#ficohayoxpdx101ohayogozaimasx
#2 Summertime
  • #ficohayoxpdx101
    #2 Summertime
    pairing : Kang Minhee x Hwang Yunseong



    / Kiss me hard before you go
    Summertime sadness
    I just wanted you to know
    That baby, you’re the best /

    – summertime sadness // lana del ray


      


     ฮวังยุนซองเจอคังมินฮีครั้งแรกในฤดูใบไม้ผลิ



    มันเริ่มต้นง่ายๆที่บาร์ประจำของเขา คังมินฮีเดินมานั่งข้างๆพร้อมกับทักทายตามประสาคนที่มาดื่มคนเดียวเหมือนกัน แต่เราดันบังเอิญเข้ากันได้ดี เข้ากันได้ดีจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนาที่ไหลลื่นราวกับรู้จักกันมาหลายปีหรือความเข้ากันของร่างกายเองก็เช่นกัน


    หลังจากนั้นไม่นานนักคังมินฮีก็สารภาพว่าปลายฤดูร้อนปีนี้เขาต้องไปแต่งงานกับคนที่ครอบครัวจัดหาไว้ให้


    แต่ความสัมพันธ์ของเราสองคนก็ไม่ได้หยุดลงตั้งแต่ตอนที่เขาสารภาพมันออกมา มันยังคงดำเนินต่อไปจนฤดูร้อนกำลังจะสิ้นสุดลง


    "พรุ่งนี้แล้วเหรอ..."


    "อืม พรุ่งนี้ต้องเป็นเจ้าบ่าวซะแล้วล่ะ"


    คังมินฮีที่นอนอยู่ข้างๆหัวเราะออกมาระหว่างที่ยุนซองกำลังควานหาเสื้อที่ถูกโยนไปอยู่ส่วนไหนของเตียงนอนก็ไม่รู้เหมือนกัน


    "ยังไม่ต้องใส่หรอก"


    คนที่นอนอยู่เมื่อครู่ลุกขึ้นมากอดร่างที่เพิ่งผละจากอ้อมกอดของเขาไปได้ไม่กี่นาทีที่กำลังควานหาเสื้อในความมืดแล้วจูบลงบนรอยแดงรอบคอที่เคยขาวและไม่มีร่องรอยใดๆทิ้งไว้


    "พอเลย"


    ยุนซองหันไปพูดดุเขาก่อนจะเอามือดันหน้าอีกฝ่ายออกไปเบาๆ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ


    "ผมไม่อยากให้จบลงเลย"


    ฉันเองก็เหมือนกัน


    แน่นอนว่าฮวังยุนซองไม่ได้พูดมันออกไปหรอกนะ ไม่สิ ต้องพูดว่าไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะพูดได้มากกว่า


    "ฉันเหนื่อยแล้วนะ"


    ยุนซองพูดขึ้นมาหลังจากผิวของเขาสัมผัสได้ถึงความเย็นจากริบบิ้นสีแดงที่อีกฝ่ายบรรจงผูกลงบนคอของเขาอีกครั้ง คอของเขาเป็นรอยแดงเพราะสิ่งนี้ มันไม่ได้ถูกรัดแน่นจนหายใจไม่ออกแต่ก็แน่นพอที่จะฝากรอยแดงๆไว้บนคอขาวๆของเขาได้อย่างชัดเจนราวกับเป็นปลอกคออยู่ดี


    "ไหนๆก็เป็นคืนสุดท้ายแล้ว พี่ช่วยตามใจผมหน่อยเถอะ"


    เสียงของร่างสูงกล่าวขอร้องขึ้นมาอย่างสิ้นหวัง รอยยิ้มนั่นไม่เคยทำให้ฮวังยุนซองปฏิเสธคำขอร้องใดๆได้เลย รวมถึงครั้งนี้ก็ด้วย เขาหันไปจูบลงบนหน้าผากของคนเด็กกว่าเบาๆ จ้องมองใบหน้าที่เขาแอบหลงใหลอยู่ทุกครั้งที่จ้องมอง ทั้งดวงตาที่คอยจ้องมองมายังฮวังยุนซองอย่างมีนัยยะตลอดคู่นั้น รอยกระบนใบหน้าที่เหมาะสมราวกับมันถูกสร้างมาเพื่อคังมินฮี รวมถึงเขี้ยวที่มุมปากที่คอยฝากรอยแดงและความเจ็บแสบไว้ตามร่างกายของเขาอยู่ทุกๆคืน


    นั่นทำเอาเขาอยากร้องไห้ขึ้นมาเมื่อคิดว่าคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายของเรา


    เราทั้งคู่สบตากันท่ามกลางความเงียบงันสักพักก่อนที่คังมินฮีจะเป็นฝ่ายเริ่มจุมพิตบนริมฝีปากที่บวมเจ่อจนเป็นสีแดงไม่ต่างกับริบบิ้นบนคอของฮวังยุนซองเพราะกิจกรรมที่พวกเขาเพิ่งทำกันไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนและพวกเขากำลังจะทำมันอีกครั้ง


    คังมินฮีดึงริบบิ้นที่เขาบรรจงผูกบนคอของคนตรงหน้าเองกับมือราวกับแกะกล่องของขวัญที่ถูกห่อไว้อย่างสวยงาม ก็ไม่ผิดซะทีเดียว คนตรงหน้าในตอนนี้ก็เป็นเหมือนกับของขวัญที่ล้ำค่าของเขา สัมผัสเย็นเฉียบของริบบิ้นที่ถูกดึงออกผ่านผิวขาวๆทำเอาฮวังยุนซองในอ้อมกอดเขาสะดุ้งและเปล่งเสียงออกมาเล็กน้อยเพราะความตกใจ ปฏิเสธไม่ได้ว่ารอยแดงบนคอของเขามันดูดีเสียยิ่งกว่าริบบิ้นสีแดงที่ถูกผูกไว้ตอนแรกเสียอีก


    ร่างกายของฮวังยุนซองมีร่องรอยราวกับโดนผูกริบบิ้นสีแดงไปทั้งตัวเพราะอีกฝ่ายเอาแต่ฝากร่องรอยทิ้งไว้บนร่างกายเขาไม่หยุด แต่ยังไงมันก็เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ไม่นานนักร่องรอยพวกนี้ก็คงจะหายไปพร้อมๆกับความทรงจำที่มีต่อกัน น่าเศร้าที่เขาไม่สามารถทำอะไรกับอีกฝ่ายได้เลยเพราะในวันพรุ่งนี้หากมีร่องรอยไปในวันแต่งงานคงดูไม่ดีนัก


    ขี้โกงเป็นบ้า


    "พี่กลับแล้วนะ"


    ทันทีที่ก้าวขาลงจากเตียงนอนที่สภาพตอนนี้ดูไม่ได้ความเจ็บก็แล่นไปทั่วร่างกายทันที ความเจ็บที่เขี้ยวของอีกฝ่ายทำไว้ทั่วร่างกายก็แสบแปล๊บขึ้นมาอย่างไม่เหตุผล ไหนจะยังเจ็บคอจนเสียงพูดที่ปกติก็ชอบโดนล้อเลียนว่าเบาอยู่แล้วนั้นเบาลงไปอีก


    "ยังไม่เช้าเลย"


    "ตอนเช้าอาจจะมีคนจากบ้านนายมาหาก็ได้ไม่ใช่เหรอ ไปตอนนี้แหละดีแล้ว"


    แต่เหมือนคนเด็กกว่าที่นอนอยู่จะไม่พอใจที่เขาพูดออกมาแบบนั้น ระหว่างที่เขากำลังบรรจงติดกระดุมเสื้อทีล่ะเม็ด อีกฝ่ายก็ลุกขึ้นมาจากเตียงนอนแล้วเอาหน้าพิงบนหลังของร่างที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแดงที่ตนเองทำไว้อย่างเงียบๆ


    "จะงอแงอะไรอีก"


    "ก็แค่ไม่อยากให้พี่ไป"


    นายต่างหากที่ทิ้งพี่ไป


    แน่นอนว่าประโยคนี้ก็คิดในใจเช่นกัน


    "อย่าเอาแต่ใจไปหน่อยเลย เจ้าบ่าว พรุ่งนี้ต้องเข้าพิธีนะ ไปนอนได้แล้ว"


    ฝืนพูดออกไปไม่ให้เสียงสั่นได้แล้ว เขาจะจับได้ไหมนะ ถ้าเขาจับได้ เขาจะยอมทิ้งงานแต่งงานในวันพรุ่งนี้แล้วหนีไปด้วยกันไหม แต่นั่นก็เป็นแค่ความฝันลมๆแล้งๆเท่านั้นแหละ


    "อย่างน้อยก็ให้ผมขับรถไปส่งพี่ได้ไหม"


    "แล้วนายจะขับอะไรกลับล่ะ นอนไปเถอะ พี่ขับกลับเองได้"


    ฮวังยุนซองแค่นหัวเราะออกมาในขณะที่ติดกระดุมเสื้อครบทุกเม็ดแล้ว ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋า เก็บข้าวของที่เคยทิ้งไว้ที่ห้องนี้ ห้องที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมากับคังมินฮีที่กำลังจะกลายเป็นของคนอื่นโดยสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า


    "ยินดีด้วยนะกับการแต่งงาน"


    คังมินฮียืนอยู่หน้าประตูแล้วมองคนตรงหน้าที่อยู่ด้านนอกยิ้มให้พร้อมกับคำอวยพร ขนาดรู้จักกันได้ไม่นานยังรู้เลยว่ารอยยิ้มบนหน้านั้นน่ะฝืนแค่ไหน ฮวังยุนซองน่ะเข้มแข็งจริงๆ ผิดกับตัวของเขาเองที่ในตอนนี้แทบไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่ายตรงๆด้วยซ้ำ


    "พี่ยุนซอง..."


    เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายขึ้นมาเบาๆราวกับเป็นเสียงกระซิบ


    "ว่าไง​ ?"


    "จูบลากันหน่อยได้ไหม"


    คนตรงหน้าคังมินฮีไม่ตอบอะไรกลับมาแต่เขย่งขึ้นมาจูบเบาๆบนริมฝีปากแทนคำตอบ ริมฝีปากที่เขาครอบครองเป็นเจ้าของมาตลอดในช่วงฤดูร้อน เขาห้ามใจตัวเองไม่ได้เลยที่จะเอื้อมมือไปโอบเอวของอีกฝ่ายเพื่อลดระยะห่าง ฮวังยุนซองเองก็ยกมือขึ้นมารั้งคอของเขาเพื่อให้โน้มลงไปเช่นกัน ก่อนที่จะเป็นฝ่ายผละออกไปเองเพื่อไม่ให้จุมพิตสุดท้ายระหว่างเราเกินเลย


    ดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยน้ำตาของฮวังยุนซองจ้องมองมายังเขาเงียบๆ เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แม้รู้ดีว่าดวงตาที่เขาหลงใหลมาตลอดคู่นั้นอยากจะกล่าวอะไร มันเป็นสิ่งที่ตัวเขาเองก็อยากจะพูดออกไปเหมือนกัน


    "พี่..."


    ก่อนจะได้พูดอะไรกลับไป คนแก่กว่าตรงหน้าก็เอื้อมมือมาดีดหน้าผากเขาเบาๆแล้วแค่นหัวเราะออกมาก่อนจะเดินไปยังหน้าลิฟท์โดยไม่กล่าวคำบอกลาใดๆ ถ้าเป็นในหนังตอนนี้เขาควรวิ่งตามไปแล้วกอดรั้งไม่ให้อีกฝ่ายไปใช่ไหม เขาต้องพูดออกมาว่าจะยอมทิ้งงานแต่งงานทั้งหมดไปใช่รึเปล่า


    แต่นั่นก็เป็นแค่ในหนัง ตอนนี้เขาทำได้เพียงยืนมองฮวังยุนซองเดินเข้าประตูลิฟท์ไป เสียงประตูลิฟท์ที่ปิดลงราวกับเป็นสัญญาณบอกว่า ความสัมพันธ์ของพวกเราจบลงแล้วพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลลงมาเงียบๆบนใบหน้าของเขาก็เช่นกัน เขายืนมองทางเดินที่ว่างเปล่าอยู่สักพักก่อนจะเดินกลับเข้าห้องที่ยังคงเต็มไปด้วยภาพของคนที่เพิ่งจากกันไปเมื่อครู่


    ราวกับว่าฮวังยุนซองยังอยู่ในห้องนี้ ราวกับว่าช่วงฤดูร้อนของเรามันยังไม่จบลง เขาไม่อาจข่มตาหลับได้ลงในห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำแห่งนี้ได้เลย



    อย่างน้อยการขับรถกลับบ้านตอนกลางคืนก็รถไม่ติด นั่นคงเป็นไม่กี่อย่างที่ทำให้ฮวังยุนซองรู้สึกดีในคืนนี้ ระหว่างที่รอติดไฟแดง เขาหันไปมองที่นั่งด้านข้างคนขับที่เคยมีคนเด็กกว่าชอบมาวอแวขอจับมือเขาตลอด ไม่ว่าดุด่าแค่ไหนก็ทำเพียงหัวเราะกลับมา หันไปมองเบาะด้านหลังก็คิดถึงคืนที่เราทั้งคู่แอบจูบกันตรงนั้นตอนเมาแล้วหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า เสียงหัวเราะของเราสองคนในคืนนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวอย่างชัดเจน


    ราวกับว่าเขายังอยู่ตรงนั้น ราวกับว่าคังมินฮียังอยู่ข้างๆเขาบนรถคันนี้


    น่าแปลกจัง ทำไมสัญญาณไฟที่ค่อยๆนับถอยหลังมันเบลอลงเรื่อยๆนะ เบลอจนแทบมองไม่เห็นว่าตอนนี้เป็นเลขอะไร


    ฤดูร้อนสิ้นสุดลงแล้วสินะ เขาคิดได้แบบนั้นแล้วลอบถอนหายใจออกมา


    ว่าจะไม่ร้องไห้แล้วแท้ๆเชียว




    //


    ใครมูฟออนไม่ได้ก็มากองๆรวมกันตรงนี้... อารมณ์ชั่ววูบแรงมาก ตอนแรกลังเลว่าจะลงดีไหม(เพราะกลัวคุก) แต่คนบอกมันเศร้ากว่าคุก ลงๆไปเถอะ ฮา แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่โอเคก็บอกได้ จะลบให้นะ อาทิตย์นึงแล้วเหรอ ไวจัง เหมือนเพิ่งเรือแตกไปเมื่อวานนี้ ปล.ใครเขินๆไม่กล้าไปหวีดในแท็กก็ไปหวีดใน curiouscat ก็ได้ เข้าใจ... #ficohayoxpd101




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in