My StoriesJirattipat Tengamnuay
เมื่อฉันว่าง ตกงาน ไปไหว้องค์พญานาคที่บ้านบุญบวงสรวง
  • 26 ธันวาคม 2562

    ผ่านไปอีกวันหนึ่งแบบไม่มีอะไรเท่าไหร่...เพื่อนชวนไปสักคิ้วแบบเขาเรียนสักคิ้วมาแล้วทำเป็นอาชีพเราก็ว่างและความจริงก็ทำฟรีก็เลยไป...เพื่อนก็บอกว่าเหมือนเขาก็ได้ฝึกมือด้วย....ตอนทำ...เขาก็ตั้งใจทำ...แต่ก็มีแบบเหมือนไม่ตรงกันสองข้างนิดนึงตรงส่วนหัวและส่วนท้าย...เขาก็แก้ให้...เราคุยกันหลายเรื่อง...และก็มาเรื่องงาน...ก็บอกเหมือนกันแหละว่าอายุเยอะแล้วคือ 30 กว่าจะ 40...ก็คงหางานยากและเด็กจบใหม่ๆ เยอะ...คงไปสู้เขาไม่ได้...เพื่อนเองก็ไปเรียนสักคิ้ว...สักปาก...ก็หมดไปเยอะและซื้ออุปกรณ์แต่ถ้ามีลูกค้าก็น่าจะทำกำไรได้...เพราะเคยมีพี่ที่รู้จักเห็นเราสักคิ้วก็มาถามและฝากเราไปถามราคา..เราก็ไปถามให้...ก็หลายพัน..แต่มันดีที่เขามีอาชีพที่เขาจะมุ่งไป...แต่เราไม่มีไรสักอย่างและเหมือนหมดใจจะทำอะไรทั้งนั้น...ท้อใจที่ชีวิตไม่ได้อะไรดั่งตั้งใจ...อยากตายก็หลายครั้ง...และเหมือนชีวิตพลาดไรไปเยอะและย้อนกลับไปไม่ได้...ส่วนปัจจุบันและอนาคตก็ไม่มีใจจะอะไรทั้งนั้น...แต่ตายแล้ว...ชีวิตหลัง  ความตายนี่เราไม่รู้....อาจเกิดเป็นเปรต...อาจต้องมาฆ่าตัวตายซ้ำๆ...หรือเร่ร่อนอยู่ในบ้านเพราะยังไม่ถึงฆาต...อย่างตามบ้านผีสิง....คือตายไปนานแล้วแต่ยังอยู่?...คนเราอาจไม่รู้ชีวิตหลังความตายนอกจากตาย...แต่อย่างพ่อเราก็อยู่มาปีหนึ่งมั้งหลังตายเหมือนเคยเห็นแว่บๆ หรือสัมผัสถึง...แต่เขาก็เสียด้วยสาเหตุธรรมชาติแบบหัวใจวาย

    เราก็พูดถึงเรื่องคำชะโนดเพราะเมื่อคืนฝัน...ฝันถึงเพื่อนเก่า....ซึ่งไม่ได้คุยนานมาก....ก็ไม่รู้ไปฝันถึงได้ไงแต่ว่าก็เห็นเขาโพสต์ใน FB อยู่แหละ...ฝันว่าเขามาชวนไปคำชะโนดแบบมีคนหารค่ารถ...แล้วเราไปถามพี่อีกคนที่นัดเราไปดูตลาดจะขายของ...ว่าจะไป...พอตื่นมาก็เลยติดอยู่ในใจ...ก็เลยเอาเรื่องนี้มาคุยกับเพื่อนว่าเคยไปมั้ย...เขาก็บอกไม่เคย...เราก็เล่าให้เขาฟังว่าถ้าไป....คืออ่านรีวิว...ค่ารถไฟนี่เราไปดูตารางรถไฟ....ไป - กลับอุดรธานีแบบถูกสุดรวม 410 บาท...และต้องมีค่ารถไปปากทางเข้าคำชะโนดและต้องต่อรถเข้าไปอีก...คือหมดเยอะไม่รวมค่าบายศรี...อยู่ๆ เพื่อนก็แนะนำที่นี่มา....บอกว่าคนที่สร้างที่นี่เชิญดวงจิตของพ่อปู่และแม่ย่าจากคำชะโนดมา...และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ไหว้เยอะ...เราก็เลยสนใจเพราะเราก็มีเรื่องติดในใจเรา...ความจริงตอนไปวัดย่านาค...ไปมาหลายครั้ง...แต่ไม่เคยสังเกตเห็นตอนไหว้ก็ไหว้แต่เจ้าแม่กวนอิมด้านหน้า...แต่ตอนไปครั้งล่าสุดจึงเพิ่งเห็นรูปปั้นของพ่อปู่และเจ้าย่าอยู่ด้านหลัง...เราเลยเข้าไปไหว้

    เพื่อนก็บอกว่าอยู่ตรงซอยลาดพร้าวไม่ 33 ก็ 31 แต่มีสถานีดับเพลิงด้านหน้า...เราก็คิดว่าตรงไหนเพราะซอยลาดพร้าวมีเป็นร้อยซอย...จำไม่ได้หรอกว่าซอยเลขที่นี้อยู่ตรงไหนนอกจากจะเคยไปบ่อยๆ....แต่สถานีดับเพลิงจำได้มีที่หนึ่ง....ไม่ไกลจากแยกรัชดา - ลาดพร้าว...แบบโดดเด่นเพราะอยู่ด้านหน้าติดริมถนนเลย...เราก็เลยสนใจจะไป...เพราะตอนอยู่คอนโดเพื่อนก็อยู่แถวเส้นลาดพร้าว...ดูเวลาก็น่าจะทัน...ก็คุยกันตอนเพื่อนสักคิ้ว...พอสักเสร็จ...เราก็หยิบมือถือเราขึ้นมาหาข้อมูลสถานที่นี้...เพื่อนก็บอกว่ามีคนเล่าว่าแต่ก่อนเป็นบ่อน้ำหรือหนองน้ำนี่แหละ...แบบเป็นวังพญานาคเก่า...คนสร้างเลยมาสร้างที่นี่...แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าที่นี่คือกรุงเทพฯ...และลาดพร้าวด้วย...ในเมืองเลยจริงๆ...แต่อดีตเราไม่รู้หรอก....แต่ก่อนนู้นกรุงเทพฯ...ก็อาจมีแค่ป่า...หนองน้ำ...เราไม่รู้หรอกว่าอดีต...จะเคยเป็นอะไรและมีสิ่งใดอาศัยอยู่บ้าง...ก็คือความเชื่อแหละ...ส่วนเพื่อนก็บอกที่เขารู้เพราะที่เรียนเก่าเขาไฟไหม้...เลยต้องหาที่ใหม่...เลยได้มาเรียนอยู่แถวนั้น...เราก็ถามเขาว่า...ไปขอพรเรื่องไรและได้ตามที่ขอมั้ย...เขาก็บอกได้นะ...แบบไปขอให้เรียนสำเร็จ...ที่เขาเรียนสักคิ้วและสักปาก...เพราะเรียนหลายเดือนอยู่...แต่เราก็คิดว่าเป็นเพราะความตั้งใจของเขาด้วย...เราก็เล่าให้เขาฟังว่าเราก็ไปบนย่านาคหรือบนหลายที่เรื่องงาน แต่ก็ยังไม่ได้...คือถ้าเราไปบนแต่เราไม่ทำไร...บนไปก็ไม่ได้สิ่งที่ขออยู่ดี...แต่เราก็ยอมรับว่าเราพลาดไปหลายๆ อย่างเองด้วยในเรื่องงาน...แต่เพื่อนก็บอกว่าก็มีเพื่อนเขาไปบนเรื่องงานก็ได้...และที่วัดย่านาคก็มีคนบนความรัก...ความจริงเราก็บนย่านาคแล้วตอนนั้นเหมือนได้งาน...แต่ทำได้เดือนเดียวแล้วต้องออกเพราะทำไม่ได้และเราก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว...หลายๆ อย่าง...แต่เราอาจความสามารถไม่พอก็ได้...แล้วมันมีปัญหา...ตอนนั้นแบบลูกค้าไม่รู้จะเอาอะไร...เราหยุดงานแบบไม่เอาเงิน...เพื่อขอใช้สมาธิเงียบๆ ทำงานและทำเสร็จแบบเป็น 10 คอนเท้นด์ในวันเดียว...เพื่อให้มีส่ง...ให้ทำ INFO ก็ทำส่ง...ทำ ALBUM ก็ทำแต่ก็คงไม่ดีพอ...แต่เราเครียดมาก...แม้ตอนนี้นึกถึงก็ยังเครียด...และทำแบบกลายเป็นวันต่อวันเพื่อให้ลงครบตามเดือนที่ต้องลงให้ได้กี่โพสต์...เราเหมือนกลับตามเวลา...แต่เราก็เอากลับมาทำที่บ้าน...ไม่อย่างนั้นจะมีส่งได้ไง...ปรึกษาพี่ครีเอทีฟก็ถามเขา...แต่เขาก็ช่วยไรมากไม่ได้...ไม่ว่าพี่ครีเอทีฟหรือ AE ก็พูดวนที่เดิม...แบบนั้นก็ทำไม่ได้...แบบนี้ก็ทำไม่ได้...ห้ามพูดถึงสิ่งนี้สิ่งนั้น...เราก็ไปซื้อหนังสือหนี้มา 2 เล่มเพื่ออ่านด้วย....จนมาสรุปมาเอาที่พี่ครีเอทีฟอีกคนทำคือมีไอเดีย...ตอนแรกที่เราทำก็เหมือนหาทางไม่ค่อยเจอว่าจะทำไง...เลยอยู่บ้านแล้วเหมือนส่งไม่ทัน...ก็ส่งให้พี่ครีเอทีฟดู...แต่พี่ที่เป็นเจ้าของงานที่ลูกค้าอยากได้แบบนี้ไม่อ่าน...ส่วนพี่ครีเอทีฟอีกคนที่เราถามบ่อยๆ...ก็ตอบแบบ...งานน่าสนใจดีครับแต่ไม่รู้วัตถุประสงค์เพื่ออะไร...คือเราส่งงานที่พี่ครีเอทีฟอีกคนทำส่งไปให้....บอกว่าลูกค้าจะเอาแนวนี้...และเราก็ส่งงานเราไปปรึกษาว่าเป็นอย่างไร...จะแก้ไขอย่างไรดี...ซึ่งที่พี่เขาตอบมาคงต้องไปบอกพี่ครีเอทีฟอีกคนเองว่างานน่าสนใจดีครับแต่ไม่วัตถุประสงค์เพื่ออะไร...เราก็ทำตามที่เราทำได้แหละ...แต่ก็ไม่ผ่านก็สิทธิ์เขา....แต่งานเดียวทำวันต่อวัน...เราเลยไปทำอีกงานไม่ได้....ยากเหมือนกัน...งานนั้น...แต่ตอนออก...เขาก็บอกเหมือนคาดหวังเรามากกว่านี้...แต่เราก็ไม่ได้สนคือแล้วแต่...เพราะเราก็เคยบอกพี่เขาตอนเราปรึกษางานพี่เขาว่าถ้าเป็นแบบนี้...เราคงไม่รอดเดือนตุลาคม...แต่ก็คงไม่มีใครฟังที่เราพูด....แต่เข้าใจเราทำไม่ได้ไม่คุ้มเงินก็ต้องออก...เรื่องธรรมดา...ตอนออก...เราก็เขียนเหมือนข้อความแจกคนในบริษัท เหมือนถ้าเราทำไรไม่ได้ก็ขอโทษและดีที่ได้มาเจอ...แต่ตอนถามพี่เขาว่ามีร้านปริ้นรูปถ่ายมั้ย...พี่เขาก็บอกไรไม่รู้แต่ก็เหมือนบอกเดี๋ยวนี้เขาไม่ปริ้นรูปกันแล้ว....ไม่รู้สิอาจเหมือนเขาบอกให้เราออก...แต่เราทำเหมือนไม่รู้สึกไรมั้ง...แต่เราเจ็บมาเยอะ....ชีวิตเราไม่ใช่ชีวิตคนอื่น....ที่พูดว่าโดนออกคงเหมือนไม่ดี...แต่ความจริง...ชีวิตเจอเรื่องแย่ๆ มาเยอะ....ตัดสินใจพลาดแบบโง่เองก็เยอะ....เสียใจผิดหวังมาเยอะหรือในชีวิตเรื่องทั่วไปก็โดนคนว่า...บ้า...ประสาท...หรือแย่ๆ ในเรื่องผู้ชายมาเยอะ...คือชีวิตก็เจอทั้งคนที่ดีกับเราและไม่ดีกับเราแหละแต่ใครจะเข้าใจ...คนเรามองในมุมตัวเองความเข้าใจตัวเอง...เราก็เหมือนกัน..อย่างเหมือนเราไม่สนใจ...เขาก็บอกเราหยิ่งไม่สนใจ...แต่เราอาจมีเรื่องในใจเรา....หรือคิดหนักหรือเคยเจอเรื่องไม่ดีมา....คนเราประสบการณ์หลากหลาย....เราก็ไม่ได้ดีหรอก...เลยมีจุดจบในชีวิตแบบนี้...

    ส่วนเรื่องที่บริษัทอีกที่เราเกลียดแม้ตอนนี้เราก็เกลียดพี่เขา...แม้เขาคงมีชีวิตดีดีของเขา...เพราะเขาอยู่เป็น....ตอนแรกเข้าไปเราก็ฟังเขาดี...เขาให้เอางานมาให้ดูก่อน...เราก็เอาไปให้ดู....มีคุยกัน...เออ...แต่ที่ล่าสุดกับที่นี่ต่าง...คือมีพี่ครีเอทีฟ 2 คนเหมือนกัน...แต่ที่เรากล่าวถึงย่อหน้านี้...มีไรให้เขาดูก่อน...แต่ที่ล่าสุด...เหมือนทำไรก็ทำไปเลย....แต่ที่เรากล่าวย่อหน้านี้ฟังแต่ AE หรือแก้ตามพี่เขาบอก...ลูกค้าก็ไม่เอา...เราก็คือคนแก้ไม่มีที่สิ้นสุด...จนพี่หัวหน้า AE ไปคุยกับลูกค้าหาข้อสรุป...หลังๆ เลยขอทำงานส่งลูกค้าไม่ผ่านพี่เขา....ให้ลูกค้าตัดสิน...เพราะแก้ตามพี่เขาแรกๆ...ลูกค้าก็ไม่เอา..พี่เขาเคยบอกว่ารู้ว่าลูกค้าต้องการดี...แต่เราคือคนทำงานกับลูกค้าเยอะสุด...เรายังพูดคำนี้ไม่ได้เลย...เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามใจ...แต่เราก็ไม่ได้เก่ง...แค่ไม่อยากประสาทกินเพิ่ม...แต่คนอื่นๆ ที่ไม่รับเราก็คงไม่อยากประสาทกินกับเราเหมือนกัน...นอกจากความสามารถที่ไม่มีอ่ะนะ...ไม่รู้สิหลายอย่าง...แต่เราไม่เชื่อถือความสามารถพี่เขานะ...คือทำงานด้วยกันมา...เราเลยรู้...และสงสัยมาตั้งแต่วันแรกๆ....เพราะมีนั่งคุยงานกัน แต่เรายังนับถือความสามารถของพี่ครีเอทีฟอีกคนและพี่หัวหน้า AE ที่เหมือนเป็นหัวหน้าพี่ครีเอทีฟเหมือนเดิม...แม้ชาตินี้ทั้งชาติคงไม่มีวันเจอกันอีก....แต่เราก็ยอมรับทำไม่ดีหลายอย่าง...แต่เราผิดหวังเสียใจหลายอย่าง...และหลายอย่างเราทำเต็มที่แล้ว...แต่ไม่ค่อยได้โอกาสไรแม้เราไม่ได้อยากเป็นตัวหลักหรือทำเต็มตัว...แต่เราก็ไม่ได้บอกว่าเราทำดีอะไร...แต่เราก็อยากออกจริงๆ ตอนนั้นเลยทำไม่ดีและใช้แต่อารมณ์...ปีนั้นเราไปคำชะโนดมา 1 ครั้งและคิชฌกูฏมา 2 ครั้งเพื่อเรื่องงานใหม่และเราเสียใจมาก...เสียใจจริงๆ...ที่เราโง่เองที่ออกจากที่เก่าที่เราอยู่มา 2 ปีเศษ...และตอนนั้นเราได้ทำ IG ของงานหนึ่งที่เป็นเว็บจองโรงแรม + ตั๋วเครื่องบินที่เราจะไปหาสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มาโพสต์และเราเป็นคนขอทำเอง...พวกพี่ที่นี่หรือคนที่นี่ก็ดีกับเรา....คือเราเสียใจมาตั้งแต่ยังไม่ออกจากที่ที่เราเปลี่ยนงานมาที่แรกด้วยซ้ำแต่กลับไป...เขาก็ไม่เอาเรากลับแหละ...เพราะคงทำไม่ดีหลายอย่างเหมือนกัน...ไม่ว่าไม่ค่อยคุยหรืออะไรกับใครหรือเอาแต่ใจ...งานก็ไม่ได้ดีไรนักหนา ก็ยอมรับ...คือถ้าไม่ดีเราก็ยอมรับ...ถ้าเสียใจก็เสียใจที่ตัดสินใจผิดพลาด...แต่เขาก็ได้คนใหม่ๆ ที่ดีดีเข้าไปแทนเรานั่นแหละ

    ส่วนเรื่องติดใจที่คำชะโนด...เพราะปีที่แล้วที่เราหางานใหม่....เราเหมือนไปบนว่าถ้าหาได้จะมาขอบคุณแล้วเราไม่ได้ไปคือลืม...มานึกขึ้นได้ตอนตกงานว่าเราไม่ได้ไป...คืองานที่ไปขออ่ะไม่ได้...แต่ก็หางานใหม่ได้...และได้เงินเดือนเท่าเดิมด้วย...และก็มีงานอื่นเข้ามา...คืองานฟรีแลนด์ที่ได้มาก่อนไปคำชะโนด....แต่มันก็งานโปรเจคต่อที่ได้เงินดีต่อเข้ามา...ก็ไม่รู้ดวงหรือว่าเพราะอะไรนะ.......และได้งานพาร์ททามที่โฮสเทลด้วย...คือเหนื่อยมาก...แต่ได้เงินมากกว่าปีก่อนๆ ที่เคยได้....และมีเงินพอตามความฝันไปปากีสถานโดยที่ไม่ได้รบกวนเงินเดือนเลย...แม้เราจะไปตอนอยู่ในช่วงโปรก็เถอะ...เหมือนเอาแต่ใจ..แต่คือตอนนั้นเรามีวิกฤตเรื่องงานที่เก่า...ที่เราอยากออกมาก....และเสียใจที่ออกจากที่ก่อนหน้านี้...เลยอยากเดินทาง...ซึ่งมันไม่ดีหรอก...แต่เราต้องเริ่มงานใหม่...แต่ช่วงที่เราไปได้คือต้องรออีก 2 เดือนคือต้องรอวีซ่าด้วย...คือต้องมีจดหมายเชิญ...และรอรอบทริป...ซึ่งพอมาย้อนนึกดู...เราก็คงอาจเอาแต่ใจที่จะไปนั่นแหละ...แต่หลายๆ ปัญหาในใจเราตอนนั้น....แต่เราคงอาจร้ายไปนิดและไม่ดีจริงๆ อาจเครียดๆ และไม่มีเพื่อนคุยปรึกษาด้วย...เลยทำเรื่องไม่ดีหลายอย่างแหละ...สุดท้ายเสียงานไปหมดแต่โฮสเทล เราออกเอง...ตอนนั้นเหนื่อยมาก...ออกจากวันศุกร์ไปทำโฮสเทล...ออกจากโฮสเทลวันจันทร์ก็ไปทำงานต่อ...และบ้านเรากับโฮสเทลก็ไกล...ขนาดนั่งเรือก็รวม 4 ชั่วโมงไป - กลับ...แต่เจ้าของก็ดีแบบให้เราอาบน้ำตอนคืนวันศุกร์และเช้าวันจันทร์ก่อนเราไปทำงาน...แต่นึกถึงก็ปวดใจกับเรื่องงานเก่าๆ....เพราะมันทำลายความฝันเราที่อยากเก็บเงินเดินทางต่างประเทศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง...แต่ปีนี้...ปี 2019....เราก็ยอมรับพลาดโอกาสในเรื่องงานมาหลายครั้งแบบทำไมทำแบบนั้นหรือนึกย้อนได้ทีหลังแต่ช้าไป...หรือบางอย่างอาจทำไม่ดี...แต่ใจเราไม่สงบจริงๆ....คือเป็นพวกชอบหนีปัญหา...มีไรอยากหนีไปไกลๆ...ถ้ามีเงินพอให้ไป...ความจริง...ปีนี้ก็มีงานที่เราได้ทำแต่ออก...แต่เหตุผล...เราอึดอัดใจกับอะไรบางอย่างหรือสภาพจิตเราเอง...ความจริงเราไมไ่ด้มีงานฟรีแลนด์ที่ได้เงินมากกว่าอะไรแต่เราแค่อึดอัดใจกับเรื่องบางอย่างและคงอาจทำไม่ได้ด้วยแหละมั้ง...แต่ก็ไม่ได้บอกใครไม่ดี...เพราะถ้าใครไม่ดีน่าจะเป็นเรานี่แหละใจเราเอง...ความรู้สึกเราเอง

    ตอนบ่าย 3 โมงเราก็นั่งรถเมล์ไปบ้านบุญบวงสรวง...หาข้อมูลคือปิดตอน 6 โมงเย็นก็ยังพอมีเวลาอยู่...ไปถึงปากซอยตอนประมาณเกือบ 4 โมงเย็น...เพื่อนบอกค่ามอเตอร์ไซด์ 10 บาท...เราก็คิดคือถ้า 10 บาทคือน่าจะเดินเข้าไปเองได้...ก็เลยเดินเข้าไป...เดินแบบไม่รู้อยู่ตรงไหนของซอย...แต่อาคารสีเขียว..ก็เดินตรงเข้าไปนั่นแหละ....เรื่อยๆ


    เดินเข้าไปแบบไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนจนเกือบสุดซอยก็เจอป้ายใหญ่ๆ ตรงฝั่งซ้ายก็คิดว่าคงจะใช่นั่นแหละ


    ความจริงตอนเราเจอรูปปั้นเจ้าปู่เจ้าย่าที่วัดย่านาค...เราก็ไปไหว้ขอพร...และพูดในสิ่งที่เราค้างคาในใจไว้ว่า...ที่เราไปบนตอนนั้น...เราขอบคุณจริงๆ...แต่ไม่อาจไปคำชะโนดที่อุดรธานีได้ตอนนี้เพราะไม่มีเงินจริงๆ...อธิบายให้ฟังว่าค่ารถไฟไป - กลับรวม 410 บาท และต้องมีค่ารถไปปากทางเข้าและต้องต่อรถเข้าไปอีก...เลยมาขอบคุณตรงนี้และถ้ามีเงินจะไปไหว้ที่อุดรธานี...ความจริงตอนที่เราหางานไม่ได้ตอนปีที่ผ่านมา...ช่วงเดือน 5 มั้ง...ที่เราต้องหางานให้ได้...เราก็นึกในใจแหละว่า...ถ้าหางานได้...จะไปขอบคุณจริงๆ แม้ต้องนั่งเครื่องบินก็จะไป...แต่ก็ไม่ได้ไป...จนไปทำงานที่หนึ่งตอนเดือนต่อมา...เราก็ดูแบบพวกทริปที่ไปคำชะโนด...ก็เจอแบบ 2,600 และ 2,300 บาท...ก็มีสอบถามและคิดว่าจะไป...แต่ก็มีปัญหาเรื่องงานที่เกิดจากตัวเราเอง...เพราะเราทำไม่ได้แรกๆ...และมีเรื่องบางอย่างที่กดใจเราลงไป...เราไปขอเขาเป็นฟรีแลนด์ด้วยแหละ....แค่ตอนนั้นเราทำไม่ได้...เราอยากทำเงียบๆ ที่บ้านได้มั้ย...เราเลยไม่ได้ไป...แต่ก็ขอในใจแบบขอให้เจอทริปถูกๆ...ไม่นานก็เจอแบบคนไม่เต็ม...แต่ทริปต้องไป...หรือคนเทนี่แหละไม่ไป 1 คนแต่อาจจะจ่ายค่ามัดจำมาแล้วก็เหลือ 2,000 บาท...แต่เราก็ไม่ได้ไป...เพราะตกงานและเหมือนตอนนั้นมีไปแทนคนลาที่โฮสเทล....แต่บอกเลยว่าอาจจะเป็นดวง, โชคชะตาหรือว่าอะไรที่ช่วงกลางเดือน 6 ไปจนถึงเดือน 10 นี่แหละ...ที่เหมือนมีโอกาสเรื่องงานต่างๆ...โดยเฉพาะปลายเดือน 6 มาจนถึงต้นเดือน 7....ที่เราได้ข้อเสนอเรื่องงานมา...แต่สรุปเพราะเราบ้า....สติไม่ดี...หรือบางอย่างในใจเรา....ที่เราไม่มีความสุขหรือไรสักอย่าง...พลาดหมดทั้ง 2 ที่...สรุปคือตอนนี้ตกงานและคงหางานไม่ได้อีก....และตอนที่ตกงานที่ล่าสุดปลายเดือน 10....เราก็ไม่ได้รีบหางานใหม่เพราะคิดว่าคงหาไม่ได้อีก...แต่ออกเดินทาง...เพราะอยากหนีปัญหานี่แหละ...เครียด...อยากหนีไปไกลๆ...ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าทำผิดหรือทำถูก...แต่ถ้าให้พูดตามตรง...การไปขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรื่องงาน...และเหมือนเราเจอแบบนั้นแบบนี้หรือจะได้แบบนั้นแบบนี้....คือไปขอให้ได้ให้เจอแบบนี้...แต่เราเป็นคนทำพลาดไปเองทั้งหมด จนบางทีไปขอเรื่องเดิมๆ...ก็คิดเอง....แบบสิ่งศักดิ์สิทธิ์...ถ้าท่านคิด...คือจะมาขอไรซ้ำๆ เดิมๆ แล้วเราก็ทำพลาดเองแบบซ้ำๆ เดิมๆ เหมือนทุกที...แต่สิ่งที่อยู่ในใจเราและไม่ได้จะเอาไรจากใคร...คือรู้สึกไม่ดีแบบถ้ามีคนดีกับเราแล้วเหมือนเราไม่สนใจ...คือตอนนั้นเราอาจเฉยๆ...หรือมีเรื่องไรในใจหรือไม่รู้จะทำไง...แต่พอคิดย้อนหลัง...เราก็รู้สึกไม่ดีและก็ไม่ใช่ไม่ได้สนใจ...แค่มาคิดย้อนหลัง...แต่ก็แค่คิดว่า...ไม่ดีเลยจริงๆ...แต่ก็ไม่ได้ไปยุ่งไรกับใครอยู่ดี

    บ้านบุญบวงสรวง....ด้านหน้าก็มีองค์พระพิฆเนศและรูปปั้นขององค์พญานาค 2 องค์...ซึ่งถ้าดูตรงคำสวดจะพบว่าคือองค์พญาอนันตนาคราชและพระนางอุษาอนันตวดี...ซึ่งเราก็ไหว้ก่อนเข้าไปในอาคาร


    เข้าไปด้านในอาคาร...ก็เจอผู้ชายที่เป็นคนดูแลถามว่า...มาครั้งแรกใช่มั้ย...เราก็บอกว่าใช่...เขาก็แนะนำว่า...ในนี้ห้ามจุดธูปเทียน...ถ่ายภาพได้....และนำเราไปอีกด้าน...หยิบดอกดาวเรืองและเทียนขึ้นมาวางในถาด....บอกว่าไหว้ 7 ที่และ100 บาท....คือเพื่อนเราก็บอกมาแล้วแหละ...แต่เราไม่มีเงิน...เลยขอแค่ไหว้...เขาก็ไม่ได้บังคับอะไร...แต่ก็บอกเหมือนเขาขายของศักดิ์สิทธิ์...ถ้าสนใจก็ดูได้...ซึ่งเราก็โอเค...เคยอ่านเจอ...แบบมีคนเคยมาและบอกเป็นพุทธพาณิชย์หรือเปล่า...ในความเห็นเรา...เขาไม่ได้บังคับอ่ะนะ...ก็แล้วแต่เรา...แต่เราก็ถามคนที่แนะนำเราว่า...คือขอแล้วได้มั้ย...เขาก็บอกว่าก็มีคนมาขอแล้วได้ดั่งหวังเยอะแยะ...แล้วมาแก้บน...เอาตุ๊กตานางรำมาถวายหรือพวกไข่ต้ม...เราก็รับรู้ไว้

    เราก็เดินเข้าไปไหว้ด้านในก่อนที่มีพระพุทธและพระอินทร์...ก็มีคนนั่งอยู่ด้านหน้า 2 คน แต่พอเขาเห็นเราเข้าไปไหว้ก็เขยิบให้...เราก็นั่งสวดตามบทสวดมนต์และขอพร


    ด้านข้างก็มีพานใส่ดอกดาวเรืองที่คงมีคนนำมาถวาย


    องค์ต่อมาคือ ปู่รุกขปติ...ที่เราสนใจคือที่บอกว่าท่านเป็นผู้ควบคุมดูแลผีทั่วสากลโลก...เราชอบเรื่องผี


    ด้านล่างมีสังข์ 2 อัน...ซึ่งสวยดี


    ความจริงเราสนใจไม้เท้าหัวพญานาคที่ตั้งวางอยู่ข้างๆ ด้วย....สวยดีเลยถ่ายภาพไว้


    องค์ต่อมาคือ พระปัจเจกพุทธเจ้า


    ประตูด้านข้างคือ ศูนย์สุขภาพบ้านบุญ


    ด้านบนพระปัจเจกพุทธเจ้า...มีภาพองค์พระพุทธเจ้า...สวยดี


    ด้านบนก็มีภาพวาดบนกำแพงเป็นภาพพระพุทธเจ้ากับพญานาค


    ก่อนมาเพื่อนก็บอกว่ามาอยู่ตรงนี้...รู้สึกเย็น...เหมือนเย็นจิตเย็นใจ...คือแอร์เย็นจริงแหละ....แต่พอมาอยู่ตรงนี้ก็รู้สึกสบายใจกว่าอยู่ด้านนอกนะ...เพราะทิ้งเรื่องทุกข์...ปัญหาไว้ด้านนอก...แล้วมาไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในนี้ไปเรื่อยๆ...และตอนมาไหว้ก็นึกขึ้นมาได้อีกอย่าง...เราเคยเหมือนแค่คิดในใจอยากหาที่อื่นๆ ไหว้บ้าง...เพราะไปไหว้ที่เก่าๆ มาเยอะแล้ว...และได้มาเจอที่นี่

    ตรงส่วนกลาง...ไม่แน่ใจว่าด้านบนคือพระบรมสารีริกธาตุ...ใช่มั้ย?


    องค์ต่อมาคือ พระแม่ลักษมี


    องค์ต่อมาคือ องค์พระพิฆเนศ....ซึ่งด้านบนมี 3 องค์


    มีการอารตีบูชาไฟอยู่ด้านหน้า...ตอนขอพร..เราก็มองดูไฟนี่แหละ....เหมือนพยายามทำใจให้สงบ


    พานดอกดาวเรืองที่คนนำมาบูชาถวายขอพร


    มีให้ยกช้างขอพร...ตามที่ทั่วไปคือ...ขอพร...ครั้งแรกให้ยกขึ้น...ครั้งที่ 2 ยกไม่ขึ้น...แต่ใช้นิ้วเดียว...


    องค์ต่อมาคือ พระโพธิสัตว์กวนอิม


    องค์ต่อมาคือ...พญานาค 4 ตระกูล


    พวกของบูชา


    เจ้าปู่ศรีสุทโธ เจ้าย่าศรีปทุมมา



    องค์อื่นเราขอพรในใจ....แต่พอมาถึงเจ้าปู่...เจ้าย่า....ที่เขาบอกว่าเชิญดวงจิตมาจากคำชะโนดที่อุดรธานี....เราก็พูดเหมือนออกเสียงเบาๆ...เริ่มตั้งแต่ขอบคุณที่ตอนนั้นเราไปบนเรื่องงานไว้เมื่อปีที่แล้วแต่ไม่ได้ไปขอบคุณที่คำชะโนด อุดรธานี....เราเลยมาขอขอบคุณที่นี่แทน....และก็พูดความในใจหลากหลายตั้งแต่เรื่องงานที่พลาดไป...เรื่องคำสัญญาและเรื่องพรที่ขอในวันนี้....ก็เรื่องงานและเรื่องอื่นๆ ที่อยู่ในใจเรา...แล้วก็บอกว่าถ้าได้ตามที่ขออย่างเรื่องงานก็จะไปไหว้ที่คำชะโนด อุดรธานี...ก็พูดเรื่องการเดินทางด้วยว่าเสียค่าใช้จ่ายเยอะ...แม้เดินทางโดยรถไฟ...เลยไปไหว้ตอนนี้ไม่ได้...คือก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลแต่ก็คือที่พึ่งทางใจ

    เราก็เสี่ยงเซียมซี...ตั้งจิตขอพรก็ได้เลข 19....ก็ลุ้นตอนไปหาคำทำนาย...ก็ขอคำทำนายดีดีเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจเราต่อไปในชีวิต


    ตุ๊กตานางรำที่ผู้ดูแลที่แนะนำเราเมื่อกี้บอกคนที่แก้บนนำมาถวาย


    ตอนแรกที่อ่านใบเซีบมซี...ก็มองแค่ด้านหน้า...แต่พอพับเก็บใส่กระเป๋าก็เจอข้อความด้านหลังก็เลยอ่าน


    คำทำนายดี...เราเลยทำบุญไป 20 บาท....ตอนแรกจะหยอดใส่ตู้...แต่เห็นมีเงินเย็บติดกันที่องค์พญานาคด้านล่าง...เราเลยเอาเงินไปเย็บติดทำบุญบ้าง


    อ่างสรงน้ำองค์พญานาค


    ด้านในอ่างจะมีเหรียญอยู่


    ตอนแรกเห็นสิ่งลักษณะคล้ายหิน...เราไม่รู้ว่าคืออะไร แต่คำอธิบายอยู่ด้านล่าง...ถึงได้รู้ว่าคือ ศิลาคอน


    แล้วเราก็เดินไปไหว้องค์พญานาคด้านหน้า....


    ของบูชาที่อยู่ทางซ้ายมือ...ไม่แน่ใจอาจมีไว้ให้เช่าซื้อ


    เราก็เดินดูองค์พญานาคว่าแต่ละองค์มีนามว่าอะไรบ้าง...เริ่มจากซ้ายมือเราก่อน...ส่วนองค์ด้านหน้าคือ เจ้าปู่ศรีสุทโธ เจ้าย่าศรีปทุมมา

    พญาอนันตนาคราช


    พญาศรีสุทโธนาคราช


    พญาภุชงค์นาคราช


    พญาเกล็ดแก้วนาคราช


    ท้าววิรูปักษ์นาคราช


    ด้านข้างก็มีตู้ขายสบู่เสริมธาตุ


    แล้วเราก็เดินมาอีกฝั่งเพื่ออ่านว่าองค์พญานาคแต่ละองค์มีนามว่าอะไร

    พญามุจลินท์นาคราช


    พญาศรีสัตตนาคราช


    พญาสุวรรณนาคราช


    พญาดำศิริจันทรานาคราช


    พญายัสมันนาคราช


    ครั้งแรกตอนสรงน้ำพญานาค...เราไม่ค่อยกล้า...เลยเอาน้ำสรงแต่ตรงปาก....แต่พอดูองค์พญานาคเสร็จ...เราก็เห็นลุงคนหนึ่งเอาน้ำสรงด้านบน...เราเลยไปสรงน้ำใหม่อีกรอบ


    แล้วเราก็ไปไหว้องค์พระตรงกลาง....แล้วอ่านด้วยว่าพระองค์คือมีนามว่าอะไรและอยู่ที่ไหน...มีรายละเอียดอย่างไร...แต่ที่ดูมีพระจากเชียงใหม่เยอะ


    หลวงพ่อเงินไหลมา


    หลวงพ่อทันใจ


    ความจริงเราเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าบนพานด้วยแต่ไม่รู้ว่าคืออะไร


    หลวงพ่อสัมฤทธิ์


    หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์


    หลวงพ่อสมหวัง


    ของบูชาที่อยู่ในตู้


    พระไพรีพินาศ


    องค์ราหู


    หลวงพ่อดับภัย


    พระพุทธดวงดี


    หลวงพ่อโชคดี


    เห็นมีตู้ทำบุญวัดต่างประเทศรอบๆ ประเทศไทยด้วย


    แล้วเราก็ไหว้วนอีกรอบหนึ่ง...แล้วมาจบที่องค์พญานาคหลายองค์แถวด้านหน้า...ซึ่งก็จะมีอ่างเทียนที่คนเอามาบูชาอยู่ด้านหน้า....เทียนบูชากับดอกดาวเรือง 7 ดอก...ชุดละ 100 บาท...แต่จะไหว้ขอพรอย่างเดียวไม่มีของบูชาก็ได้...ไม่มีใครบังคับ


    ไหว้ครบหมดแล้วก็ออกมาด้านนอก...ตอนนั้น 17.55 น. คือที่นี่ปิด 6 โมงเย็นตามที่เคยอ่านตอนหาข้อมูล...ก็มาไหว้องค์พญานาคด้านหน้าอีกรอบ


    ห้องน้ำจะอยู่ทางด้านหลังของอาคาร


    ออกมาด้านหน้า...ฝั่งซ้ายจะมีรูปปั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตั้งเรียงกันไปจนสุดกำแพง


    ศาลพระภูมิที่มีพระพรหมอยู่ทางด้านหน้า


    บริเวณด้านหน้าบ้านบุญบวงสรวง



    18.06 น. ก็เดินออกไปหน้าซอย....คือเวลานี้...คนเลิกงาน...รถน่าจะติดและรถแน่นแน่นอน


    ปากซอยลาดพร้าว 31


    มีสถานีดับเพลิงอยู่ด้านหน้า


    จบวันด้วยการเอาน้ำแดงมาพูดระบายความทุกข์ในใจและไหว้ขอพรศาลหน้าหมู่บ้าน...หลายๆ เรื่องในใจ...ความจริงปกติเดินผ่านก็ไหว้บ้าง...แต่ไม่รู้ยังมีอะไรในศาลนี้มั้ย...แต่เราหาที่ระบายความรู้สึกแค่นั้น...คืออยู่ๆ ก็นึกตอนที่จะกลับนี่แหละว่าวันนี้กลับมาให้เอาน้ำแดงมาไหว้....แต่ก็ไม่ได้จะทำหรืออาจจะทำ...ยังไม่แน่...แต่พอมาถึงหน้าหมู่บ้าน...ก็นึกขึ้นมาอีกครั้งว่าให้เอาน้ำแดงมาไหว้....เราก็เลยทำตามความคิดเรา..เลยเดินไปที่ 7/11 ซื้อน้ำแดงมาไหว้...แต่เราเครียดๆ เรื่องงานและหลายๆ เรื่อง...อารมณ์ไม่ดีมากๆ เมื่อวาน....เหมือนมีใครพูดลอยๆ กับเรา....แต่ไม่แน่ใจเพราะอาจพูดกับคนอื่น...แต่ตอนนั้นมีแค่เราเดินผ่าน...แต่คำในประโยคนี่น่าจะกับเราหรือเราคงคิดไปเอง....แต่อารมณ์ไม่ดีมาก...หลายๆ อย่างในหัว...ยิ่งตอนเราแย่....อดีตที่เราทำพลาดหรือโง่เอง...มันจะตามมาหลอกหลอนเรา...ตอนแรกอยากไปปฏิบัติธรรมช่วงปีใหม่...นึกถึงแดนมหามงคลแต่โดนยึดน่าจะคดีบุกรุกป่าไปนานแล้ว....ที่นั่นอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแม้คนเยอะและน่าเบื่อ...แต่หนีปัญหาแหละ...ที่อื่นไม่คุ้น....แต่ตอนนั้นเราไป...รถไฟฟรี...ตอนนี้สมมติต่อให้ยังไม่โดนยึด...ถ้าไม่ใช่รถไฟฟรี....เราก็คงไม่ไป...ไปถึงกาญจนบุรีน่าจะแพงอยู่แหละ....สวดมนต์ไหว้พระอยู่บ้านไป...แบบเครียดๆ คิดจะทำหลายครั้งแต่ไม่ได้ทำทุกที...ชีวิตคนเราควรมีความหวังแต่ไม่มี...ปีที่แล้วก็ตกงาน...แย่...แต่ปีนี้แย่กว่า....ปีที่แล้วมีเงินช่วยเหลือตกงานและยังมีฟรีแลนด์บ้างแต่ปีนี้ไม่มีไรเลย....หาทางออกไม่ได้...และทุกข์ใจกับคนในสังคม....


    ปิดท้ายด้วยแมวที่มานอนเล่นหน้าบ้าน...ความจริงมีตอนมันกลิ้งๆ บิดตัวหน้าบ้านด้วยแต่แบตมือถือหมดพอดีหน้าบ้าน...เสียดายมาก....มองๆ ไปแมวตัวนี้หน้าตาน่ารักแต่เสียดายโตเกินไป...อุ้มไม่ได้


    คิดว่าขอพรจะสมหวังมั้ย...คือขอมาหลายที่ก็ไม่ได้....แต่หลายอย่างคือเราก็พลาดเอง...ทำไรไม่ได้...ก็คิดว่าคือที่พึ่งทางใจและหาทางออกไม่ได้จริงๆ....เบื่อชีวิต....เบื่อสังคม....ตอนนี้...ก็ยังไม่ตายก็ต้องดิ้นรนต่อไป...ไม่งั้นก็ต้องตาย....แต่ตายไปก็ไม่รู้เป็นผีเร่ร่อนหรือไปไหนไม่ได้อยู่ตรงนี้อ่ะป่าวอ่ะนะ...หรือไปชดใช้เวรกรรมที่ไหนอยู่ดี...เกิดเป็นเปรต...ตกนรก...คนเราไม่มีใครรู้อนาคตหรอก...ตอนนี้อาจแย่มากๆ...แต่ตายไปอาจแย่กว่าตอนมีชีวิตก็ได้...สวรรค์ก็คงไม่ได้ขึ้น...ไปเกิดใหม่ก็ไม่มีใครรู้...อาจแย่กว่าเดิมก็ได้


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in