รีวิวโครงการวมว. มข.B. parker61
รีวิวโครงการวมว. มข. ละเอียดยิบ!!!
  •             สืบเนื่องจากว่าเราเห็นว่าข้อมูลเกี่ยวกับโครงการวมว. มข. เนี่ยมีค่อนข้างน้อยนอกจากเว็บของลุงวิกิและเว็บของโครงการแล้ว ก็เอาเป็นว่า ถ้าไม่ฟังจากปากของรุ่นพี่ก็ยังไม่มีกระทู้หรือบล็อกที่บอกเล่าประสบการณ์ในการเรียนในโครงการวมว.ศูนย์มข. อย่างละเอียดถี่ถ้วนมาก่อนในประวัติศาสตร์!! (แปะภาพเพื่อยืนยันว่าเป็นความจริง!!!

        

    ดังนั้นในฐานะที่เราเป็นรุ่นพี่ที่แสนดีม๊ากมากกกกกกกและอยากเป็นส่วนหนึ่งในการบอกเล่าประสบการณ์อันโชกโชนตลอด 3ปีให้กับทุกคนได้รับทราบ เราจึงเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อน้องๆ ที่กำลังลังเลว่าเรียนดีมั๊ย เรียนอะไร เรียนหนักไหมถ้าเรียนแล้วจะ...นู่นนี่ไหม?!!หรือใครก็ตามที่อยากรู้จักโครงการเรามากขึ้นนะคะ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราจะ3..2..1 เริ่มกันเลย!!!

                    โครงการวมว.ของเรามีชื่อเต็มๆว่า โครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนโดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยแต่ละศูนย์การจัดการเรียนการสอนจะมีหลากหลายแตกต่างกันไปในส่วนของบล็อกนี้ เราจะพูดถึงศูนย์มหาวิทยาลัยขอนแก่นหรือในชื่อ ศูนย์มข. นะคะ(เพราะชั้นอยู่ศูนย์มข!!ศูนย์เราเป็นศูนย์ที่อบอุ่นม๊ากมากเพราะมีถึง2 ห้องเรียนด้วยกัน ได้แก่ หนึ่งห้องที่ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) และ อีกหนึ่งห้องที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (มอดินแดง) ถึงแม้จะอยู่คนละห้องคนละโรงเรียนอย่างไรเราก็จะได้ชื่อว่า นักเรียนโครงการวมว. มข. รุ่นที่ .... ว่ากันไป


    แล้วเข้ามาเรียนวมว. แล้วต้องทำอะไรบ้าง?

    หนึ่งเลยก็คือเรียนแล็ป ค่ะ

              ทุกวันพฤหัสบดีเราจะไม่ได้ไปเรียนที่โรงเรียนค่ะ แต่จะได้ไปเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์แทน ถามว่าอะไรที่เราต้องเรียนเพิ่มบ้างพื้นฐานเลย เราจะได้เรียนแล็ปสาขาต่าง ๆ ของวิทยาศาสตร์ ทั้งฟิสิกส์ เคมีและชีววิทยา เป็นแล็ปแบบ แล็ปเลย หลักสูตรคล้ายของพี่นักศึกษาปีหนึ่งเคมีก็อย่างเช่น การวิเคราะห์อะลูมิเนียมโดยใช้กฎความดันย่อยของดาลตัน การไทเทรตแบบปฏิกิริยารีดอกซ์โดยวิธีไอโอโดเมทรีและการหาปริมาณทองแดง ฟิสิกส์ก็อย่างเช่นวงจร RC, แทนเจนต์แกลวานอมิเตอร์ ส่วนแล็ปของชีววิทยาก็อย่างเช่น การสังเคราะห์แสงและการหายใจระดับเซลล์ เป็นต้นค่ะ

             ซึ่งโครงการจะจัดให้แล็ปเรื่องที่เรียนที่คณะสอดคล้องกับเรื่องที่เราเรียนที่โรงเรียนด้วยทำให้เราแบบเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นซึ่งแล็ปที่ก็จะทำคละกันกับเพื่อนในรุ่นตามโอกาสเลยค่ะซึ่งทุกครั้งก่อนที่จะเรียนจะมีการสอบควิซก่อนทำให้ต้องอ่านแล็ปเรื่องที่เราจะทำไปก่อนเพื่อเตรียมตัวสอบควิซก็แล้วแต่จะจัดการกันเลยว่าใครจะอ่านตอนไหน บางคนก็อ่านก่อนหนึ่งคืน บางคนก็ก่อนสอบเลยค่ะ555555 ซึ่งทุกเทอมที่เรียนจบก็จะมีการสอบไฟนอลแล็ปแต่ละวิชาที่เรียนมาด้วย ซึ่งแล็ปที่ทำรีพอร์ทที่เขียนส่ง ควิซที่ควิซทุกสัปดาห์นำมาคำนวณเป็นคะแนนใช้ตัดเกรดที่โรงเรียนด้วยค่ะ


    นอกจากทำแล็ปแล้วอย่างที่สองเลยก็คือเรียนวิชาเสริม

    วิชาเสริมก็คือวิชาที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากหลักสูตรนั่นเองค่ะ ซึ่งทางโครงการวมว. มข. จัดวิชาเสริมให้เยอะมากกกกกกกกกกกเรียนแบบว่า โอ้ว แบ่บว่า..555555 ซึ่งวิชาเสริมที่เราเรียนเพิ่มทั้งหมดคร่าวๆประมาณนี้ค่ะ

    ม.4 ธรณีวิทยา, ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม, คอมพิวเตอร์(ภาษาซี), วิชาเลือกระหว่างจุลชีววิทยาหรืออิเล็กทรอนิกส์, วิชาสัมมนา

    ม.5 สถิติพื้นฐานเพื่อการวิจัย, ภาษาอังกฤษ, วิชาเลือกคอมพิวเตอร์ 2 หรือคอมประยุกต์, วิชาประวัติศาสตร์ของจังหวัดขอนแก่น

    ม.6 ภาษาอังกฤษ, นาโนเทคโนโลยี, นิติวิทยาศาสตร์, วิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม, วิชาเสริมภาคบรรยายฟิสิกส์ เคมี ชีวะ

    ซึ่งวิชาเสริมเหล่านี้ในแต่ละปีการศึกษาก็จะประมาณนี้อาจมีปรับเปลี่ยนในแต่ละปีบ้างตามความเหมาะสม ชอบบ้างไม่ชอบบ้างแต่ก็ต้องเรียนเอาจริงๆก็เหนื่อยนะคะเพราะว่าเยอะมากกกกก บางวิชามีสอบ มีนำมาคิดเกรดด้วยแต่ข้อดีก็คือ พอมันได้เรียนมันก็แบบ เฮ้ย มีแบบนี้ด้วยเหรอ อย่างนาโนเทคโนโลยีอ่ะค่ะเรียนแล้วแบบ ว้าวเลยยยยยยย ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้รู้อะไรแบบนี้ด้วยธรณีวิทยาก็สนุกค่ะ เหมือนแบบก็เป็นโอกาสที่ดีมากจริง ๆ ที่ได้มีโอกาสเรียนอ่ะค่ะT-T  โดยวิชาเสริมจะเรียนในวันพฤหัสบดีเช่นเดียวกันค่ะ

     

    อย่างที่สามเข้าค่ายเสริมประสบการณ์เป็นกิจวัตร!! และทำโครงงานวิทยาศาสตร์

    หลายๆ คนคงแอบรู้มาว่า ค่ายของโครงการเราเยอะม๊ากมากกกกกกกก เยอะมากจริง ๆ ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้างงงง

    ถ้าจะพูดถึงค่ายหลักๆ ของโครงการวมว. ของทุก ๆ ศูนย์เลยนั่นก็คือ

    1.ค่ายวิทยาศาสตร์สานสัมพันธ์ฉันท์วมว. ค่ายนี้จะได้ไปหลังจบม.4 จะขึ้นม.5เป็นค่ายที่เพื่อน วมว. จากศูนย์ทุกศูนย์จะไปรวมกันเพื่อสานสัมพันธ์ตามชื่อเลยค่ายนี้สนุกค่ะ เน้นหาเพื่อน และส่องกันตามอัชฌาสัย!! ธรรมเนียมฮิตฮอทเลยก็คือแลกเข็มค่ะก็จะมีการแลกเข็มกับเพื่อนศูนย์อื่นตามศรัทธาและราคาเข็ม(55555) ประโยคเด็ดก่อนจากกันเลยก็คือ“เจอกันฟอรั่มนะ”

    2. อันนี้ไม่ใช่ค่ายแต่ขออนุญาตจัดอยู่ในหมวดนี้ล่ะกันนะคะเป็นงานนำเสนอผลงานทางวิชาการ ในชื่อของ SCiUS FORUM ครั้งที่....ก็ว่าไป เป็นงานที่เอาโครงงานที่เราทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจตลอดช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่มานำเสนอกับอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและเพื่อน ๆ จากศูนย์อื่นนั่นเองค่ะ อย่างที่ราบกันดีว่า เข้ามาในโครงการจะต้องทำโครงงานวิทยาศาสตร์หรือที่ทุกคนเรียกติดปากว่า ทำฟอรั่มเป็นโปรเจคที่นักเรียนในโครงการทุกคนต้องทำเพื่อนำไปนำเสนอในงาน SCiUSforum ค่ะ ซึ่งโครงงานเนี่ยก็จะจับคู่กัน หรือจะทำคนเดียวก็ได้โดยต้องเลือกทำตามสาขาวิชาที่สนใจ แต่ละคนก็จะเริ่มทำไม่พร้อมกันค่ะส่วนมากก็จะเริ่มกันตอนม.5ซึ่งใช้เวลาทำกันเป็นปีหรือน้อยกว่านั้นตามความสามารถและความฟิตของแต่ละคนเลยซึ่งศูนย์มข. ก็จะจัดให้นำเสนอความก้าวหน้าเป็นระยะ ๆ ค่ะ โดยเปิดโอกาสให้อาจารย์และเพื่อนๆ กลุ่มอื่นตำหนิติชม ซักถาม ทำให้เราต้องแบบพัฒนาโครงงานเราเรื่อย ๆ เลยยย แง้ ก็ถามว่าเครียดมั๊ยก็เครียดอยู่ค่ะ5555 โดยงานนำเสนอผลงานทางวิชาการจะได้นำเสนอช่วง ม.5 จะขึ้นม.6ค่ะประมาณช่วงเมษายน – พฤษภาคมค่ะ 

    อันนี้คือหลักๆ ของโครงการ ต่อมาเรามาดูกันค่ะว่าค่ายของศูนย์มข. เนี่ยจัดให้เราไปไหนบ้าง

    1. ค่ายรับน้องของโครงการที่จัดขึ้นที่เขาใหญ่ค่ะ สนุกมากกกกกกกก็จะได้รู้จักกับเพื่อน ๆ ในรุ่นทั้งศึกษาศาสตร์และมอดินแดงตอนนี้ก็จะเป็นน้องน้อยที่พี่ ๆ ดูแลเป็นอย่างดีแน่นอน!!

    2. ค่ายสานสัมพันธ์ฉันท์น้องพี่ หรือที่รู้จักกันในชื่อของ ค่ายสามรุ่น เป็นค่ายนักเรียนในโครงการวมว.มข. ทุกคนจะมาทำกิจกรรมร่วมกันทั้ง ม. 4 - ม.6 นั่นเองค่ะ ค่ายนี้ก็สนุกกกกกกกกเล่นจนกลับห้องไปคือหลับสลบ 

    3. ค่ายธรณีวิทยา เป็นค่ายที่ประกอบกับการเรียนวิชาธรณีวิทยา แต่ว่าพาเราไปเจอของจริง!!! แบบว่าวิชาการอัดแน่น ไม่ได้นอนเลยค่ะ บนรถก็คืออาจารย์บรรยายตลอดสองข้างทางแวะดูหิน ดูฟอสซิล ตอนเข้าโรงแรมก็จะมีบรรยายก่อนเข้านอนด้วย เหนื่อยมากกกกกกแต่ก็สนุกมากเหมือนกัน ซึ่งค่ายธรณีเนี่ยจัดสองรอบ โดยรอบที่สองก็จะมีนักเรียนจากประเทศญี่ปุ่นมาดูกับเราด้วยยย

    4. ค่าย 4 กรุง เป็นค่ายที่พาเราไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยให้เราเนี่ยรู้ซึ้งถึงประเทศโดยรุ่นเรารุ่นที่ 7 กับรุ่นพี่เนี่ยได้ไปประมาณช่วงค่ายสานสัมพันธ์เลย แต่เหมือนน้องรุ่นเก้าจะเปลี่ยนให้ไปช่วงเดือนธันวาแทนโดยค่ายนี้จะไปศึกษาประวัติศาสตร์ที่ สุโขทัย อยุธยา กำแพงเพรช 

    5. ค่ายพัฒนาผู้นำ ตามชื่อเลยค่ะทุกคนเป็นค่ายที่เราเนี่ยจะได้เรียนรู้การจัดกิจกรรมให้คนหมู่มาก ทำนองว่าเป็นค่ายที่เตรียมก่อนออกสนามรบของจริง!! ก็จะต้องมาวางแผนกับเพื่อนในรุ่นว่าเราจะจัดค่ายรับน้องธีมไหน อะไรยังไง เล่นเกมแบบไหน ตารางเวลายังไง นู่นนั่นนี่ เหนื่อยแต่สนุกมากค่ะ 

    ต่อมาเราจะเริ่มขึ้นม.5 กันแล้วนะคะ

    ม.5เนี่ยค่ายที่ต้องไปซ้ำก็คือค่ายรับน้องกับค่าย 3 รุ่นแต่จะเปลี่ยนสถาะเป็นพี่สตาฟแทนส่วนที่ต้องไปเพิ่มเติมขึ้นมาก็คือ

    6. ค่ายรู้รักษ์รู้จักเมืองขอนแก่นเป็นค่ายที่จัดให้สอดคล้องกับวิชาเรียนและเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักจังหวัดขอนแก่นที่เป็นจังหวัดที่ทุกคนอยู่ในตอนนี้ค่ะก็จะได้ไปทัสร์สถานที่สำคัญ ๆ ในจังหวัดขอนแก่นเลย  

    7. ค่ายดาราศาสตร์ เราจะเดินทางไปที่เขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ที่หอดูดาวค่ะ!! นั่งทำโจทย์ดาราศาสตร์และดูดาว สนุกมากเครียดน้อยถึงปานกลาง 555555

    8.เปิดโลกทัศน์ที่ต่างประเทศค่ะ ตัวนี้ก็จะไปพักผ่อนบวกกับไปศึกษาวิทยาศาสตร์ที่ต่างประเทศด้วยซึ่งรุ่นเราเนี่ยศึกษาศาสตร์ไปญี่ปุ่น ส่วนเราไปเกาหลีใต้ สนุกมากและว้าวมาก ไม่ขอลงรายละเอียดมาดนะคะแต่สามารถติดตามได้ใน#sciusseoulsay ในอินสตาแกรม blogsportและคลิปในยูทูปได้เลย!!!


    แปะๆๆเผื่อใครอยากแอบไปดู อิ้---อิ้

    บล็อก #sciusseoulsay DAY4     >>click<<

    คลิป #SCiUSseoulsay DAY 1   >>click<<

            #SCiUSseoulsay DAY 3   >>click<<

            #SCiUSseoulsay DAY 4   >>click<<

            #SCiUSseoulsay DAY 5   >>click<<


    หอพักเราพักที่ไหน??

              เราพักที่ “หอต้นกล้ากัลปพฤกษ์”เป็นหอที่ครบครัน!! มีทั้งสนามกีฬา ห้องสมุด ห้องเลคเชอร์ ห้องทีวีเป็นห้องส่วนกลางใช้ร่วมกัน แบ่งเป็นฝั่งทิศเหนือทิศใต้โดยผู้ชายกับผู้หญิงจะนอนแยกฝั่งกันแต่ละห้องจะมีห้องละ 3 คนคละกันศึกษาศาสตร์มอดินแดง ไม่มีแอร์แต่มีเครื่องทำน้ำอุ่นร้อนนิดหน่อยถึงปานกลางแต่เราว่าก็โอเคนะ อยู่ได้ๆ แล้วก็มีอาหารเช้าให้ด้วยยยยยยย


    ต่อไปเราขออนุญาตเราว่าแต่ละชั้นเนี่ยอารมณ์มันจะประมาณไหน(สำหรับเรานะคะ)

     ม. 4 เรารู้สึกว่ามันยากปรับตัวนิดหน่อยแบบว่าเข้ามาก็จะเพื่อนเก่งเรียนเยอะ นู่นนี่นั่น เราจะรู้สึกว่ามันเยอะมากกกกกกกกกกกกกก(ในตอนนั้น)หัวหมุนปิ้วๆแต่ยังสนุกอยู่ค่ะ เพราะว่าพึ่งเข้ามาแล้วก็รุ่นพี่ก็ทรีตดีด้วยก็เลยรู้สึกว่าเออสนุก5555555555555 แล้วก็โครงการเราอ่ะจะให้สอบสอวน. ด้วยสอบทั้งม.4 ม.5 ใครที่อยากเข้าค่ายช่วงนั้นก็จะแบบฟิตจัดๆ  ส่วนตอนม. 5 เรารู้สึกว่า อ่ะ....มาล่ะ โครงงงโครงงาน งานที่โรงเรียนตั่งต่างงงงงงงงงงงตอนนั้นมองกลับไปม.4ก็จะแบบ ตอนนั้นชั้นเครียดอะไรวะ55555 เพราะตอนม.5ก็คือ กระติกตัวไม่ค่อยจะได้จะเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยก็แบบ มู้ดไม่ค่อยมา (อันนี้น่าจะเป็นคนเดียว) ตื่นเต้นกับโครงงานที่จะเอาไปพรีเซ้นท์เข้าแล็ปเป็นกิจงานที่โรงเรียนก็เยอะอีก สีสันชีวิตจริงๆ และม. 6 เป็นช่วงที่55555555555555555เปนบ้า เครียดมหาลัยค่ะ เครียดกว่าที่ผ่าน ๆ มา แต่โครงการจะไม่มีกิจกรรมที่ให้เราทำแล้วแต่ต้องไปเรียนแล้ปทุกวันพฤหัสบดีเหมือนเดิมห้ามขาด(เป็นกำลังใจให้DEK63ด้วยนะคะT_T)

     

    เห็นยุ่งเป็นหน้าเป็นหลังแบบนี้แต่กิจกรรมก็ไม่ขาดนะคะ อยากเพื่อนเรานี่แบบไปเป็นลงเป็นหลีด แข่งกีฬาสาธิต เล่นกีตาร์ร้องเพลง ทำทุกอย่างแล้วบนโลกนี้555555555555


    คำถามฮิตฮอทอีกหนึ่งคำถามก็คือ “ถ้าอยากเป็นหมอเรียนวมว.ได้ไหม” อันนี้ในความเห็นส่วนตัวของเราถ้าน้องอยากแบบเตรียมตัวแบบเตรียมตัวเลยเรียนพิเศษออลเดย์ออลไนท์ ก็อย่ามาดีกว่าอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่างานเยอะกิจกรรมเยอะมากคือมันเยอะอ่ะ!!5555555 แต่แบบมองอีกมุมนึง ถ้าไม่มาเรียนมาทำกิจจกรรมเยอะๆแบบนี้ ชั้นก็อาจจะไม่เห็นคุณค่าเวลาขนาดนี้ก็ได้!!!  แต่รุ่นพี่ที่ไปเรียนหมอก็มีนะ มันอยู่ที่น้องด้วยอ่ะว่าแบบชอบมั๊ยทำกิจกรรมเรียนเป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้ความเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สั่งสมมามันเป็นประโยชน์กับทุกอาชีพในอนาคตแหละ

     

    แล้วก็น้องชอบถามเราว่า“เรียนดีไหม” เฮ้ยยยย อันนี้ไม่ขอตอบแล้วนะ!!5555555 น้องอ่านมาที่พี่เขียนทั้งหมดน้องโอเคก็เรียนนนนแต่ถ้าไม่ชอบทำโครงงาน ไม่ชอบแบบวิทย์จ๋าขนาดนี้ก็แนะนำอย่ามาเลยยเพราะว่าตรงๆก็คือกดดันอยู่น้า5555555 มาเรียนนี่สิ่งที่ได้เพิ่มเติมคือการจัดการกับหัวใจให้แข็งแรงฮึกๆๆๆ

             เราขอบอกเลยว่าสำหรับเราสังคมที่นี่ดีมากกกกกกกกกกกกกเพื่อนก็ดีรุ่นพี่ก็ดี รุ่นน้องก็น่ารัก อาจารย์ประจำโครงการก็น่ารักกันมาก ๆเวลามีปัญหาอะไรก็ไม่ต้องห่วงว่าจะเหงา!! ประกอบกับเพื่อน ๆเนี่ยเก่งกันแล้วก็ขยันกันมากด้วย ทำให้เราแบบ เออก็ต้องขยันขึ้นมาบ้างแหละเนอะเสน่ห์ของการมาอยู่ที่นี่สำหรับเราก็คือ การได้พัฒนาตัวเองทุกวันๆเหมือนเป็นชาเล้นท์อะไรสักอย่าง แต่อีกมุมนึง ถามว่าเหนื่อยมั๊ยกดดันดันมั๊ยอันนี้ตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าเหนื่อยมากกกกกกกกกกกกดดันมากกกกกกกกกกกกกแอบนั้งร้องไห้คนเดียวก็มีบ้างงงงงงง 55555เพราะว่าอย่างที่บอกว่าคนอื่นเก่งมันเลยแอบแบบ เออ เรามันแย่ แบบนี้ก็มีบ้างแหละเครียดโครงงานก็นั่งร้องไห้มาแล้วแต่แบบเราเรียนมาจนจะจบโครงการเราก็ได้รู้ว่ายังไงสุดท้ายมันก็จะผ่านไปผ่านจะผ่านไปด้วยด้วยดีบ้างไม่ดีบ้างแต่สุดท้ายมันจะดีที่สุดในตอนนั้นแล้วอ่ะทุกคนเก่งมากเลยตัวชั้น(หอมหัวตัวเองล้านที)  แต่ถามว่าเครียดๆแบบนี้เราเครียดแค่ตอนสอบเท่านั้นแหละทุกคน เวลามีปาร์ตี้ เข้าค่าย ถึงเวลาเฮฮานี่พากันแบบจัดหนักจัดเต็มมากจ้าเต้นเหมือนจะไม่มีพรุ่งนี้ให้หายใจ55555 เวลาสนุกก็คือ สนุกมากทุกคนแบบทุกอย่างเต็มที่กันมากจริงๆนะคะ ณ จุดๆเน้

     ถ้าให้กลับไปตอนม.ต้น แล้วถามว่าจะมาเรียนมั๊ย ก็ตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยค่ะว่า มาเหมือนเดิม 5555555555 มันก็เหนื่อยแหละแต่แบบถ้าเราไม่เข้าโครงการเราคงไม่แข็งแกร่งเหมือนทุกวันเน้(ซึ้งน้ำตาไหล) มาอยู่นี่เรารู้สึกโตขึ้นมากมายอ่ะทุกคน 10เต็ม10ไปเลย!!! 

     

             สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ หวังว่าจะรู้จักโครงการของเรากันมากยิ่งขึ้นส่วนน้อง ๆ คนไหน ที่กำลังตั้งใจมาเป็นส่วนหนึ่งของ SCiUSKKU ก็สู้ๆและสมหวังตั้งใจนะ!!!!!

              เขียนโดยชั้นเอง วมว.มข. รุ่นที่7

    5/1/2020 เวลา 14.11

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in