้าไปดู เป็นตึกแบบสมัยเก่าที่สวยมาก



    เดินหาทางกลับบ้านไปเรื่อยๆ ก็มาเจอป้ายชี้ทางไปเยาวราชและวัดมังกร เพราะปกติมาเยาวราชจะมาเพราะต้องการมาวัดมังกร เห็นแบบนี้ก็ข้ามฝั่งและเดินไปตามทางที่บอกเลย


    เดินเข้าซอยเล็กๆ ไปเรื่อยๆ ก็มาโผล่ที่เยาวราช  คนเยอะมาก รถก็เยอะ และเดินรถทางเดียวด้วย ตอนแรกเราเดินไปเรื่อยๆ ไม่รีบไร แต่เดินมากๆ สะสมมา 5 - 6 ชั่วโมงแทบไม่ได้พัก เลยหาทางกลับก็มีรถเมล์สาย 1 ผ่านมา แต่พอเราถามถึง "หัวลำโพง" เขาบอกให้เราไปอีกด้าน ซึ่งรถก็มีแค่วิ่งทางเดียว สรุปคือเดินอย่างเดียวเท่านั้น


    เดินไปเรื่อยๆ ถามทางเขาไป จนมาเจอป้ายชี้ไป "หัวลำโพง" เลยข้ามฝั่งไปถ่ายรูปป้ายแต่ตอนหันกลับมากลับเจอป้ายมิกกี้เม้าส์ คือแบบเก่าแล้วแหละ แต่ถ้าเราไม่ข้ามฝั่งมาฝั่งนี้เราก็จะไม่เห็นป้ายมิกกี้เม้าส์นี้ เพราะมันอยู่เหนือศรีษะเรา



    แต่ป้ายบอกทางก็บอกแค่นั้น แค่เดินมาไม่ถึง 5 นาทีก็เจอ 4 แยก แยกที่เราเดินมาไม่ใช่ก็เหลืออีก 3 แยก เลยถามคนขายก๋วยเตี๋ยวแถวนั้นเขาก็ชี้ทางขวามือเรา พอเราจะเดินไป คนที่ทานก๋วยเตี่๋ยวอยู่เหมือนทานเสร็จพอดีก็มาเรียกเราไว้ว่าจะไปไหน เราก็งงว่าเขาต้องการไรหรือเปล่า แบบเป็นคนขับรถพวกแท๊กซี่, ตุ๊กตุ๊ก ไหมแบบหาลูกค้า เราก็อ้ำอึ้ง เขาเลยถามย้ำ เราเลยบอกไปหัวลำโพง เขาเลยชี้ทางให้เราว่าเจอวัดข้างหน้าให้เลี้ยวซ้ายไป เราเลยขอบคุณความมีน้ำใจของเขาไปที่อุตส่าห์มาช่วยบอกเรา แต่ความจริงเราเดาไม่น่าผิด วัดข้างหน้าเราน่าจะเป็น "วัดไตรมิตร"


    ความจริงตอนถ่ายภาพเขา คือเราอยากเก็บเป็นที่ระลึกนะว่าเขามาช่วยบอกทางเรา แต่เราก็กลัวเขาว่าว่ามาถ่ายภาพเขาทำไม เราเลยเหมือนถ่ายภาพเขาแหละและถ่ายอย่างอื่นด้วย แต่พอมาดูภาพปรับแสงเลยเห็นว่าเขายิ้มให้เรา เลยทำเรารู้สึกผิดมาก เพราะตอนนั้นกล้องมือถือเรามืดและเรากลัวเขารู้ว่าเราถ่ายภาพเขาแล้วอาจไม่พอใจ เลยไม่เห็นเขายิ้มให้เรา ไม่งั้นเราต้องยิ้มและขอบคุณเขาอีกแน่ๆ ตอนนี้เอารูปมาดู รู้สึกผิดมากเลยที่ไม่ได้ยิ้มขอบคุณเขาอีกครั้งเพราะมันมืด เราไม่เห็นจริงๆ ตอนนั้น



    ใกล้จบการเดินทาง เหนื่อยมาก เดิน  5 - 6 ชั่วโมง พักแค่ไม่ถึง 5 นาที แต่ก็รู้สึกดีนะที่ได้ทำตามแผนที่วางไว้แม้อาจไม่ทั้งหมด แต่ 90% เลยที่ทำได้และเจอคนมีน้ำใจที่บอกทางเราด้วย ขอบคุณทุกคนที่ช่วยบอกทางเราเลยค่ะ ตอนแวะมาห้องน้ำที่วัดไตรมิตร ห้องน้ำหญิงปิด คุณลุงคนหนึ่งบอกเราเข้าห้องน้ำชายเลย แต่พูดภาษาอังกฤษ คงคิดว่าเราเป็นคนจีน เราก็เข้าห้องแรกๆ ไม่เข้าข้างในนะ แม้ตอนเข้ามีผู้ชายอีกคนบอก ผู้หญิงไปห้องข้างๆ แต่คุณลุงบอกห้องน้ำหญิงปิดแล้ว ก็ถือว่าเป็นสิ่งดีดีที่เจอวันนี้ หลังจากท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ ที่อยากไปและสนุกดีที่ได้ทำตามแผนที่วางไว้เกือบหมด


    สุดท้ายถึงหัวลำโพงโดยสวัสดิภาพ เหนื่อยมาก ขึ้นรถได้นอนเลย แต่ได้ประสบการณ์และดีใจที่ได้ไปวันนี้จริงๆ..........จบ "ตามรอยนิยายที่เจริญกรุง(บางรัก)-ทรงวาด"คร๊าาาา


    ต่อให้ไม่มีใครอ่าน แต่อยากเขียนเป็นบันทึกความทรงจำของเรานะ สนุกดีวันนี้ แม้เหนื่อยมากๆ...^^...อยากถ่ายทอดความทรงจำของเรา (เขียนถึงตี 3.48 น.เลยยยย แต่ตรวจคำผิดถึงตี 5 อยากเขียนให้เสร็จเลยจริงๆ)









Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
piyarak_s (@piyarak_s)
ขอบคุณที่เขียนให้อ่านค่ะ ปีที่แล้วไปเดินเส้นทางนี้มาเหมือนกัน เพื่อนลากไปเก็บ street art แต่เก็บได้ไม่ละเอียดขนาดนี้เลย เป็นเส้นทางที่คลาสสิกมากจริงๆ :)
Jirattipat Tengamnuay (@jirattipat)
ขอบคุณมากนะคะที่เข้ามาอ่าน ชอบมากเหมือนกันภาพ Street art ตามเส้นทางเหล่านี้^^